คนอ่านเพลง

ชมคลิปการแสดงสดสุดไพเราะ (บางส่วน) ของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 60

ก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ มีโอกาสไปชมมินิคอนเสิร์ตของวง “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” อันประกอบไปด้วยสามสมาชิกหลัก “พนเทพ สุวรรณะบุณย์” “ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” ที่ร้านปาร์คกิ้ง ทอยส์ ถนนเกษตร-นวมินทร์

โดยรวมแล้ว โชว์ถือว่า “ดีงามตามท้องเรื่อง” และตามมาตรฐานระดับสูงของพวกลุงๆ น้าๆ ครับ

ทุกๆ เพลงที่เล่นยังไพเราะเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน บรรยากาศของคนฟังก็ยอดเยี่ยมและสนุกมากๆ มีการร้องคลอตามศิลปินเกือบทุกเพลง

โดยส่วนตัว เพลงในเพลย์ลิสต์ของการแสดงครั้งนี้ที่ผมชอบมากสุด คือ “เพียงแค่ใจเรารักกัน” เพราะส่วนใหญ่ เวลา “ดึกดำบรรพ์ฯ” ขึ้นโชว์ เพลงนี้มักถูกร้องท่อนแรกๆ โดยพี่ตุ่น พนเทพ ก่อนจะมีศิลปินรับเชิญขึ้นมาร้องต่อ (คุณตุ๊ก วิยะดา และคุณโรส ศิรินทิพย์)

แต่เมื่อค่ำวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา เพิ่งมีโอกาสได้ฟังพี่ตุ่น (ซึ่งเป็นคนแต่งทำนอง) ร้องเพลงนี้เต็มๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

นอกจากนี้ หลังการแสดงเสร็จสิ้นลง ผมออกไปยืนรับลมตรงหลังร้านปาร์คกิ้ง ทอยส์ แล้วก็ได้พบเห็นบรรยากาศดีๆ เมื่อมีผู้แนะนำให้พี่ตุ่น พนเทพ ทำความรู้จักกับ “คุณอิด อาวินน์ ระวียัน” ฟรอนท์แมนของวง “ลิเบอร์ตี้” โดยในคำแนะนำมีการระบุด้วยว่าลิเบอร์ตี้เคยได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์

(“ลิเบอร์ตี้” มีอัลบั้มเต็มสองชุด ซึ่งได้รับสีสัน อะวอร์ดส์ รวมทั้งสิ้นสามรางวัล ในอัลบั้มชุดแรก “Flying Free” พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2546 ก่อนที่อัลบั้มชุดที่สอง “Liberalization” จะทำให้พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2556-57 – แต่ถ้าวัดจากรสนิยมส่วนตัวแล้ว ผมยังชอบงานชุดแรกมากกว่าครับ แหะๆ)

หลังจากนั้น ก็เห็นพี่ตุ่นและคุณอิดยืนคุยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแชะรูปคู่เป็นที่ระลึก ถือเป็นการพบปะสังสรรค์ระหว่างศิลปินสองรุ่นที่อบอุ่นดีครับ

คราวนี้ ผมบันทึกคลิปการแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” มาเยอะพอสมควร แต่ก็ด้วยคุณภาพที่หลากหลายครับ คือ มีทั้งคลิปที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ จนเบลอร์นิดหน่อย คลิปที่ถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิทัล คุณภาพค่อนข้างชัด มีทั้งคลิปที่เสียงค่อนข้างโอเค พอฟังได้ และคลิปที่มีเสียงรบกวนค่อนข้างเยอะ

ถือว่ารับชมเอาบรรยากาศก็แล้วกันครับ

Advertisements
คนอ่านเพลง

“อัศจรรย์…รัก” โดย ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์

(ปรับปรุงจากบทความในมติชนสุดสัปดาห์  8-14 กรกฎาคม 2559)

หลังมีคอนเสิร์ตส่วนตัวชื่อ “รักนิรันดร์” เมื่อเดือนตุลาคม 2558 “พนเทพ สุวรรณะบุณย์” โปรดิวเซอร์-นักแต่งเพลงฝีมือดี ที่สร้างผลงานฮิตๆ ไว้มากมายช่วงยุค 2520-2540 ก็คล้ายจะเริ่มจับทางได้ถูกว่ากิจกรรมการเล่นดนตรีในวัยหลังเกษียณของเขาและ (ผองเพื่อน) ควรจะคลี่คลายไปสู่ทิศทางใด

โมเมนต์หนึ่งในคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” ที่ประทับใจคนดูเป็นพิเศษ ก็คือช่วงที่ “สามเกลอเก่า” อย่างพนเทพ “ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” มาล้อมวงร้องเพลง-เล่นดนตรีด้วยกัน

เมื่อเสร็จสิ้นคอนเสิร์ตครั้งนั้น ทั้งสามคนจึงร่วมมือกันก่อตั้งวง “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ขึ้นมา เพื่อร้อง-เล่นเพลงเก่าๆ และเพลงที่ไม่เก่านัก ของแต่ละคน

พร้อมๆ กันนั้น “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ได้เริ่มสร้างเพจเฟซบุ๊กของวง และนานๆ ครั้ง ก็จะปล่อยคลิปการเล่นดนตรีเด็ดๆ ออกมาสักที โดยความไพเราะของบทเพลงและความลงตัวของการเรียบเรียงดนตรี-เสียงประสาน สามารถดึงดูดยอดไลก์-ยอดแชร์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

“ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” จึงลองชิมลางด้วยการจัดงานซ้อมโชว์ที่ร้านกาแฟ “คอฟฟี่ โมเดล” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยมีผู้เข้าชม (ฟรี) หลายร้อยคน จนแน่นพื้นที่

ในที่สุด พนเทพ-ชรัส-ปั่น ก็ตัดสินใจจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเขา ชื่อ “อัศจรรย์…รัก” ขึ้น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ที่จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยรวมถือว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้น่าประทับใจ เพราะบทเพลงรักหวานซึ้งสวยงาม ทั้งทางด้านคำร้องและทำนอง ถูกนำเสนอคลอเคียงไปกับบรรยากาศการเล่นดนตรี-พูดคุยที่เรียบง่าย สนุกสนานเป็นกันเอง

ส่วนตัว ผมชอบช่วงเปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลง “รักล้นใจ” “คนไม่มีวาสนา” และ “รักเธอมากกว่าใคร” ชอบการร้อง-เล่นเพลง “A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ” อย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์”

นอกจากนี้ 5-6 เพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ยังเอาคนดูได้อย่างอยู่หมัด

แม้อาจมีจุดไม่เนี้ยบอยู่บ้างหากเทียบกับคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” อาทิ งานด้านโปรดักชั่น ทั้งเรื่องแสงสีและภาพเคลื่อนไหวในจอยักษ์ด้านหลังเวที ที่นอกจากจะไม่ค่อยคมชัด (ตามมาตรฐานของยุคปัจจุบัน) แล้ว ยังจับกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ของการแสดงได้ไม่ทันท่วงที

ส่วน “อาการหลุด” ของศิลปินระดับ “สามคุณลุง” บนเวทีนั้น เป็นสิ่งที่พอคาดเดาได้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

มิหนำซ้ำ แฟนเพลงที่มาชมการแสดงส่วนใหญ่ล้วนมอง “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ดังกล่าว เป็นเรื่องสนุกหรืออารมณ์ขันเสียมากกว่า

ย้อนกลับไปเมื่อคราวคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” การแสดงหนนั้น คือ คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก (และอาจจะเป็นครั้งเดียว) ของพนเทพ ทุกอณูของโชว์จึงเต็มไปด้วยการ “ปล่อยของ” อย่างเต็มที่ ทั้งภาคดนตรีที่เนี้ยบเฉียบ งานโปรดักชั่นแวดล้อมที่ไม่บกพร่อง ขณะเดียวกัน เรื่องเล่าประกอบเพลงก็สมบูรณ์ เช่นเดียวกับศักยภาพและความพร้อมของศิลปินรับเชิญแต่ละคน/วง

พอมาถึงคอนเสิร์ต “อัศจรรย์…รัก” ดูเหมือนโจทย์และความมุ่งหวังในการจัดโชว์ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ความพยายามจะรักษาจุดสมดุลระหว่างการจัดโชว์ทางดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยความสมบูรณ์แบบ กับอารมณ์อยากล้อมวงเล่นดนตรีสบายๆ ในหมู่เพื่อนฝูง

หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า พนเทพ-ชรัส-ปั่น พยายามจะผสมผสานบรรยากาศการทำงานในสตูดิโอที่ต้องเพอร์เฟ็กต์จริงจัง เข้ากับบรรยากาศการพูดคุยเที่ยวเล่นอันผ่อนคลายในหมู่มิตรสหายที่คบหากันมากว่าสี่ทศวรรษ บนเวทีคอนเสิร์ตวันนั้น

ซึ่งฟังดู “ไม่ยาก” แต่กลับปรุงแต่งให้กลมกล่อมลงตัวจริงๆ ได้ “ไม่ง่าย” นัก

ส่งผลให้เกิดอาการ “เกร็ง” “ตกหล่นเล็กน้อย” หรือ “ไปไม่เป็น-ต่อไม่ติด” โผล่ออกมาเป็นระยะๆ ระหว่างการแสดง

