ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู 2560” จวนจะแตะ 7 แล้วจ้า! (ส่วนยอดคลิกชมทางยูทูบก็ร่วมล้านต่อตอน!!)

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” แรงทั้งในทีวีและยูทูบ

ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับเรตติ้งของ “เทพสามฤดู 2560”

โดยล่าสุด อินสตาแกรมของบริษัทสามเศียร ผู้ผลิตละครเรื่องนี้ออกแพร่ภาพทางช่อง 7 ได้ให้ข้อมูลว่า

เทพสามฤดู 11-12

เรตติ้งของละครในวันที่ 5-6 ส.ค. นั้นอยู่ที่ 6.3 และ 6.5 ส่วนเรตติ้งประจำวันที่ 12-13 ส.ค. ก็อยู่ที่ 6.2 และ 6.8 ตามลำดับ

เทพสามฤดู 13-14

เท่ากับว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ มีเรตติ้งจวนจะถึงหลัก 7 แล้ว แม้จะเพิ่งออกอากาศได้ไม่ถึง 20 ตอน (14 ตอน)

น่าสนใจว่าเมื่อตรวจสอบยอดผู้เข้าชมคลิปแบบ Full HD ของละครพื้นบ้านเรื่องนี้ ผ่านทางช่อง “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” ซึ่งเป็นบัญชียูทูบของดีด้า-สามเศียร ก็พบว่าจำนวนผู้เข้าชมคลิป “เทพสามฤดู” แบบย้อนหลังนั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

เช่น ตอนที่ 13 (12 ส.ค.) ซึ่งมียอดคลิกเข้าชมประมาณ 9.4 แสนครั้ง ขณะที่ตอนที่ 14 (13 ส.ค.) มียอดคลิกเข้าชมประมาณ 9.8 แสนครั้ง

ส่วนคลิปที่มียอดผู้ชมสูงสุด ณ ขณะนี้ คือ คลิปของตอนที่ 10 (30 ก.ค.) ซึ่งมียอดคลิกเข้าชมเกิน 1 ล้านครั้งเรียบร้อยแล้ว

(ข้อมูล ณ เวลา 03.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2560)

ของแถม

หลายสัปดาห์ก่อน ทางเว็บไซต์ประชาไทได้มาพูดคุยกับคนทำบล็อกนี้ในประเด็นว่าด้วยละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัยครับ

นี่คือตัวอย่างส่วนหนึ่งของบทสนทนา

รวมจักร

เรื่องเก่าเอามาฉายซ้ำคนยังนิยม

นักวิชาการหลายท่านเคยวิเคราะห์ถึงประเด็นนี้เอาไว้ว่า “นี่เป็นจารีตในการเสพมหรสพต่างๆ ของคนไทย ตั้งแต่พวกลิเก มาถึงละครจักรๆ วงศ์ๆ และละครหลังข่าวภาคค่ำ” ตามคำอธิบายนั้น คนไทยอาจไม่ได้ต้องการความแปลกใหม่ในเชิงเรื่องราวจากมหรสพประเภทต่างๆ แต่พวกเขานิยมดูความบันเทิงที่มันเป็นเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ บ้างวิเคราะห์ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องราว แต่สนใจตัวคนแสดงหรือดารามากกว่า คือเวลาดูหนังดูละคร พวกเขาไม่ได้สนใจว่าเรื่องราวมันจะดำเนินไปยังไง เรื่องจะจบลงอย่างไร ซึ่งไม่ค่อยเห็นด้วยกับการวิเคราะห์แบบนั้นเสียทีเดียว

“ผมไม่แน่ใจว่าการนิยมเสพเรื่องราวบันเทิงซ้ำๆ นั้น เป็นลักษณะเฉพาะของคนไทยที่แปลกและแตกต่างจากคนในสังคมอื่นๆ จริงหรือไม่? เพราะมันก็มีงานศึกษาจำนวนไม่น้อยที่พบว่านิทานในภูมิภาคหนึ่งๆ หรือกระทั่งนิทานจากทั่วโลกนั้น มักมีโครงสร้างเรื่องราว ‘ร่วม’ กันอยู่ และเรื่องราวพวกนั้นจากยุคสมัยและพื้นที่ที่แตกต่างกัน มันมีลักษณะของการ ‘ทำซ้ำ’ กันไปมา พร้อมๆ กับการตีความหรือใส่รายละเอียด ‘ใหม่ๆ’ บางอย่างลงไป”

ขณะเดียวกันคนไทยอาจไม่ได้นิยมเสพความบันเทิงซ้ำๆ ด้วยเหตุผลว่าพวกเขาไม่สนใจเรื่องราว ไม่สนใจเนื้อหาสาระ เพราะการได้ดูมหรสพเรื่องเดิมๆ อาจมี ‘หน้าที่’ บางอย่างของมันอยู่ การดูหนัง ดูละคร ที่มีโครงเรื่องเก่าๆ ซ้ำเดิม หมายความว่าคนดูจะสามารถ ‘คาดการณ์’ เรื่องราวของมหรสพนั้นๆ ได้

