คนอ่านเพลง

คอนเสิร์ต “ดึกดำบรรพ์ #201”: การตลาดอันน่าทึ่ง, โชว์ที่อิ่มเอม แต่ (แค่) เกือบจะเต็มอิ่ม

หนึ่ง

IMG_3015

มาเริ่มที่เซ็ตลิสต์กันก่อนเลยครับ

อินโทร: รักนิรันดร์ (บรรเลง)

รักล้นใจ

ทั้งรู้ก็รัก

ขีดเส้นใต้

เพราะเธอ

เล็กๆ น้อยๆ

ทะเล

ชีวิตไร้สังกัด

โอ้ใจเอ๋ย

(ย้ายไปโซนพิเศษ สนับสนุนโดยกระเบื้องไดนาสตี้ ไทล์ท้อป)

สัมภาษณ์พูดคุยกับดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ โดยแขกรับเชิญ น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

In the Darkness of My Life

ผีเสื้อ (แขกรับเชิญ วิยะดา โกมารกุล ณ นคร และ บิลลี่ โอแกน)

หยดน้ำ

บอกรัก

ด้นสดเพลงบลูส์ (น้าเน็กร่วมร้อง-เล่าข่าวกับชรัส มีพนเทพและปั่นเล่นกีต้าร์) เนื้อหาว่าด้วยป้าทุบรถ, หวย 30 ล้าน และนาฬิกาปริศนา

ปาฏิหาริย์

เพียงแค่ใจเรารักกัน

รักเองช้ำเอง

รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง (แขกรับเชิญ ติ๊ก ชิโร่)

รักเธอมากกว่าใคร (แขกรับเชิญ ติ๊ก ชิโร่)

Together, We Go (เพลงประจำบริษัทไดนาสตี้ ไทล์ท้อป แต่งโดยพนเทพ)

A Tu Corazon (สู่กลางใจเธอ)

ส่องกระจก

คนขี้เหงา

ตลอดไป

คนไม่มีวาสนา

เฝ้าคอย

รักนิรันดร์

รักยืนยง

เพราะฉะนั้น

หลับตา

สอง

จำนวนผู้ชมราวๆ สามพันคน เกือบเต็มสถานที่จัดงาน (ทีแรก ผมประเมินว่าน่าจะน้อยกว่านี้)

คนดูส่วนใหญ่นั่งชมโชว์อย่างเหนียวแน่นตลอดสามชั่วโมง ไม่เหมือนคอนเสิร์ตริธึ่มแอนด์บอยด์ที่ผมไปดูช่วงต้นกุมภาฯ ที่ผู้ชมจำนวนไม่น้อยเดินเข้าๆ ออกๆ หรือบางคนเดินออกตั้งแต่ครึ่งทางแรก จนน่ารำคาญ (สำหรับคนที่ยังนั่งชม/ฟังอยู่)

ที่สำคัญโชว์เริ่มตรงเวลา 19.00 น. แบบเป๊ะๆ (ไม่ค่อยเห็นคอนเสิร์ตไทยที่เริ่มตรงเวลาขนาดนี้)

สาม

ช่วงหลังๆ เหมือนคอนเสิร์ตไทยจะพยายามหามูลค่าเพิ่มอะไรบางอย่าง ที่จะช่วยให้โชว์เป็นมากกว่าการร้อง-แสดงดนตรีกลางเวที (เพื่อดึงดูดผู้ชม เพราะกลัวว่าดนตรีอย่างเดียวจะเอาผู้ชมไม่อยู่) คอนเสิร์ตล่าสุดของดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ ก็หนีไม่พ้นลักษณะร่วมข้อนี้

ทางวงและบีอีซี เทโร ซึ่งเป็นผู้จัด จึงเชิญน้าเน็กขึ้นมาพูดคุยกับน้าพนเทพ น้าชรัส น้าปั่น บนเวที ซึ่งตามความเห็นส่วนตัว ผมรู้สึกว่าการปรากฏกายของน้าเน็กส่งผลให้จังหวะของโชว์โดยรวมสะดุดลงพอสมควร ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เพลงรัก 8-9 เพลงแรกของน้าๆ กำลังทำงานได้ดี คนฟังกำลังอิน จวนจะถึงไคลแม็กซ์อยู่แล้วเชียว ทว่าจู่ๆ ความต่อเนื่องดังกล่าวกลับถูกระงับกลางคัน

