จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัว “พระสังข์-นางรจนา-เจ้าเงาะป่า” ใน “สังข์ทอง 2561”

แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์แล้วว่า หลังจาก “เทพสามฤดู 2560” อวสานลงในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561

ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่จากค่ายสามเศียรที่จะลงจอช่อง 7 ต่อทันที ในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 ก็คือ “สังข์ทอง”

ผู้ที่จะมารับบท “พระสังข์” ในฉบับนี้ คือ “ม่อน สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์” (ผลงานล่าสุด อุทัยเทวี) ส่วน “นางรจนา” เวอร์ชั่นนี้ คือ “ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง” (ผลงานล่าสุด ได้แก่ การรับบทเป็นเพชรราชกุมาร ในสี่ยอดกุมาร) ขณะที่ “เจ้าเงาะ” จะสวมบทโดย “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” นักแสดงสารพัดประโยชน์เจ้าประจำในช่วงหลายปีหลังของค่ายสามเศียร (ผลงานล่าสุด คือ การรับบทเป็นท้าวคันธมาศ พ่อของสุวรรณอัมพร-อัปษรสวรรค์ ในเทพสามฤดู)

“สังข์ทอง” ฉบับล่าสุด ยังคงกำกับโดย “ภิพัชพนธ์ อภิวรสิทธิ์” (หนำเลี้ยบ) และเขียนบทโดย “ภาวิต” (รัมภา ภิรมย์ภักดี)

ก่อนหน้านี้ ดาราวิดีโอ/ดีด้า/สามเศียร เคยสร้าง “สังข์ทอง” มาแล้วสองหน

หนแรกใน พ.ศ.2524 (สมัยยังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มม.) หนต่อมาใน พ.ศ.2550-51 ซึ่งออกอากาศยาวนานหนึ่งปีเต็ม นับจากวันที่ 29 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2551

สังข์ทอง 43

ขณะที่ค่ายเมืองละครของช่อง 3 ก็เคยผลิต “สังข์ทอง” ออกมาเหมือนกัน เมื่อ พ.ศ.2543

เท่ากับว่าจาก พ.ศ.2524 ถึงปัจจุบัน “สังข์ทอง” ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์จักรๆ วงศ์ๆ สี่ครั้งในรอบ 37 ปี (โดยมีระยะห่างระหว่างเวอร์ชั่น คือ 19 ปี, 7 ปี และ 10 ปีตามลำดับ)

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เผยวันอวสาน “เทพสามฤดู” – ห้ามพลาด รีรัน “มิติมหัศจรรย์” ในช่องยูทูบสามเศียร

เผยแล้ว! วันอวสาน “เทพสามฤดู”

อัพเดตข้อมูลใหม่ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561

อินสตาแกรม lakornpurnbanthai_official เผยแพร่ข้อมูลระบุว่า “เทพสามฤดู” (2560) จะออกอากาศตอนสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561

เท่ากับว่า “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นนี้ ซึ่งแพร่ภาพตอนแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 จะออกอากาศรวมทั้งสิ้น 69 ตอน

สอดคล้องกับการที่ “สามเศียร” ขึ้นข้อความประชาสัมพันธ์ระหว่างแพร่ภาพ “เทพสามฤดู” ประจำวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ ว่าตอนจบของละครเรื่องนี้จะออกอากาศในวันเสาร์หน้า

อย่าพลาดชมตอนจบ!

ละครจักรๆ วงศ์ๆ สุดล้ำ “มิติมหัศจรรย์” กลับมารีรันอีกครั้งทางยูทูบ

ช่องยูทูบสามเศียรกำลังนำละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “มิติมหัศจรรย์” (2537) มารีรันใหม่

นี่เป็นผลงานสร้างชื่อของพรชิตา ณ สงขลา ปริญญา ปุ่นสกุล (ผู้ล่วงลับ) และฉัตรมงคล บำเพ็ญ

จึงได้โอกาสสำหรับแฟนเก่าๆ ในการรำลึกความหลัง หรือถ้าใครเป็นแฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยดูละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ ก็ขอแนะนำให้ไปหาชมกันทางยูทูบครับ

สำหรับผม “มิติมหัศจรรย์” เป็นละครพื้นบ้าน/จักรๆ วงศ์ๆ ที่ “แปลกใหม่” และ “แหวกแนว” มากๆ เรื่องหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ละครจักรๆ วงศ์ๆ ไทย ด้วยเหตุผล-องค์ประกอบหลายประการ อาทิ

หนึ่ง นี่เป็นละครที่สร้างมาจากนิยายกึ่งแฟนตาซีกึ่งเทพนิยายร่วมสมัย โดย จุฑารัตน์ ไม่ใช่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมวัดเกาะ วรรณคดีไทย หรือตำนานมุขปาฐะอื่นๆ

(แม้ดาราวิดีโอ/ดีด้า/สามเศียร จะเคยใช้บริการนักประพันธ์มาเขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ ขึ้นใหม่ โดยไม่ดัดแปลงจากวรรณกรรมดั้งเดิมตรงๆ แต่บทละครประเภทนั้นก็ยังมีลักษณะเป็นนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ทำนองเดียวกับวรรณกรรมวัดเกาะอยู่ มิได้มีลักษณะเป็นนวนิยายกึ่งแฟนตาซีกึ่งเทพนิยาย เช่นดังกรณี “มิติมหัศจรรย์”)