“มองในบางแง่ การคาดการณ์เรื่องราวได้อาจแสดงให้เห็นถึงอำนาจ และการเข้าถึงความรู้ของคนดู แทนที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้รับเรื่องราวใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงจากผู้ผลิตละคร ในฐานะคนที่ไม่รู้หรือแทบไม่รู้อะไรเลย”

นอกจากนี้ การคาดการณ์เรื่องราวต่างๆ ล่วงหน้าได้ ยังอาจทำให้การชมมหรสพมีรสชาติขึ้น ในกรณีของการชมละครจักรๆ วงศ์ๆ เราอาจนึกถึงภาพกลุ่มคนมาดูละครประเภทนี้หน้าจอทีวี ไปพร้อมๆ กับการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่าเรื่องราวจะดำเนินอย่างไรต่อไป ใครจะรักกับใคร ใครจะอยู่ ใครจะตาย อาจก่อให้เกิดชุมชนของคนดู หรือการสื่อสารในทิศทางอื่นๆ นอกเหนือไปจากการสื่อสารทางเดียวระหว่างภาพในจอกับคนดู ที่ต้องเพ่งสมาธิในการชม ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้มีความสำคัญ แต่มักถูกมองข้ามไป

หลายครั้งละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ชื่อเรื่องเดียวกันหรือมีโครงเรื่องเดียวกัน ถูกนำมาสร้างใน พ.ศ. ที่ต่างกัน ละครหลากหลายเวอร์ชั่นเหล่านั้นก็มีรายละเอียดเรื่องราวที่แตกต่างกันเยอะพอสมควร ชะตากรรมของตัวละครในเรื่องราวต่างเวอร์ชั่นก็แตกต่างกันไป ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือก็มี ฉะนั้น ในภาวะที่คล้ายจะ ‘คาดการณ์’ หรือ ‘ทำนาย’ ล่วงหน้าได้ของโลกละครจักรๆ วงศ์ๆ มันก็มีสิ่งที่ ‘คาดการณ์’ หรือ ‘ทำนาย’ ไม่ได้ แอบซ่อนอยู่

สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ที่นี่ ครับ

Advertisements
ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“เทพสามฤดู” เรตติ้งแซง “หน้ากากนักร้อง” แล้ว พร้อมเกร็ดข้อมูลละครพื้นบ้านอีกมากมาย

“เทพสามฤดู” เรตติ้งแซง “หน้ากากนักร้อง” แล้ว

6.5 เทพสามฤดู
ที่มา อินสตาแกรม “สามเศียร”

ถือว่าปิดท้ายเดือนกรกฎาคมได้อย่างสวยงามทีเดียว สำหรับ “เทพสามฤดู 2560”

เมื่อละครตอนที่แพร่ภาพในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 29 และวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค. สามารถโกยเรตติ้งไปได้ 6.5

ถึงแม้ว่าเรตติ้งดังกล่าวจะทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ อยู่เพียงลำดับที่ห้าของอันดับโปรแกรมยอดนิยมประจำช่องเจ็ดสี ระหว่างวันที่ 24-30 ก.ค. 2560 รองจากละครเย็น “มือปืนพ่อลูกติด” ละครค่ำ “มือเหนือเมฆ” ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 2 และเส้นทางบันเทิง

แต่ตัวเลขเรตติ้ง 6.5 ก็เพียงพอจะทำให้ “เทพสามฤดู” ได้รับความนิยมแซงหน้า “The Mask Singer 2” รายการยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่องเวิร์คพอยท์ไปแล้วเรียบร้อย เพราะในสัปดาห์ล่าสุด รายการประกวดร้องเพลงดังกล่าวได้เรตติ้งไปเพียง 6.1 (ที่มา เอจีบีนีลเซ่น)

คงต้องจับตาดูว่า “เทพสามฤดู 2560” จะมีเรตติ้งขึ้นต้นด้วยเลข 7 ภายในระยะเวลาเร็วๆ นี้หรือไม่?

อีกหนึ่ง “ภารตะสไตล์” ใน “เทพสามฤดู 2560”

ดังที่ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนว่า “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุด คล้ายจะรับอิทธิพลจากซีรีส์มหากาพย์อินเดียมามากเป็นพิเศษ (อ่านรายละเอียดที่นี่)

นอกจากฉาก “ศิวนาฏราช” ขององค์อิศรา และบทพูด “อาร้าย อาราย” ของมาตุลีเทพบุตรแล้ว

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ละครพื้นบ้านเรื่องนี้ ยังมีฉากที่วานร “วิปริตนันทเสน” เข้าไปเจรจากับท้าวตรีภพในท้องพระโรง ก่อนจะเนรมิตหางของตนเองให้กลายเป็นที่นั่งสูงเทียมบัลลังก์ของคู่เจรจา

