จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ความโด่งดังของ “สังข์ทอง” นอกจอ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ”

“นักแสดงสังข์ทอง” นอกจอ “จักรๆ วงศ์ๆ”

นอกจาก “สังข์ทอง 2561” กำลังไปได้สวยในจอทีวีแล้ว

นักแสดงหลายคนของละครพื้นบ้านเรื่องนี้ ก็กำลังมีงานแสดงอื่นๆ เพิ่มเสริมเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน

เริ่มจาก “ชะชะช่า ท้ารัก” ละครเย็นเรื่องปัจจุบันของช่อง 7 ซึ่งผลิตโดยค่าย “ดีด้า” ซึ่งเปรียบเสมือนพี่น้องของ “สามเศียร”

ด้วยเหตุนี้ จึงมีนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ พาเหรดไปเล่นละครเย็นเรื่องดังกล่าวกันมากมาย

เริ่มตั้งแต่ “พลพจน์ พูลนิล” (พระราหูในเทพสามฤดู และ พระวิษณุกรรมในสังข์ทอง) “กชกร ส่งแสงเติม” (พระธิดาสุวรรณอัมพรในเทพสามฤดู) “ชนารดี อุ่นทะศรี” (พระธิดาปัทมา) “อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์” (นางพันธุรัต) “คริสเตียน เอเกิล” (เจ้าชายจิโอวานนี/เขยฝรั่ง) “กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข” (พระธิดาผกากรอง) “ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” (พระธิดาประคองยศ) รวมถึง “ธนเดช ดีสีสุข” (พระพิรุณในเทพสามฤดู และ พระอินทร์ในสังข์ทอง)

นอกจากนั้น ใน “สายโลหิต” ละครหลังข่าววันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่อง 7 ที่ผลิตโดยค่าย “ดาราวิดีโอ” ซึ่งเป็นดัง “พี่ใหญ่” ของ “ดีด้า-สามเศียร” ก็ยังได้ “โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” ผู้กำลังโด่งดังกับบท “เจ้าเงาะ” ไปร่วมแสดง

แม้บทบาทของปอนด์ โอภาภูมิ จะปรากฏใน “สายโลหิต ฉบับใหม่” เพียงชั่วระยะสั้นๆ แต่ก็มีความสำคัญต่อตัวเรื่องไม่น้อย เพราะเขาต้องแสดงเป็น “ขุนรองปลัดชู”

เตรียมจับจอง โมเดล/ฟิกเกอร์ “เจ้าเงาะ” เร็วๆ นี้

View this post on Instagram

อะไรเอ่ยชื่ออยู่ในป่าพ่อตาเกลียดนัก มาแว้วววภาพหลุดของชุดสะสมเจ้าเงาะตัวเหมือนจริง ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่จร้าาา่.. #สังข์ทอง #ทุกวันเสาร์อาทิตย์ 08.00น. #ช่อง7HD #สามเศียร #หนังเจ้า #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #สังข์ทองลูกแม่ @surasak_suwannawong @pupe_kessarin @pond_ophaphoom @naphop_prasoplab @chanuchtra @bookpobsil @tanapat @christian.agle @pimaunya @genetix_james @galgam @rath_rathsil @khwan_pinthip @mansupasin @pleng_chanaradee

A post shared by บริษัท สามเศียร จำกัด (@samsearn) on

อินสตาแกรมสามเศียรเผยแพร่ภาพโมเดล/ฟิกเกอร์ตัวละคร “เจ้าเงาะ” ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการจัดทำ

ต้องถือว่ามีไม่บ่อยครั้งนัก (เผลอๆ อาจเป็นครั้งแรก) ที่ตัวละครจักรๆ วงศ์ๆ จะถูกแปรสภาพมาเป็น “สินค้าสะสม” ชนิดนี้

ขณะเดียวกัน นี่ก็บ่งชี้ถึงความฮอตฮิตของ “เจ้าเงาะ” และละคร “สังข์ทอง 2561” ได้เป็นอย่างดี

ถ้าทางเรารับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องการวางขาย รวมทั้งราคาสินค้า จะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ

“สังข์ทอง” ประคองเรตติ้ง 8 ได้อีกหนึ่งสัปดาห์

หลายคนคงทราบกันแล้วว่า “สังข์ทอง” ยังคงครองตำแหน่งโปรแกรมโทรทัศน์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน 2561 ได้อีกสัปดาห์

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน ละครตอนที่ 61 คว้าเรตติ้งไปได้ 8.105 แม้ไม่ใช่ตัวเลขความนิยมสูงสุด ซึ่งเคยไต่ไปถึงระดับ 8.4 แต่ก็นับเป็นหนที่สามในรอบสองสัปดาห์ ที่ “สังข์ทอง” สามารถทำเรตติ้งได้ถึงหลัก 8

ต้องจับดูว่าละครตอนที่ 62-63 ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน จะโกยเรตติ้งไปได้ถึงตัวเลขไหน?