ทว่า ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า แฟนเพลง (ซึ่งส่วนใหญ่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับศิลปิน) ล้วนมองเห็นเรื่องเหล่านั้นเป็น “ความบกพร่องโดยสุจริต” หรือ “ความเป็นกันเองระหว่างคนคุ้นเคย” ซึ่งก่อให้เกิดภาวะตลกเฮฮาช่วยบรรเทาความตึงเครียด มากกว่าจะเป็นภาวะหงุดหงิดรำคาญใจ

อีกสิ่งหนึ่งที่พอจะจับสังเกตได้ คือ เมื่อต้องยืนระยะยาวๆ ด้วยการเล่นดนตรีต่อเนื่องกันยี่สิบกว่าเพลง “ลุงๆ ทั้งสามคน” ก็มีอาการหนืดเหนื่อยให้เห็นอยู่บ้าง

ดังนั้น ถ้า “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ยังอยากทำโชว์ใหญ่ๆ อย่างสม่ำเสมอต่อไปเรื่อยๆ เช่น มีคอนเสิร์ตปีละหน พวกเขาอาจต้องใช้ประโยชน์จากทีมงานนักดนตรีสนับสนุนระดับ “พระกาฬ” ให้มากขึ้น

เช่น เปิดช่วงพิเศษให้ “ป้อม-เกริกศักดิ์ ยุวะหงษ์” ที่นั่งเคาะเพอร์คัสชั่นแบบหลบมุม มาร้องนำสัก 2-3 เพลง

หรือคงน่าสนใจไม่น้อย หากมีช่วงเรโทรสเปคทีฟให้ “เศกสิทธิ์ ฟูเกียรติสุทธิ์” มือคีย์บอร์ด ซึ่งปรากฏตัวเป็นฉากหลังรางๆ ของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์”

ทั้งที่แท้จริงแล้ว เขาเป็นเจ้าของผลงานการแต่งทำนองและเรียบเรียงดนตรีให้เพลงดังๆ ของนักร้องหลายคน อาทิ “มาลีวัลย์ เจมีน่า” “ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี” และ “อัญชลี จงคดีกิจ”

(และในคอนเสิร์ตหนนี้ ก็มีการนำเพลงของเศกสิทธิ์มาร้อง-บรรเลงอยู่ไม่น้อย เช่น “คนไม่มีวาสนา” และ “A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ”)

โดยเฉพาะหากได้แขกรับเชิญรุ่นราวคราวเดียวกันสักคนสองคนมาสร้างสีสันบนเวที ความหนืดเนือยที่เกิดขึ้นบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็น่าจะจางหายไป

ผู้รับบทบาทเป็นแขกรับเชิญที่คอยสร้างสีสันและเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดีบนเวทีคอนเสิร์ต “อัศจรรย์…รัก” ก็คือ “ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร”

ผู้ชมส่วนใหญ่คงขำขันกับมุขตลก “สองแง่สองง่าม” ของวิยะดา

แต่อีกมุขหนึ่งที่ผมชอบและเห็นว่าคมคายมากๆ ก็ได้แก่ ตอนที่วิยะดาแซวเรื่องการร้องเพลงของพนเทพ

วิยะดาเล่าว่าสมัยทำอัลบั้มครั้งแรกๆ เธอพยายามจะร้องเพลงแบบ “เลื้อยเสียง” เหมือนมาลีวัลย์ (ซึ่งเป็นหนึ่งใน “เด็กสร้าง” ของพนเทพเช่นกัน)

การร้องแบบ “เลื้อยเสียง” คือ วิธีการร้องเพลงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักๆ ในยุคสมัยหนึ่ง (ทศวรรษ 2530-2540) ว่าเป็นการ “ร้องภาษาไทยไม่ช้าด” นั่นเอง

วิยะดาเล่าต่อว่า พอเธอทดลองร้องเลื้อยเสียงในสตูดิโอ คนที่ระงับการทดลองดังกล่าวกลับเป็นพนเทพ ซึ่งสื่อสารกลับมาอย่างเรียบๆ ว่า “ตุ๊กครับ ร้องธรรมดาก็ได้ครับ ไม่ต้องแอ๋น”

บนเวทีคอนเสิร์ต วิยะดาเลยได้ทีเอาคืนว่า แล้วลองมาดูวิธีการร้องเพลงของพนเทพในยุคปัจจุบันสิ แหม! นี่ก็ร้องเลื้อยเสียงแบบ “ไม่ช้าด” เหมือนกันนั่นแหละ