มิติมหัศจรรย์หนังสือ

สอง นี่น่าจะเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร เพียงเรื่องเดียว ที่มีฉากโลกมนุษย์ยุคร่วมสมัยปรากฏอยู่

(ลักษณะเด่นข้อนี้ อาจทำให้หลายคนอาจนึกถึงละครแนวแฟนตาซีบางเรื่องของค่ายกันตนา แต่ผลงานเหล่านั้นก็เทน้ำหนักไปที่ความเป็นแฟนตาซี -โดยมีกลิ่นไอจักรๆ วงศ์ๆ- มากกว่าจะเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ เจือกลิ่นแฟนตาซี ดังกรณีของ “มิติมหัศจรรย์”)

สาม มิติทาง “พื้นที่” และ “เวลา” ภายในละคร “มิติมหัศจรรย์” นั้นน่าสนใจมิใช่น้อย

ถ้าดูเผินๆ บางคนจะนึกว่า “มิติเทพนิยาย” ในเรื่อง คือ “อดีต” และ “มิติโลกมนุษย์ยุค 2537” คือ “ปัจจุบัน”

อย่างไรก็ดี ทั้งสองมิติดังกล่าวในละครเรื่องนี้มิได้แบ่งแย่งกันด้วย “เวลา” เท่านั้น แต่ทั้งคู่ยังดำรงอยู่ ณ “พื้นที่” ที่แตกต่างกันด้วย

พื้นที่ใน “มิติเทพนิยาย” ก็มีอดีตและปัจจุบันของตนเอง (เช่น พระอังคารนั้นจุติมาเกิดเป็นคนธรรมดา แต่มิใช่ใน “มิติโลกมนุษย์ปี 2537” หากเป็นคนในยุคปัจจุบันของ “มิติเทพนิยาย” แห่งเดิม)

ขณะที่ “มิติโลกมนุษย์” ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ที่มีอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของตัวเองเช่นกัน โดยเทพและผู้คนในมิติ “เทพนิยาย” สามารถมาเกิดใหม่ (ข้ามพื้นที่-ข้ามมิติ-ข้ามเวลา) ใน “โลกมนุษย์ปี 2537” ได้ เช่นเดียวกับที่มนุษย์ในมิติชนิดหลัง สามารถหลุดเข้าไปในช่วงเวลาปัจจุบันของ “มิติเทพนิยาย” เพื่อรำลึกถึงอดีตชาติของตนเองซึ่งเคยวนเวียนอยู่บนสรวงสวรรค์ในมิติแห่งนั้น

นับว่า “มิติมหัศจรรย์” นำเสนอแนวคิดเรื่อง “พื้นที่” และ “เวลา” เอาไว้อย่างสลับซับซ้อนและชวนฉุกคิด (ใครอ่านส่วนนี้ไม่รู้เรื่อง แนะนำให้ไปดูคลิปละครรีรัน 555)

สี่ นี่เป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ ไทยเรื่องแรกๆ ซึ่งมีความพยายามชัดเจน ที่จะนำเสนอภาพสวรรค์และเหล่าเทวดาออกมาในบรรยากาศ “เทพนิยายกรีก”

ห้า ซีจีใน “มิติมหัศจรรย์” ถือว่า “ล้ำสมัย” และ “สวย” มากใน พ.ศ.นั้น (ทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องก่อนหน้า และเมื่อเปรียบเทียบกับละครโทรทัศน์ประเภทอื่นๆ ในยุคสมัยเดียวกัน)

เช่นเดียวกับการใช้เพลง “มหัศจรรย์แห่งรัก” ของศิลปินหัวสมัยใหม่อย่าง Z-MYX (สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์) มาประกอบละคร กระทั่งเพลงดังกล่าวกลายเป็นเพลงประกอบละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ไพเราะมากที่สุดเพลงหนึ่ง

(โดยส่วนตัว ผมรู้จัก Z-MYX เพราะละครเรื่องนี้)

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เบาะแสเรตติ้งล่าสุดของ “เทพสามฤดู” เกือบติด “ท็อป 5” ช่อง 7

ช่วงหลังๆ มานี้ หาข้อมูลเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “เทพสามฤดู” ได้ค่อนข้างยากมากๆ

แต่เบาะแสล่าสุดก็มีพอมีให้เห็นกันบ้าง ดังรายงานของเว็บไซต์ positioning ที่นำเสนอเนื้อหาหลักว่าด้วยเรตติ้งของ “ละครเย็น” ช่อง 3 และ 7

ทั้งนี้ ในรายงานชิ้นนั้นได้มีการระบุถึงเรตติ้ง ณ วันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 ของ “เทพสามฤดู” เอาไว้ ว่าอยู่ที่ 5.434

ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ขี้เหร่เลย และทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้เกือบติดอันดับท็อปไฟว์ของช่อง 7 ในสัปดาห์ดังกล่าว ซึ่งสี่อันดับแรกถูกรับเหมาไปโดยละครเย็นอย่าง “แม่สื่อจอมป่วน” ที่ได้เรตติ้งระหว่าง 6.3-7.4 ขณะที่อันดับห้า เป็นละครหลังข่าวศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ อย่าง “คุณชายไก่โต้ง” ที่ได้เรตติ้ง 5.682 เฉือน “เทพสามฤดู” ไปหน่อยเดียว

อย่างไรก็ตาม นี่แสดงว่าเรตติ้งช่วงโค้งสุดท้ายก่อนอวสานของ “เทพสามฤดู” ยังไต่ไปไม่ถึงจุดพีกสุดที่ละครเรื่องนี้เคยทำเอาไว้ได้ นั่นคือ สถิติ 7.1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://positioningmag.com/1155551

ภาพประกอบจากอินสตาแกรม samsearn

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“เทพสามฤดู” ปิดกล้องแล้ว!

เป็นอันว่า “เทพสามฤดู 2560” ที่ออกอากาศข้ามมาถึงต้นปี 2561 ได้ปิดกล้องลงไปแล้วเรียบร้อย เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (กลางเดือนมกราคม 2561)

และคาดว่าตอนอวสานของละครน่าจะแพร่ภาพภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

เลยขอประมวลภาพอำลากองถ่ายของเหล่านักแสดงนำในละครเรื่องนี้ มาฝากแฟนๆ ละครจักรๆ วงศ์ๆ กัน

ปิดกล้อง***ละครเรื่อง เทพสามฤดู ขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสหนูได้กับมาแสดงละครพื้นบ้านไทยอีกครั้ง รับบทเป็น สุวรรณอัมพร ค่อนข้างท้าทายและเป็นอีกบทบาทที่สนุก ขอบคุณผกก คนเก่งพี่หน่ำเลี๊ยบ ที่ทั้งสนุกทั้งสอนสั่งหนูมา พี่วาผู้ช่วยที่เป็นมากกว่าผู้ช่วย พี่สันพี่แด้ตากล้องที่สุดแสนจะมุขเยอะทีมงานทุกท่านสนุกจริงช่างหน้าช่างผมแต่งตัวคุณคือครอบครัว และขอบคุณนักแสดงทุกท่านที่เข้าด้วยกันและแสดงละครเรื่องนี้ คนที่เข้าด้วยบ่อยสุดคงจะเป็นใครไปไม่ได้ (พระราหู)ขต ของเรานี่เอง ขอบคุณนะที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ ทั้งที่ปรึกษาและเพื่อนร่วมงานที่สุดๆจริงๆ มันอธิบายยากแต่ดีใจที่ได้ร่วมงานกับขตนะเก่งและตั้งใจมากและก็ชอบแกล้งเรามากด้วย5555ไว้เจอกันอีกแน่😜รองลงมาคนที่เข้าด้วยบ่อยคือ (อัปสรสวรรค์) เดียร์ ดาริน คนสวย ซึ่งชอบตีสเกิน มีงอแงกันบ้าง แต่ก็ถ่ายทำออกมาด้วยดี ขอบคุณเดียร์นะที่อดทนกับเรา55555และขอบคุณที่เล่นบท อัปสรสวรรค์ได้โอเคเลยมำให้เราสองที่น้องส่งใจถึงกันรักมึงนะ😘อิอิ สำคัญสุดๆละ ขอบคุณแฟนคลับละครทุกท่านที่ติดตามพวกเรากันมา ไม่ว่าต่อไปจะเป็นยังไง ขอให้ติดตามผลงานของพวกเราทุกคนตลอดไปเลยนะคะ ❤️🙏🏼😍😘รัก จาก กชกร -15 กรกฎาคม 2560 ถ่ายทำซีนแรกของสุวรรณอัมพร เสี่ยงพวงมาลัย- -18 มกราคม 2561 ปิดกล้อง***- #เทพสามฤดู ความทรงจำของกชกร🖤ลึก

A post shared by กุ๊กกิ๊ก กชกร (@gookgiik_kochakorn) on

สำหรับวันนี้ก็ปิดกล้องเรียบร้อยอย่างสวยงาม ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน บริษัทสามเศียรที่มอบโอกาสให้เด็กคนนึงได้รับบทเป็นพระพิรุณ ขอบคุณทีมงานและนักแสดงทุกคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าฟันกันมาอย่างเต็มที่เป็นละครเต็มตัวเรื่องแรก หากผิดพลาดประการใด ขอกราบขอโทษด้วยใจจริง ขอบคุณแฟนๆที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนกันตลอดมา น่ารักที่สุด ฝากคนดูที่น่ารักทุกคนติดตามกันต่อจนจบด้วยน้าา ด้วยรักและเคารพสุดหัวใจ โบนัส ธนเดช❤️🙏🏻😘

