ข่าวบันเทิง

“สยมภู มุกดีพร้อม” คนไทยที่เข้าใกล้รางวัล “ออสการ์” มากที่สุด!

เพิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ “สมยภู มุกดีพร้อม” ตากล้องชาวไทย ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จากการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังเรื่อง Call Me By Your Name โดยคุณก้อง ฤทธิ์ดี ในเว็บไซต์บางกอกโพสต์ เลยขออนุญาตเก็บความมาเป็นประเด็นสั้นๆ เพื่อเล่าสู่กันฟังครับ

(สำหรับใครที่พออ่านภาษาอังกฤษได้ แนะนำให้อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ที่นี่)

หนึ่ง

แม้จะมีคู่แข่งน่ากลัวอีกหลายรายในสาขากำกับภาพยอดเยี่ยม แต่สยมภูยังถือเป็น “คนไทยที่มีโอกาสใกล้เคียงที่สุดกับการเข้าชิงรางวัลออสการ์” เมื่อกระแสของหนัง Call Me By Your Name ยังแรงดีไม่มีตก แถมตัวสยมภูยังเริ่มได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมจากสถาบันต่างๆ ในช่วงส่งท้ายปี

ข้อมูลหนึ่งที่ผมเพิ่งทราบก็คือ นอกจากจบปริญญาตรี ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ แล้ว สยมภูยังเคยเดินทางไปศึกษาต่อที่ Gerasimov Institute of Cinematograpy (Vgik) ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

sayon 02
ภาพจาก https://www.moviemaker.com/archives/moviemaking/directing/love-desire-luca-guadagnino-walter-fasano-call-me-by-your-name/

สอง

สยมภูยืนยันว่าสภาพของแสงในทวีปยุโรปกับในเมืองไทยนั้นไม่เหมือนกัน ด้วยปัจจัยหลายประการ อาทิ เรื่องมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์ และความชื้น ส่งผลให้ภาพที่ถ่ายได้มีคุณภาพผิดแผกกันตามไปด้วย

เขาบอกว่าความชื้นที่น้อยกว่า ส่งผลให้สีสันของภาพที่ถ่ายในยุโรปมีความเข้มข้นเปี่ยมชีวิตชีวามากกว่า แต่ช่างภาพก็อาจประสบปัญหาได้เช่นกัน หากต้องถ่ายหนังในช่วงแสงสุดท้ายของวัน เพราะเลนส์จะถูกปกคลุมด้วยสีบางสี เช่น สีม่วงแดง จนความแตกต่างระหว่างกลางคืนกับกลางวันปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด

สาม

สยมภูบอกว่าเขาจะไม่พยายามปิดกั้นกักขังตัวเองไว้ในกรอบของเทคนิคและกฎเกณฑ์ต่างๆ ว่าด้วยการถ่ายทำภาพยนตร์

เขาจะไม่พยายามดูงานของคนอื่นเพื่อนำมาใช้เป็นไอเดียอ้างอิง รวมถึงไม่พยายามทำสตอรี่บอร์ด ซึ่งจะกลายเป็นขีดจำกัดทางความคิด เขามีการวางแผนเตรียมงานล่วงหน้า แต่ก็พร้อมที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเวลาขณะออกกองถ่าย

“นี่คงเหมือนจอมยุทธในนิยายจีนกำลังภายใน ซึ่งคุณจะค้นพบกระบี่ของตัวเองระหว่างการออกท่องยุทธภพ” ผู้กำกับภาพมือทอง บอกกับก้อง

สี่

อีกหนึ่งลักษณะเด่นของหนังเรื่อง Call Me By Your Name ก็คือ ผู้กำกับภาพอย่างสยมภูเลือกจะถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยฟิล์ม 35 มม.

อย่างไรก็ดี เจ้าตัวไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับความคิดที่ว่าการถ่ายหนังด้วยระบบดิจิทัล คือ ทางเลือกของ “คนขี้เกียจ”

สยมภูอธิบายว่าทางเลือกระหว่างระบบฟิล์มหรือดิจิทัล คือการคุยกันเรื่อง “เครื่องมือ” โดยเครื่องมือแต่ละชนิดก็จะให้ผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของผู้เลือก

ในมุมมองส่วนตัว เขารู้สึกว่าการใช้กล้องฟิล์มสามารถจับภาพ “ความจริง” (ที่เขาต้องการ) ได้ดีกว่ากล้องดิจิทัล ด้วยเหตุนี้ กล้องฟิล์มจึงเป็นอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการของเขา

แต่มิได้หมายความว่ากล้องฟิล์มจะดีกว่ากล้องดิจิทัล

sayom 01
ภาพจาก http://www.imdb.com/character/ch0569854/mediaviewer/rm3110747904

ห้า

แน่นอนว่าใบเบิกทางสำคัญสู่แวดวงภาพยนตร์นานาชาติของสยมภู ได้แก่ การเป็นผู้กำกับภาพให้แก่หนังไทยเรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

สยมภูพูดถึงจุดเด่นของผู้กำกับรางวัลปาล์มทองคำรายนี้ว่า อภิชาติพงศ์ชอบลงทุนเรื่องคนและเวลา มากกว่าเรื่องวัสดุอุปกรณ์

ดังนั้น การทำงานร่วมกับอภิชาติพงศ์ คือ กระบวนการแสวงหาความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันภายในโลกเฉพาะ ที่คุณจะถูกขับเคลื่อนด้วยสภาวะแวดล้อม สถานที่ถ่ายทำ และเหล่านักแสดง

ที่มา https://www.bangkokpost.com/lifestyle/social-and-lifestyle/1376419/shooting-star

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s