ในน้ำเน่ามีเงาจันทร์

มุมมอง “โจนัส เมคัส” ว่าด้วยหนังเรื่อง “Lady Bird” และภาพยนตร์แอคชั่นฮอลลีวูด

jonas_mekas

“โจนัส เมคัส” คนทำหนังอาวองการ์ดรุ่นอาวุโส ผู้บุกเบิกวงการหนังทดลองใต้ดินอเมริกัน เพิ่งจะเสียชีวิตลงในวัย 96 ปี เมื่อสัปดาห์ก่อน

หลังจากนั้น “ไซม่อน แฮตเตนสโตน” ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์สุดท้ายของเมคัสลงในเว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยน โดยเนื้อหาส่วนหนึ่ง มีการพูดถึงหนังเรื่อง “Lady Bird” และหนังแอคชั่นฮอลลีวูดเอาไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

เมื่อแฮตเตนสโตนถาม โจนัส เมคัส ว่าเขาชอบหนังรุ่นใหม่ๆ เรื่องไหนบ้าง?

เมคัสก็กล่าวถึง “Lady Bird” ของเกรต้า เกอร์วิก

lady bird

“นี่เป็นหนังเรื่องเดียวที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอประเด็นว่าด้วยชีวิตจริง แล้วพวกเขาก็ละเลยหนังเรื่องนี้บนเวทีออสการ์ หนังเรื่องนี้ถูกละเลยเพราะมันดี เพราะมันเฉลียวฉลาด ทั้งยังกำกับโดยผู้หญิง ถ้าหนังประเภทนี้ถูกสร้างโดยผู้ชาย สิ่งที่เราชอบนึกทึกทักเอาเองเกี่ยวกับผู้หญิงสาววัย 15-20 ปี ก็จะถูกเล่าซ้ำเล่าซากต่อไป แต่ทุกๆ องค์ประกอบของหนังเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยความสดใหม่”

ทว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ “Lady Bird” ในมุมมองเมคัส ก็คือ นี่เป็นหนังที่ปราศจากพล็อต

“โดยปกติ หนังทั่วไปจะเต็มไปด้วยคลิเช่นู่นนี่ที่ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย แต่หนังเรื่องนี้กลับวางฐานอยู่บนสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งสถานการณ์หนึ่งๆ ก็ไม่ได้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ถัดไป หนังไม่ได้ตั้งใจจะเล่าว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่พยายามถ่ายทอดสภาวะตัวตนของผู้กำกับ/ตัวละครนำมากกว่า หนังเลยประกอบด้วยสถานการณ์จำนวนมากราวๆ 120 สถานการณ์เห็นจะได้ นี่มันเป็นงานศิลปะคอลลาจชัดๆ”

จากนั้น โจนัส เมคัส ก็นิยามถึงหนังดีในมุมมองของเขา

“หนังเชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือหนังแอคชั่น ซึ่งพล็อตของหนังเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นจากจุดจุดหนึ่ง ไม่เหมือนหนังฮิตช์ค็อก ที่ทุกๆ ซีน ซึ่งไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ จะต้องมีความเชื่อมโยงกับซีนสุดท้ายในเรื่อง แต่พวกหนังแอคชั่นจะมีสไตล์คล้ายๆ กับเรื่องเล่าใน The Arabian Nights (อาหรับราตรี) มากกว่า”

ข้อดีดังกล่าวส่งผลให้พวกเราไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า คนทำหนังแอคชั่นในฮอลลีวูด นั้นกำลังประกาศอุดมการณ์ของตนเอง, เล่นหัวกับตัวเอง หรือต้องการจะสื่อความหมายอื่นใดกันแน่

ที่มาเนื้อหา https://www.theguardian.com/film/2019/jan/24/jonas-mekas-last-interview-godfather-underground-film-avant-garde-john-yoko-dali-warhol

ภาพโจนัส เมคัส โดย Furiodetti [CC BY 3.0 (https://creativecommons.org/licenses/by/3.0)], via Wikimedia Commons