แต่ใช่ว่าการมาของน้าเน็กจะไม่มีผลบวกเอาเลย ผมชอบช่วง “ด้นบลูส์” (จริงๆ คงมีการซ้อมการเตี๊ยมเนื้อกันมาบ้าง) ที่น้าเน็กพาคุณลุงนักเพลงโรแมนติกสามคนไปข้องแวะกับเรื่องป้าทุบรถ หวย 30 ล้าน และนาฬิกาข้อมือ

อย่างน้อย การนำประเด็นเรื่องนาฬิกาบนข้อมือบิ๊ก… มาแซวเล่นบนเวทีเพลงป๊อป ให้คนดู (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง กทม. วัย 35-40 อัพ) ขำขันกันครึกโครม ก็แสดงให้เห็นแนวโน้ม “ขาลง” ของผู้มีอำนาจบางคน/บางคณะได้ชัดเจน

ทว่า ผมค่อนข้างเบื่อกับมุขแซวพนเทพเรื่องเป็นคนพูดน้อยของน้าเน็ก

หลายปีหลัง ผมตามดูน้าตุ่น พนเทพ ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเล็ก กลาง ใหญ่ มาต่อเนื่องพอสมควร ผมพบว่าถ้าไม่มีคนมาบี้ มาจี้ ให้แกพูด แกก็ไม่ใช่คนพูดน้อย แถมยังพูดจาเป็นเรื่องเป็นราว (สนุกสนานเพลิดเพลิน – แต่อาจไม่ตลกโปกฮา) เสียด้วย เช่น ผมยังประทับใจเมื่อครั้งที่น้าตุ่นนั่งเล่าที่มาของเพลงรักหลายเพลง (อาทิ หลับตา และ เพียงแค่ใจเรารักกัน) อย่างออกรสและละเอียดลออ ในคอนเสิร์ตรักนิรันดร์

กลายเป็นว่ายิ่งน้าเน็กไปแซวเพื่อจี้ให้แกพูดนั่นแหละ น้าตุ่นจึงยิ่งพูดไม่ออก และพอน้าเน็กลงจากเวที น้าตุ่นก็สามารถพูดจายาวๆ ออกมาได้ แถมยังเป็นใจความสำคัญประการหนึ่งของคอนเสิร์ตนี้เสียด้วย (จะกล่าวถึงต่อไป)

สี่

IMG_3035

พูดถึงแขกรับเชิญ พี่ตุ๊ก วิยะดา ที่มาร่วมร้องเพลง “ผีเสื้อ” แบบนิดๆ หน่อยๆ พ่วงด้วยพี่บิลลี่ (ที่มีส่วนร่วมน้อยลงไปอีก) ก่อนจะหยอดมุขเล็กๆ น้อยๆ ตบท้าย นั้นไม่ส่งผลต่อโชว์มากนัก (พูดอีกอย่าง คือ มีหรือไม่มีก็ได้)

แขกรับเชิญอีกราย คือ พี่ติ๊ก ชิโร่ ที่มาพร้อมเพลงเอกยุคหลังของแกอย่าง “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” และร่วมแจมใน “รักเธอมากกว่าใคร” ต่ออีกเพลง

เสียงสูงของพี่ติ๊กยังคงทรงพลังและยอดเยี่ยมเสมอ เช่นเดียวกับลูกเล่นและอารมณ์ขันอันแพรวพราว ตั้งแต่การเอาการ์ดอะไรสักอย่างมาใช้แทนปิ๊กกีต้าร์ การไม่ตัดป้ายยี่ห้อออกจากเสื้อผ้าและรองเท้า จนถึงเครื่องเป่าเขาสัตว์ข้างกาย (แม้มุขท้ายๆ จะหวาดเสียวไปนิด ตามความเห็นผม)

อย่างไรก็ตาม ผมยังแอบคิดว่าน้าๆ น่าจะใช้ประโยชน์เรื่องดนตรีจากพี่ติ๊กให้มากกว่านี้อีกสักนิด

