ข่าวบันเทิง

“อโนชา สุวิชากรพงศ์” คนทำหนังไทยรายที่ 2 ผู้คว้ารางวัล Prince Claus จากรบ.เนเธอร์แลนด์

“อโนชา สุวิชากรพงศ์” นักทำหนังชาวไทย คือ หนึ่งในผู้ได้รับรางวัล Prince Claus Awards ประจำปี 2019

โดย Prince Claus Fund องค์กรที่จัดให้มีการมอบรางวัลดังกล่าว ได้บรรยายถึงผู้กำกับหญิงเก่งรายนี้ว่า

เจ้านกกระจอก

“อโนชาเป็นนักทำหนังทดลองผู้ผลักเคลื่อนอาณาเขตทางสุนทรียศาสตร์, ระบบสัญลักษณ์ และรูปแบบของภาพยนตร์ เพื่อจะส่องสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และภาวะร่วมสมัยของสังคมไทย

“ผลงานของอโนชานั้นมีตั้งแต่การเพ่งพินิจพิจารณาระบอบปิตาธิปไตยและการแสดงออกทางศิลปะใน ‘เจ้านกกระจอก’ (2009) มาจนถึงการสำรวจตรวจสอบความทรงจำและประวัติศาสตร์ใน ‘ดาวคะนอง’ (2016)

“นอกจากนี้ ในปี 2017 เธอยังเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลของสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติในประเทศไทย

“ขณะเดียวกัน อโนชาก็มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์อิสระในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เธอมีสถานะเป็นครูสอนภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัท Electric Eel Films ของเธอ ได้อำนวยการสร้างผลงานของคนทำหนังฝีมือดีรุ่นใหม่ๆ ตลอดจนบรรดาผู้กำกับที่เพิ่งทำหนังยาวเป็นเรื่องแรก

“ในปี 2017 เธอได้ร่วมก่อตั้งและทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Purin Pictures กองทุนภาพยนตร์ที่มุ่งส่งเสริมกลุ่มคนทำหนังซึ่งมักถูกมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนทำหนังสตรี”

ดาวคะนอง

คลิกอ่าน “เจ้านกกระจอก”: กาลเวลา, จักรวาลวิทยา และ ความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตร

คลิกอ่าน ข้อสังเกตสั้นๆ หลังได้ชมหนังเรื่อง “ดาวคะนอง”

คลิกอ่าน ข้อสังเกตเพิ่มเติมถึง “ดาวคะนอง” (หลังดูรอบสอง): เห็ด รา และ “ประวัติศาสตร์” แบบใหม่ๆ

การมอบรางวัล Prince Claus Awards ถือเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของ Prince Claus Fund ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงต่างประเทศ และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เนเธอร์แลนด์

โดยจะมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น ในการสร้างผลงานเชิงวัฒนธรรมและการพัฒนา

ทั้งนี้ คณะกรรมการจะมุ่งให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับศิลปินและนักกิจกรรมจากอาณาบริเวณที่มี “ข้อจำกัด” ทางด้านทรัพยากร ตลอดจนโอกาสในการแสดงออกทางวัฒนธรรม, การผลิตผลงานเชิงสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

พี่ไหม
Courtesy Anocha Suwichakornpong

“อโนชา สุวิชากรพงศ์” คือคนไทยรายที่สองที่ได้รับรางวัลจาก Prince Claus Fund

ถัดจาก “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” อีกหนึ่งนักทำหนังชาวไทย ที่เคยได้รับรางวัล The Principal Prince Claus Award ซึ่งถือเป็นรางวัลสำคัญสูงสุดของกองทุนดังกล่าว เมื่อปี 2016

คลิกอ่าน “อภิชาติพงศ์” เข้ารับพระราชทานรางวัล Prince Claus Award ที่เนเธอร์แลนด์ (คลิป)

คลิกอ่าน ปาฐกถา “ตรึงใจ” จาก “อภิชาติพงศ์” หลังขึ้นรับรางวัล “Prince Claus Award” ที่เนเธอร์แลนด์