A post shared by Nus Tanadech (@nus_tdd) on

ปิดกล้องแล้วนะคะ ละครเรื่อง "เทพสามฤดู"♥️🙏🏻 หนูขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ที่เคารพรัก คุณ ไพรัช สังวริบุตร ,คุณมณีรัตน์ ปฐมทอง , คุณลอร์ด สยม สังวริบุตร ขอบพระคุณนะคะที่ให้โอกาสเด็กคนนี้ได้มารับบทบาทเป็น "พระธิดาอัปสรสวรรค์" ในละครเรื่อง "เทพสามฤดู" หนูขอให้บริษัท สามเศียร จำกัด & บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด เจริญรุ่งเรือง เป็นหนึ่งในใจประชาชนทุกคนเลยนะคะ 🙏🏻คุณพินิจ(คุณแม่ที่เคารพรัก) ขอบคุณแม่นิจมากๆเลยนะคะที่คอยอบรมสั่งสอนเด็กดื้อคนนี้ ขอบคุณสำหรับโอกาสในหลายๆเรื่องที่มอบให้ลูก รักนะคะ♥️*หนูขอบคุณดารานักแสดงทุกท่านที่ทำให้ระยะเวลาที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้มีแต่ความอบอุ่น🙏🏻♥️พี่ๆทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังกองเทพสามฤดู ขอบคุณนะคะพี่เลี๊ยบ ที่เมตตาและให้กำลังใจน้องคนนี้เสมอมา(ผกกคนแรก&ผกกในดวงใจ) ขอบคุณพี่วา (ผู้ช่วยผกก.)ที่คอยสั่งสอน ให้กำลังใจและรับฟังเด็กดื้อคนนี้ รักนะคะ(พี่ชายสุดที่รักของหนู ขอบคุณพี่สันต์กับพี่แด้ (ตากล้อง)ที่ทำให้หนูยิ้มได้ในทุกๆวันของการทำงาน ขอบคุณเจ๊เต้ย ที่ให้อภัยและให้โอกาสหนู หนูขอโทษนะคะที่ดื้อ ขอบคุณพี่ๆช่างหน้าช่างผม(แม่กบ,พี่แหม่ม,พี่ท้อป,พี่วา แบงค์ และพี่นัท)ที่คอยดูแลห่วงใยหนู* ที่ขาดไม่ได้คือ คุณผู้ชมที่น่ารักที่ติดตามละครเรื่องนี้ทุกท่าน(เพราะคุณคือกำลังใจสำคัญของพวกเรานะคะ) 😊☺️🙏🏻♥️

A post shared by Dearr_darin (@dearr_darin) on

#วันปิดกล้อง 🎬 เทพสามฤดู 🎥 ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกฝ่ายที่ให้โอกาสให้มีนได้รับบท ลักษณา 🌳 ในเรื่องเทพสามฤดู 🙏🏻 ซึ่งเป็นเรื่องที่2ที่ได้ทำงานกับบริษัท สามเศียร กับทีมงานกองหนังเจ้า 🙏🏻ขอบคุณ(ผู้กำกับพี่หนำเลี๊ยบ)ซึ่งเป็นผู้กำกับคนแรกของมีนที่แสนจะใจดี คอยเเนะนำ คอยสั่งสอนตลอด 🙏🏻ขอบคุณ(พี่วา ผู้ช่วยผู้กำกับ) ไม่ว่าจะเรื่องไหนพี่วาเอาอยู่ตลอด รับฟัง ชี้เเนะได้ทุกเรื่อง 🙏🏻ขอบคุณนักแสดงทุกคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองจนทำให้เรื่องนี้ถึงตอนจบ #ยินดีที่ได้รู้จัก #รักกองหนังเจ้า #ลาดหลุมแก้ว #สามเศียร #เทพสามฤดู #ละครจักรๆวงศ์ๆ #กาลครั้งหนึ่งสวรรค์มีเรื่องราว #นางไม้ลักษณา 🍃

A post shared by Mean Waranporn (@mean_waranporn) on

ปิดกล้องกันไปแล้ว กับละคร เทพสามฤดู ตอนจบจะเป็นยังไง หักมุมยังไงต้องติดตาม ทั้งนี้ผมขอขอบคุณโอกาสดีๆจากผู้ใหญ่ทุกๆท่าน ขอบคุณทีมงานทุกฝ่าย ขอบคุณที่ให้ประสบการณ์ คำสอน ความรัก ความอบอุ่น ที่นี่เหมือนครอบครัว เหมือนพี่น้อง เป็นครูเป็นโรงเรียน ขอบคุณมากครับ ทั้งนี้ผมยังต้องเรียนรู้ และพัฒนาฝีมือกันไปเรื่อยๆ ทุกบทบาทที่แตกต่าง มันคือความท้าทาย #ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี #ขอบคุณครับ #ปราบไตรจักร #เทพสามฤดู #รักสามเศียร #รักทุกคน cr. @vawa14207 📸📸📸

A post shared by รัฐ รัฐศิลป์ (@rath_rathsil) on

เมื่อ “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุดปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ ทางบล็อกคนมองหนังคงจะเขียนสรุปภาพรวมที่น่าสนใจของละครโดยละเอียดอีกหน

และหากได้ข่าวคราวความคืบหน้าของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ ที่ผลิตโดยค่ายสามเศียร ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง 7 สี

เราจะรีบรายงานให้ทุกคนรับทราบทันที!

