ข่าวบันเทิง

“Ten Years in Thailand” ได้ไปคานส์!

วันที่ 12 เมษายน 2561 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ได้ประกาศรายชื่อหนังที่ถูกคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ให้เข้าร่วมฉายในสายต่างๆ ของเทศกาลประจำปีนี้

โดยหนังไทยเรื่อง “Ten Years in Thailand” ถูกคัดเลือกให้เข้าฉายในสาย “Special Screenings”

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานรวมหนังสั้นสี่เรื่อง โดยสี่ผู้กำกับ ได้แก่ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, อาทิตย์ อัสสรัตน์ และจุฬญาณนนท์ ศิริผล

คนทำหนังทั้งสี่รายจะมาร่วมจินตนาการถึงประเทศของพวกเขาภายในช่วงเวลาอีกสิบปีข้างหน้า เพื่อสร้างสรรค์บทสนทนาและภาพสะท้อนว่าด้วยสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน

อภิชาติพงศ์จะมาพร้อมกับหนังสั้นเรื่อง The Monument ซึ่งเล่าเรื่องราวของชายที่พยายามขายเครื่องช่วยการนอนหลับให้แก่นายแพทย์คนหนึ่ง

วิศิษฏ์เล่าถึงภาวะที่กรุงเทพฯ ถูกยึดครองโดยเหล่าแมวกระหายเลือด ซึ่งกำลังออกไล่ล่าประชากรมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ ผ่านหนังสั้นชื่อ Catopia

ส่วนอาทิตย์นำเสนอประเด็นที่ตัวละครทหารกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้าไปตรวจสอบนิทรรศการศิลปะ ในหนังสั้นเรื่อง Sunset และ The Planetarium ของจุฬญาณนนท์ จะถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาวและปิระมิดนีออน

ภาพยนตร์ “Ten Years in Thailand” เป็นผลงานต่อเนื่องมาจากโปรเจ็คท์ “Ten Years” ของฮ่องกง ซึ่งบรรดาผู้กำกับท้องถิ่นได้พยายามตั้งคำถามถึงอนาคตของเขตปกครองพิเศษแห่งนั้น ภายใต้อำนาจของรัฐบาลจีนที่ปักกิ่ง

ขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับหนังสั้นทั้งสี่เรืองจาก https://www.bangkokpost.com/lifestyle/film/1445278/new-thai-films-set-to-premiere-at-cannes และ Kong Rithdee

Advertisements
ข่าวบันเทิง

เปิดโปรเจ็คท์ “Ten Years Thailand” โดยเจ้ย-วิศิษฏ์-มะเดี่ยว-อาทิตย์-จุฬญาณนนท์

หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 บล็อกคนมองหนังเผยแพร่ข่าวคราวเกี่ยวกับโปรเจ็คท์ “Films For Free” โครงการระดมทุนเพื่อสร้างภาพยนตร์บนความเชื่อที่ว่างานศิลปะที่สร้างจากอิสรภาพและเสรีภาพทางความคิด สามารถส่งเสริมให้สังคมเคารพความหลากหลายและสามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างได้อย่างสันติ ซึ่งจะกำกับและเขียนบทโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล, เป็นเอก รัตนเรือง และ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Films For Free ของโปรเจ็คท์ภาพยนตร์ดังกล่าวได้อัพเดตข้อมูลล่าสุด โดยอธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการเอาไว้ว่า

จะดีไหมหากเราจะมีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องง้อค่าย ไม่ต้องรอเสี่ย

“Films For Free” คือกองทุนผลิตและพัฒนาภาพยนตร์อิสระ โดยมีโปรเจ็คท์ Ten Years Thailand เป็นโปรเจ็คท์แรก ประเดิมระดมทุนในหมู่คนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นสังคมที่สามารถถกเถียงอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์ และเชื่อในพลังของการเปลี่ยนแปลงที่สื่อสารผ่านศิลปะและภาพยนตร์

โดยสามารถสนับสนุนการระดมทุนและติดตามโปรเจ็คท์ Ten Years Thailand เพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ indiegogo หวังว่าโปรเจ็คท์แรกจะเป็นหมุดหมายที่มั่นคงในการต่อยอดการผลิตภาพยนตร์อิสระเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในอนาคต เพราะคุณก็สามารถกำหนดทิศทางอนาคตวงการภาพยนตร์ไทยได้

จากนั้น เพจดังกล่าวได้เผยแพร่ข้อความเพิ่มเติม มีเนื้อหาว่า

“Ten Years Thailand โครงการภาพยนตร์สั้นห้าเรื่องโดยผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เพื่อจินตนาการถึงประเทศไทยจากวันนี้สู่อนาคตภายในสิบปี”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน Ten Years Thailand ได้ที่

https://www.indiegogo.com/projects/ten-years-thailand-film#/

แล้วพบกันปลายปี 2560

พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพผู้กำกับภาพยนตร์ห้าคนที่จะมาร่วมสร้างโปรเจ็คท์นี้ โดยนอกจากอภิชาติพงศ์, วิศิษฏ์ และชูเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกโครงการยุคแรกเริ่มแล้ว ยังมีคนทำหนังเข้ามาเสริมทีมอีกสองราย ได้แก่ อาทิตย์ อัสสรัตน์ และ จุฬญาณนนท์ ศิริผล

เมื่อเข้าไปดูข้อมูลจากเว็บไซต์ indiegogo มีการระบุว่า “Ten Years Thailand” คือ หนังสั้นห้าเรื่องโดยผู้กำกับชาวไทย ที่จะมาจินตนาการถึงประเทศของพวกเขาภายในช่วงเวลาอีกสิบปีข้างหน้า คนทำหนังเหล่านี้หวังว่าผลงานของพวกตนจะช่วยสร้างสรรค์บทสนทนาและภาพสะท้อนว่าด้วยสังคมไทยยุคปัจจุบัน ซึ่งดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงใหญ่และความไม่แน่นอน

โดย “Ten Years Thailand” เป็นผลงานต่อเนื่องมาจากหนังเรื่อง “Ten Years” ฉบับฮ่องกง ที่พยายามตั้งคำถามถึงอนาคตของเขตปกครองพิเศษแห่งนั้น โดยทางผู้สร้างชาวฮ่องกงได้หวังที่จะส่งมอบภารกิจในการสร้างบทสนทนาและตั้งคำถามทำนองนี้ไปยังคนทำหนังในประเทศอื่นๆ ของทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

ข่าวบันเทิง

Ten Years หนังดิสโทเปียว่าด้วยอนาคตฮ่องกงในสิบปีข้างหน้า ที่หาญกล้าท้าทายรบ.ปักกิ่ง

“Ten Years” ภาพยนตร์อิสระทุนสร้างต่ำ ที่ประกอบด้วยหนังสั้นจำนวน 5 เรื่อง ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัล “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” บนเวทีฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้สร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งให้แก่รัฐบาลจีนที่กรุงปักกิ่ง เนื่องจากหนังนำเสนอภาพแทนของสังคมฮ่องกงภายใต้การปกครองของจีนในปี 2025 ที่ไม่ดีงามสักเท่าใดนัก

หนังสั้นทั้ง 5 เรื่อง ที่ถูกเรียงร้อยกันเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวชิ้นนี้ ได้รับโอกาสให้ออกฉายตามโรงภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ในเวลาอันสั้น ขณะที่บางโรงภาพยนตร์ก็ปฏิเสธไม่ยอมฉายหนัง ทางออกของผู้ผลิตจึงได้แก่ การนำหนังไปตระเวนฉายตามมหาวิทยาลัย, การต้องเช่าโรงเพื่อฉายหนัง รวมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก

อย่างไรก็ตาม หนังที่มีทุนสร้างเพียง 5 แสนดอลลาร์ฮ่องกง (ราวสองล้านบาท) กลับโกยรายได้เกินความคาดหมายไปมากถึง 6 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 27 ล้านบาท)