คลิกอ่าน เมื่อ “อภิชาติพงศ์” เล่าเรื่อง “ผีที่หลากหลาย” และการเล่นกับแสง ณ สถานทูตเนเธอร์แลนด์

ผลงานหนังยาวเรื่องล่าสุดของอโนชา (กำกับร่วมกับ “เบน ริเวอร์ส” ศิลปินชาวอังกฤษ) คือ “Krabi, 2562” ซึ่งเพิ่งเข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์โลการ์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้

โดยหนังจะสำรวจภูมิทัศน์และเรื่องราวต่างๆ ของจังหวัดกระบี่ ผ่านการจับภาพช่วงเวลาพิเศษเฉพาะ ที่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์, อดีตที่เพิ่งผ่านพ้น และโลกปัจจุบัน ได้ปะทะชนกัน

หนังของอโนชาและริเวอร์สจะเล่นกับความกำกวมของหลายๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการปรากฏตัวกับไม่ปรากฏตัวของคนแปลกหน้า, ระหว่างช่วงเวลาก่อนหน้ากับช่วงเวลาในภายหลัง, ระหว่างเรื่องแต่งกับความเป็นจริง, ระหว่างสารคดีกับการจัดฉาก และระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับการก่อกำเนิดของยุคสมัยทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า “โฮโลซีน”

ข้อมูลและภาพนำจากเพจเฟซบุ๊ก Prince Claus Fund

ข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่อง “Krabi, 2562” จาก https://www.locarnofestival.ch/pardo/program/archive/2019/film.html?fid=1111841&eid=72

Advertisements
ข่าวบันเทิง

เมื่อ “อภิชาติพงศ์” เล่าเรื่อง “ผีที่หลากหลาย” และการเล่นกับแสง ณ สถานทูตเนเธอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองให้แก่ให้แก่อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในฐานะผู้ได้รับรางวัล the Principal Prince Claus Award ประจำปี 2016 ณ สถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นธรรมเนียมของงานมอบรางวัลดังกล่าว ที่จะเชิญศิลปินไปรับมอบรางวัลที่เนเธอร์แลนด์ ก่อนจะมีจัดงานฉลองที่ประเทศบ้านเกิดของศิลปินรายนั้นในเวลาต่อมา

โดยในงานดังกล่าว เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย Karek Hartogh ได้ยกย่องนักทำหนังชาวไทยผู้นี้ว่า

“อภิชาติพงศ์ได้อุทิศตนเองให้แก่เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความเห็น ผ่านการปฏิเสธที่จะประนีประนอมกับบรรทัดฐานทางศิลปะต่างๆ ตลอดจนเพดานข้อจำกัดอื่นๆ ซึ่งบางครั้งก็เป็นการกำหนดบังคับจากแรงกดดันภายนอก มาโดยต่อเนื่อง”

ทางด้านอภิชาติพงศ์ได้ย้อนเล่าเรื่องราวสมัยที่เขายังเป็นเด็กและใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ณ เวลานั้น เขาชอบใช้ไฟฉายส่องไปยังความมืดมิด เพื่อหวังจะมองหาสัตว์ประหลาดหรือภูตผีปีศาจ แม้ว่าลึกๆ แล้ว เขาจะหวาดกลัวสิ่งลึกลับเหล่านั้นก็ตาม

“ย้อนกลับไปตอนนั้น ความเชื่อเรื่องผีมีอยู่อย่างแตกต่างหลากหลาย เช่น ผีหัวขาดที่เดินถือศีรษะตนเองไปมา ผีเปรตที่ตัวสูงและผอมมากๆ ผีโพงจมูกเขียวที่มีร่างเรืองแสง ผีกระสือที่ลอยไปมาพร้อมอวัยวะภายใน”

อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำชาวไทยตั้งข้อสังเกตว่า ในยุคสมัยต่อมา ลักษณะของภูตผีต่างๆ ในสังคมไทยกลับเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผีในหนังไทย” ซึ่งเริ่มกลายสภาพเป็น “ผีตลก” มากขึ้นเรื่อยๆ ผีเหล่านั้นทำได้แค่วิ่งไปวิ่งมา แถมยังถูกหลอกล่อโดยมนุษย์ ผีพวกนั้นปรากฏกายแม้กระทั่งตอนกลางวัน จนคนดูสามารถสังเกตเห็นได้ว่าบรรดาผีทั้งหลาย คือ ผีปลอมๆ ที่ถูกสร้างขึ้น

“นี่กลายเป็นความโศกเศร้าของผม ที่ผีเหล่านี้ไม่ได้มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป พวกเขากลายเป็นแค่ตัวละครในนิยาย”

เจ้าของรางวัล the Principal Prince Claus Award 2016 กล่าวต่อว่า เราอาจจัดให้เรื่องราวของ “ลุงบุญมี” (จากภาพยนตร์ “ลุงบุญมีระลึกชาติ”) เป็นนิยายหรือเรื่องแต่งได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี เขาอยากจะคิดจินตนาการว่า พวกเราทุกคนต่างดำรงชีวิตอย่างมีหลากมุมหลายมิติเช่นเดียวกับที่ “ลุงบุญมี” ต้องเผชิญ

ในบางมิติของการดำรงชีวิต ภูตผีปีศาจอาจมีอยู่จริง ขณะที่ในมิติอื่นๆ ความเชื่อว่าประเทศไทยเป็นชาติที่ร่ำรวย เป็นแผ่นดินทอง ทั้งยังเต็มไปด้วยทหารกล้าจำนวนมาก อาจถูกพิจารณาว่าเป็นความจริง

“ผมต้องการเพียงแค่จะสื่อว่าอัตลักษณ์และความเชื่อที่หลากหลายของพวกเรา นั้นดำรงอยู่ภายในกระบวนการแห่งความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือบางทีนี่อาจอธิบายจากแง่มุมของความเชื่อทางพุทธศาสนาได้ว่า พวกเราต่างเวียนวนอยู่กับวงจรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันไร้จุดสิ้นสุด

เจ้ยรับรางวัลที่ไทย 2

“ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ ผมรู้สึกมีความสุขกับการเวียนว่ายตายเกิดเช่นนี้ ผมยังคงสนุกสนานที่ได้เล่นกับแสง ไฟฉายซึ่งอยู่ในมือผมตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์วัย ยังคงเสาะแสวงหาภูตผีอันแตกต่างหลากหลายต่อไปเรื่อยๆ”

อภิชาติพงศ์กล่าวปิดท้ายปาฐกถาที่แสดง ณ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยว่า เขาหวังว่าสังคมนี้จะเปิดโอกาสให้แก่เสียงที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมๆ กับการมีความอดทนอดกลั้นและการมีเสรีภาพเพิ่มขึ้น

“แล้ววันหนึ่ง เราจะสามารถขจัดทิ้งซึ่งความหวาดกลัว เราต้องมาร่วมกันทำให้สิ่งดังกล่าวเป็นความจริง ด้วยแสงสว่างที่พวกเราพร้อมใจกันฉายส่องออกไป ขอบคุณมากๆ ครับ”

นอกจากนั้น ในงานดังกล่าวยังได้มีการฉายหนังสั้นเรื่อง “จดหมายถึงลุงบุญมี” โดยมีสมาชิกครอบครัววีระเศรษฐกุล ทีมงานนักแสดงและเบื้องหลังจากภาพยนตร์ของอภิชาติพงศ์ เพื่อนๆ และบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมของประเทศไทย มาร่วมเฉลิมฉลองกับความสำเร็จของนักทำหนังชาวไทยผู้นี้

ขอบคุณเนื้อหาจากhttps://www.nederlandwereldwijd.nl/landen/thailand/nieuws/2017/06/13/prince-claus-fund-awards และ http://www.princeclausfund.org/en/news/apichatpong-weerasethakul-receives-prince-claus-award-in-bangkok.html

