ข่าวบันเทิง

มาแล้ว! ตัวอย่างแรก “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” (Samui Song) หนังใหม่ของ “เป็นเอก”

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ช่องยูทูบ Screen International เพิ่งเผยแพร่ตัวอย่างแรกของ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” (Samui Song) หนังใหม่ของ “เป็นเอก รัตนเรือง” ออกมา

“ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” เล่าเรื่องราวของ “วิยะดา” ดาราสาววัยกลาง 30 ที่ต้องแบกรับความกดดันภายในใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ “เจอโรม” สามีมหาเศรษฐีชาวต่างชาติของเธอ ได้ทุ่มเทอุทิศตนให้แก่เจ้าลัทธิความเชื่อ ผู้ถูกเรียกขานว่า “เดอะ โฮลี่ วัน”

วิยะดาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะตอบโต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวด้วยวิธีการที่รุนแรงสุดขั้วถึงขีดสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความหลุดพ้นจากอิทธิพลของลัทธิประหลาดอย่างถาวร

ล่าสุด หนังไทยเรื่องนี้ได้เดินทางไปเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกในเซ็คชั่น “เวนิส เดย์ส” กิจกรรมคู่ขนานของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

สมุยซอง ปฐมทัศน์
ภาพจากเพจ Samui Song 
Advertisements
ข่าวบันเทิง

ส่ง “ดาวคะนอง” เป็นตัวแทนไทยชิงรางวัลออสการ์ – ชมหนังปะหัวเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 21

สมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ ส่ง “ดาวคะนอง” ชิงออสการ์ ครั้งที่ 90

ดาวคะนอง ออสการ์

สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 7 คน โดยมี นายนคร วีระประวัติ เป็นประธาน ในการพิจารณาหนังไทยเพื่อไปชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 90 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film Award) ผลการพิจารณาเป็นมติเอกฉันท์เลือก “ดาวคะนอง” เป็นตัวแทนหนังไทย

“ในที่ประชุมมีรูปแบบการพิจารณาโดยให้กรรมการเสนอหนังไทยเพื่อพิจารณาและออกความเห็นเป็นรายคนจนครบทุกคน มีภาพยนตร์ที่เข้ารอบสุดท้าย 4 เรื่องได้แก่ ฉลาดเกมส์โกง, มหา’ลัยวัวชน, ดาวคะนอง และป๊อปอายมายเฟรนด์ คณะกรรมการมีการถกเถียง อธิบายเหตุผล วิเคราะห์กันจนในที่สุด ดาวคะนอง ก็เป็นผู้ชนะด้วยคะแนนเสียงข้างมากไป” นายนคร กล่าว

ที่มา เพจ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

เทศกาลหนังสั้น 21 เริ่มต้นแล้ว

หนังสั้น 21

เริ่มต้นขึ้นแล้ว สำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 21 ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 10 กันยายนนี้ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน

สำหรับผู้สนใจรายละเอียดของโปรแกรม และวันเวลาการฉายหนัง สามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Short Film & Video Festival ของทางเทศกาล

 

ขอปิดท้ายรายงานข่าวด้วย “Lighting for Funeral” หนังปะหัวเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 21 ผลงานของ “จักรวาล นิลธำรงค์”

ซึ่งเจ้าตัวได้ระบุถึงแนวคิดเบื้องหลังของงานชิ้นนี้เอาไว้ว่า

“ทุกปี filmmaker รุ่นใหม่และเทศกาลหนังสั้นไทยทำหน้าที่เหมือนเตาเผาช่วยเติมเชื้อไฟให้วงการหนังที่กำลังจะมอดไหม้ให้ลุกโชติช่วง

“ขอเชิญร่วมค้นหาและเฉลิมฉลองอนาคตของหนังไทยและขอเชิญร่วมฌาปนกิจปัจจุบันที่ล่มสลาย และต้อนรับการเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง”

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เมื่อ “ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล” หวนคืนละครจักรๆ วงศ์ๆ ในบท “ขันธมาร” แห่ง “เทพสามฤดู”

“ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล” เคยได้รับรางวัลรองอันดับ 1 จากการประกวดนายแบบ “โดม่อน แมน” ปี 2533

10 ปีต่อมา เขาประเดิมแสดงภาพยนตร์ ด้วยการรับบทบาท “พันเรือง” ใน “บางระจัน” หนังรายได้ทะลุร้อยล้านของ “ธนิตย์ จิตนุกูล”