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างสามสมาชิกของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ในขณะที่ชรัสจะร้องภาษาไทยแบบชัดๆ ตรงๆ ปั่นและพนเทพกลับนิยมร้องเพลงในลักษณะเลื้อยเสียง

ลักษณะคล้ายคลึงกันยังเคยเกิดขึ้นเมื่อคราวที่ “โอม-ชาตรี คงสุวรรณ” อดีตโปรดิวเซอร์ฝีมือดีอีกคนของแกรมมี่ หันมาออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ก่อนจะจัดคอนเสิร์ตรียูเนียนของ “ดิ อินโนเซ็นต์” เมื่อปี 2552

ข้อท้วงติงหนึ่ง ซึ่งแฟนๆ รุ่นเก่าของ “ดิ อินโนเซ็นต์” วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้อง ก็คือ พวกเขาอยากฟังโอม ชาตรี ร้องเพลงติดสำเนียงลูกกรุง แบบในอัลบั้มชุดดั้งเดิม มากกว่าจะมาร้องเพลงไม่ช้าด ติดเสียง “เชอะ” เยอะๆ เหมือนศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่โอมโปรดิวซ์ให้

จำได้ว่า ช่วงกลางทศวรรษ 2530 ถึงต้น 2540 ผู้เคร่งครัดภาษาไทยมักออกมาพร่ำบ่นว่า พวกนักร้องเพลงป๊อปค่ายใหญ่นั้นร้องเพลงไทยกัน “ไม่ช้าด” จนเข้าข่ายทำภาษาวิบัติ เนื่องจากศิลปินรุ่นใหม่ถูกฝึกฝนแบบผิดๆ โดยนโยบายของค่ายเทป ตลอดจนโปรดิวเซอร์

ที่น่าสนใจ คือ ครั้นเวลาผันผ่านไปเรื่อยๆ ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ซึ่งปรากฏขึ้นกลับกลายเป็นว่า เหล่าโปรดิวเซอร์หัวกะทิของค่ายเพลงใหญ่มิได้เพียงสอนให้ศิลปินรุ่นน้อง-ลูก-หลาน ร้องเพลง “เลื้อยเสียง” แบบ “ไม่ช้าด” โดยที่พวกเขาเองยังใช้ภาษาไทยแบบ “ชัดถ้อยชัดคำ” ตามมาตรฐานเดิมอยู่

ทว่า บรรดาโปรดิวเซอร์เองก็ค่อยๆ เปลี่ยนวิธีการร้องเพลงของตน มาสู่การร้องในลักษณะเลื้อยเสียงหรือร้องไม่ช้าด เจริญรอยตามนักร้องเด็กๆ ภายใต้การโปรดิวซ์ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

จึงอาจพอสรุปได้ว่า ในช่วงเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา “โครงสร้าง” การใช้ภาษาไทยของศิลปินเพลงป๊อปไทยได้ “เปลี่ยนแปลง” ไปมหาศาล

ที่สำคัญบุคลากรทุกฝ่าย ทั้งศิลปินและคนเบื้องหลัง ต่างถูกหล่อหลอมโดยความเปลี่ยนแปลงนั้นไปพร้อมๆ กัน อย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน

“ความผิดเพี้ยน” หรือ “ความวิบัติ” จึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็น “มาตรฐานชนิดใหม่” หรือ “วิวัฒนาการ”

กระทั่งในรายการ “เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์” ซีซั่นที่แล้ว “โค้ชก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” นักร้อง-นักดนตรีที่โด่งดังในยุค 2530-40 ได้คอมเมนต์ผู้เข้าประกวดรายหนึ่ง คือ “หมูแฮม-นราพงษ์ ปราโมทย์” เอาไว้ว่า

“คุณเป็นคนที่ร้องเพลงไทยแปลกไปอีกแบบ ผมไม่ค่อยได้ยินนะครับ คุณไม่ค่อยผันนะ (“ผัน” ของโค้ชก้อง น่าจะหมายถึงการ “เลื้อยเสียง” ในภาษาของวิยะดา) คุณร้องตรงๆ แล้วก็ฮิตโน้ตซะส่วนใหญ่ ซึ่งในเพลงไทยไม่ค่อยมีใครร้องเทคนิคแบบนี้นะครับ ก็เป็นที่น่าฟังไปอีกแบบหนึ่ง ก็เป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจดีนะครับ”