ขอบคุณภาพประกอบจากhttps://www.facebook.com/netherlandsembassybangkok/

ข่าวบันเทิง

“อภิชาติพงศ์” เข้ารับพระราชทานรางวัล Prince Claus Award ที่เนเธอร์แลนด์ (คลิป)

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล Prince Claus Award จากเจ้าชายคอนสแตนตินแห่งเนเธอร์แลนด์ โดยในพิธีดังกล่าว มีสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชินีแม็กซิม่า ตลอดจนเจ้าหญิงเบียทริกซ์ (อดีตสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์) เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมเป็นเกียรติด้วย

2016 Prince Claus Awards Ceremony

ในปีนี้ มีบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมและการพัฒนาจากนานาชาติ ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวจำนวน 6 คน โดยอภิชาติพงศ์ ได้รับรางวัล The Principal Prince Claus Award ซึ่งถือเป็นรางวัลหลักที่สำคัญที่สุด ขณะที่ผู้ได้รับรางวัล The Additional Prince Claus Awards จำนวนห้าราย ก็มีตั้งแต่เชฟและนักกิจกรรมที่รณรงค์ประเด็นทางด้านอาหารจากเลบานอน ศูนย์พหุศึกษาทางด้านวัฒนธรรมจากปากีสถาน กราฟิก ดีไซเนอร์/ศิลปิน/นักการศึกษา/นักประวัติศาสตร์จากอียิปต์/เลบานอน เว็บไซต์รวบรวมข่าวสารสืบสวนสอบสวนทางเลือกจากโคลอมเบีย และสถาปนิกจากเวียดนาม

ทั้งนี้ ในพิธีมอบรางวัล ได้มีการฉายหนังสั้นเรื่อง Fireworks ของอภิชาติพงศ์ ให้ผู้เข้าร่วมงานรับชมกัน

2016 Prince Claus Awards Ceremony

ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยขึ้นกล่าวบนเวทีหลังได้รับรางวัล โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “นับวันพวกเราจะยิ่งตระหนักถึงความงดงามของความแตกต่างหลากหลายระหว่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่ามันยังมีแง่มุมของความป่าเถื่อนโหดร้ายและอคติปรากฏอยู่ และยังมีอีกหลายสถานที่บนโลกใบนี้ ที่การมีความทรงจำถึงและการร่วมแบ่งปัน (ความแตกต่างหลากหลาย) อาจนำไปสู่อันตราย ผมรับรู้ถึงประเด็นนี้ เพราะตนเองเดินทางมาจากสถานที่ประเภทนั้น คำถามของผมก็คือ เราจะสามารถเอื้อมมือออกไปช่วยเหลือและสื่อสารกับผู้อื่นอย่างเห็นอกเห็นใจได้อย่างไร เมื่อยังมีสถานที่ที่ถูกบริหารจัดการด้วยระบบตรรกะอีกชุดหนึ่งดำรงอยู่?”

(คลิปอภิชาติพงศ์ขึ้นกล่าวปาฐกถาหลังได้รับรางวัล ฉบับเต็ม)

สำหรับรางวัล Prince Claus Awards นั้นจะมอบให้แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการสร้างผลงานเชิงวัฒนธรรมและการพัฒนา โดยคณะกรรมการจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับศิลปินและนักกิจกรรมจากอาณาบริเวณที่มี “ข้อจำกัด” ทางด้านทรัพยากรตลอดจนโอกาสในการแสดงออกทางวัฒนธรรม, การผลิตผลงานเชิงสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

(วิดีโอพรีเซนเทชั่นแนะนำอภิชาติพงศ์ โดยคณะผู้จัดงาน)

ภาพและเนื้อหาจาก http://www.princeclausfund.org/en/activities/2016-prince-claus-awards-presented-in-amsterdam.html

คลิปจาก https://www.youtube.com/channel/UCjv2UloENoK2icxMiFR_vfA

คลิกอ่านปาฐกถาฉบับละเอียดของอภิชาติพงศ์ ได้ทางเว็บไซต์มติชนสุดสัปดาห์