(คลิกดูคลิปนาทีที่ 22.44-24.20)

ซึ่งถ้าใครคุ้นเคยกับ “รามายณะ-รามเกียรติ์” ก็คงพอจะจำได้ว่าฉากทำนองนี้มีความสอดคล้องกับตอนที่ “องคต” รับบททูตเข้าไปเจรจากับ “ทศกัณฐ์” ถึงในกรุงลงกาเป็นอย่างยิ่ง

ของแถม

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีโอกาสไปดูนิทรรศการศิลปะ “Sacrifice” ของคุณนักรบ มูลมานัส ที่หอศิลป์ กทม. สี่แยกปทุมวันมาครับ (น่าเสียดายที่นิทรรศการนี้ปิดฉากลงไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ค.)

คุณนักรบเป็นศิลปินภาพปะติดที่มีชื่อเสียง แต่จริงๆ แล้ว เขาจบการศึกษามาจากภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นี่ส่งผลให้คุณนักรบมีความผูกพันกับวรรณคดีไทยมากเป็นพิเศษ

และงานศิลปะจำนวนมากในนิทรรศการก็บ่งชี้ถึงความผูกพันดังกล่าวเป็นอย่างดี

เท่าที่เดินดูนิทรรศการ ผมชอบผลงานศิลปะของคุณนักรบในระดับ “มากๆ” อยู่สองชิ้น ซึ่งล้วนเกี่ยวพันกับละครพื้นบ้าน/จักรๆ วงศ์ๆ ทั้งคู่

นั่นคือ ผลงานที่นำเสนอตัวละคร “สังข์ทอง” และ “แก้วหน้าม้า” ได้อย่างมีเสน่ห์

เพราะด้านหนึ่ง คุณนักรบก็นำตัวละครเหล่านี้มาเล่นกับประเด็นการผสมผสานข้ามสายพันธุ์ทางวัฒนธรรมระหว่าง “ความเป็นฝรั่ง” กับวรรณคดีไทย

แต่อีกด้าน คุณนักรบก็พยายามเล่นกับ “มุมมอง” ของผู้เข้าชมงาน

โดยถ้าเรามองงานทั้งสองชิ้นนี้จากมุมหนึ่ง เราก็จะเห็นพระสังข์เป็นคนดำ และเห็นแก้วเป็นสตรีหน้าม้า แต่หากมองจากอีกมุม พระสังข์ก็จะกลายเป็นชายผิวขาว ส่วนแก้วก็จะกลายเป็นหญิงสาวรูปงาม

สังข์ทอง

แก้วหน้าม้า

ถือเป็นผลงานศิลปะที่น่าประทับใจทีเดียวครับ

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เผยเรตติ้ง “เทพสามฤดู” ประจำวันที่ 22-23 ก.ค.

อินสตาแกรม “สามเศียร” เปิดเผยเรตติ้งของละครพื้นบ้าน “เทพสามฤดู” ระหว่างวันเสาร์ที่ 22 และอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม

เรตติ้ง 22-23

ปรากฏว่าในวันที่ 22 ละครเรื่องนี้ทำเรตติ้งทะลุหลัก 6 อีกครั้งที่ 6.2 ก่อนจะตกลงมาเล็กน้อยเหลือ 5.9 ในวันที่ 23

ต้องจับตาดูว่าในวันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม เรตติ้งของ “เทพสามฤดู” จะพุ่งกลับมาเกิน 6 ได้ทั้งสองตอนอีกครั้งหรือไม่?

ส่วนของแถมท้ายประจำสัปดาห์นี้ คือ รูปน่ารักๆ จากอินสตาแกรมสามเศียรเช่นเดิมครับ

เมื่อพระโอรส-พระธิดา “เทพสามฤดู” กำลังจะพาเสด็จแม่ที่ต้องตกยากออกเร่ร่อนกลางป่าเพราะถูกใส่ร้ายกลับคืนบ้านเมือง บรรดาผู้ช่วยอย่าง “วิปริตนันทเสน” “สุรผัด” และ “เจ้างั่ง กระหังป่า” ก็ต้องเข้าวังตามไปด้วย

เด็จพ่อเทพสามฤดู

ภาพนิ่งนี้น่าจะเป็นตอนที่ “เทพสามฤดู” และคณะกลับถึงเมือง แล้วต้องมาเคลียร์ใจเคลียร์ปัญหาทั้งหมดกับ “ท้าวตรีภพ” พระบิดา ผู้เคยหลงเชื่อคำยุยงผิดๆ

สีหน้าแววตาของนักแสดง (โดยเฉพาะคุณไพโรจน์ สังวริบุตร) และองค์ประกอบต่างๆ ในฉากนี้ นับว่าน่าสนใจทีเดียวครับ อย่างน้อย นี่อาจเป็นตัวอย่างซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาวะที่ “อำนาจ” และ “อารมณ์ขัน” มาเผชิญหน้ากัน

ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“กระหัง”: จากข่าวแปลกที่ “บุรีรัมย์” ย้อนไปยัง “ไอ้งั่ง เทพสามฤดู” และ “นิทานวัดเกาะ”

(ที่มา “ผีกระหัง” : จากข่าวแปลกที่ “บุรีรัมย์” ย้อนไปยัง “ไอ้งั่ง” ใน “เทพสามฤดู” และ “นิทานวัดเกาะ” มติชนสุดสัปดาห์ 21-27 กรกฎาคม 2560)

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน หลายสำนักข่าว ทั้งสิ่งพิมพ์ ทีวี และออนไลน์ ต่างเล่นข่าวชาวบ้านหนองเสม็ด อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พบคน/สิ่งของปริศนาบินผ่านยอดไม้ยามค่ำคืน

โดยชาวบ้านจำนวนมากเชื่อกันว่าคน/สิ่งของดังกล่าวคือ “ผีกระหัง”

พ้นไปจากการรายงานข่าวเชิงปรากฏการณ์ “แปลกๆ” เกี่ยวกับความเชื่อว่ามี “ผีกระหัง” อาละวาดที่บ้านหนองเสม็ด

เว็บไซต์มติชนออนไลน์พยายามจะผลักประเด็น “ผีๆ” ให้เดินทางไปไกลกว่านั้น ผ่านการย้อนหลังกลับไปสำรวจข้อความจาก “กฎหมายตราสามดวง” ซึ่งมีเนื้อหาที่กล่าวถึง “ผี” จำพวกต่างๆ แต่กลับไม่มีชื่อ “ผีกระหัง” ปรากฏอยู่

ผู้สื่อข่าวมติชนยังได้สัมภาษณ์ “ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล” นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ตั้งคำถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ความเชื่อเรื่อง “ผีกระหัง” อาจจะเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ จึงไม่ปรากฏชื่อผีประเภทนี้ในเอกสารโบราณข้างต้น

อย่างไรก็ตาม อาจารย์รุ่งโรจน์เปิดทางเอาไว้ว่า ถ้าอยากได้ข้อสันนิษฐานที่ชัดเจนขึ้น คงต้องมีการค้นคว้าหลักฐานลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติม เช่น เอกสารของหมอบรัดเลย์ เป็นต้น (ดู https://www.matichon.co.th/news/602181)

ประเด็นน่าสนใจคือ ในช่วงขณะเดียวกับที่ชาวบ้านจากจังหวัดบุรีรัมย์ค้นพบสิ่งประหลาดที่พวกเขาเชื่อว่าน่าจะเป็น “ผีกระหัง” นั้น ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ของช่อง 7 อย่าง “เทพสามฤดู” (2560) ก็ได้ฤกษ์ประเดิมจอพอดี

ด้านหนึ่ง ดูเหมือน “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุด จะสามารถกอบโกยความนิยมจากมหาชนคนดูทีวีไปได้เช่นเคย หากพิจารณาจากผลการวัดเรตติ้งของนีลเซ่น หลังละครแพร่ภาพไปแล้ว 6 ตอน

โดยระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 1-2, 8-9 และ 15-16 กรกฎาคม 2560 ละครพื้นบ้านเรื่องดังกล่าวได้รับเรตติ้งไป 5.7-5.7, 5.2-5.4 และ 6.3-6.2 ตามลำดับ

อีกด้าน คือ ข้อเท็จจริงที่แฟนละครแนวนี้รับทราบกันดีว่าตัวละครสมทบที่โดดเด่นมากๆ รายหนึ่งใน “เทพสามฤดู” ทุกเวอร์ชั่น นั้นได้แก่ “ไอ้งั่ง กระหังป่า”

ในฉบับล่าสุด ผู้มารับบท “ไอ้งั่ง” คือ “ทับ ท่ากระดาน”

ส่วนผู้เคยโด่งดังสุดๆ กับการรับบทบาทเป็น “ผีกระหัง” ตนนี้เมื่อปี 2546 ก็ได้แก่ “ภิภัชพนธ์/คูณฉกาจ อภิวรสิทธิ์” หรือ “หนำเลี้ยบ” หนึ่งในบุคลากรที่เติบโตมากับกระบวนการผลิตละครจักรๆ วงศ์ๆ แบบครบวงจร จากนักแสดงเด็กสู่ผู้กำกับฯ ควบนักแสดงสมทบ ณ ปัจจุบัน

ขณะที่เมื่อย้อนไปในปี 2530 ผู้รับบท “ไอ้งั่ง กระหังป่า” ก็คือ “ถั่วแระ เชิญยิ้ม” ดาวตลกชื่อดังในเวลาต่อมา

ไม่แน่ใจว่าการหวนคืนจอของ “เทพสามฤดู” และการปรากฏกายอีกครั้งของ “ไอ้งั่ง กระหังป่า” ในเครื่องรับโทรทัศน์ตามครัวเรือน จะมีความเกี่ยวข้องกับ “ผีกระหัง” ที่บ้านหนองเสม็ดหรือไม่? มากน้อยเพียงใด?