 

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

2 ความเท่ห์ใน “เทพสามฤดู 60”: “อำมาตย์อาจอง” กักตัวฝึกพระเวทย์-“สามศรี” มี “สามร่าง”

“เทพสามฤดู 2560” ตอนที่ 41 ประจำวันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 2560 นั้นมีเนื้อหาหรือรายละเอียดหลายจุดน่าสนใจมากๆ ครับ

จุดแรก

ดังที่เคยพูดถึงไว้แล้วว่า ดูเหมือนทางสามเศียรจะพยายามหาทางคลี่คลายปัญหาที่เกิดจากอาการเจ็บป่วยของนักแสดงอาวุโส “กิตติ ดัสกร” อย่างละเอียดลออพอสมควร

เริ่มจากการเกลี่ยบทของ “อำมาตย์อาจอง” (ซึ่งแสดงโดยกิตติ) ไปให้ “หมื่นมิตร” ตัวละครที่เป็นลูกน้องคนสนิทของท่านอำมาตย์

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ทางผู้กำกับ-ผู้เขียนบท ได้มีวิธีจัดการกับการหายตัวไปของ “อำมาตย์อาจอง” ที่ดีและแยบคายกว่านั้น แถมยังเหนือกว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ผ่านๆ มา อีกหลายเรื่อง

(ซึ่งเวลานักแสดงคนใดติดภารกิจสำคัญจนไม่สามารถกลับมาถ่ายละครได้อีก หรือตัวละครที่นักแสดงผู้นั้นรับบทบาทเริ่มหมดความสำคัญในตัวเรื่อง จนผู้กำกับ-ผู้เขียนบทไม่รู้ว่าควรจะไปต่อยังไง ทางค่ายสามเศียรก็มักจะตัดตัวละครดังกล่าวทิ้งไปเสียดื้อๆ)

วิธีการที่ว่าปรากฏอยู่ระหว่างนาทีที่ 05.10-05.59 ของคลิปด้านบน ซึ่งเป็นการเจรจาความกันระหว่าง “ท้าวโคธรรพ์” หนึ่งในตัวร้ายของละคร กับ “หมื่นมิตร” ที่สามารถถอดเป็นบทสนทนาได้ว่า

ท้าวโคธรรพ์: เราจะไปดูสามศรีหน่อย จนป่านนี้แล้วยังไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว (ในภารกิจจับตัวองค์อิศรา) หมื่นมิตร!

หมื่นมิตร: พระเจ้าค่ะ

ท้าวโคธรรพ์: ท่านพ่อ (อำมาตย์อาจอง ที่รับบทโดยกิตติ) เป็นยังไงบ้าง?

หมื่นมิตร: ท่านอำมาตย์ยังอยู่ในห้องฝึกพระเวทย์อยู่พระเจ้าค่ะ

ท้าวโคธรรพ์: อือ ถ้าเช่นนั้น เราคงต้องขอฝากทางนี้ไว้กับเจ้าด้วย

หมื่นมิตร: เอ่อ ข้าพุทธเจ้า… (แสดงสีหน้าวิตกกังวล)

ท้าวโคธรรพ์: ไม่ต้องกลัว เราจะให้ภูตดำอยู่กับเจ้า นอกจากภูตดำแล้ว เรายังมีทหารที่เป็นหูเป็นตาให้กับเราได้อีก

หมื่นมิตร: ถ้าเช่นนั้น ข้าพุทธเจ้าจะพยายามสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดความสามารถพระเจ้าค่ะ

เท่าที่ตามดูละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่างจริงจังมานานหลายปี นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่ค่ายสามเศียรตัดสินใจแก้ไขปัญหานักแสดง “ต้อง” หายไปจากหน้าจอ อย่างเป็นระบบ และสร้างคำชี้แจงแก่คนดูผ่านทางบทสนทนาของตัวละคร

นอกจากนี้ การแก้ปัญหาเรื่องตัวละครอำมาตย์อาจอง ยังบ่งชี้ว่าบทละคร “เทพสามฤดู 2560” นั้น ไม่ได้มุ่งหน้าเดินตาม “เทพสามฤดู 2546” แบบเป๊ะๆ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

ทว่า เมื่อถึงคราต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ด้วยการ “ด้นสด” ทางทีมงานก็สามารถดำเนินเรื่องราวไปในทิศทางอันผิดแผกจากโครงสร้าง/รายละเอียดเดิมๆ ได้บ้าง

จุดที่สอง

สามศรีสามร่าง

นี่เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง ที่ “เทพสามฤดู 2560” ต่างจาก “เทพสามฤดู 2546”

กล่าวคือ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนเช่นกัน มีฉากดวลกันระหว่าง “พระราหู” ตัวละครพระเอกกึ่งเทพกึ่งอสูรขวัญใจแม่ยก กับ “สามศรี” ตัวร้ายหน้าหล่อครึ่งคนครึ่งวัวขวัญใจสาวๆ

ปรากฏว่ามีจังหวะหนึ่ง (นาทีที่ 8.27 จนจบคลิปด้านบน) ที่ “สามศรี” แยกร่างตัวเองออกเป็น “สามร่าง” เพื่อเล่นงาน “พระราหู”

เมื่อตรวจสอบดูฉากเดียวกันใน “เทพสามฤดู 2546” พบว่า “สามศรี” เวอร์ชั่นที่แล้ว ไม่ได้เล่นงาน “พระราหู” ด้วยกลยุทธ์ “แยกสามร่าง” เช่นนี้ (นาทีที่ 10.08-12.24 ในคลิปด้านล่าง)

อย่างไรก็ตาม การแยกร่างของ “สามศรี” ใน “เทพสามฤดู 2546” เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เมื่อเขาแยกร่างตัวเองออกเป็น “4 คน” เหมือนเป็นการสร้าง “มายาภาพ” หลอกล่อ “สุวรรณอัมพร” คนรักของ “พระราหู” (นาทีที่ 8.46-9.32 ในคลิปเดียวกัน)

ดังนั้น การแยกสามร่างของ “สามศรี” จึงถือเป็นนวัตกรรมของ “เทพสามฤดู 2560” ซึ่งไปสอดคล้องต้องกันพอดีกับเรื่องราวฉบับ “วรรณกรรมวัดเกาะ” ที่เล่าว่า

“โคธรรพ์ฤาษี” ได้นำตัวบุตรชายไปประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางการชุมนุมของเทวดา ครุฑ นาค ยักษ์ ก่อนจะปั้นหุ่นดินขึ้นมาสองตัว จากนั้น พระฤาษีจึงนำน้ำอมฤตรดใส่ร่างบุตรชาย พร้อมๆ กับการนำหุ่นดินสองตัวไปสุมไฟ

ท้ายสุด หุ่นดินคู่นั้นก็กลับกลายเป็นมีชีวิต ทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาประดุจเดียวกันกับบุตรชายของโคธรรพ์ฤาษีไม่ผิดเพี้ยน

ด้วยเหตุนี้ พระฤาษีจึงตั้งชื่อบุตรชายว่า “พระสามศรี” (เพราะมีสามร่าง) โดยกุมารดินอีกสองตนที่ถูกเสกขึ้นมานั้น ก็จะมีหน้าที่คอยช่วยดูแลอารักขากุมารตัวจริง รวมถึงช่วยสร้างความพะวักพะวนให้แก่ศัตรู ยามต้องรบทัพจับศึกอีกด้วย

(ที่มา https://konmongnangetc.com/2017/09/17/samsri-threeseasons/)

ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูบ ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

อีกหนึ่งวิธีเสพ “เทพสามฤดู” ในโลกออนไลน์ – รวมภาพนิ่งหลากอารมณ์จากเหล่านักแสดง

คลิปเล่าเรื่องย่อบนยูทูบ อีกหนึ่งวิธีเสพ “เทพสามฤดู” ในโลกออนไลน์

นอกจากการเผยแพร่ภาพผ่านทางโทรทัศน์, วิดีโอในเว็บไซต์ BUGABOO ของช่อง 7, ไลฟ์สดและคลิปย้อนหลังทางยูทูบ (มากกว่าหนึ่งช่อง) แล้ว

อีกหนึ่งวิธีการเสพ “เทพสามฤดู 2560” ที่น่าสนใจในโลกออนไลน์ ก็คือ การรับฟังเนื้อหาล่วงหน้าของละครผ่าน “คลิปเล่าเรื่องย่อ”

ช่องยูทูบที่ทำคลิปแนวนี้อย่างจริงจังแข็งขัน คือ ช่องของคุณ Pim ChaYa

ข้อได้เปรียบหนึ่งของการทำคลิปประเภทนี้ ก็ได้แก่การที่สามเศียรเลือกสร้าง “เทพสามฤดู 2560” โดยนำเอาบทละครเมื่อปี 2546 มาใช้ถ่ายทำแบบแทบจะช็อตต่อช็อต ดังนั้น เรื่องย่อที่เล่าในคลิปจึงมีความแม่นยำค่อนข้างสูง

และจำนวนคนคลิกเข้ามาฟังคลิป (พร้อมดูภาพนิ่งประกอบ) ก็ถือว่าน่าพอใจทีเดียว คือ มีหลักหมื่นวิวอัพ

โดยส่วนตัว เมื่อลองฟังคลิปเหล่านี้ในสื่อใหม่ทางออนไลน์ ผมกลับย้อนนึกไปถึงสื่อเก่าสองชนิด

ชนิดแรก คือ ละครวิทยุ อีกชนิด คือ เรื่องย่อละครทีวี ไม่ว่าจะเป็นที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์หัวสี หรือพิมพ์ขายเป็นหนังสือราคาย่อมเยา แล้ววางจำหน่ายตามแผงหนังสือและร้านเซเว่นฯ

ปรากฏการณ์เช่นนี้ นำไปสู่ความกำกวมบางอย่าง

กล่าวคือ ด้านหนึ่ง มันอาจชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยยังมีลักษณะเป็น “สังคมมุขปาฐะ” (ชอบพูด/ฟัง หรือดู มากกว่า อ่าน/เขียน) ถ้าพิจารณาว่าลักษณะของคลิปเรื่องย่อ “เทพสามฤดู 2560” วางน้ำหนักอยู่บนเรื่องเล่าประหนึ่งละครวิทยุ (ตลอดจนเทปเล่านิทานเด็กเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน)

ทว่า อีกด้าน ปรากฏการณ์ข้างต้นก็อาจไม่ได้ถูกตรึงอยู่ตรงทางแยกของคู่ตรงข้ามระหว่างการ “พูด/ฟัง/ดู” กับการ “อ่าน/เขียน” หากพิจารณาว่าคลิปเรื่องย่อ “เทพสามฤดู 2560” มีลักษณะพ้องกับเรื่องย่อละครต่างๆ ในเวอร์ชั่นสิ่งพิมพ์ ไปในคราวเดียวกัน

ถึงที่สุดแล้ว “คลิปเล่าเรี่องย่อเทพสามฤดู” ออนยูทูบ จึงอาจแสดงให้เห็นถึงการไหลวนของเรื่องเล่าแบบเดิมๆ ซึ่งตัวคนดู/คนฟัง/คนอ่าน/ผู้บริโภคก็คล้ายจะพอใจกับลักษณะไหลวนไปมาในวิถีทางเดิมๆ เช่นนั้น

ขออนุญาตปิดท้ายเนื้อหาส่วนนี้ ด้วยคำสัมภาษณ์ที่ผมเคยให้ไว้กับเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งอาจอธิบายถึงข้อสรุปดังกล่าวได้อยู่บ้าง

ขณะเดียวกันคนไทยอาจไม่ได้นิยมเสพความบันเทิงซ้ำๆ ด้วยเหตุผลว่าพวกเขาไม่สนใจเรื่องราว ไม่สนใจเนื้อหาสาระ เพราะการได้ดูมหรสพเรื่องเดิมๆ อาจมี ‘หน้าที่’ บางอย่างของมันอยู่ การดูหนัง ดูละคร ที่มีโครงเรื่องเก่าๆ ซ้ำเดิม หมายความว่าคนดูจะสามารถ ‘คาดการณ์’ เรื่องราวของมหรสพนั้นๆ ได้

“มองในบางแง่ การคาดการณ์เรื่องราวได้อาจแสดงให้เห็นถึงอำนาจ และการเข้าถึงความรู้ของคนดู แทนที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้รับเรื่องราวใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงจากผู้ผลิตละคร ในฐานะคนที่ไม่รู้หรือแทบไม่รู้อะไรเลย”

นอกจากนี้ การคาดการณ์เรื่องราวต่างๆ ล่วงหน้าได้ ยังอาจทำให้การชมมหรสพมีรสชาติขึ้น ในกรณีของการชมละครจักรๆ วงศ์ๆ เราอาจนึกถึงภาพกลุ่มคนมาดูละครประเภทนี้หน้าจอทีวี ไปพร้อมๆ กับการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่าเรื่องราวจะดำเนินอย่างไรต่อไป ใครจะรักกับใคร ใครจะอยู่ ใครจะตาย อาจก่อให้เกิดชุมชนของคนดู หรือการสื่อสารในทิศทางอื่นๆ นอกเหนือไปจากการสื่อสารทางเดียวระหว่างภาพในจอกับคนดู ที่ต้องเพ่งสมาธิในการชม ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้มีความสำคัญ แต่มักถูกมองข้ามไป

(ที่มา https://prachatai.com/journal/2017/08/72704)

รวมภาพนิ่งหลากอารมณ์จากเหล่านักแสดง “เทพสามฤดู 2560”

คุยเรื่องเครียดๆ กันไปแล้ว ก็เลยขอปิดท้ายด้วยภาพหลากอิริยาบถ ตั้งแต่น่ารัก เฮฮา จนถึงโศกเศร้า ของบรรดานักแสดงจาก “เทพสามฤดู 2560” ครับ

โดยล่าสุด อินสตาแกรมสามเศียรได้ปล่อยภาพดีๆ มาหลายรูป

นี่คือบางส่วนของรูปภาพเหล่านั้น เชิญรับชมครับ

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“อำมาตย์อาจอง” เริ่มหายไปจากละคร “เทพสามฤดู 60” – สงครามออนไลน์ของยูทูบ “ฟ้ามีตาฯ”

เรตติ้งละครทีวี “เทพสามฤดู” 4-5 พ.ย. 2560

ในที่สุด ตัวเลขเรตติ้งความนิยมทางโทรทัศน์ของละครเรื่อง “เทพสามฤดู” ก็ได้รับการเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากสถิติดังกล่าวต้องงดเผยแพร่ไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะ/รัฐพิธีสำคัญ

ปรากฏว่าตัวเลขเรตติ้งระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2560 ของ “เทพสามฤดู” อยู่ในสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะได้รับความนิยมไปเพียง 5.3 (เสาร์ที่ 4 พ.ย.) และ 5.7 (อาทิตย์ที่ 5 พ.ย.)

ต้องตามติดกันต่อไปว่า “เทพสามฤดู 2560” จะหวนกลับมาทำเรตติ้งเกิน 7 ได้อีกครั้งหรือไม่? เมื่อไหร่?

ที่มาข้อมูล กระทู้รายงานเรตติ้งละคร-ภาพยนตร์ วันศุกร์ที่ 3/11/60 – วันอาทิตย์ที่ 5/11/60 โดย แม่น้องซ่า

เมื่อยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” เผชิญสงครามออนไลน์

ฟ้ามีตา

แม้เรตติ้งในทีวีจะมีอาการทรงๆ ทรุดๆ แต่ต้องยอมรับว่าความนิยมของ “เทพสามฤดู 2560” ในยูทูบนั้นพุ่งสูงเอามากๆ ดังที่บล็อกคนมองหนังได้รายงานสถิติส่วนนี้อย่างใกล้ชิด ตลอดหลายสัปดาห์/เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงสุดสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน 2560 (เหตุเกิดในวันเสาร์ที่ 4) จู่ๆ ยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” ซึ่งมีสัญลักษณ์ verification จากทางบริษัทยูทูบ ก็ถูกลบหายไปเสียเฉยๆ

จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่พยายามเปิดดูยูทูบช่องดังกล่าวในช่วงเช้าตรู่วันที่ 4 พฤศจิกายนพอดี พบว่ามีการขึ้นข้อความทำนองว่าช่องนี้ถูกระงับ เนื่องจากเผยแพร่สแปมและละเมิดข้อห้ามของทางยูทูบ

แอดมินบล็อกคนมองหนังเข้าใจมาตลอดว่ายูทูบช่อง “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” น่าจะเป็นช่องยูทูบอย่างเป็นทางการของค่าย “ดีด้า-สามเศียร” (เพราะมีสัญลักษณ์ verification อย่างเป็นกิจจะลักษณะ) แต่เมื่อยูทูบช่องนี้ถูกลงโทษด้วยมาตรการดังกล่าว แอดมินจึงงุนงงไปไม่น้อยเหมือนกัน

นอกจากนี้ การหายสาบสูญของช่อง “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” ยังส่งผลให้ยูทูบช่องอื่นๆ ที่นำคลิปย้อนหลังของ “เทพสามฤดู” มาเผยแพร่ในลักษณะเดียวกัน ต่างได้รับอานิสงส์เรื่องจำนวนยอดวิวไปตามๆ กัน เช่น ช่อง iTim TV หรือ HoyThak TV

ล่าสุด ยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” เวอร์ชั่นใหม่ได้หวนกลับคืนสังเวียนอีกครั้ง (แต่ยังไม่มีสัญลักษณ์ verification) รวมทั้งได้ทำการไลฟ์สดและนำเสนอคลิปละคร “เทพสามฤดู” ย้อนหลังอย่างเป็นปกติ ในวันที่ 11-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยแอดมินของช่องได้ตอบคำถามที่ผู้ชมสอบถามถึงการหายสาบสูญไปของช่อง “ฟ้ามีตาฯ” เดิม เอาไว้ว่า

“ช่องเดิม ถูกผู้ไม่หวังดี ก๊อปข้อมูลในช่อง แล้วอ้างตัวทำการรีพอร์ตเรา จึงทำให้เกิดปัญหา เรากำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ค่ะ ยังไงก็ติดตามช่องนี้กันไปก่อนนะคะ”

ที่มา https://goo.gl/wbAhFN

เมื่อ “อำมาตย์อาจอง” เริ่มหายตัวไปจากจอ “เทพสามฤดู”

ข่าวคราวของ “กิตติ ดัสกร” ผู้รับบท “ขันธมาร” ใน “เทพสามฤดู 2546” และ “อำมาตย์อาจอง” ใน “เทพสามฤดู 2560” ดูจะถูกขยายความใหญ่โตเกินเรื่องอาการเจ็บป่วยของเจ้าตัวไปไกลลิบ

เพราะมีเรื่องสภาพบ้านเรือนความเป็นอยู่ที่สกปรกทรุดโทรมจนน่าตระหนก และปริศนาเกี่ยวกับชีวิตคู่-ครอบครัวมาข้องเกี่ยวด้วย (ซึ่งทางบล็อกคนมองหนัง คงไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องราวที่ยังไม่มีบทสรุปชัดเจนเหล่านั้น)

อย่างไรก็ดี การต้องพักรักษาตัวของกิตติเริ่มส่งผลต่อละคร “เทพสามฤดู” ที่กำลังออกอากาศแล้ว เห็นได้จากฉากในนครโคธรรพ์ ซึ่งปกติ เวลา “โคธรรพ์” ออกว่าราชการ มักต้องมีพ่อตาอย่างอำมาตย์อาจอง ภูติดำ และหมื่นมิตร อยู่ร่วมด้วย

อำมาตย์อาจองหาย

แต่ในละครเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน “อำมาตย์อาจอง” กลับหายตัวไป และตัวละครสมทบบทไม่เยอะอย่าง “หมื่นมิตร” ได้ถูกขยับสถานะให้กลายมาเป็นเจ้าของบทพูดและเป็นต้นคิดในแผนการชั่วร้ายบางอย่าง ซึ่งเดิมที น่าจะถูกกำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่หรือบทบาทของอำมาตย์อาจอง

อำมาตย์อาจองหาย 2

ต้องดูกันยาวๆ ว่า ตัวละคร “อำมาตย์อาจอง” จะหายไปจาก “เทพสามฤดู 2560” โดยถาวรเลย หรือจะย้อนกลับมามีบทบาทสมทบเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงท้าย?