ห้า

IMG_3012

อีกจุดหนึ่งที่ดูแปลกและโดดเด่นมาตั้งแต่ช่วงโปรโมทคอนเสิร์ต คือ สถานะการเป็นเมนสปอนเซอร์ของ “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป” บริษัทผลิตและจำหน่ายกระเบื้องรายใหญ่ (ระดับเข้าตลาดหลักทรัพย์)

ทีแรกผมนึกว่าตัวเองแปลกใจเรื่องนี้แค่คนเดียว แต่พอน้าพนเทพ-น้าชรัส ไปพูดคุยกับพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก ในรายการวิทยุช่วงก่อนคอนเสิร์ต พี่ป๊อดก็ถามถึงเรื่องนี้เหมือนกันว่าไดนาสตี้ฯ คือใคร? ทำอะไร?

แล้วในวันแสดงสด เมื่อน้าเน็กมาถึง ก็เปิดฉากแซวทันทีเรื่องที่คอนเสิร์ตนี้มีบริษัทผลิตกระเบื้องเป็นสปอนเซอร์หลัก

อย่างไรก็ตาม ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า น้าๆ วงดึกดำบรรพ์ฯ สามารถจัดการ “สิทธิประโยชน์” ตรงส่วนนี้ได้ดีและน่าทึ่งเอามากๆ

คอนเสิร์ตอุทิศเวลาให้เมนสปอนเซอร์อยู่สองช่วง

ช่วงแรก เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการขึ้นเวทีของน้าเน็ก โดยน้าเน็กและน้าๆ ดึกดำบรรพ์ ได้โยกย้ายไปยังมุมพิเศษด้านซ้ายสุดของเวที ซึ่งจัดสร้างไว้เหมือนฉากรายการทีวี ผนังของฉากทำจากกระเบื้องไดนาสตี้ทั้งหมด

แล้วน้าเน็กก็ชงให้น้าแต๋ม ชรัส พูดอธิบายเชิงทีเล่นทีจริงว่า “ผลิตภัณฑ์กระเบื้อง” นั้นมีความสำคัญกับ “ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย” ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังไง (คนแก่ มีบ้าน ถ้าจะทำ/ซ่อมห้องน้ำ ควรหากระเบื้องดีๆ เพราะหากคุณลื่นล้มขึ้นมา เส้นเลือดในสมองแตก ก็ต้องรักษาเยียวยากันใหญ่โต ส่วนน้าปั่นพูดเสริมว่า ไม่ใช่แค่ห้องน้ำหรอก แต่ห้องอื่นก็ต้องใช้กระเบื้องดีเหมือนกัน)

น้าๆ ใช้เวลากับ “พื้นที่พิเศษ” ตรงนั้นหลายสิบนาที (เผลอๆ น่าจะเกือบครึ่งชั่วโมง) ผ่านการพูดคุยและร้อง-เล่นเพลงแนวโฟล์กซอง (เพื่อรำลึกความหลังครั้งยังเรียนรามคำแหง) จำนวน 5 เพลง

ช่วงที่สอง คือ การร้อง “เพลงพิเศษ” ในช่วงคั่นกลางระหว่างการลงเวทีของติ๊ก ชิโร่ กับพาเหรดเพลงรักส่งท้ายคอนเสิร์ต

เพลงพิเศษนี้มีชื่อว่า “Together, We Go” ซึ่งเป็นผลงานที่พนเทพแต่งให้บริษัทไดนาสตี้ฯ เพื่อใช้เป็นเพลงประจำองค์กร

จากนั้น พนเทพที่มักถูกแซวว่าพูดน้อย ก็อธิบายแจกแจงถึงสาเหตุในการเข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลักของบริษัทผู้ผลิตกระเบื้องรายนี้

เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าของไดนาสตี้ฯ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเซนต์คาเบรียลของพนเทพ เมื่อบีอีซี เทโร ได้ข้อสรุปกับวงดึกดำบรรพ์ฯ เรื่องการจัดคอนเสิร์ต พนเทพจึงลองหยอดคำถามผ่านไลน์ไปถึงเพื่อนสมัยเรียนว่าสนใจจะมาเป็นเมนสปอนเซอร์คอนเสิร์ตนี้มั้ย? ก่อนที่เพื่อนจะตอบตกลงโดยดี ด้วยแนวคิดว่าถ้าคุณลุย ผมก็ลุย

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อคอนเสิร์ต “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์ส ดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต”

หก

IMG_3045

สถานะของไดนาสตี้ ไทล์ท้อป ในคอนเสิร์ตใหญ่ของดึกดำบรรพ์ นำไปสู่เรื่องน่าสนใจหลายข้อ

ข้อแรก นี่เป็นวิธีจัดโชว์บิซที่น่าสนใจ เพราะบีอีซี ที่เป็นโปรโมเตอร์ ไม่ได้เป็นผู้หาสปอนเซอร์หลักเอง แต่กลายเป็นว่าศิลปินเจ้าของคอนเทนต์ต่างหาก ที่เป็นผู้หาเมนสปอนเซอร์ (ผมไม่แน่ใจว่ามีการแบ่งรายได้เฉพาะส่วนนี้กันยังไง? 50-50?)

เอาเข้าจริง การได้ไดนาสตี้ฯ มาเป็นสปอนเซอร์ มันก็คือการหางบโฆษณา/งบสนับสนุน ที่อาศัยคอนเนคชั่นแบบคนรุ่นเก่านั่นแหละ คือ สายสัมพันธ์สนิทสนมส่วนตัว สามารถนำมาสู่เงินทุนสนับสนุนก้อนใหญ่จากสปอนเซอร์บางเจ้าได้

จุดอ่อนของการหาเงินแบบนี้ในยุคออนไลน์/โซเชียลมีเดีย ก็คือ คุณอาจอาศัยความสนิทสนมส่วนตัวหาเงินมาได้ แต่ถ้าตัวสินค้าของผู้ให้เงินไม่แมทช์กับคอนเทนต์ที่ได้รับการสนับสนุน (เพจ/เว็บไซต์/อีเวนต์/คอนเสิร์ต ฯลฯ) มันก็จะกลายเป็นว่าเจ้าของสินค้านั้นให้เงินคนจัดงาน/คนทำคอนเทนต์แบบฟรีๆ หรือให้เปล่า โดยตนเองไม่ได้อะไรกลับไป

(บางรายตัวคอนเทนต์อาจมีกระแสตอบรับดี แต่กระแสนั้นแทบไม่เชื่อมโยงไปถึงผู้สนับสนุน ขณะที่บางรายคอนเทนต์แป้ก และแน่นอน พอไม่มีคนเสพเนื้อหา ก็ย่อมไม่มีคนรู้จักสปอนเซอร์เพิ่มขึ้น)

แต่สายสัมพันธ์ระหว่างดึกดำบรรพ์ฯ กับไดนาสตี้ฯ ไปไกลกว่าจุดอับตรงนั้น

ไม่ใช่เพียงเพราะการพยายามแทรกสปอนเซอร์เข้ามาในโชว์

แต่เป็นการแทรกสปอนเซอร์เข้ามาได้อย่างน่ารัก แนบเนียนพอสมควร

ระหว่างการไท-อินช่วงแรก ผมแอบนึกถึงป้าตือ แต่นี่คงเป็น “ตือสนิท” เวอร์ชั่นซอฟท์ๆ สไตล์ชรัส

ช่วงร้องเพลงองค์กร จริงๆ มันมีโอกาสสูงมาก ที่จะออกมาชวนยี้ หากใช้วิธีการนำเสนอในแนวดราม่าหรือยกย่องผู้สนับสนุนเกินจริง (ผมเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่คนดูพากันเมินการแสดงสดบนเวทีไปชั่วขณะ เมื่อมีการกล่าวยกย่อง -จนเลิศลอย- และเชิญผู้บริหารผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบางราย ขึ้นมาร้องเพลงในงานคอนเสิร์ต)

แต่พอพนเทพเริ่มเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสปอนเซอร์ ในฐานะเพื่อนกับเพื่อน เพื่อนที่เชื่อใจไว้ใจกัน แรงต้านที่อาจมีขึ้นได้ก็เหือดหายไปซะเฉยๆ

โอเค ตัวเพลง Together, We Go อาจไม่ได้ไพเราะกินใจในระดับครีม แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายย่ำแย่ แถมยังมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเพลงอื่นๆ ในคอนเสิร์ตมากพอสมควร และอย่างน้อย คนดูก็พากันปรบมือเมื่อเพลงบรรเลงจบ