นอกจากการเป็น “สองปรากฏการณ์” ที่บังเอิญเกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกัน

คนมองหนัง-696x447

เมื่อ “ผีกระหัง” มีความเชื่อมโยงอยู่กับ “เทพสามฤดู” ดังนั้น หากจะลองค้นคว้าสืบต่อจากรายงานข่าว-บทสัมภาษณ์นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ของเว็บไซต์มติชนออนไลน์ หนึ่งในเอกสารโบราณที่น่านำมาสำรวจตรวจสอบ ก็คือ หนังสือนิทานวัดเกาะเรื่อง “สามฤดู” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องดังกล่าว

โชคดีที่หนังสือวรรณกรรมวัดเกาะเรื่อง “สามฤดู” ฉบับตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อ ร.ศ.108 หรือ พ.ศ.2432 (บางส่วน) นั้นถูกจัดเก็บเอาไว้ในระบบดิจิตอลที่เว็บไซต์ “หนังสือเก่าชาวสยาม”

และเพียงแค่เลือกอ่านหนังสือเรื่อง “สามฤดู” เล่มที่ 1 (จากที่นำมาเก็บรวบรวมไว้ในเว็บไซต์ทั้งหมด 33 เล่ม) เราก็จะสามารถพบเจอบทเปิดตัวของ “ไอ้งั่ง กระหังป่า” โดยง่ายดาย ดังเนื้อหาว่า

“จะกล่าวถึงอ้ายงั่งกระหังเปรต

สถิตย์ในหิมเวศเปนเพศผี

แต่ก่อนนั้นมันเปนคนกายตนดี

อยู่กินที่เรือนบ้านมีภรรยา

แต่โง่เง่าเป็นงั่งเที่ยวนั่งจ้อ

ในใจคอร้ายนักเหมือนยักษา

กินของสดพุงไส้ตับไตตา

เนื้อ โค ม้า ทิง ถึก มฤคคี

กินดิบๆ หยิบลากใส่ปากเคี้ยว

ตัวเหม็นเขียวสาบสางเหมือนอย่างผี

ในตาปลิ้นลิ้นแลบถึงนาพี

ขนหัวชี้เขี้ยวงอกกลอกหน้าตา

เวลาค่ำออกหาภักษาหาร

สุริฉานเร่งเร่กลับเคหา

วันนั้นไปไม่พานอาหารมา

เต็มประดาหิวโหยโรยกำลัง

เห็นเมียนอนอยู่กับบุตร์สุดจะอยาก

หักคอลากกินไม่เหลือทั้งเนื้อหนัง

ไม่อิ่มหนำซ้ำบุตร์หยุดประทัง

ค่อยอิ่มนั่งกลอกหน้าในตาวาว

หมดลูกเมียเสียดายร้องไห้หา

ทั้งลูกยาก็เสียอีกเมียสาว

ตัวผู้เดียวอยู่ใยไม่ยืดยาว

ไปอยู่ดาวแดนดงพงพนา

กะด้งใส่สองข้างทำหางปีก

ก็บินหลีกเข้าในไพรพฤกษา

เที่ยวไล่เนื้อ โคถึก มฤคา

เปนภักษาชื่นบานสำราญใจ”

เป็นอันว่าถึงแม้ “ผีกระหัง” จะไม่ปรากฏนามใน “กฎหมายตราสามดวง” ทว่า อย่างน้อยที่สุด ผีประเภทนี้ก็มีตัวตนอยู่ใน “หนังสือนิทานวัดเกาะ” ตั้งแต่เมื่อ 128 ปีก่อนโน่นเลย

ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม “สามเศียร” และเว็บไซต์ “หนังสือเก่าชาวสยาม”

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” แรงทะลุ 6 และอิทธิพลซีรีส์มหากาพย์อินเดียต่อจักรๆ วงศ์ๆ ไทย

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ทะลุ 6 แล้วจ้า!!!

ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อินสตาแกรมของบริษัทสามเศียรได้รายงานผลการวัดเรตติ้งจำนวนผู้ชมละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “เทพสามฤดู” ระหว่างวันที่ 15-16 กรกฎาคม

เทพสามฤดูทะลุ 6

ผลปรากฏว่าในวันเสาร์ที่ 15 ละครเรื่องนี้คว้าเรตติ้งไป 6.3 ขณะที่วันอาทิตย์ที่ 16 เรตติ้งลดลงมาเล็กน้อยเป็น 6.2

นี่ถือเป็นสัปดาห์ดีๆ ที่ “เทพสามฤดู 2560” มีเรตติ้งทะลุหลัก 6 เป็นครั้งแรก และเป็นสัปดาห์ที่ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ได้รับความนิยมสูงสุดหลังจากแพร่ภาพมาได้ 6 ตอน

เมื่อพิจารณาสถิติของเอจีบี นีลเซ่น โดยละเอียด พบว่าระหว่างวันที่ 10-16 กรกฎาคม 2560 “เทพสามฤดู” นับเป็นรายการยอดนิยมอันดับสามของช่อง 7 มีเรตติ้งเป็นรองเพียงละครหลังข่าวค่ำวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เรื่อง “เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน” ที่ได้เรตติ้งไป 7.9 และละครเย็นวันธรรมดาเรื่อง “มือปืนพ่อลูกติด” ที่ได้เรตติ้งไป 6.9

เรตติ้ง

เมื่อเปรียบเทียบกับอีกหนึ่งสถานีใหญ่อย่างช่อง 3 รายการที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่องดังกล่าว คือ การถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลหญิงเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ซึ่งได้เรตติ้งไป 3.8 ส่วนละครหลังข่าวค่ำช่วงวันหยุดชุด “เดอะ คิวปิดส์” นั้น ได้เรตติ้งไป 3.7

เรตติ้ง 2

คู่แข่งสำคัญจริงๆ ของช่อง 7 ณ ปัจจุบัน จึงได้แก่ช่องเวิร์คพอยท์ ซึ่งแม้รายการยอดนิยมสูงสุดของช่องนี้อย่าง “The Mask Singer 2” จะเริ่มอ่อนกระแสลงไป แต่ยังได้รับเรตติ้งสูงถึงประมาณ 7.1 และ “หน้ากากนักร้อง” ก็ถือเป็นรายการเดียวของเวิร์คพอยท์ที่มีเรตติ้งเหนือกว่า “เทพสามฤดู” เพราะรายการยอดนิยมอันดับสองของช่อง คือ “I Can See Your Voice” ได้เรตติ้งไปราวๆ 5.7 เท่านั้น

อิทธิพลของซีรีส์มหากาพย์อินเดียต่อจักรๆ วงศ์ๆ ไทย

พร้อมๆ กับการได้รับความนิยมของ “เทพสามฤดู 2560” ซีรีส์มหากาพย์จักรๆ วงศ์ๆ จากอินเดีย ก็ยังไปได้สวยในสมรภูมิทีวีดิจิตอลไทย

โดย “สีดาราม ศึกรักมหาลงกา” ยังคงครองตำแหน่งรายการยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่อง 8 ด้วยเรตติ้งประมาณ 3.3 

ส่วน “รามเกียรติ์” ที่ไบรท์ทีวี ก็มีสถานะเป็นโปรแกรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่องเช่นกัน โดยมีเรตติ้งราว 0.4 

ปิดท้ายด้วย “อโศกมหาราช” ที่เป็นรายการยอดนิยมอันดับสองของช่อง 3 แฟมิลี่ โดยได้รับเรตติ้งไปประมาณ 0.7

ไม่แน่ใจว่า บรรดาผู้ชมละคร “เทพสามฤดู 2560” จะรู้สึกเหมือนผมไหมว่าละครฉบับนี้นั้นมีแนวโน้มจะได้รับอิทธิพลของซีรีส์ฝั่งอินเดียค่อนข้างสูง

(โดยไม่ต้องพูดถึงเรื่องชื่อเทวดาหรือระบบจักรวาลในละครจักรๆ วงศ์ๆ ซึ่งรับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอินเดียแน่นอนอยู่แล้ว)

เมื่อคราวผลิต “เทพสามฤดู 2546” ดูเหมือนทางสามเศียรจะพยายามผสมผสานอิทธิพลของ “เทพปกรณัมนานาชาติ” เข้ากับเรื่องราวพื้นบ้านแบบไทยๆ

นอกจากอาวุธ “พัดชีวิต” ที่มีอยู่ในนิทานเวอร์ชั่นดั้งเดิม ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก “ไซอิ๋ว” แล้ว ห่วงรัดศีรษะที่ใช้ปราบพยศ “เจ้างั่ง กระหังป่า” ในเวอร์ชั่นดังกล่าว ก็ทำให้หลายคนนึกถึงวรรณกรรมจีนเรื่องเดียวกัน ขณะที่จุดตายของตัวร้ายชื่อ “สามสี” ก็ดันไปพ้องกับ “อคิลลีส” ในเทพนิยายกรีกอย่างร้ายกาจ

มาถึง “เทพสามฤดู 2560” หากดูเฉพาะละคร 6 ตอนแรก คล้ายกับว่าอิทธิพลแบบอินเดียจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดพอสมควร

 

ตั้งแต่ฉาก “ศิวนาฏราช” ของ “องค์อิศรา” มาจนถึงการกำหนดบทพูด “อาร้าย อาราย” ให้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเทวดาอย่าง “มาตุลีเทพบุตร” ซึ่งชี้ชวนให้นึกถึงตัวละคร “พระนารทฤาษี” ผู้มีบทพูดประจำตัวอันแสนติดหูว่า “นาร้ายณ์ นารายณ์” ในซีรีส์เทพปกรณัมอินเดียหลายๆ เรื่อง

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าอิทธิพลของซีรีส์มหากาพย์อินเดียรูปแบบอื่นๆ จะปรากฏใน “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุดอีกหรือไม่? มากน้อยแค่ไหน?

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ตอน 3-4 รวมเกร็ด “กระหัง” จากเว็บข่าว-กฎหมายตราสามดวง-นิทานวัดเกาะ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ตอน 3-4 ยังเกิน 5

ผลการสำรวจเรตติ้งยอดผู้ชมของละครโทรทัศน์แนวจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่น 2560 ประจำวันที่ 8-9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังคงมีมาตรฐานใกล้เคียงกับละครที่ออกอากาศสองตอนแรกในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้น

เรตติ้ง 3-4
ภาพจากอินสตาแกรม “สามเศียร”

โดยในตอนที่ 3 และ 4 “เทพสามฤดู 2560” คว้าเรตติ้งไป 5.2 และ 5.4 ตามลำดับ ต่ำกว่าตัวเลข 5.7 ของสอนตอนแรกเล็กน้อย

ต้องจับตาดูว่ากระแสตอบรับที่มีต่อละครพื้นบ้านเรื่องนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด ทรง-ทรุด-รุ่ง?

ว่าด้วยประวัติศาสตร์ผี “กระหัง”

กระหังป่า
ภาพจากอินสตาแกรม “สามเศียร”

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายสำนักข่าวต่างเล่นข่าวชาวบ้านหนองเสม็ด อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พบคน/สิ่งของบินผ่านยอดไม้ยามค่ำคืน จนชาวบ้านเชื่อกันว่าสิ่งดังกล่าวคือ “ผีกระหัง” (อ่านรายละเอียดข่าว ที่นี่)

ต่อมา มีรายงานเกี่ยวเนื่องน่าสนใจ เมื่อเว็บไซต์มติชนออนไลน์ไปสำรวจข้อความจาก “กฎหมายตราสามดวง” ซึ่งมีเนื้อหาที่กล่าวถึง “ผี” จำพวกต่างๆ แต่กลับไม่มีชื่อ “ผีกระหัง” ปรากฏอยู่

โดยทาง ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ จาก ม.รามคำแหง ตั้งคำถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ความเชื่อเรื่องกระหังจะเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ จึงไม่ปรากฏชื่อผีประเภทนี้ในเอกสารโบราณ (อ่าน ที่นี่)

อย่างไรก็ตาม เมื่อบล็อกคนมองหนังลองตรวจสอบนิทานวัดเกาะเรื่อง “สามฤดู” (ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” ยุคหลัง) ที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อ ร.ศ.108 (พ.ศ.2432) และถูกจัดเก็บในระบบดิจิตอลที่เว็บไซต์ “หนังสือเก่าชาวสยาม”

พบว่ามีตัวละครเจ้างั่ง กระหังป่า ซึ่งแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ คุ้นเคยกันดี ปรากฏอยู่ในหนังสือนิทานวัดเกาะเรื่อง “สามฤดู” ตั้งแต่เล่มที่ 1

โดยบทเปิดตัวของตัวละครผีกระหังรายนี้มีเนื้อความว่า

“จะกล่าวถึงอ้ายงั่งกระหังเปรต
สถิตย์ในหิมเวศเปนเพศผี
แต่ก่อนนั้นมันเปนคนกายตนดี
อยู่กินที่เรือนบ้านมีภรรยา
แต่โง่เง่าเป็นงั่งเที่ยวนั่งจ้อ
ในใจคอร้ายนักเหมือนยักษา
กินของสดพุงไส้ตับไตตา
เนื้อ โค ม้า ทิง ถึก มฤคคี
กินดิบๆ หยิบลากใส่ปากเคี้ยว
ตัวเหม็นเขียวสาบสางเหมือนอย่างผี
ในตาปลิ้นลิ้นแลบถึงนาพี
ขนหัวชี้เขี้ยวงอกกลอกหน้าตา
เวลาค่ำออกหาภักษาหาร
สุริฉานเร่งเร่กลับเคหา
วันนั้นไปไม่พานอาหารมา
เต็มประดาหิวโหยโรยกำลัง
เห็นเมียนอนอยู่กับบุตร์สุดจะอยาก
หักคอลากกินไม่เหลือทั้งเนื้อหนัง
ไม่อิ่มหนำซ้ำบุตร์หยุดประทัง
ค่อยอิ่มนั่งกลอกหน้าในตาวาว
หมดลูกเมียเสียดายร้องไห้หา
ทั้งลูกยาก็เสียอีกเมียสาว
ตัวผู้เดียวอยู่ใยไม่ยืดยาว
ไปอยู่ดาวแดนดงพงพนา”