รายชื่อเพลงในคอนเสิร์ต

รักล้นใจ
คนไม่มีวาสนา
รักเธอมากกว่าใคร
อยากจะมีเธอ
หยดน้ำ
A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ
ผีเสื้อ
ทั้งรู้ก็รัก ร่วมร้องโดย สิงโต นำโชค
รักเองช้ำเอง สิงโต นำโชค
อยู่ต่อเลยได้ไหม สิงโต นำโชค
เฝ้าคอย
เพลง
เพราะเธอ
โอ้ใจเอ๋ย
เพียงแค่ใจเรารักกัน ร่วมร้องโดย วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
ฝันที่หลุดลอย วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
เล็กๆ น้อยๆ ร่วมร้องโดย วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
ตลอดไป
รักนิรันดร์
ทะเล
หลับตา
อัศจรรย์รัก
เพราะฉะนั้น
กลับบ้านเรา
รักยืนยง ร่วมแจมโดย วิยะดา สิงโต ผุสชา โทณะวณิก และ บิลลี่ โอแกน

ข่าวบันเทิง

ชมคลิปเพลง “เพราะเธอ” จากวงนั่งเล่น และอย่าลืม! คอนเสิร์ต ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ 2 ก.ค. นี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน ไปนั่งชมการแสดงดนตรีของวงนั่งเล่น ที่ทีเคพาร์คมาครับ

วงนั่งเล่น เกิดจากการรวมตัวกันของ “คนดนตรีเบื้องหลังระดับครีม” จากทั้งสองค่ายใหญ่ในเมืองไทย คือ แกรมมี่ และ อาร์เอส

27761641721_32314ea4e9_k

มือเก๋าจากฝั่งแกรมมี่ ได้แก่ กมลศักดิ์ สุนทานนท์ (Lead Vocal) นักเขียนคำร้องฝีมือดี พนเทพ สุวรรณะบุณย์ (Nylon Guitar) โปรดิวเซอร์ระดับตำนาน อิศรพงศ์ ชุมสาย ณ อยุธยา (Keyboard) อดีตสมาชิกวงพลอย ทั้งยังเป็นโปรดิวเซอร์และคนคุมร้องฝีมือเยี่ยมแห่งตึกแกรมมี่ เศกสิทธิ์ ฟูเกียรติสุทธิ์ (Keyboard) นักแต่งทำนองและมือเรียบเรียงที่มีเพลงฮิตๆ มากมาย ปิติ ลิ้มเจริญ (Acoustic Guitar) นักแต่งเพลงฝีมือดีอีกหนึ่งคน และ ศราวุธ ฤทธิ์นันท์ (Bass)คนเบื้องหลังในทีมของพนเทพ

ยังมีคนจากฝั่งอาร์เอส คือ ธนิต เชิญพิพัฒนสกุล (Drums) โปรดิวเซอร์ใหญ่ในยุคที่ธุรกิจเพลงของอาร์เอสยังรุ่งเรืองถึงขีดสุด (ซึ่งวันนั้น ไม่ได้มาร่วมโชว์ เพราะมีอาการป่วย) และ เทอดไทย ทองนาค (Electric Guitar) ที่ด้านหนึ่ง ก็เคยทำงานเบื้องหลังให้แกรมมี่ แต่อีกทาง ก็มีผลงานดังๆ กับศิลปินสาวๆ จากค่ายกามิกาเซ่ มาไม่น้อย

ร่วมด้วย เกริกศักดิ์ ยุวะหงษ์ (Percussion) อดีตนักดนตรีรับจ้าง ผู้เคยมีอัลบั้มของตนเอง เจ้าของเพลงดัง “อยากจะมีเธอ” และ พรเทพ สุวรรณะบุณย์ (Drums) ซาวด์เอนจิเนียร์-มือกลอง น้องชายของพนเทพ

27786846826_23b9ab030c_k

วันนั้น นั่งเล่น เล่นเพลงเด่นๆ ของพวกเขาค่อนข้างครบถ้วน แถมยังสลับด้วยการพูดคุย ที่มีทั้งสาระและอารมณ์ขัน

โดยส่วนตัว คำพูดของพี่เป๋า กมลศักดิ์ ว่าด้วยเรื่องวงการเพลงปัจจุบัน ก็ทำให้ผมครุ่นคิดต่อได้ไม่น้อย

เพราะพี่เป๋าเห็นว่า สภาพที่ขายซีดีได้น้อยลง แต่ผลงานถูกแพร่ไปตามสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียเป็นหลัก อาจไม่ได้ทำลายวงการเพลงอย่างที่หลายฝ่ายเชื่อ