ไม่เพียงแค่ไดนาสตี้ฯ จะถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของโชว์อย่างไม่น่าเกลียดจนเกินไป แต่ผู้ผลิตกระเบื้องรายนี้ยังเป็นสปอนเซอร์หลักซึ่งปรากฏในคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมประมาณ 3 พันคน (เป็นคนชั้นกลางวัยกลางคนสัก 60-70 เปอร์เซ็นต์) และเป็นคอนเสิร์ตที่ตรึงคนดูอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ

ที่สำคัญ คนดูไม่มีอาการแปลกแยกจากสปอนเซอร์สักเท่าไหร่

อาจสามารถสรุปสัมฤทธิผลเบื้องต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างไดนาสตี้ ไทล์ท้อป กับดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ ได้ว่า แฟนเพลงของดึกดำบรรพ์ฯ รับรู้ถึงการมีอยู่ของกระเบื้องไดนาสตี้ฯ พวกเขาไม่มีท่าทีต่อต้าน/รำคาญผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ส่วนพวกเขาจะใช้บริการ/เลือกซื้อสินค้าดังกล่าวไหม? นั่นเป็นอีกกรณีหนึ่ง

เจ็ด

IMG_3029

มาว่ากันที่โชว์ของน้าๆ สามคนกันบ้าง

ผมชอบจังหวะออกสตาร์ทคอนเสิร์ตด้วยบทเพลงรัก 9 เพลง สะดุดกับช่วงน้าเน็กเล็กน้อย (แต่ไม่ทั้งหมด) แล้วก็ชอบช่วงครึ่งหลังของคอนเสิร์ต ตั้งแต่ “ปาฏิหาริย์” ยันงานเลิก

ถ้าให้เลือกห้าโมเมนต์สุดประทับใจในคอนเสิร์ต ผมก็คงเลือกช่วงประเดิมเวทีด้วย “รักล้นใจ-ทั้งรู้ก็รัก-ขีดเส้นใต้” (ร้องนำโดยน้าปั่น น้าแต๋ม และน้าตุ่น ตามลำดับ), ผมชอบตอนที่น้าแต๋มร้อง “ชีวิตไร้สังกัด” แล้วก็ชอบเสียงนุ่มๆ หม่นๆ แต่โรแมนติกของน้าตุ่น ยามร้อง “เพียงแค่ใจเรารักกัน” ขณะเดียวกัน ช่วง “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” ของพี่ติ๊ก และ “ด้นบลูส์” ของน้าเน็ก ก็น่าจดจำ

จากที่นั่งดูอยู่ ต้องยอมรับว่าน้าๆ มีอาการแผ่วปลายนิดนึง (สังเกตจากเสียงร้อง) แม้น้าแต๋ม-น้าปั่นจะออกมายืดเส้นยืดสาย แกว่งแขนขยับขาต่อหน้าแฟนๆ แล้วก็ตาม (แต่เอาเข้าจริง เท่าที่เคยดูคอนเสิร์ตศิลปินวัย 60 อัพมา อาการแผ่วทำนองนี้มักเกิดขึ้นเป็นปกติ ทั้ง “ดิ อีเกิ้ล” ที่เมืองทอง เรื่อยไปถึงโชว์เล็กๆ ของ “อัลเบิร์ต ลี และ โฮแกน’ส ฮีโร่ส์” ที่ร้านอาหารในอังกฤษ ซึ่งลุงแกก็ต้องมีช่วงเบรกพักครึ่งแบบยาวๆ)

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ผมเคยไปดู (มินิ) คอนเสิร์ตของน้าๆ ดึกดำบรรพ์ฯ ตามร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า แล้วพบว่ากับเซ็ตลิสต์ประมาณ 20 เพลง พวกน้าๆ ยังโชว์ได้ดี ไม่มีอาการแรงตก

แต่กับคอนเสิร์ตใหญ่หนล่าสุด จำนวนเพลงที่มากถึง 30 เพลง ผนวกด้วยการต้องพูดคุย ต้องเล่นหัว ต้องเอนเตอร์เทนคนดู ย่อมทำให้น้าๆ แรงตกลงบ้างในช่วงท้าย

สำหรับผม ในโอกาสต่อไป ขนาดโชว์ที่น่าพอใจและพอดีของน้าๆ อาจเป็นการแสดงสดประมาณ 15-20 เพลง จะร้องเพลงล้วนๆ ก็ยังได้ ไม่ต้องมีกิมมิกอะไรมากมาย (คิดว่าแค่นี้ แฟนๆ ก็คงมีความสุขแล้ว)

โดยสรุป “ดึกดำบรรพ์ #201” เป็นคอนเสิร์ตที่สร้างความอิ่มเอมในอารมณ์ตามสมควร น่าแปลกใจที่ผมพอใจโชว์นี้มากกว่า “ริธี่ม แอนด์ บอยด์” (ที่สเกลใหญ่กว่าและใช้งบประมาณมากกว่า)

แต่ถ้าถามว่านี่เป็นคอนเสิร์ตที่ “เต็มอิ่ม” หรือยัง? ผมก็รู้สึกว่าโชว์ครั้งนี้ยังมีจุดสะดุด ขาดๆ เกินๆ ตามรายทาง อยู่นิดๆ หน่อยๆ (ถึงปัจจุบัน จุดพีกสุดของ “พนเทพ-ดึกดำบรรพ์” ตามทัศนะผม ยังอยู่ที่คอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” และโชว์ย่อยที่คอฟฟี่โมเดลและปาร์คกิ้งทอย)

บางทีคอนเสิร์ตที่สเกลเล็กกว่านี้ มีจำนวนเพลงน้อยกว่านี้ ไม่ต้องใช้แขกรับเชิญเลยก็ได้ อาจสามารถช่วยเติมเต็มส่วนที่ยังบกพร่องขาดหายไปได้บ้าง

ผมเชื่อว่าน้าๆ ในวัยใกล้ 70 ยังมีศักยภาพมากพอ ที่จะทำโชว์แบบนั้นอยู่

Advertisements
ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

อุ่นเครื่องคอนเสิร์ตใหญ่ “ดึกดำบรรพ์ #201” ด้วย 20 คลิปซ้อม-แสดงสดสุดประทับใจ

ได้ฤกษ์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่เป็นรอบที่สอง สำหรับวงดนตรีรุ่นเก๋า “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสองศิลปินและหนึ่งคนเบื้องหลัง อย่าง “ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” “แต๋ม ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ตุ่น พนเทพ สุวรรณะบุณย์”

โดยคอนเสิร์ตหนนี้ซึ่งใช้ชื่อว่า “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์ ดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี (ซื้อบัตรได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/concert/duk-drum-ban-201-2018-th.html)

หลังคลิปการเล่นดนตรีที่ถูกปล่อยผ่านโซเชียลมีเดียของน้าๆ ทั้งสามคน ยังคงได้เสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลับอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ทางบล็อกคนมองหนังจึงรวบรวมคลิปเด็ดๆ สองชุดมานำเสนอ ชุดแรก คือ คลิปซ้อมเพลงดังสุดไพเราะที่น้าปั่น น้าแต๋ม น้าตุ่น จัดทำเผยแพร่ผ่านเพจ ดึกดำบรรพ์ Boy Band ชุดที่สอง คือ คลิปการแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ที่ทางแอดมินไปตามถ่ายเก็บไว้ตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา (ในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่งของวง)

ติดตามรับชมและรับฟังกันได้เลย

รวมคลิปซ้อมร้อง-เล่นจากเพจ ดึกดำบรรพ์ Boy Band

คนขี้เหงา

บอกรัก

ปาฏิหาริย์

ส่องกระจก

คนไม่มีวาสนา

รักเธอมากกว่าใคร

ทะเล

เพราะเธอ

เฝ้าคอย

รักเองช้ำเอง

รวมคลิปแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” (บันทึกภาพโดย “คนมองหนัง”)

รักยืนยง

รักล้นใจ

ทั้งรู้ก็รัก

เพียงแค่ใจเรารักกัน

รักเองช้ำเอง

บอกรัก

A Tu Corazon (สู่กลางใจเธอ)

คนขี้เหงา

ปาฏิหาริย์

ขีดเส้นใต้