คลิกอ่านเรื่องราวของเมคัสเพิ่มเติมได้ ที่นี่

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

รู้จักผู้รับบท “หงส์ฟ้า/โหงพราย” นางร้าย “สังข์ทอง” เธอคืออีกหนึ่งคนที่มาจากเวทีนางงาม

หนึ่งในตัวละครฝ่ายร้ายที่มีบทบาทโดดเด่นใน “สังข์ทอง 2561” ช่วงหลังๆ ก็คือ “โหงพราย” หรือ “(อดีต) พระมเหสีหงส์ฟ้า”

นี่คือตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ใน “สังข์ทอง” ฉบับนี้โดยเฉพาะ เพราะมีการปรับบทให้ “แม่เฒ่าสุเมธา” เสก “โหงพราย” ผีหัวกะโหลกบริวารคู่ใจให้กลายร่างเป็นมนุษย์

เพื่อแก้ไขปัญหาที่ “อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี” ผู้รับบท “จันทาเทวี” ต้องไปคลอดลูกในช่วงกลางเรื่อง กระทั่งมีการเปลี่ยนบทให้ตัวละครรายนี้เสียชีวิตลง เนื่องจากโดนแม่เฒ่าเจ้าเล่ห์วางยา

แรกๆ โหงพรายในร่างมนุษย์สตรี ถูก “แม่เฒ่าสุเมธา” ส่งตัวไปเป็นมเหสีใหม่ของ “ท้าวยศวิมล” ในนาม “มเหสีหงส์ฟ้า” ต่อมาเมื่อ “ท้าวยศวิมล” ต้องหลบหนีออกจากพระนคร “หงส์ฟ้า” ก็กลายสภาพกลับไปเป็น “นางโหง” บริวารรับใช้แม่เฒ่าและปีศาจ “พยนตรา”

สำหรับผู้รับบท “โหงพราย/หงส์ฟ้า/นางโหง” นี้ ก็คือ “กมลวรรณ ศตรัตพะยูน” หรือ “พิงค์”

พ.ศ.2554 “พิงค์ กมลวรรณ” เคยเข้าประกวดมีสทีนไทยแลนด์ 2011 และคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มาครอง

จากนั้น พอมีวัย 20 ปี เธอก็เข้าประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2559 รุ่นเดียวกับปิ่นทิพย์ อรชร (พระธิดาพรรณผกา), ชนารดี อุ่นทะศรี (พระธิดาปัทมา) และวรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย (รจนาสวมรูปเงาะ)

“พิงค์ กมลวรรณ ศตรัตพะยูน” จึงถือเป็นอีกหนึ่งนางงามยุคใหม่ที่ก้าวเข้ามาชิมลางในวงการบันเทิงไทย ผ่านละครโทรทัศน์จักรๆ วงศ์ๆ

ภาพนำจาก https://www.facebook.com/pinkkamonwan.sataratpayoon

ข่าวบันเทิง

“อภิชาติพงศ์” คว้า Artes Mundi Prize รางวัลศิลปะใหญ่ของสหราชอาณาจักร

“อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์และศิลปินชาวไทย ได้รับรางวัล Artes Mundi รางวัลศิลปะร่วมสมัยที่สำคัญที่สุดของสหราชอาณาจักร พร้อมเงินรางวัล 4 หมื่นปอนด์ (ราว 1.6 ล้านบาท)

รางวัลดังกล่าวจะมอบให้แก่ศิลปินร่วมสมัยนานาชาติที่ทำงานซึ่งมีเนื้อหาข้องเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์, ความเป็นจริงทางสังคม และประสบการณ์ชีวิต

ในนิทรรศการ Arte Mundi prize ประจำปีนี้ อภิชาติพงศ์ได้ส่งผลงานวิดีโอของตนเองชื่อ “Invisibility” ไปร่วมจัดแสดง

โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลนิยามวิดีโอชิ้นนี้ว่าเป็น “อาวุธอันทรงพลังในยุคสมัยแห่งความสับสนอลหม่าน”

“ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก มีหลายคราว ที่การพูดจาเรื่องการเมืองอย่างตรงไปตรงมากลายเป็นสิ่งไม่ปลอดภัย อภิชาติพงศ์ได้มอบเครื่องมือการต่อสู้ต่อต้านอันบอบบางทว่าเฉียบแหลมให้แก่พวกเรา” คณะกรรมการยกย่อง

ผลงานดังกล่าวเพิ่งจัดแสดงในสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติคาร์ดิฟฟ์ โดยนำเสนอภาวะประหนึ่งความฝัน ผ่านจอภาพสองจอ ซึ่งฉายให้เห็นตัวละครสองรายบนเตียงนอน ที่ตั้งอยู่ในคนละห้อง

เว็บไซต์คิกเดอะแมชชีนของอภิชาติพงศ์อธิบายว่าผลงานชิ้นนี้เป็นดังกระจกที่ส่องสะท้อนให้เห็นถึง “สภาพปัญหา” ของการเมืองไทย

“งานชิ้นนี้นำเสนอภาพจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตที่ค่อยๆ เสื่อมสลายลง ในขณะที่ใครบางคนต้องการจะหลีกเลี่ยงความเป็นจริงไปตลอดกาล ประสบการณ์การรับชมผลงานชิ้นนี้จะสลับสับเปลี่ยนระหว่างการมองเห็นและการมองไม่เห็น, ข้อเท็จจริงกับเรื่องแต่ง, พื้นที่และความว่างเปล่า” คิกเดอะแมชชีนบรรยาย

คณะกรรมการยังระบุถึงผลงานในภาพรวมของนักทำหนังชาวไทยว่า

“แม้ในโลกตะวันตก อภิชาติพงศ์อาจเป็นที่รู้จักกันมากในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ขนาดยาว แต่พวกเราปรารถนาที่จะแสดงความคารวะต่อการมุ่งมั่นตั้งคำถามอย่างกระตือรือร้นผ่านผลงานศิลปะในแกลเลอรี่ ทั้งที่เป็นภาพเคลื่อนไหว, การเล่าเรื่อง ตลอดจนการประกาศตำแหน่งแห่งที่ทางสังคมและการเมือง ของศิลปินผู้นี้”

“ผ่านการละเล่นกับเวลาและแสง อภิชาติพงศ์ได้สร้างสะพานที่แทบไม่มีใครมองเห็น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ท่องข้ามระหว่างโลกความจริงกับโลกแห่งจินตนาการ”

ด้านผู้กำกับฯ ชาวไทย กล่าวว่าตนเองรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัล Artes Mundi

“การชนะรางวัลในลักษณะนี้ ช่วยกระตุ้นให้ผมทำงานของตัวเองต่อไป รวมทั้งยืนหยัดที่จะตั้งคำถามต่อโลกที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ”

ที่มา https://www.bbc.com/news/uk-wales-46947242

https://www.theguardian.com/culture/2019/jan/24/thai-film-maker-wins-uk-contemporary-art-prize-artes-mundi

ภาพนำจาก http://www.kickthemachine.com/downloads/index.html

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

รวมมิตรข่าวจักรๆ วงศ์ๆ ต้นปี 2562 (ลือว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” จะลงจอต่อจาก “สังข์ทอง”!)

คลิกเลย – เปิดภาพตัวอย่าง “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก่อนลงจอ 17 มีนาคมนี้

“ขวานฟ้าหน้าดำ” รีเทิร์นจอโทรทัศน์!?