การถูกจำกัดพื้นที่ฉายหนังบนเกาะฮ่องกงเกิดขึ้นสอดคล้องกับการที่หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส ซึ่งเป็นของรัฐบาลจีน วิจารณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ “บ้าบอคอแตกสิ้นดี” “มองโลกในแง่ร้ายสุดๆ” และมีสถานะเป็น “เชื้อไวรัสร้ายในทางจิตใจ”

ขณะเดียวกัน ทีวีช่องหลักของจีนแผ่นดินใหญ่ก็ตัดสินใจระงับโปรแกรมการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ โดยหลายฝ่ายเชื่อว่า เหตุผลสำคัญน่าจะอยู่ที่การมีชื่อเข้าชิงรางวัลใหญ่ของ Ten Years

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 1991 ที่ผู้ชมในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ได้ดูการถ่ายทอดสดงานมอบรางวัลฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ หรือ งานมอบรางวัลม้าทองคำของไต้หวัน ทางจอโทรทัศน์

ซู ข่าย นักวิจารณ์ภาพยนตร์ และนักวิชาการประจำสถาบันศิลปะการแสดงแห่งฮ่องกง กล่าวถึงปฏิกิริยาดังกล่าวของจีนแผ่นดินใหญ่ว่าเป็น “สิ่งผิดพลาด”

“แน่นอน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องโง่เง่ามาก ที่จีนแผ่นดินใหญ่ตัดสินใจระงับการถ่ายทอดสดงานมอบรางวัลฯ แต่นี่ก็เป็นปฏิกิริยาที่มักเกิดขึ้นอยู่เสมอ เมื่อพวกเขาไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้บางสิ่งบางอย่างมากเกินไป”

 

“หนังเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนี่คือภาพยนตร์เรื่องแรกในรอบทศวรรษ ที่พยายามขบคิดถึงสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนเกาะฮ่องกง” ซู ข่าย กล่าวถึง Ten Years

แอนดรูว์ ชอย โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ระบุภายหลัง Ten Years ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมว่า

“ความหมายของรางวัลนี้ คือ การแสดงให้เห็นว่าฮ่องกงยังคงมีความหวัง รางวัลนี้ย้ำเตือนให้พวกเราตระหนักว่า เราพึงมีความกล้าหาญในการแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์ ผมขอขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ตีตั๋วมาดูหนังเรื่องนี้”

ขณะที่ อึ้ง กาเหลียง หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ ระบุว่า เขาไม่สนใจว่าทางการปักกิ่งจะคิดอย่างไรกับหนังเรื่องนี้ เขาสนใจแต่เพียงว่าคนฮ่องกงคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับตัวหนังมากกว่า

“ถ้าพวกคุณถามผมถึงปฏิกิริยาที่ทางปักกิ่งอาจมีต่อพวกเรา (คนทำหนัง) ผมก็จะตอบว่า มันไม่เห็นมีน้ำยาตรงไหนเลย เพราะหนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อประชาชนชาวฮ่องกง พวกเราคนทำหนังต่างเปิดใจกว้างทั้งต่อเสียงที่ชอบและไม่ชอบภาพยนตร์ พวกเราหวังเพียงแค่ว่าคนฮ่องกงจะมีโอกาสได้แสดงความรู้สึกนึกคิดของตนเองออกมา พวกเราต้องการให้ผู้คนคิดถึงอนาคตของเกาะแห่งนี้” อึ้ง กา-เหลียง กล่าว

ส่วน ดีเรค ยี ประธานจัดงานมอบรางวัลฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ ได้กล่าวก่อนจะประกาศให้ Ten Years ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ว่า

“ประธานาธิบดีรูสเวลท์เคยพูดเอาไว้อย่างหนึ่งว่า สิ่งเดียวที่เราพึงกลัว ก็คือ การมีความขลาดกลัวนั่นเอง”

หนังสั้น 5 เรื่องชุดนี้ ฉายภาพโลกอนาคตในภาวะดิสโทเปียของผู้คนบนเกาะฮ่องกง ที่มีความวิตกกังวลเกาะกุมสภาพจิตใจเพิ่มมากขึ้น เมื่อพวกเขาถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพโดยรัฐบาลจีนที่ปักกิ่ง ซึ่งเข้ามากุมอำนาจบนเกาะแห่งนี้อย่างเต็มที่ กระทั่งภาษาจีนท้องถิ่นหรือผลิตภัณฑ์การเกษตรที่เคยใช้อยู่แต่เดิม ก็ยังถูกห้ามใช้

หนังสั้นตอนหนึ่ง เล่าเรื่องราวของกลุ่มเยาวชนที่สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มทหาร และออกสำรวจตรวจตราบรรดาผู้มีพฤติกรรมต่อต้านรัฐบนท้องถนน

หนังอีกตอนหนึ่ง กล่าวถึงภาวะสูญหายของภาษาจีนกวางตุ้ง ซึ่งคนฮ่องกงเคยใช้สื่อสารกัน

ส่วนหนังสั้นตอนปิดท้าย ก็มีฉากผู้ประท้วงที่เผาตนเองหน้าสถานกงสุลสหราชอาณาจักร (ซึ่งส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีนในปี 1997) ที่ทำให้คนดูหลายรายถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

แรมซี่ เยาวชนวัย 18 ปี ที่ได้ชม Ten Years ให้สัมภาษณ์ว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เขาคิดว่า “เราต้องออกมาเคลื่อนไหว … และสิ่งเลวร้ายที่สุดบางประการที่ถูกทำนายว่าอาจเกิดขึ้นในอนาคต ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วในปัจจุบัน ผมจึงไม่มีความเชื่อมั่นในจีนแผ่นดินใหญ่อีกต่อไป และแม้แต่อังกฤษก็ไม่สามารถช่วยเหลือพวกเราได้แม้แต่น้อยเช่นกัน เพราะไม่มีใครกล้าจะยืนชนกับจีน”

สอดคล้องกับคนดูบางส่วนที่เห็นว่าควรปกป้องฮ่องกง จากภาวะเสื่อมทรุดขนาดหนัก และภาวะสูญสิ้นซึ่งอัตลักษณ์

“เป็นความจริงว่าสิ่งแย่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับฮ่องกง ณ ปัจจุบันนั้น มันถือกำเนิดขึ้นก่อนหน้าสถานการณ์อนาคตในภาพยนตร์เรื่องนี้เสียอีก” โจว กวน-ไว หนึ่งในผู้กำกับหนัง ระบุ

น่าสนใจว่า หลัง Ten Years ออกฉาย ผู้จำหน่ายหนังสือวิพากษ์รัฐบาลจีนจำนวนห้าคนก็หายสาบสูญจากเกาะฮ่องกง ก่อนจะถูกออกข่าวว่าโดนจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุการณ์ ตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้า ระหว่างการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง ในช่วงตรุษจีน

“หลายๆ คนบอกกับเราว่า พวกเราไม่ต้องรอจนถึงสิบปีหรอก เพราะเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้มันได้เกิดขึ้นแล้วในโลกความจริง” อึ้ง กาเหลียง บอกและว่า “พวกเราต้องการภูมิปัญญาและความกล้าหาญ เพื่อใช้เผชิญหน้ากับอนาคต เพื่อใช้เผชิญหน้ากับสภาวการณ์ไร้สาระอันน่าขบขัน ซึ่งฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้”

 

“หนังของพวกเราไม่ใช่คำพยากรณ์ แต่มันคือความปรารถนาที่จะเผชิญหน้ากับอนาคตร่วมกัน เมื่อปีศาจผงาดขึ้นครองอำนาจ พวกเราต้องไม่สูญเสียความหวังไปโดยเด็ดขาด” อึ้ง กาเหลียง กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา http://www.theguardian.com/world/2016/mar/11/ten-years-the-terrifying-vision-of-hong-kong-that-beijing-wants-obscured

http://www.theguardian.com/world/2016/apr/04/hong-kong-film-awards-ten-years-wins-top-prize-amid-china-anger