หลังจากนั้น ภูธฤทธิ์จึงมีงานแสดงหนัง-ละครโทรทัศน์อีกมากมายหลายเรื่อง ไปพร้อมๆ กับการมีอีกหนึ่งสถานะเป็นบุคคลในข่าวของแวดวงสังคมไฮโซ เนื่องจากเขา (เคย) เป็นคนรักของ “หทัยเทพ ธีระธาดา” เศรษฐินีผู้มีอายุมากกว่าภูธฤทธิ์เกือบ 30 ปี

อย่างไรก็ตาม หทัยเทพเพิ่งออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า ตนเองกับภูธฤทธิ์ได้แยกทางกันแล้ว หลังคบหากันมาหลายปี

ล่าสุด ในปี 2560 นักแสดงที่มีบุคลิก หน้าตา รวมถึงจังหวะการพูดจาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างภูธฤทธิ์ ก็ได้ฤกษ์หวนคืนกลับมารับงานแสดงในละครพื้นบ้านจักรๆ วงศ์ๆ อีกครั้ง

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 ภูธฤทธิ์จะได้ประเดิมออกจอโทรทัศน์/จอภาพเคลื่อนไหวชนิดอื่นๆ ในละคร “เทพสามฤดู 2560” ด้วยการรับบทเป็น “ขันธมาร” ตัวร้ายระดับสูงสุดของเรื่อง

ขันธมาร

“เทพสามฤดู 2560” นับเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องที่สามในชีวิตการแสดงของภูธฤทธิ์

ถัดจากละครพื้นบ้านเรื่องแรก คือ “เกราะกายสิทธิ์” เมื่อปี 2549 ที่เจ้าตัวรับบทเป็น “เทพวิษุวัติ” ตัวร้ายผู้เต็มไปด้วยมิติเหลี่ยมมุมอันสลับซับซ้อน และอาจถือเป็นตัวละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่น่าจดจำมากที่สุดรายหนึ่งในช่วงสองทศวรรษหลัง

และเรื่องที่สอง คือ “เทพสังวาลย์” ฉบับปี 2552 ซึ่งเขาสวมบทบาท “เทพศาสตรา” พ่อของ “มณีแดง” ตัวร้ายประจำเรื่อง

ขอปิดท้ายโพสต์นี้ด้วยการพาไปรับชมบทบาทเด็ดๆ เมื่อครั้งภูธฤทธิ์แสดงเป็น “เทพวิษุวัติ” ใน “เกราะกายสิทธิ์” ดังตัวอย่างคลิปด้านล่าง

ในเหตุการณ์ตามท้องเรื่อง “เทพวิษุวัติ” พยายามอย่างหนักหน่วงที่จะหาหนทางทำลายล้างบรรดาตัวละครพระ-นาง “เกราะกายสิทธิ์” รวมถึง “ไอ้โม่งดำ” ร่างอีกภาคหนึ่งของ “ศรุตเทพ” อดีตศัตรูของตนเอง

ในที่สุด “เทพวิษุวัติ” ก็เลือกจะติดสินบน “เทพพยากรณ์” ซึ่งก่อนหน้านั้นต้องดำรงตนเป็นผนังหินศักดิ์สิทธิ์อยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง และปฏิบัติหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่ตัวละครทุกฝ่ายสามารถเข้ามาพึ่งพาสอบถามคำถามหรือปริศนาต่างๆ

ขณะเดียวกัน “ผู้เป็นกลาง” อย่าง “เทพพยากรณ์” ก็จำต้องธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ด้วยการไม่เปิดเผย “ข้อมูลลับ” ที่จะส่งผลให้ตัวละครฝ่ายหนึ่งสามารถล้างผลาญ/เอาเปรียบตัวละครอีกฝ่ายได้

อย่างไรก็ดี ช่วงนาทีที่ 47.27-52.23 ของคลิปนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงการ “ดีล” กันระหว่าง “เทพวิษุวัติ” กับ “เทพพยากรณ์” ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และนั่นส่งผลให้ “เทพพยากรณ์” ต้องสูญเสียสถานภาพเฉพาะของตนไปตลอดกาล

เชิญรับชม

ข่าวบันเทิง

วงจรชีวิต 1 ปี ที่น่าทึ่งของ “ดาวคะนอง” 45 เทศกาล 31 ประเทศ หลายรางวัลระดับนานาชาติ

ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว นับตั้งแต่หนังไทยเรื่อง “ดาวคะนอง” ของอโนชา สุวิชากรพงศ์ ได้ฉายรอบปฐมทัศน์โลก ที่เทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2559

ล่าสุด เพจ ดาวคะนอง By the Time It Gets Dark ได้รวบรวมรายชื่อเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทั้งหมด ที่ “ดาวคะนอง” ได้เข้าร่วมในช่วงหนึ่งปีดังกล่าว

ซึ่งนับรวมได้ทั้งสิ้น 45 เทศกาล ใน 31 ประเทศ

จะเป็นที่ไหนบ้าง? ไปดูกัน

1. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

2. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา

3. เทศกาลภาพยนตร์ฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี

4. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

5. เทศกาลภาพยนตร์บีเอฟไอลอนดอน สหราชอาณาจักร

6. เทศกาลดู นูโว ซีเนม่า (มอนทรีออล) ประเทศแคนาดา

7. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

8. เทศกาลคิวซีเนม่า (มะนิลา) ประเทศฟิลิปปินส์

9. เทศกาลภาพยนตร์เอเชียแห่งฮ่องกง

10. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวียนนา ประเทศออสเตรีย

11. เทศกาลภาพยนตร์เอเชียตะวันออกแห่งลอนดอน สหราชอาณาจักร

12. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซมินชี-บายาโดลิด ประเทศสเปน

13. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเทสซาโลนีกี ประเทศกรีซ

14. เทศกาลภาพยนตร์ม้าทองคำแห่งไต้หวัน

15. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาร์ เดล พลาตา ประเทศอาร์เจนตินา

16. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งอินเดีย (รัฐกัว)

17. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

18. เทศกาลภาพยนตร์โกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน

19. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบงกาลูรู ประเทศอินเดีย

20. เทศกาลภาพยนตร์อิสระแห่งอิสตันบูล ประเทศตุรกี

21. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของมหาวิทยาลัยอัตตาณัติแห่งชาติ ประเทศเม็กซิโก

22. เทศกาลภาพยนตร์เอเชียแห่งโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

23. เทศกาลภาพยนตร์คอสโมรามา ประเทศนอร์เวย์

24. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกัมพูชา

25. เทศกาลนิว ไดเร็ตเตอร์ส/นิว ฟิล์มส์ (นิวยอร์ก) ประเทศสหรัฐอเมริกา

26. เทศกาลภาพยนตร์บอร์เดอร์ไลน์ส สหราชอาณาจักร

27. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

28. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติลิชเตอร์ (แฟรงก์เฟิร์ต) ประเทศเยอรมนี

29. เทศกาลภาพยนตร์วัน เวิลด์ เวลส์ สหราชอาณาจักร

30. เทศกาลภาพยนตร์เบลฟาสต์ (ไอร์แลนด์เหนือ) สหราชอาณาจักร

31. เทศกาลภาพยนตร์ลุคคา ประเทศอิตาลี

32. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

33. เทศกาลภาพยนตร์เซนต์พอล มินนีแอโพลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

34. เทศกาลภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิกแห่งลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

35. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา

36. เทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

37. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เอล พาโลมาร์ ประเทศอาร์เจนตินา

38. เทศกาลผู้กำกับภาพยนตร์อิสระแห่งฮาลิแฟกซ์ ประเทศแคนาดา

39. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทรานซิลเวเนีย ประเทศโรมาเนีย

40. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคูริติบา ประเทศบราซิล

41. เทศกาลภาพยนตร์ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

42. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย

43. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเฟิร์สท์ เมืองซีหนิง ประเทศจีน

44. เทศกาลภาพยนตร์นิว ฮอไรซอนส์ ประเทศโปแลนด์

45. เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

นอกจากนี้ หนังยังได้เข้าฉายในเชิงพาณิชย์ที่ประเทศไทย (8 ธันวาคม 2559) สหรัฐอเมริกา (14 เมษายน 2560) รวมถึงสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (16 มิถุนายน 2560)

สำหรับในแง่รางวัล นอกจาก “ดาวคะนอง” จะกวาดรางวัลสำคัญๆ ในประเทศไทยไปได้อย่างเป็นกอบเป็นกำแล้ว (ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของเกือบทุกเวทีหลัก ยกเว้น “สตาร์พิคส์ ไทยฟิล์ม อวอร์ดส์”) หนังเรื่องนี้ยังได้รับรางวัลจากเทศกาลนานาชาติมาไม่น้อย ได้แก่

รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (นิว ทาเลนต์ อวอร์ด) จากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียแห่งฮ่องกง, รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์ลุคคา ประเทศอิตาลี, รางวัลชมเชยจากเทศกาลคิวซีเนม่า ประเทศฟิลิปปินส์, รางวัลชมเชยจากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียแห่งโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และรางวัลแกรนด์ จูรี่ ไพรซ์ จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเฟิร์สท์ เมืองซีหนิง ประเทศจีน

 

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู 2560” จวนจะแตะ 7 แล้วจ้า! (ส่วนยอดคลิกชมทางยูทูบก็ร่วมล้านต่อตอน!!)

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” แรงทั้งในทีวีและยูทูบ

ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับเรตติ้งของ “เทพสามฤดู 2560”

โดยล่าสุด อินสตาแกรมของบริษัทสามเศียร ผู้ผลิตละครเรื่องนี้ออกแพร่ภาพทางช่อง 7 ได้ให้ข้อมูลว่า

เทพสามฤดู 11-12

เรตติ้งของละครในวันที่ 5-6 ส.ค. นั้นอยู่ที่ 6.3 และ 6.5 ส่วนเรตติ้งประจำวันที่ 12-13 ส.ค. ก็อยู่ที่ 6.2 และ 6.8 ตามลำดับ

เทพสามฤดู 13-14

เท่ากับว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ มีเรตติ้งจวนจะถึงหลัก 7 แล้ว แม้จะเพิ่งออกอากาศได้ไม่ถึง 20 ตอน (14 ตอน)

น่าสนใจว่าเมื่อตรวจสอบยอดผู้เข้าชมคลิปแบบ Full HD ของละครพื้นบ้านเรื่องนี้ ผ่านทางช่อง “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” ซึ่งเป็นบัญชียูทูบของดีด้า-สามเศียร ก็พบว่าจำนวนผู้เข้าชมคลิป “เทพสามฤดู” แบบย้อนหลังนั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

เช่น ตอนที่ 13 (12 ส.ค.) ซึ่งมียอดคลิกเข้าชมประมาณ 9.4 แสนครั้ง ขณะที่ตอนที่ 14 (13 ส.ค.) มียอดคลิกเข้าชมประมาณ 9.8 แสนครั้ง

ส่วนคลิปที่มียอดผู้ชมสูงสุด ณ ขณะนี้ คือ คลิปของตอนที่ 10 (30 ก.ค.) ซึ่งมียอดคลิกเข้าชมเกิน 1 ล้านครั้งเรียบร้อยแล้ว

(ข้อมูล ณ เวลา 03.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2560)

ของแถม

หลายสัปดาห์ก่อน ทางเว็บไซต์ประชาไทได้มาพูดคุยกับคนทำบล็อกนี้ในประเด็นว่าด้วยละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัยครับ

นี่คือตัวอย่างส่วนหนึ่งของบทสนทนา

รวมจักร

เรื่องเก่าเอามาฉายซ้ำคนยังนิยม

นักวิชาการหลายท่านเคยวิเคราะห์ถึงประเด็นนี้เอาไว้ว่า “นี่เป็นจารีตในการเสพมหรสพต่างๆ ของคนไทย ตั้งแต่พวกลิเก มาถึงละครจักรๆ วงศ์ๆ และละครหลังข่าวภาคค่ำ” ตามคำอธิบายนั้น คนไทยอาจไม่ได้ต้องการความแปลกใหม่ในเชิงเรื่องราวจากมหรสพประเภทต่างๆ แต่พวกเขานิยมดูความบันเทิงที่มันเป็นเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ บ้างวิเคราะห์ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องราว แต่สนใจตัวคนแสดงหรือดารามากกว่า คือเวลาดูหนังดูละคร พวกเขาไม่ได้สนใจว่าเรื่องราวมันจะดำเนินไปยังไง เรื่องจะจบลงอย่างไร ซึ่งไม่ค่อยเห็นด้วยกับการวิเคราะห์แบบนั้นเสียทีเดียว