ตรงกันข้าม ขณะที่ในรูปแบบของธุรกิจเพลงแบบเดิมๆ ทางค่ายต้องจัดส่งซิงเกิ้ลโปรโมตไปยังสถานีวิทยุ และถ้าซิงเกิ้ลดังกล่าว “ไม่ดัง” เพลงเพลงนั้นก็จะหายสาบสูญไปในระยะเวลาราว 2-3 เดือน

แต่ปัจจุบัน การปล่อยเพลงลงในสื่อออนไลน์ อาจทำให้อายุของผลงานยืนยาวกว่านั้น เช่น เพลงเพลงหนึ่ง ตอนปล่อยลงยูทูบช่วงแรก อาจมีคนคลิกเข้าฟังหลักพัน แต่หากมีคนดังนำไปแชร์ต่อ หรือเกิดกระแสนิยมเพลงนี้ขึ้นมาในวันใดวันหนึ่ง เพลงดังกล่าวก็จะมีอายุยืนยาวอีกหลายปี และถูกคลิกเข้าฟังอยู่เรื่อยๆ

ผมเห็นด้วยกับพี่เป๋าในประเด็นนี้ แต่หากมองอีกด้าน ก็ต้องยอมรับว่า คงมีเพลงอีกไม่น้อย ที่ถูกปล่อยออกสู่โลกออนไลน์ แล้วตกหล่นพลัดหายไปท่ามกลางผลงานอีกเป็นหลักแสนหลักล้านเพลง จนไม่กลายเป็นที่สนใจรับรู้ของผู้ฟังเช่นกัน

27757701722_8637aefa4c_k

อีกซ็อตหนึ่ง ที่ขำดี คือ พี่เป๋าจะพูดถึงเพลง “คนดีไม่มีวันตาย” ที่แต่งประกอบภาพยนตร์ “ขุนรองปลัดชู” แล้วจู่ๆ พอพี่เป๋าเล่าเรื่องราวของเพลงนี้ยังไม่ทันเสร็จ แกก็หลุดไปเล่าเรื่องของ “ฟ. ฮีแลร์” เสียดื้อๆ ราวกับว่าขุนรองฯ กับ ฟ. ฮีแลร์ คือคนคนเดียวกัน จนเพื่อนร่วมวงต้องหัวเราะและสะกิดเตือน

โดยต้นเหตุของความสับสนก็มีอยู่ว่า หนังเรื่อง “ขุนรองปลัดชู” และ “ฟ. ฮีแลร์” นั้น กำกับโดย “สุรัสวดี เชื้อชาติ” หรือ มาม่าบลูส์ เหมือนกัน แถมนั่งเล่นยังเข้าไปแต่งเพลงประกอบให้หนังทั้งคู่ เหมือนๆ กันอีกต่างหาก

ขอปิดท้ายการเล่าถึงบรรยากาศในวันนั้น ด้วยคลิปการแสดงสดเพลง “เพราะเธอ” เวอร์ชั่นที่ขับร้องด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ของพี่ตู่ ปิติ ลิ้มเจริญ

พูดถึงนั่งเล่นแล้ว ก็อยากย้ำเตือนว่า ในวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้ จะมีคอนเสิร์ต “อัศจรรย์…รัก” ของดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ ซึ่งมีสมาชิกประกอบไปด้วย พนเทพ สุวรรณะบุณย์ ชรัส เฟื่องอารมย์ และไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว พร้อมด้วยนักดนตรีสมทบ อย่างเศกสิทธิ์ ฟูเกียรติสุทธิ์ ศราวุธ ฤทธิ์นันท์ พรเทพ สุวรรณะบุณย์ และเกริกศักด์ ยุวะหงษ์

ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ จึงแยกไม่ขาดจาก วงนั่งเล่น สักเท่าใดนัก

อัศจรรย์รัก

เท่าที่เช็คดูในเว็บ Thai Ticket Major ตัวแทนจำหน่ายบัตรเข้าชม ดูเหมือนตั๋วเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่ GMM Live House ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะยังเหลืออยู่ประมาณนึงนะครับ

ถ้าใครสนใจ แต่ยังไม่ตัดสินใจ ก็สามารถคลิกเข้าไปซื้อกันได้

แล้วท่านจะได้ฟังเพลง “เพราะเธอ” และเพลงเพราะอื่นๆ อีกมากมาย จากสามตำนานของวงการเพลงป๊อปไทยช่วงทศวรรษ 80-90

เช่นดังการซ้อมโชว์ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในสองคลิปด้านล่างนี้

 

 

ข่าวบันเทิง

มาแล้ว! คอนเสิร์ตใหญ่ของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์”