งั่ง

เกร็ดน่าสนใจต่อเนื่องกันก็คือ นิทานวัดเกาะเรื่อง “สามฤดู” เมื่อ ร.ศ.108 นั้น อาจแต่งโดยหลวงพัฒนพงศ์ภักดี (ทิม สุขยางค์) ผู้ประพันธ์หนังสือ “นิราศหนองคาย” อันโด่งดัง

โดยในสำเนาต้นฉบับลายมือเขียนอัตชีวประวัติของหลวงพัฒนพงศ์ภักดี ซึ่งปัจจุบันเผยแพร่ในเว็บไซต์วชิรญาณ มีเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่าเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ดำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) เจ้านายของหลวงพัฒนพงศ์ภักดี (ขณะดำรงตำแหน่งเป็นขุนจบพลรักษ์) ได้สั่งให้ขุนจบฯ แต่งหนังสือเล่นบทละครหลายเรื่อง ทั้งที่แต่งเองโดยไม่อาศัยสำเนาเรื่องเดิม และแต่งตาม/แต่งต่อจากสำเนาเรื่องเดิม

luang-patanaphong-pakdi-bio-4

ในส่วนที่แต่งจากสำเนาเรื่องเดิมนั้น มีเรื่อง “สามฤดู” รวมอยู่ด้วย โดยเหตุการณ์ช่วงที่ขุนจบพลรักษ์ (ทิม) แต่งหนังสือเล่นบทละครดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นก่อนหน้าที่เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ดำรงจะล้มป่วยลงใน ร.ศ.113 (ซึ่งสอดคล้องกับกับเวลาการตีพิมพ์หนังสือนิทานวัดเกาะช่วง ร.ศ.108 พอดี)

 

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” 2ตอนแรก, รู้ไหม? ใครคือ “เจ้างั่ง” ปี30, ภาพใหม่ๆ ของ “อุทัยเทวี” ช่อง3

“เทพสามฤดู” ประเดิมไม่เลว คว้าเรตติ้งสองตอนแรก 5.7

เปิดเผยออกมาแล้ว สำหรับตัวเลขเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” 2560 ที่เริ่มประเดิมออกอากาศในวันที่ 1-2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่าทั้งสองตอนได้เรตติ้งเท่ากันที่ 5.7

เทพสามฤดู เรตติ้งสองตอนแรก

นับว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับละครที่เพิ่งออนแอร์สองตอนแรก

ต้องจับดูกันว่าเมื่อละครตอนต่อๆ ไป ค่อยๆ ขยายเรื่องราวให้เข้มข้นขึ้น พร้อมกับการเพิ่มเติมตัวละครสมทบอีกมากหน้าหลายตา เรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้จะพุ่งทะยานไปถึงระดับไหน?

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม samsearn

เปิดภาพใหม่ๆ ของ “อุทัยเทวี” ช่อง 3

อินสตาแกรม penputtv ยังคงปล่อยภาพ-คลิปเรียกน้ำย่อยของ “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นช่อง 3 ออกมาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ

อุทัยเทวี พระเอกนางเอก ช่อง3

ซึ่งโทนภาพโดยรวมก็สอดคล้องกับกระแสข่าวที่ระบุว่าละครเวอร์ชั่นนี้จะเป็น “ละครแนวแฟนตาซี” มากกว่า “ละครจักรๆ วงศ์ๆ แบบดั้งเดิม”

ต้องมาพิสูจน์กันว่า “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นนี้จะถูกตีความ-นำเสนอออกมาอย่างไร? และจะโดนใจผู้ชมขนาดไหน?

แต่เบื้องต้นคงต้องรอวันแพร่ภาพที่แน่นอนก่อนเป็นลำดับแรกสุด

รู้ไหม? ใครรับบท “เจ้างั่ง กระหังป่า” เมื่อปี 2530

หนึ่งในตัวละครสมทบที่โดดเด่นของ “เทพสามฤดู” ทุกเวอร์ชั่น ก็คือ “เจ้างั่ง กระหังป่า”

โดยในเวอร์ชั่นล่าสุด ตัวละครรายนี้ถูกสวมบทบาทโดย “ทับ ท่ากระดาน”

ขณะที่ย้อนไปในเวอร์ชั่นปี 2546 “ภิภัชพนธ์ อภิวรสิทธิ์” หรือ “หนำเลี้ยบ” (ขณะนั้น น่าจะใช้ชื่อว่า “คูณฉกาจ วรสิทธิ์”) ก็โด่งดังแบบสุดๆ จากการควบบทบาทผีกระหังจอมกวนและผู้กำกับละครฉบับดังกล่าว

น่าสนใจว่าเมื่อย้อนไปในปี 2530 ผู้ที่มารับบทเจ้างั่ง ก็คือ “ถั่วแระ เชิญยิ้ม” ดาวตลกดัง ซึ่งตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ตอนนั้น “ถั่วแระ” น่าจะยังใช้ชื่อในวงการว่า “ปาน บิ๊กโจ๊ก”

งั่ง 30