“ผมไม่แน่ใจว่าการนิยมเสพเรื่องราวบันเทิงซ้ำๆ นั้น เป็นลักษณะเฉพาะของคนไทยที่แปลกและแตกต่างจากคนในสังคมอื่นๆ จริงหรือไม่? เพราะมันก็มีงานศึกษาจำนวนไม่น้อยที่พบว่านิทานในภูมิภาคหนึ่งๆ หรือกระทั่งนิทานจากทั่วโลกนั้น มักมีโครงสร้างเรื่องราว ‘ร่วม’ กันอยู่ และเรื่องราวพวกนั้นจากยุคสมัยและพื้นที่ที่แตกต่างกัน มันมีลักษณะของการ ‘ทำซ้ำ’ กันไปมา พร้อมๆ กับการตีความหรือใส่รายละเอียด ‘ใหม่ๆ’ บางอย่างลงไป”

ขณะเดียวกันคนไทยอาจไม่ได้นิยมเสพความบันเทิงซ้ำๆ ด้วยเหตุผลว่าพวกเขาไม่สนใจเรื่องราว ไม่สนใจเนื้อหาสาระ เพราะการได้ดูมหรสพเรื่องเดิมๆ อาจมี ‘หน้าที่’ บางอย่างของมันอยู่ การดูหนัง ดูละคร ที่มีโครงเรื่องเก่าๆ ซ้ำเดิม หมายความว่าคนดูจะสามารถ ‘คาดการณ์’ เรื่องราวของมหรสพนั้นๆ ได้

“มองในบางแง่ การคาดการณ์เรื่องราวได้อาจแสดงให้เห็นถึงอำนาจ และการเข้าถึงความรู้ของคนดู แทนที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้รับเรื่องราวใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงจากผู้ผลิตละคร ในฐานะคนที่ไม่รู้หรือแทบไม่รู้อะไรเลย”

นอกจากนี้ การคาดการณ์เรื่องราวต่างๆ ล่วงหน้าได้ ยังอาจทำให้การชมมหรสพมีรสชาติขึ้น ในกรณีของการชมละครจักรๆ วงศ์ๆ เราอาจนึกถึงภาพกลุ่มคนมาดูละครประเภทนี้หน้าจอทีวี ไปพร้อมๆ กับการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่าเรื่องราวจะดำเนินอย่างไรต่อไป ใครจะรักกับใคร ใครจะอยู่ ใครจะตาย อาจก่อให้เกิดชุมชนของคนดู หรือการสื่อสารในทิศทางอื่นๆ นอกเหนือไปจากการสื่อสารทางเดียวระหว่างภาพในจอกับคนดู ที่ต้องเพ่งสมาธิในการชม ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้มีความสำคัญ แต่มักถูกมองข้ามไป

หลายครั้งละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ชื่อเรื่องเดียวกันหรือมีโครงเรื่องเดียวกัน ถูกนำมาสร้างใน พ.ศ. ที่ต่างกัน ละครหลากหลายเวอร์ชั่นเหล่านั้นก็มีรายละเอียดเรื่องราวที่แตกต่างกันเยอะพอสมควร ชะตากรรมของตัวละครในเรื่องราวต่างเวอร์ชั่นก็แตกต่างกันไป ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือก็มี ฉะนั้น ในภาวะที่คล้ายจะ ‘คาดการณ์’ หรือ ‘ทำนาย’ ล่วงหน้าได้ของโลกละครจักรๆ วงศ์ๆ มันก็มีสิ่งที่ ‘คาดการณ์’ หรือ ‘ทำนาย’ ไม่ได้ แอบซ่อนอยู่

สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ที่นี่ ครับ

ข่าวบันเทิง

8 หนังไทยในฟุกุโอกะ และโปรเจ็คท์ของ “นนทรีย์-นนทวัฒน์” ที่ถูกคัดเลือกเข้าตลาดใหญ่ปูซาน

8 หนังไทยที่ฟุกุโอกะ

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโฟกัส ออน เอเชีย ฟุกุโอกะ 2017 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 กันยายนนี้ ได้วางโปรแกรมพิเศษสำหรับภาพยนตร์ไทยโดยเฉพาะ

โปรแกรมดังกล่าวมีชื่อว่า “Thai Films-A Diversity in Charm” (ภาพยนตร์ไทย: ความหลากหลายภายในความมีเสน่ห์) โดยจะมีการจัดฉายหนังไทยถึง 8 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