ได้ฤกษ์เปิดคอนเสิร์ตใหญ่ซะที สำหรับ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ซูเปอร์กรุ๊ป ที่เกิดจากการรวมตัวกันของสองนักร้องรุ่นใหญ่ ชรัส เฟื่องอารมย์ และ ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว และหนึ่งโปรดิวเซอร์-นักแต่งเพลงรุ่นเก๋า พนเทพ สุวรรณะบุณย์

หลังจากก่อนหน้านี้ ทั้งสามคนและทีมนักดนตรีสนับสนุน ทำการปล่อยคลิปการแสดงดนตรีออกมาขับกล่อมแฟนๆ อย่างต่อเนื่องร่วมครึ่งปี ผ่านทางโซเชียล มีเดีย

รวมถึงเพิ่งจัดกิจกรรมซ้อมโชว์ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

โดยคอนเสิร์ตใหญ่ของดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์ จะมีขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ณ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์

ภายใต้ชื่อว่า “อัศจรรย์…รัก” คอนเสิร์ต

และจะมีการเปิดจองบัตร ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ทางวงยังจะจัดกิจกรรมซ้อมโชว์อีกครั้งหนึ่ง ผ่านทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์ โดยจะเริ่มโชว์ในเวลา 18.30 น.

ขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก ดึกดำบรรพ์ Boy Band

ข่าวบันเทิง

ชมคลิป-ภาพชุดสุดประทับใจ จากการซ้อมโชว์ของวงดนตรีรุ่นเก๋า “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์”

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการ “ซ้อมโชว์” (จริงๆ จะเรียกว่า “มินิคอนเสิร์ต” ก็คงได้) ที่ร้านคอฟฟี่ โมเดล เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ของวงดนตรีระดับซูเปอร์กรุ๊ป “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ท่ามกลางคนดูที่อุ่นหนาฝาคั่งหลายร้อยคน

ขณะที่น้าๆ ทั้งที่เป็นสมาชิกหลักและนักดนตรีสมทบของวง (จริงๆ มีหนุ่มอยู่หนึ่งคน) ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างน่าประทับใจ อาจมีพลาด มีหลุดบ้าง เล็กๆ น้อยๆ แต่โดยมวลรวมแล้ว โชว์วันนั้นถือว่าอยู่ในระดับ “ดี”

ไม่อยากเขียนอะไรมากกว่านี้

ดังนั้น ไปชมคลิปและภาพนิ่ง “บางส่วน” จากการซ้อมโชว์ในวันนั้น กันเลยดีกว่า

DSC00826
ผู้ชมอุ่นหนาฝาคั่ง
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เมื่อมาถึงร้านคอฟฟี่ โมเดล เจอน้องคนนี้ขึ้นโชว์อยู่ น้ำเสียงและฝีไม้ลายมือไม่เลวเลยทีเดียว
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร ขึ้นโชว์เพลง “ปล่อยใจฝัน”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
บิลลี่ โอแกน มากับเพลง “วันนั้น วันนี้ วันไหน”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ฟอร์ด สบชัย ขึ้นร้องเพลง “รักเธอ” (เพลงนี้ไม่ถูกเรียกเก็บลิขสิทธิ์แน่ๆ 555)
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
น้าปั่นกับน้าแต๋ม เริ่มทักทายผู้ชม
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
สามทหารเสือเตรียมพร้อม!!!
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
น้าแตน เศกสิทธิ์ ฟูเกียรติสุทธิ์ สมาชิกสมทบ ที่เครดิตชื่อชั้นไม่เป็นรองสามสมาชิกหลักเลย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
แอบถ่ายน้าแต๋ม
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
น้าตุ่นตั้งใจเล่นแบบสุดๆ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ที่เห็นอยู่ไกลๆ แต่โฟกัสชัดเจนสุด คือ น้าป้อม เกริกศักดิ์ ยุวะหงษ์ สมาชิกสมทบที่เล่นเครื่องเคาะ และร้องประสานด้วยน้ำเสียงกังวานใส

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
คุณโอ ศราวุธ ฤทธิ์นันท์ มือเบส และคนที่อายุน้อยที่สุดบนเวที

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
อยู่ด้านหลังโปรดิวเซอร์ ผู้ทำงานเบื้องหลังมาอย่างยาวนาน
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
น้าแต๋มโชว์เป่าฮาร์โมนิก้า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ใครตัวจริง? ใครตัวปลอม? 555
ข่าวบันเทิง

คอนเฟิร์มเรียบร้อย “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” เตรียมซ้อมโชว์แฟนๆ 21 ก.พ.นี้

หลังจากก่อนหน้านี้ “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” วงซูเปอร์กรุ๊ปที่เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิกหลักอย่าง พนเทพ สุวรรณะบุณย์, ชรัส เฟื่องอารมย์ และไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ออกมาเปรยว่าจะมีการจัดซ้อมร้อง-เล่นดนตรีโชว์แฟนคลับ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของวง

กำลังปรึกษากันว่าจะจัดเป็นการซ้อมสักประมาณ 5-6 เพลง ให้เพื่อนๆ น้องๆ มาดูและมาเจอกันสักครั้งไม่รู้จะดีไหม ที่จริงยังเล่นไม่คล่อง ร้องยังต้องดูเนื้อ จะจัดโชว์จริงๆ ก็ตะขิดตะขวงใจ ก็เลยมี idea เป็นซ้อมโชว์เพื่อเล่นร้องผิดๆ ถูกๆ ได้ อยากฟัง comment เพื่อช่วยในการตัดสินใจหน่อยนะพวกเรา

ล่าสุด วงดึกดำบรรพ์ฯ ก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มหมายงานการจัดซ้อมโชว์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ดึกดำบรรพ์ Boy Band จะจัดให้ทุกท่านที่สนใจเข้าชมการซ้อมในสวนที่ Coffee model ในวันอาทิตย์ 21 กุมภาพันธ์ จะเริ่มซ้อมประมาณ 17.30 น ไปชมกันได้ครับ ร้านนี้อยู่บนถนนประดิพัทธิ์ ระหว่างซอยประดิพัทธิ์ 12 กับซอยประดิพัทธิ์ 14 อยู่ตรงข้าม Lumpini place condo พอดีเป๊ะครับ

—–

ยังไงรบกวน line ไปที่ @coffeemodel แจ้งจำนวนไว้ก็ดีครับ ทางร้านจะได้พอรู้จำนวนที่จะไปคร่าวๆ

ข่าวบันเทิง

คอเพลงรุ่น 30 อัพ เตรียมเฮ “ดึกดำบรรพ์ฯ” ซาวเสียงจัดกิจกรรมมีทแอนด์กรีท

แฟนเพลงรุ่นยี่สิบปลายๆ หรือสามสิบอัพขึ้นไป อาจจะพอเคยชมคลิปการเล่นดนตรีของวงดึกดำบรรพ์ Boy Band ทางเฟซบุ๊กอยู่บ้าง

วงดนตรีวงนี้ เกิดจากการรวมตัวกันของสามสมาชิกหลัก อันเป็นรุ่นเก๋าของวงการเพลง ได้แก่ โปรดิวเซอร์-นักแต่งเพลงฝีมือดี อย่าง พนเทพ สุวรรณะบุณย์, นักร้อง-นักแต่งเพลงน้ำเสียงมีเสน่ห์ อย่าง ชรัส เฟื่องอารมย์ และนักร้องที่ยังหนุ่มอยู่เสมอ อย่าง ไพบูลย์เกียรติ (ปั่น) เขียวแก้ว ร่วมด้วยสมาชิกสมทบ อาทิ เศกสิทธิ์ ฟูเกียรติสุทธิ์ (หนึ่งในผลงานเด่นของแก ก็คือ การเป็นผู้แต่งทำนองและเรียบเรียงเพลง “อีกสักครั้ง” ของมาลีวัลย์ เจมีน่า) และเกริกศักดิ์ (ป้อม) ยุวะหงษ์ ที่เคยออกอัลบั้มด้วยน้ำเสียงแนวบีจี ในยุคอินดี้เฟื่องฟู

สมาชิกหลักทั้งสามคนคบหาเป็นเพื่อนกัน ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะกอดคอกันเข้าวงการเพลงตั้งแต่ยุค 80 โดยชรัสและปั่นอยู่เบื้องหน้า ส่วนพนเทพทำงานเบื้องหลัง

ดึกดำบรรพ์ฯ รวมตัวกันอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” ของพนเทพ เมื่อปลายปี 2558 จากนั้น ลุงๆ ก็ทยอยปล่อยคลิปเล่นดนตรีสดลงทางเพจเฟซบุ๊ก ดึกดำบรรพ์ Boy Band อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด เพจดังกล่าวได้โพสต์สเตตัสน่ายินดีว่า

กำลังปรึกษากันว่าจะจัดเป็นการซ้อมสักประมาณ 5-6 เพลง ให้เพื่อนๆ น้องๆ มาดูและมาเจอกันสักครั้งไม่รู้จะดีไหม ที่จริงยังเล่นไม่คล่อง ร้องยังต้องดูเนื้อ จะจัดโชว์จริงๆ ก็ตะขิดตะขวงใจ ก็เลยมี idea เป็นซ้อมโชว์เพื่อเล่นร้องผิดๆ ถูกๆ ได้ อยากