จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

รวมมิตรข่าวจักรๆ วงศ์ๆ ต้นปี 2562 (ลือว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” จะลงจอต่อจาก “สังข์ทอง”!)

คลิกเลย – เปิดภาพตัวอย่าง “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก่อนลงจอ 17 มีนาคมนี้

“ขวานฟ้าหน้าดำ” รีเทิร์นจอโทรทัศน์!?

เมื่อ “สังข์ทอง 2561-62” ดำเนินเรื่องมาถึงช่วงปลายๆ มีแนวโน้มใกล้อวสานเต็มที

แฟนๆ ละครจักรๆ วงศ์ๆ ต่างพากันสืบหาข่าวคราวว่าละครเรื่องใดจะมาลงจอต่อใน “ช่วงเวลาทอง” ของเช้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี หรือ 35 HD

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ ที่น่าจะแพร่ภาพภายในช่วงปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาสสองของปีนี้ อาจเป็น “นางสิบสอง”

แต่ก็ไม่มีหลักฐานภาพถ่ายใดๆ มายืนยัน

กระทั่งล่าสุด อินสตาแกรมของ “สยม สังวริบุตร” ผู้บริหารค่ายดีด้า-สามเศียร ได้โพสต์รูปคู่ระหว่างสยมกับนักแสดงเด็กรายหนึ่ง ซึ่งแต่งหน้าแต่งกายและถืออาวุธคู่ใจคล้ายตัวละครนำของ “ขวานฟ้าหน้าดำ”

จึงเกิดกระแสข่าวว่า ละครเรื่องใหม่ที่จะมาแทน “สังข์ทอง” อาจพลิกโผกลายเป็น “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ก่อนหน้านี้ “สามเศียร” เคยผลิต “ขวานฟ้าหน้าดำ” เป็นละครโทรทัศน์สองครั้ง

ครั้งแรก ระหว่างเดือนธันวาคม 2526 – เมษายน 2527 ครั้งที่สอง ระหว่างเดือนธันวาคม 2540 – เมษายน 2541

ทั้งยังมีการนำเนื้อเรื่องเดียวกันไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์เรื่อง “อภินิหารขวานฟ้า”

ทั้งนี้ “ไพรัช สังวริบุตร” เคยกล่าวอธิบายไว้ในนิตยสารอะเดย์เมื่อปี 2547 ว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นเป็นบทประพันธ์ที่เขียนขึ้นใหม่ ไม่ใช่นิทานพื้นบ้านดั้งเดิม

ขวานฟ้าฯ นี่ เราซื้อเรื่องเขามา ซื้อขาด ผู้เขียนเคยอยู่เดลินิวส์ แต่ชื่ออะไรผมจำไม่ได้ ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ แต่คนทั้งหลายเขาก็ไม่รู้ ก็เอามาเล่น คิดว่าเป็นนิยายพื้นบ้าน

ไพรัชให้สัมภาษณ์ “สืบสกุล แสงสุวรรณ” ในรายงานพิเศษหัวข้อ “The King of Fantasia” (นิตยสารอะเดย์ ฉบับที่ 42 เดือนกุมภาพันธ์ 2547)

ขณะที่ในไตเติ้ลของละคร “ขวานฟ้าหน้าดำ 2540-41” และการ์ตูน “อภินิหารขวานฟ้า” ระบุตรงกันว่าเจ้าของบทประพันธ์เรื่องนี้ คือ “เสรี เปรมฤทัย” นักเขียนหนังสือนิทาน/หนังสือสรุปย่อเนื้อหาวรรณคดีชื่อดัง

อย่างไรก็ดี นอกจาก “สังข์ทอง” ทางช่อง 7 แล้ว “ขุนแผนแสนสะท้าน” ละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่องดาวเทียมจ๊ะทิงจาของบริษัทสามเศียร ก็กำลังจะอำลาจอพร้อมๆ กัน

จึงมีความเป็นไปได้ว่า ระหว่าง “นางสิบสอง” กับ “ขวานฟ้าหน้าดำ” อาจมีเรื่องหนึ่งที่จะฉายออกจอช่อง 7 หลัง “สังข์ทอง” อวสาน ส่วนอีกเรื่องจะต้องมาแทนที่ “ขุนแผนแสนสะท้าน” ในช่องดาวเทียม

“น้ำผึ้ง ธนภัทร” สำเร็จการศึกษาจากรามคำแหง ระหว่างเป็นนิสิตจุฬาฯ

นอกจากจะมีความสามารถด้านการแสดงและการขับร้องเพลง (เป็นเจ้าของเสียงร้องในเพลงนำละคร “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นล่าสุด)

“น้ำผึ้ง ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” ผู้รับบทพระธิดา “ประคองยศ” ใน “สังข์ทอง 2561-62” ยังเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้ และมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

ปัจจุบัน นอกจากกำลังศึกษาอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้ำผึ้งซึ่งเริ่มลงทะเบียนเรียนในคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ก็ได้สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตใหม่ของ ม.รามฯ เรียบร้อย

โดยเธอจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรใบแรกของชีวิตในเดือนมีนาคมนี้

หลังปีใหม่ เรตติ้ง “สังข์ทอง” แตะ 7 อีกหน

มาว่ากันถึงตัวเลขเรตติ้งล่าสุดของ “สังข์ทอง 2561-62” กันบ้าง

โดยเรตติ้งของ “สังข์ทอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม วันส่งท้ายช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นั้น พุ่งไปสูงถึง 6.976 ซึ่งจะอนุโลมให้ปัดขึ้นเป็น 7.0 ก็ยังได้

อย่างไรก็ตาม เรตติ้งของละครในสัปดาห์ถัดมากลับดร็อปลง เป็น 5.220 ในวันเสาร์ที่ 12 และ 6.476 ในวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/lorddida/

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

สายสัมพันธ์ “โกมินทร์-นาจา” ข้อสังเกตศาสตราจารย์ปรัชญาการเมือง-เจ้าพ่อละครจักรๆ วงศ์ๆ

สมมติฐานว่าด้วย “โกมินทร์” กับ “นาจา” โดย ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

ชัยวัฒน์
ภาพจาก http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1422330214

“…ผมสงสัยต่อไปว่า นาจาในเชิงวัฒนธรรมน่าจะต้องเป็นญาติกับอะไรหรือใครในอารยธรรมไทยแน่นอน และผมคิดว่าญาติสนิทของ ‘นาจา’ น่าจะชื่อ ‘โกมินทร์’ โดยมีสมมติฐาน (hypothesis) คือ

‘นาจาเป็นญาติกับโกมินทร์’

“ผมรอวันพิสูจน์สมมติฐานนี้ และดีใจเหมือนได้แก้วเมื่อได้เห็นภาพเหรียญนี้ (ภาพที่ 3)

spd_2011032610053_b
ภาพจาก http://amata-amulet-thailand.tarad.com/product.detail_911282_th_3743687

“เป็น ‘เหรียญนาจา’ ออกโดยวัดนาจา แต่เรียกว่า ‘เจ้าพ่อโกมินทร์’ แสดงว่าสมมติฐานผมถูก

“แต่โกมินทร์เป็นใคร?

“โกมินทร์เป็นกุมาร ได้ทวนได้อาวุธอะไรมาและไปปราบนาค เอาชนะนาคเมื่อลงไปสู้กันในบาดาล แต่พลั้งมือฆ่านาคตาย พวกนาคก็โกรธ ยกกำลังขึ้นมาสู้กับมนุษย์ ในที่สุดโกมินทร์ก็กลายเป็นฮีโร่

“คนที่เขียนโกมินทร์ หรือภาพยนตร์เรื่อง โกมินทร์ ซึ่งเข้าใจว่าสร้างมาหลายครั้ง ผมพยายามไปหาชุดแรก ซึ่งเข้าใจว่า สุริยา ชินพันธุ์ เป็นผู้แสดง ปรากฏว่าหาใน Youtube ไม่ได้ มีแต่ยุคหลังๆ

“แค่ค้นพบปกของ โกมินทร์กุมาร หนังสือการ์ตูนที่เขียนโดย ทวี วิษณุกร (ภาพที่ 4) ผมก็ดีใจมากแล้ว เพราะแสดงว่าสมมติฐานของผมมีเค้าถูก (อีกแล้ว)

โกมินทร์กุมาร
ภาพจาก http://taweewitsanukorn.blogspot.com/2017/05/blog-post.html (คนละภาพกับที่ปรากฏในหนังสือ “สิงสาราสัตว์ฯ”)

“เพราะนาจากับโกมินทร์สัมพันธ์กันจนกลายเป็นคน (องค์) เดียวกัน ผมจึงสงสัยต่อไปว่าคงต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างระหว่างมังกรกับนาค แต่มังกรคือนาคเช่นนั้นหรือ?…”

จากบทความ “มังกร” โดย ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหนังสือ “สิงสาราสัตว์: มานุษยวิทยาว่าด้วยสัตว์และสัตว์ศึกษา” สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ บรรณาธิการ จัดพิมพ์โดยมูลนิธิเพื่อการศึกษาประชาธิปไตยและการพัฒนา (โครงการจัดพิมพ์คบไฟ) กันยายน พ.ศ.2560

โกมินทร์
ภาพจาก http://www.tlcthai.com/education/star/79374.html

ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับที่มาของ “โกมินทร์” โดย ไพรัช สังวริบุตร

1411807881-pi2JPG-o
ภาพจาก https://pantip.com/topic/32635556

“…โกมินทร์ เรื่องจริงๆ มันมาจากจีน เขาก็มีเหาะขึ้นไปแล้วมีกงจักรอยู่ที่เท้า เราค้นคว้าเจอ นั่นก็คือใช่ แต่เดิมคงเป็นเรื่องจีน แล้วเอามาแต่งเป็นไทย มันถึงได้ชื่อ ‘โก’ ไง เหมือน โกฮับ โกอะไรอย่างเนี้ย

บทสัมภาษณ์ไพรัช สังวริบุตร จากสกู๊ป “The King of Fantasia” โดย สืบสกุล แสงสุวรรณ ในนิตยสาร a day ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2004 (พ.ศ.2547)

a day 42
ภาพจาก http://www.daypoets.com

 

ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ย้อนอ่าน A Day หน้าปกละครจักรๆ วงศ์ๆ สมัย “เทพสามฤดู 2546” กำลังพีค!

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 นิตยสาร A Day ฉบับที่ 42 เคยนำเสนอภาพหน้าปกในธีมละครจักรๆ วงศ์ๆ พร้อมคำโปรย “กาลครั้งนี้…สวรรค์มีเรื่องราว”

อันสอดรับกับภาวะ “ดังระเบิด” ของละคร “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นปี 2546-47

ในนิตยสารดังกล่าว มีสกู๊ปหลัก พ่วงด้วยบทสัมภาษณ์สองชิ้นใหญ่ๆ ว่าด้วยละครจักรๆ วงศ์ๆ

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตนำเสี้ยวเนื้อหาบางส่วนจากงานเหล่านั้นมานำเสนอเรียกน้ำย่อย ส่วนใครอยากอ่านฉบับเต็มๆ คงต้องไปตามหาแถวห้องสมุดหรือร้านหนังสือเก่ากันครับ

ส่วนแรกที่ขอคัดลอกมาให้อ่านกัน คือบทสัมภาษณ์ “คำอาจารย์บอกเล่า”

ซึ่ง “ทรงกลด บางยี่ขัน” ไปพูดคุยกับ “รองศาสตราจารย์สุกัญญา สุจฉายา” (ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์) ผอ.ศูนย์คติชนวิทยา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในขณะนั้น

คำถาม-คำตอบสองข้อนี้ น่าสนใจเลยครับ

การนำนิทานพื้นบ้านมาทำเป็นละครโทรทัศน์ก็ถือเป็นการช่วยต่อลมหายใจวิธีหนึ่ง?

ก็เป็นการช่วย อย่าง แก้วหน้าม้า ทำใหม่ตั้งกี่เวอร์ชั่น ตราบใดที่มันยังถูกเอามาทำเป็นละคร ตราบนั้นมันก็จะยังอยู่ เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้รู้จักนิทานพื้นบ้านผ่านการอ่าน การฟัง ไม่เคยดูลิเก นอกจากในหนังสือเรียนแล้วก็อาศัยดูโทรทัศน์ เด็กๆ ตื่นเช้ามาแล้วไม่มีอะไรทำก็มานั่งดูเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ มาดูเจ้าชาย เจ้าหญิง ยักษ์ มันอยู่ในความฝันของเขา พออายุได้สัก 9-10 ขวบ เขาก็หลุดจากความฝัน พอต้องการความจริงแล้วเขาก็เลิกดู

ตอนนี้คนกลุ่มไหนที่ยังอยู่ในความฝันของละครจักรๆ วงศ์ๆ บ้างครับ?

คนชนชั้นล่าง กลุ่มใหญ่ด้วย นั่นทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ อยู่มาได้ 30-40 ปี เพราะมันอยู่ในพื้นฐานชีวิต อยู่ในขนบของเขา พอมาเพิ่มฉาก เพิ่มแอนิเมชัน เพิ่มเทคนิคพิเศษ คนก็ยิ่งชอบ ทั้งๆ ที่เรื่องที่เอามาทำก็เป็นเรื่องเดิม แต่คนดูก็ไม่สนใจ เหมือนเมื่อก่อนเวลาที่คนไทยดูลิเก เราไม่ได้สนใจว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรเพราะรู้เรื่องอยู่แล้ว ลิเกนี่เห็นชัดมากเพราะในแต่ละวันที่เขาเล่น เขาไม่เคยเล่นตอนต่อกันเลย คนดูเขาอยากจะดูแค่พระเอกกับนางเอก ดูว่าคนนี้เล่นบทนี้เหมาะไหม เราดูแบบเน้นศิลปินเดี่ยว คนไทยไม่ชอบอะไรที่เป็นกลุ่มๆ

a day 42
ขอบคุณภาพจาก http://www.daypoets.com

ส่วนอีกชิ้นหนึ่ง คือ บทสัมภาษณ์กึ่งสกู๊ปหัวข้อ “THE KING OF FANTASIA”

ซึ่ง “สืบสกุล แสงสุวรรณ” (และ “วชิรา รุธิรกนก”) ไปพูดคุยกับ “ไพรัช สังวริบุตร” บิ๊กบอสใหญ่ของดาราวิดีโอ บุคคลสำคัญที่อยู่คู่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 มาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน

ในสกู๊ปดังกล่าว คุณไพรัชเปิดเผยเบื้องหลังของกระบวนการผลิตละครประเภทนี้ที่น่าสนใจหลายประเด็น ทั้งเรื่องการลงทุนที่ต้องใช้เงินเยอะ จนค่ายอื่นๆ จากช่องอื่นๆ ไม่สามารถยืนระยะในการผลิตละครจักรๆ วงศ์ๆ ได้ยาวนานเท่ากับค่ายสามเศียร ในเครือดาราวิดีโอ

แม้แต่หากเปรียบเทียบกับผลประกอบการของบริษัททั้งหมดในเครือดาราวิดีโอเอง ก็ดูเหมือนว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ จะถือเป็น (หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น) แหล่งรายได้ก้อนใหญ่สุด ดังคำบอกเล่าของไพรัชที่ว่า

“…แต่ตอนนั้นเนื่องจากว่าหนังจักรวงศ์เนี่ย เป็นตัวหาเงินมาเลี้ยงละคร (หลังข่าว) เพราะจักรวงศ์มันเป็นเวลาของเราเอง (สามเศียรซื้อเวลาช่อง 7 เพื่อนำมาผลิตละครจักรๆ วงศ์ๆ) พอได้ผลกำไรก็เอาไปเลี้ยงละคร ละครนี่เป็นงานรับจ้างนะ (สถานี คือ ช่อง 7 เป็นผู้ว่าจ้างให้ดาราวิดีโอและดีด้าผลิตละครหลังข่าวเรื่องต่างๆ) กำไรมันตายตัวอยู่ บางทีก็ขาดทุน แล้วอาศัยพวกดาราที่แพงๆ ขาดทุนก็อาศัยตรงนี้ (ละครจักรๆ วงศ์ๆ) ไปเลี้ยง…”

หมายเหตุ ข้อความในวงเล็บ เป็นการอธิบายขยายความเพิ่มเติมโดยบล็อกคนมองหนัง