ข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week17-23-sept-2561/

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“สังข์ทอง” เรตติ้งทะลุ 8! – เมื่อนักแสดงต้องคลอดลูก กับภูมิปัญญาแก้ปัญหาสไตล์ “สามเศียร”

เรตติ้ง “สังข์ทอง” เกิน 8 แล้วจ้า!

View this post on Instagram

คอนเสิร์ตจะทิงจา สังข์ทอง ไทยประกันชีวิต สนุกสุดเหวี่ยงฟินๆที่เดอะมอล์ลบางกะปิ#สังข์ทอง #ทุกวันเสาร์อาทิตย์ 08.00น. #ช่อง7HD #สามเศียร #หนังเจ้า #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #สังข์ทองลูกแม่ @surasak_suwannawong @pupe_kessarin @pond_ophaphoom @naphop_prasoplab @chanuchtra @bookpobsil @tanapat @christian.agle @pimaunya @genetix_james @galgam @rath_rathsil @khwan_pinthip @mansupasin @pleng_chanaradee

A post shared by บริษัท สามเศียร จำกัด (@samsearn) on

ระหว่างวันที่ 10-16 กันยายน 2561 ละครพื้นบ้านเรื่อง “สังข์ทอง” ไม่เพียงแต่จะยึดครองตำแหน่งรายการโทรทัศน์ไทยที่มีเรตติ้งสูงสุดประจำสัปดาห์ได้อย่างสบายๆ อีกคำรบ

ทว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ สุดฮ็อตเรื่องนี้ ยังสร้างประวัติศาสตร์ให้ตนเอง ด้วยการโกยเรตติ้งเกินหลัก 8 เป็น (สอง) ครั้งแรก!

โดยในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน “สังข์ทอง 2561” คว้าความนิยมไป 8.054 เท่านั้นไม่พอ เรตติ้งยังพุ่งสูงขึ้นอีกในวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน ด้วยตัวเลขสวยหรู 8.412

หากเปรียบเทียบกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมค่ายในระยะไม่กี่ปีหลัง ดูเหมือน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นนี้ จะไล่จี้ “แก้วหน้าม้า 2558” จนกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนจะแซง/ทำลายสถิติได้สำเร็จหรือไม่นั้น วันเวลา รวมถึงกลวิธีการด้นสดและ “ออกทะเล (มหาสมุทร)” จะเป็นปัจจัยชี้ขาด

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week10-16sept-2561/

มรณกรรมของ “จันทาเทวี 2561” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย!

หนึ่งในความแตกต่างระหว่าง “สังข์ทอง 2561” กับละครฉบับปี 2550 ก็คือ ชะตากรรมของตัวร้ายอย่างพระมเหสี “จันทาเทวี”

ขณะที่ในเวอร์ชั่นที่แล้ว “จันทาเทวี” มีชีวิตยืดยาวจนถึงตอนท้ายๆ “จันทาเทวี 2561” กลับมีอายุสั้น และถูกสังหารโดยคนสนิท/คนกันเอง คือ “แม่เฒ่าสุเมธา” ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง (ตอนที่ 38 ออกอากาศวันที่ 7 กรกฎาคม 2561)

แฟนๆ ละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายรายอาจสงสัยว่าทำไมบทของ “จันทาเทวี” จึงถูกตัดทิ้งออกไปอย่างง่ายๆ ห้วนๆ เช่นนั้น

แต่หากใครติดตามอินสตาแกรมของ “อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี” ผู้รับบท “จันทาเทวี 2561” เราก็อาจค้นพบคำตอบ!