ฟุกุ รวม

ฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ), ดาวคะนอง (อโนชา สุวิชากรพงศ์), เทริด (เอกชัย ศรีวิชัย และ ภาคภูมิ วงษ์จินดา), ปั๊มน้ำมัน (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์), Mary is Happy, Mary is Happy (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์), เดอะ มาสเตอร์ (นวพล), เปนชู้กับผี (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) และ สันติ-วีณา (ครูมารุต หรือ ทวี ณ บางช้าง)

ที่มา http://www.focus-on-asia.com/lineup_en/

2 โปรเจ็คท์หนังไทย ในตลาดเอพีเอ็ม เทศกาลปูซาน

เดอะ เอเชี่ยน โปรเจ็คท์ มาร์เก็ต (เอพีเอ็ม) คือ กิจกรรมส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

โดยทางผู้จัดงานจะคัดเลือกโปรเจ็คท์ภาพยนตร์เอเชียที่น่าสนใจให้เข้ามาร่วมในกิจกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นตลาดหรือแหล่งพบปะทางธุรกิจระหว่างคนทำหนังกับผู้ลงทุนหรือผู้สร้างภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

ปีนี้ กิจกรรมเอพีเอ็มครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม ในช่วงเทศกาลภาพยนตร์ปูซานครั้งที่ 22 โดยมีโครงการภาพยนตร์ทั่วเอเชียส่งใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 317 เรื่อง ปรากฏว่ามีโปรเจ็คท์ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน 28 เรื่อง

ในรายชื่อดังกล่าว มีโครงการของนักทำหนังชาวไทยอยู่สองเรื่อง ได้แก่ “ดอย บอย” โครงการภาพยนตร์ของนนทวัฒน์ นำเบญจพล และ “ฟรานซิส จิตร ออฟ สยาม” โดย นนทรีย์ นิมิบุตร

doiboy
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Nontawat Numbenchapol

วอยซ์ทีวี รายงานว่า “ดอย บอย” โปรเจ็คท์ภาพยนตร์ล่าสุดของนนทวัฒน์ ที่เพิ่งมีหนังเรื่อง “#BKKY” เข้าฉายในเมืองไทย จะเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มจากรัฐฉานซึ่งเดินทางเข้ามาทำงานในแวดวงธุรกิจสีเทาที่เชียงใหม่ และก่อนหน้านี้ โครงการดังกล่าวก็เคยได้รับรางวัล “ปูริน อวอร์ด” จากโครงการพัฒนาบทภาพยนตร์สำหรับนักทำหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFIC)

ฟรานซิส จิตร

ขณะที่โปรเจ็คท์หนังใหญ่เรื่องใหม่ของนนทรีย์จะนำเสนอประวัติชีวิตของ “ฟรานซิส จิตร” หรือหลวงอัคนีนฤมิตร (จิตร จิตราคนี) ช่างภาพชาวไทยคนแรกในสมัยรัชกาลที่ 4-5 โดยเรื่องราวเกี่ยวกับร้านถ่ายรูปของเขาเคยปรากฎเป็นฉากเล็กๆ ในภาพยนตร์ “ทวิภพ” ของสุรพงษ์ พินิจค้า มาแล้ว

ฟรานซิส จิตร 2

ที่มา https://asianfilmfestivals.com/2017/08/14/asian-project-market-official-projects-2017/

ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” อีกหนึ่งหนังสั้นไทยในเวนิส

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ได้ประกาศรายชื่อหนัง 33 เรื่อง ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเซ็คชั่น Orizzonti ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

น่ายินดีว่าหนึ่งในภาพยนตร์สั้นซึ่งถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเซ็คชั่นดังกล่าว คือหนังสั้นไทยชื่อ “อวสานซาวด์แมน” ผลงานของ “สรยศ ประภาพันธ์”

สำหรับสรยศ เคยมีผลงานหนังสั้นเด่นๆ ที่ได้รับรางวัลและได้เข้าร่วมเทศกาลทั้งในไทยและต่างประเทศมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ บุญเริ่ม, ดาวอินดี้ และ รักษาดินแดน

นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกเสียง (ซาวด์แมน) ประจำกองถ่ายหนังอินดี้ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัยจำนวนมาก

ส่งผลให้ปีนี้ จะมีหนังไทยเข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสสองเรื่อง คือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ของเป็นเอก รัตนเรือง และ “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ

ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “ห้าแสนปี” ของชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ก็ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายประกวดของเซ็คชั่น Orizzonti เช่นกัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Sorayos Minimal Prapapan