เมื่อ “สังข์ทอง 2561-62” ดำเนินเรื่องมาถึงช่วงปลายๆ มีแนวโน้มใกล้อวสานเต็มที

แฟนๆ ละครจักรๆ วงศ์ๆ ต่างพากันสืบหาข่าวคราวว่าละครเรื่องใดจะมาลงจอต่อใน “ช่วงเวลาทอง” ของเช้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี หรือ 35 HD

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ ที่น่าจะแพร่ภาพภายในช่วงปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาสสองของปีนี้ อาจเป็น “นางสิบสอง”

แต่ก็ไม่มีหลักฐานภาพถ่ายใดๆ มายืนยัน

กระทั่งล่าสุด อินสตาแกรมของ “สยม สังวริบุตร” ผู้บริหารค่ายดีด้า-สามเศียร ได้โพสต์รูปคู่ระหว่างสยมกับนักแสดงเด็กรายหนึ่ง ซึ่งแต่งหน้าแต่งกายและถืออาวุธคู่ใจคล้ายตัวละครนำของ “ขวานฟ้าหน้าดำ”

จึงเกิดกระแสข่าวว่า ละครเรื่องใหม่ที่จะมาแทน “สังข์ทอง” อาจพลิกโผกลายเป็น “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ก่อนหน้านี้ “สามเศียร” เคยผลิต “ขวานฟ้าหน้าดำ” เป็นละครโทรทัศน์สองครั้ง

ครั้งแรก ระหว่างเดือนธันวาคม 2526 – เมษายน 2527 ครั้งที่สอง ระหว่างเดือนธันวาคม 2540 – เมษายน 2541

ทั้งยังมีการนำเนื้อเรื่องเดียวกันไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์เรื่อง “อภินิหารขวานฟ้า”

ทั้งนี้ “ไพรัช สังวริบุตร” เคยกล่าวอธิบายไว้ในนิตยสารอะเดย์เมื่อปี 2547 ว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นเป็นบทประพันธ์ที่เขียนขึ้นใหม่ ไม่ใช่นิทานพื้นบ้านดั้งเดิม

ขวานฟ้าฯ นี่ เราซื้อเรื่องเขามา ซื้อขาด ผู้เขียนเคยอยู่เดลินิวส์ แต่ชื่ออะไรผมจำไม่ได้ ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ แต่คนทั้งหลายเขาก็ไม่รู้ ก็เอามาเล่น คิดว่าเป็นนิยายพื้นบ้าน

ไพรัชให้สัมภาษณ์ “สืบสกุล แสงสุวรรณ” ในรายงานพิเศษหัวข้อ “The King of Fantasia” (นิตยสารอะเดย์ ฉบับที่ 42 เดือนกุมภาพันธ์ 2547)

ขณะที่ในไตเติ้ลของละคร “ขวานฟ้าหน้าดำ 2540-41” และการ์ตูน “อภินิหารขวานฟ้า” ระบุตรงกันว่าเจ้าของบทประพันธ์เรื่องนี้ คือ “เสรี เปรมฤทัย” นักเขียนหนังสือนิทาน/หนังสือสรุปย่อเนื้อหาวรรณคดีชื่อดัง

อย่างไรก็ดี นอกจาก “สังข์ทอง” ทางช่อง 7 แล้ว “ขุนแผนแสนสะท้าน” ละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่องดาวเทียมจ๊ะทิงจาของบริษัทสามเศียร ก็กำลังจะอำลาจอพร้อมๆ กัน

จึงมีความเป็นไปได้ว่า ระหว่าง “นางสิบสอง” กับ “ขวานฟ้าหน้าดำ” อาจมีเรื่องหนึ่งที่จะฉายออกจอช่อง 7 หลัง “สังข์ทอง” อวสาน ส่วนอีกเรื่องจะต้องมาแทนที่ “ขุนแผนแสนสะท้าน” ในช่องดาวเทียม

“น้ำผึ้ง ธนภัทร” สำเร็จการศึกษาจากรามคำแหง ระหว่างเป็นนิสิตจุฬาฯ

นอกจากจะมีความสามารถด้านการแสดงและการขับร้องเพลง (เป็นเจ้าของเสียงร้องในเพลงนำละคร “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นล่าสุด)

“น้ำผึ้ง ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” ผู้รับบทพระธิดา “ประคองยศ” ใน “สังข์ทอง 2561-62” ยังเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้ และมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

ปัจจุบัน นอกจากกำลังศึกษาอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้ำผึ้งซึ่งเริ่มลงทะเบียนเรียนในคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ก็ได้สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตใหม่ของ ม.รามฯ เรียบร้อย

โดยเธอจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรใบแรกของชีวิตในเดือนมีนาคมนี้

หลังปีใหม่ เรตติ้ง “สังข์ทอง” แตะ 7 อีกหน

มาว่ากันถึงตัวเลขเรตติ้งล่าสุดของ “สังข์ทอง 2561-62” กันบ้าง

โดยเรตติ้งของ “สังข์ทอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม วันส่งท้ายช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นั้น พุ่งไปสูงถึง 6.976 ซึ่งจะอนุโลมให้ปัดขึ้นเป็น 7.0 ก็ยังได้

อย่างไรก็ตาม เรตติ้งของละครในสัปดาห์ถัดมากลับดร็อปลง เป็น 5.220 ในวันเสาร์ที่ 12 และ 6.476 ในวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/lorddida/

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com

ข่าวบันเทิง

“Destination Nowhere – วงษ์กลม” นิทรรศการวิดีโอและงานศิลปะของ “ประพัทธ์ จิวะรังสรรค์”

“ประพัทธ์ จิวะรังสรรค์” ศิลปินชาวไทยกำลังจัดแสดงนิทรรศการ “Destination Nowhere – วงษ์กลม” ที่ Gallery VER Project Room ระหว่างวันที่ 12 มกราคม – 16 กุมภาพันธ์นี้

นิทรรศการดังกล่าวจะประกอบด้วยวีดีโอศิลปะเรื่อง “Destination Nowhere” และชิ้นงานศิลปะอื่นๆ

destination nowhere5

“Destination Nowhere” ถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลคนหนึ่งที่เกิดในญี่ปุ่น แม่ของเขาเป็นแรงงานชาวไทยซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศดังกล่าวมานานหลายปีอย่างผิดกฎหมาย ไม่นานมานี้ เธอได้มอบตัวและถูกส่งกลับไทย

ศาลตัดสินเบื้องต้นว่าให้ส่งลูกของเธอกลับประเทศไทยด้วย แต่เขากำลังต่อสู้เพื่อสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นต่อไป

วิดีโอของประพัทธ์พยายามตั้งคำถามว่า เราควรตัดสินใจอย่างไรในกรณีนี้ เราควรยึดตามหลักกฎหมายหรือหลักมนุษยธรรม?

วีดีโอเรื่อง “Destination Nowhere” ได้รับการจัดฉายมาแล้วในเกือบ 10 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เช่น International Film Festival Rotterdam (The Netherlands), Open City Documentary Festival (UK), Singapore Art Museum, Winnipeg Underground Film Festival (Canada), Uppsala International Short Film Festival (Sweden)

และได้รับรางวัล Jury Prize ที่ Kinodot Film Festival (Russia)

director photo prapat

“ประพัทธ์ จิวะรังสรรค์” เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2522 เขาเป็นศิลปินทัศนศิลป์ชาวไทยที่มีพื้นฐานการทำงานด้านสหศาสตร์ศิลป์และการวิจัย

ประพัทธ์สร้างสรรค์งานจากสื่อหลากชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานภาพถ่ายและวีดีโอ งานของเขามักเกี่ยวข้องกับการสืบค้นและสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์, ความทรงจำ และการเมืองการปกครองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอพยพย้ายถิ่นฐาน

ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ประพัทธ์ได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์ของแรงงานต่างด้าวที่ออกมาทำงานนอกประเทศของตน

ผลงานศิลปะจัดวางของเขาได้ถูกนำไปจัดแสดงมาแล้วทั้งในและต่างประเทศ เช่น กรุงเทพฯ ลอนดอน ฮ่องกง โตเกียว และกวางจู

ในขณะที่ผลงานจากสื่อวีดีโอก็ได้ถูกนำไปจัดฉายในงานแสดงระดับนานาชาติมากมาย อาทิ Canada’s Image Festival, International Film Festival Rotterdam, Experimenta India และ Onion City Experimental Film and Video Festival

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ “Destination Nowhere – วงษ์กลม” ได้ที่ https://www.facebook.com/events/1619359241544155/#