นั่นคือ ระหว่างถ่ายทำละครเรื่องนี้ “อ้อม ประถมาภรณ์” กำลังตั้งท้องพอดี และเธอได้คลอดลูกสาว “น้องอันดา” ในวันที่ 20 สิงหาคม หนึ่งเดือนกว่าๆ หลังจากบทบาท “จันทาเทวี” ในละครต้องยุติลง

ทั้งนี้ สามีของ “อ้อม ประถมาภรณ์” ก็มิใช่คนแปลกหน้าของสังคมละครพื้นบ้าน เพราะเขาคือ “พศิน ศรีธรรม” ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “บัวแก้วจักรกรด” (2549) “ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง” (2553) “เจ้าหญิงแตงอ่อน” (2555)

ที่สำคัญ พศินยังรับบทเป็น “องค์ชายสี่” ใน “สังข์ทอง 2550”

โดยสรุปแล้ว มรณกรรมของตัวละคร “จันทาเทวี 2561” จึงเป็นภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหานักแสดงตั้งท้องและคลอดลูกของค่ายสามเศียรนั่นเอง

คล้ายคลึงกับการเขียนบทพูดให้ตัวละครสมทบเช่น “หมื่นมิตร” ชี้แจงว่า “อำมาตย์อาจอง” (ที่รับบทโดย “กิตติ ดัสกร” ผู้ล้มป่วย) ต้องไปเก็บตัวฝึกพระเวทย์ ใน “เทพสามฤดู 2560”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้ง “สังข์ทอง” ทะลุ7 ทั้งเสาร์-อาทิตย์ – งานศึกษา “บ้านตายาย” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้งหลัก 7 งานง่ายของ “สังข์ทอง 2561”

สัปดาห์ที่แล้ว “สังข์ทอง 2561” ยังครองตำแหน่งรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุดของวงการโทรทัศน์ไทยได้อีกหนึ่งสมัย

แม้จะไม่สามารถทำลายสถิติเรตติ้ง 7.5 ซึ่งสร้างเอาไว้เมื่อวันที่ 2 กันยายน ทว่าผลสำรวจความนิยมระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน อาจถือเป็นหนแรกสุด ที่ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ ทำเรตติ้งได้เกินหลัก 7 ทั้งในวันเสาร์และอาทิตย์

โดยวันเสาร์ที่ 8 ก.ย. ละครพื้นบ้านยอดฮิตทำเรตติ้งได้ 7.106 ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. ตัวเลขความนิยมก็ขยับขึ้นเป็น 7.414

ดูเหมือนว่าการทำเรตติ้งได้ถึงระดับ 7 จะกลายเป็นเรื่องง่ายดาย สบายๆ ของ “สังข์ทอง 2561” ไปเสียแล้ว

ที่มาข้อมูล https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week3-9sept-2561/

มาตรวัดความดังของ “สังข์ทอง” นอกจากตัวเลขเรตติ้ง

นอกจากเรื่องเรตติ้งแล้ว ถ้าอยากทราบว่า “สังข์ทอง” ฮอตฮิตร้อนแรงขนาดไหน? เราอาจตรวจสอบได้จากปรากฏการณ์เหล่านี้

View this post on Instagram

มาเจอกันน๊าาา😘

A post shared by โด เร ม่อน (@surasak_suwannawong) on

งานศึกษาเรื่อง “บ้านตายาย” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ!

บ้านตายาย
ที่มา ยูทูบสามเศียร

“อิทธิเดช พระเพ็ชร” นักศึกษาปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนองานศึกษาว่าด้วย “บ้านตายาย” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ ในการประชุมวิชาการประจำปีด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา ครั้งที่ 1

อิทธิเดชเสนอว่า “บ้านตายาย” เป็นพื้นที่ทางสังคมที่มีลักษณะ “ขอบ-ข้าม-เชื่อม”

กล่าวคือ “บ้านตายาย” เป็นจุด “เชื่อม” ระหว่างชนชั้นต่างๆ ตั้งแต่กษัตริย์จนถึงชาวบ้าน

“บ้านตายาย” เป็นพื้นที่ที่มนุษย์-ยักษ์-ปีศาจ สามารถ “ข้าม” ไปมาหรือมีปฏิสัมพันธ์กัน นี่คือการตอกย้ำโลกทัศน์แบบ “ไตรภูมิพระร่วง” ที่ “เทวดา-มนุษย์-สัตว์” ซึ่งมีลำดับชั้นแตกต่างกัน ได้มีชีวิตอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

“บ้านตายาย” ยังเป็น “ขอบเขต” ของอาณาจักร คือ เป็นพื้นที่ที่อยู่พ้นไปจากกำแพงวัง หรือเป็นบริเวณ “ชายขอบ” ของชุมชนทางการเมืองในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ผู้สนใจสามารถอ่านรายงานข่าว ซึ่งสรุปประเด็นจากงานศึกษาของอิทธิเดชได้ที่ https://waymagazine.org/social-drama-series-anthropology/

ข่าวบันเทิง

“กระเบนราหู” สร้างประวัติศาสตร์! เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่คว้ารางวัลจากเทศกาลเวนิส

“กระเบนราหู” (Manta Ray) ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ “พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง” สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในสายการประกวดรอง Orizzonti Awards ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 75 มาครองได้สำเร็จ

กระเบนราหู เวนิส ทางการ

นี่คือหนังไทยเรื่องแรกสุดในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามเทศกาลหนังระดับ “แกรนด์สแลม” ของทวีปยุโรป (นอกจากคานส์และเบอร์ลิน)

kraben-rahu

“กระเบนราหู” เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างผู้อพยพชาวโรฮิงญากับชาวประมงคนไทย ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงประเด็นว่าด้วยอัตลักษณ์อันคลุมเครือ ตลอดจนภาวะเปราะบางบกพร่องของความเป็นมนุษย์

ภายหลังจากเข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่อิตาลี ก็เริ่มมีนักวิจารณ์หลายคนแสดงความเห็นต่อหนังไทยเรื่องนี้

กระเบนราหูคว้ารางวัล

คลาเรนซ์ สุ่ย แห่ง The Hollywood Reporter ชี้ว่า “กระเบนราหู” มิได้เป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมืองที่สำแดงตนผ่านภาพยนตร์ แต่ผลงานของพุทธิพงษ์ยังพยายามสำรวจตรวจสอบประสบการณ์อ้างว้างเดียวดายของผู้อพยพ นอกจากนั้น การขับเน้นความสำคัญของสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ยังส่งผลให้หนังเรื่องนี้มีความโดดเด่น

กระเบนราหูเทศกาลเวนิส

ริชาร์ด ไคเปอร์ส แห่ง Variety ระบุว่าหนังที่พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับอัตลักษณ์, การถูกบังคับย้ายถิ่นฐาน และมิตรภาพเรื่องนี้ ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ หลากหลายชั้น จนน่าจะเป็นที่ถูกใจของนักดูหนังบางส่วน

นักวิจารณ์ผู้นี้ยังชื่นชมงานลำดับภาพ, งานออกแบบเสียงประกอบ และงานถ่ายภาพของ “กระเบนราหู”

กระเบนราหู โปสเตอร์ทางการ

หลังได้รับรางวัลจากเวนิส “กระเบนราหู” จะออกตระเวนเดินทางไปร่วมเทศกาลหนังสำคัญแห่งอื่นๆ ในอีกหลายประเทศ อาทิ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา เทศกาลภาพยนตร์ซานเซบาสเตียน ประเทศสเปน และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

ที่มาข้อมูล

http://www.labiennale.org/en/news/official-awards-75th-venice-film-festival

https://www.hollywoodreporter.com/review/manta-ray-kraben-rahu-film-review-venice-2018-1140244

https://variety.com/2018/film/reviews/manta-ray-review-1202929088/

ที่มาภาพประกอบ

เพจเฟซบุ๊ก Manta Ray กระเบนราหู

เพจเฟซบุ๊ก La Biennale di Venezia

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

7.5! สถิติเรตติ้งใหม่ของ “สังข์ทอง”

เรตติ้ง “สังข์ทอง” พุ่งทะลุ 7.5 สูงสุดนับแต่ออกอากาศมา!

ยังพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ “สังข์ทอง 2561”

โดยล่าสุด ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 1 และ 2 กันยายน ละครเรื่องนี้โกยเรตติ้งไปได้ 6.678 และ 7.531 ตามลำดับ

ตัวเลข 7.5 ส่งผลให้ “สังข์ทอง” ยึดตำแหน่งรายการทีวีที่มีเรตติ้งมากสุดของประเทศ ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์

ขณะเดียวกัน นี่ยังเป็นสถิติ “ตัวเลขความนิยม” สูงสุด เท่าที่ละครพื้นบ้านเรื่องนี้เคยทำได้

ต้องจับตาดูว่าความฮ็อตฮิตของ “สังข์ทอง 2561” จะพุ่งทะยานไปถึงจุดไหน?

ข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week27aug-2sep-61/

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.instagram.com/pond_ophaphoom/

คำคม (แถมท้าย)

“ผมไม่ฝากอะไรกับคนรุ่นใหม่นะ ผมไม่ฝาก เพราะว่าคนรุ่นใหม่เขาก็มีแนวคิด มีวิธีคิดของเขา ผมก็เคยเป็นคนรุ่นใหม่ ผมเคยได้เห็นของเก่า 100 จะมี 1 คน 10 จะมี 1 คนที่ชอบ เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถไปบีบบังคับให้เขามาชอบ ให้เขามารัก

“แต่มันสำคัญตรงที่ให้เขาได้รู้ ให้เขาได้เห็น แล้วค่อยๆ ซึมซับ เพราะวัฒนธรรมทั้งหลาย ไปยัดเยียดให้หรือไปสอนตามโรงเรียน มันเป็นวัฒนธรรมลอยลม แต่ถ้าให้เขาเห็น ให้เขารู้ เกิดความรักและความชอบ แล้วผ่านการซึมซับ เขาจะแสวงหา และมีวิธีในการอนุรักษ์ และถ่ายทอดสืบทอดต่อไปเอง

“ผมไม่โทษรัฐบาล ไม่โทษหน่วยงานไหนๆ ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างมันเป็นไปตามสังสารวัฏ เป็นไปตามวัฏจักร ผมไม่ฝาก แต่บอกให้เข้าใจ มันจะเป็นอะไรก็เป็น วัฒนธรรม แต่ขอให้มีสื่อหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้เขารู้ ทำให้เขาเห็น ใน 100 คน มันจะมีสักคนหนึ่ง ที่มันดูแล้วจุดประกาย แล้วมันไปต่อยอดครับ”

 

ไอยเรศ งามแฉล้ม

อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะการแสดงไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หัวหน้าคณะมหาเทพบันเทิงศิลป์ สวดคฤหัสถ์

ข่าวบันเทิง

ไม่ควรพลาด! เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 22 ที่หอภาพยนตร์ ศาลายา

แวะเวียนมาบรรจบอีกคราวกับเทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 22 ซึ่งครั้งนี้เป็นหนแรกสุด ที่งานทั้งหมดจะย้ายมาจัด ณ หอภาพยนตร์ ศาลายา ระหว่างวันที่ 8-16 กันยายน 2561

เทศกาลภาพยนตร์สั้นหนนี้ยังอัดแน่นไปด้วยโปรแกรมจัดฉายหนังสั้นทั้งของไทยและต่างประเทศจำนวนมากมายเช่นเคย ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

This slideshow requires JavaScript.

ขณะเดียวกัน ความแปลกใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็คือ งานเสวนาที่หลากหลาย ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการโพสต์โปรดักชั่นในยุคดิจิทัล, การใช้โอเพ่นซอร์สซอฟแวร์ในการสร้างแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ของตนเอง ไปจนถึง กระบวนการพัฒนาโปรเจ็คท์ภาพยนตร์ขนาดยาว

นอกจากนั้น ในวันอังคารที่ 11 กันยายน ยังจะมี งานประชุมวิชาการด้านภาพยนตร์ศึกษา ครั้งที่ 8 เสริมเข้ามาอีกด้วย

ภาพยนตร์ศึกษา ครั้งที่ 8

ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเทศกาล ที่นี่

ลงทะเบียนรับบัตรเข้าชมเทศกาลล่วงหน้า ที่นี่

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“แม่เฒ่าสุเมธา” แห่ง “สังข์ทอง” เธอเป็นอีกคนที่มีดีกรีไม่ธรรมดา!

หลังจากวนเวียนหรือ “ด้น” กับบรรดาตัวละครอย่างเจ้าเงาะ หกเขย หกพระพี่นาง และท้าวสามนต์ มาพอหอมปากหอมคอ

ดูเหมือน “สังข์ทอง 2561” จะได้ฤกษ์ขยับขับเคลื่อนเรื่องราวไปสู่จุดอื่นๆ

ตั้งแต่การที่พระอินทร์จะแปลงกายลงมาท้าตีคลี เพื่อบีบให้พระสังข์ยอมเผยร่างทองของตนเอง

ไปจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดในนครยศวิมล ที่อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของแม่เฒ่าสุเมธา

มาพูดถึง “แม่เฒ่าสุเมธา” กันบ้าง

ตัวละครรายนี้รับบทโดย “กรองทอง รัชตะวรรณ” อดีตรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2530 ซึ่งปัจจุบันมีอายุย่าง 52 ปี

กรองทอง หรือ “คุณปู” ถือเป็นนางงามที่มีรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งในยุคดังกล่าว เพราะมีส่วนสูงถึง 170 เซนติเมตร (เธอเคยสัมภาษณ์สื่อว่าตัวสูงขนาดนั้นมาตั้งแต่อายุ 13 ปี)

กรองทองไม่ได้เล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ บ่อยครั้งนัก แต่ดูเหมือนเธอจะถูกโฉลกกับสื่อบันเทิงประเภทนี้อยู่ไม่น้อย

เพราะก่อนจะมารับบท “แม่เฒ่าสุเมธา” ใน “สังข์ทอง 2561” ที่โกยเรตติ้งทะลุหลัก 7 ไปเรียบร้อยแล้ว เธอก็เคยสวมบท “คุณท้าวแข่งจันทร์” ตัวร้ายใน “แก้วหน้าม้า 2558” ซึ่งสร้างประวัติการณ์ทำเรตติ้งทะลุหลัก 10 ในช่วงพีกสุดของละคร

เร็วๆ นี้ เราคงจะได้เห็นพระสังข์กลับไปขับเคี่ยวฟาดฟันกับ “แม่เฒ่าสุเมธา” อีกหนึ่งรอบ

ข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93

https://sootinclaimon.wordpress.com/2017/06/01/star-retro-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9A/

ภาพประกอบจาก

https://www.youtube.com/channel/UC25QRZSv1OIjJRYLepOeZog

https://www.instagram.com/krongthong_r

คนมองหนัง

บันทึกถึง “ขุนพันธ์ 2”

ในแง่ความสนุก ความลงตัว ความลื่นไหลของการเล่าเรื่อง ตลอดจนเทคนิคพิเศษต่างๆ หนังภาคนี้ดีกว่าภาคแรกแน่ๆ และมากๆ

ขุนพันธ์ 2 โปสเตอร์แนวตั้ง

จุดน่าสนใจและน่าถกเถียง คือ แก่นกลางหลักของหนัง ที่นำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับคาถาอาคม/ความเชื่อเชิงไสยศาสตร์และชุมโจรภาคกลาง มาอธิบายหรือสร้างความชอบธรรมให้แก่แนวคิดกระแสหลักว่าด้วย “อำนาจ-บารมี” แบบไทยๆ มากกว่าจะตีความองค์ประกอบเหล่านั้นในฐานะเรื่องเล่าของความเชื่อ/กลุ่มคน ซึ่ง “ต่อต้านอำนาจรัฐ”

แรกๆ หนังวางบุคลิกลักษณะของตัวละครหลายรายไว้อย่างมีมิติ เช่น คนดูจะได้สัมผัสกับ “เสรีไทย” ในมุมที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยครั้งนัก คือเป็น “เสรีไทยแบบเทาๆ” ที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นคนรักชาติ/ต้านญี่ปุ่น กับความเป็นคนนอกกฎหมายหรือคนในระบบกฎหมายที่ใช้อำนาจในทางไม่ถูกต้อง

แต่ท้ายสุด ความกำกวมสีเทาๆ เหล่านั้น ก็ค่อยๆ ถูกลบเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย จนเราได้เห็นเพียง “เสรีไทยหนุ่ม” ที่เกรี้ยวกราด อยากสร้างชื่อ แต่ขาดประสบการณ์, เราได้เห็นแค่นักการเมืองหรือคนปรารถนาอำนาจทางการเมืองที่สกปรก หักหลังมิตรสหาย, เราได้เห็นการเลือกตั้งอันฉ้อฉล รวมถึงข้าราชการเลวทรามจำนวนมาก

สภาวะอัปลักษณ์ทั้งหลายดังกล่าวจำเป็นจะต้องถูกขจัดทิ้ง ด้วยคุณอำนาจแห่ง “ความดี-ความศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งรวมศูนย์อยู่ที่ตัวละคร “ขุนพันธ์”

ขุนพันธ์

ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าคนทำหนังเรื่องนี้ ได้สกัดแยกชีวิตด้านต่างๆ ของ “ขุนพันธรักษ์ราชเดช” ตัวจริง ออกเป็นสองส่วน

ส่วนแรกนำไปประกอบสร้างเป็นตัวละคร “ขุนพันธ์” มือปราบตงฉิน-จอมขมังเวทย์-ท่านขุน (ข้าราชการจากระบอบเดิม) คนเดียวของสังคมตำรวจในภาพยนตร์

และส่วนที่สอง ซึ่งถูกเกลี่ยกระจาย/ผลักภาระไปให้ตัวละคร (ผู้ร้าย) รายอื่นๆ อาทิ

“ขุนพันธ์ตัวจริง” ไม่น่าจะแอนตี้นักการเมืองและระบบการเลือกตั้งชนิดหัวเด็ดตีนขาด เหมือนที่ “ตัวละครขุนพันธ์” อยู่ขั้วตรงข้ามกับตัวละครหลวงธำมรงค์และเสือฝ้าย เพราะอย่างน้อย อดีตข้าราชการตำรวจท่านนี้ก็เคยเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อยู่หนึ่งสมัย

เอาเข้าจริง “ขุนพันธ์” ก็ไม่ต่างจากหลวงธำมรงค์และเสือฝ้ายในหนัง ที่เริ่มต้นจากการเป็นคนท้องถิ่น-ข้าราชการ ซึ่งค่อยๆ สั่งสมบารมีในพื้นที่ แล้วลงเล่นการเมือง

เช่นเดียวกัน แม้หนังจะสร้างภาพ “ตัวละครขุนพันธ์” ให้มีลักษณะไม่เป็นเนื้อเดียวกับ “เสรีไทย” (เสือฝ้าย-ร.ต.อ.อัศวิน) แต่ในชีวิตจริง ชื่อเสียงในฐานะมือปราบของ “ขุนพันธรักษ์ราชเดช” นั้นกลับขจรขจายในยุค “หลวงอดุลเดชจรัส” ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ

ซึ่งหลวงอดุลฯ ก็มีอีกสถานะเป็นรองหัวหน้าขบวนการเสรีไทย และเป็นผู้เชื่อมประสานเสรีไทยเข้ากับกลไกของระบบราชการ

เท่ากับว่าเวลาเรานั่งดูตัวละครเสือฝ้าย หลวงธำมรงค์ หรือกระทั่ง ร.ต.อ.อัศวิน เงาบางด้านของ “ขุนพันธ์ตัวจริง” ก็กำลังปกคลุมทาบทับตัวละครเหล่านั้นอยู่ด้วย

อัศวิน

ขอยอมรับว่าตัวละครที่ผมแอบเห็นใจมากที่สุดใน “ขุนพันธ์ 2” คือ “ร.ต.อ.อัศวิน” ด้วยความรู้สึกว่าคนหนุ่มอย่างเขาไม่ควรจะต้องถูกลงโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมหนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ดังที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์

ตำรวจหนุ่มผู้นี้อาจจะมีลักษณะการทำงาน “เอาหน้า” อยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่แตกต่างอะไรกับรองเผด็จหรือสารวัตรอิศรา โดยที่สองคนหลังมิต้องรับโทษ/กรรมหนักเท่าอัศวิน

และเพียงแค่อัศวินเชื่อมั่นในหลักการวิทยาศาสตร์และไม่เชื่อในไสยศาสตร์ เขาก็ถึงกับต้องเกือบตายและเสียโฉม กลายเป็นชายหน้าตาอัปลักษณ์

ครั้นจะแก้แค้นคู่กรณีด้วยการหัดชกใต้เข็มขัดบ้าง หนังก็วาดภาพว่านั่นคือพฤติกรรมโหดเหี้ยมต่อผู้หญิง ขณะที่ภาพตอนอัศวินโดนตำรวจด้วยกัน (ซึ่งแฝงตัวไปเป็นโจร) เช่นขุนพันธ์ยิงกรอกปากนั้น กลับถูกนำเสนอออกมาอย่างไม่โหดร้ายสักเท่าไหร่

และแน่นอน พอท้ายสุด อัศวินหันไปเชื่อ ศึกษา และยอมรับในไสยศาสตร์ หนังก็ลงทัณฑ์เขาอย่างสาหัสและเจ็บปวดเกินบรรยาย