Skip to content

10 ปี ผ่านไป… เกิดอะไรขึ้นหลังจาก “ลุงบุญมีระลึกชาติ” คว้า “ปาล์มทองคำ”?

ลิงผี

วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ผลงานภาพยนตร์ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” คือ หนังไทยเรื่องแรก (และเรื่องเดียวจนถึงปัจจุบัน) ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ มาครองได้สำเร็จ

“ก้อง ฤทธิ์ดี” อดีตสื่อมวลชน ซึ่งทำข่าวอยู่ที่คานส์เมื่อ 10 ปีก่อน วิเคราะห์ว่าชัยชนะของอภิชาติพงศ์ที่ฝรั่งเศสนั้น แยกไม่ขาดจากเหตุการณ์การประท้วงของคนเสื้อแดงในกรุงเทพมหานคร และการปราบปรามผู้ประท้วงโดยอำนาจรัฐ จนมีผู้ร่วมชุมนุมเสียชีวิตจำนวนมาก (ส่วนใหญ่คือคนอีสาน) ณ จังหวะเวลาเดียวกัน

เนื่องจาก “ลุงบุญมีระลึกชาติ” คือผลงานส่วนหนึ่งของโครงการศิลปะ “Primitive” ซึ่งอภิชาติพงศ์ตั้งใจผลิตงานชุดนี้เพื่อจะสำรวจตรวจสอบความทรงจำว่าด้วยภาคอีสานของตนเอง (เพราะเขาเติบโตขึ้นในภูมิภาคดังกล่าว) ไปพร้อมๆ กับการรำลึกถึงอดีตบาดแผลที่เคยเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการไล่ล่าคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น

ลุงบุญมี

วาระครบรอบหนึ่งทศวรรษที่หนังไทยได้รางวัลปาล์มทองคำ จึงดำรงอยู่เคียงคู่กับวาระครบรอบหนึ่งทศวรรษที่รัฐไทยล้อมปราบประชาชนอย่างโหดเหี้ยม

10 ปีผ่านพ้นไป ก้องมองว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังคงต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก (ล่าสุด คือการเผชิญหน้ากับไวรัสโคโรนา) โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคนทำหนังอิสระ ที่ยังประสบความยากลำบากในการแสวงหาเงินทุนสนับสนุน

ขณะที่การเมืองไทยก็ไม่ได้ไปไหนไกลกว่าเมื่อครั้งเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 หรืออาจย่ำแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้ไม่ต่างอะไรกับการเวียนว่ายตายเกิดของตัวละคร “ลุงบุญมี” รวมถึงแนวคิดหลักของ “สื่อภาพยนตร์” ที่แสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์คือกระบวนการของการทำซ้ำอยู่ตลอดเวลา หรือเป็นการตายและเกิดใหม่ระลอกแล้วระลอกเล่าโดยไม่รู้จบ ซึ่งเหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความทรงจำจากจุดกำเนิดเริ่มแรก

เจ้าหญิงปลาดุก

ในสภาวะเช่นนี้ พวกเราจึงดูจะต้องตกอยู่ในอาการหมอบราบมากกว่าจะเป็นผู้ประกาศชัยชนะ นับจากค่ำคืนประวัติศาสตร์ของ “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ที่คานส์เมื่อ 10 ปีก่อน

ทางด้านอภิชาติพงศ์เองก็มีทัศนะคล้ายคลึงกัน หากพิจารณาจากบทสัมภาษณ์ล่าสุด ที่เขาสนทนากับ “นคร โพธิ์ไพโรจน์” ซึ่งเผยแพร่ทางเพจ Film Club

เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำชาวไทยแสดงความรู้สึกว่าแวดวงภาพยนตร์ ณ ปัจจุบันนั้นขาดแคลนความน่าตื่นเต้น ทั้งในแง่ที่ทางของหนังอิสระในสังคมไทยที่ยังจำกัดจำเขี่ย รวมทั้ง “ความเฉื่อยชา” ที่กำลังเกาะกินความคิดสร้างสรรค์ในวงการหนังไทยและหนังโลก

ลุงบุญมี ฉากโต๊ะทานข้าว

อภิชาติพงศ์ตั้งข้อสังเกตว่า ความซบเซาของภาพยนตร์นั้นสวนทางกับความตื่นตัวทางการเมืองในสังคมไทยร่วมสมัย โดยขณะนี้ ความตื่นตัวที่ว่ายังไม่ได้ผลิดอกออกผลในหนังไทย หรือยังไม่มีจุดเชื่อมโยงที่ลงตัวระหว่างสองพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับผู้กำกับฯ “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ความตื่นเต้นจะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนทำหนังได้เรียนรู้/ค้นพบวิธีที่จะเรียบเรียงประเด็นทางการเมืองที่นำเสนอหรือถูกพูดถึงได้ยาก ออกมาเป็นภาพยนตร์

เรียงเรียงข้อมูลจาก 

https://www.bangkokpost.com/life/arts-and-entertainment/1922384/uncle-boonmee-at-10

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: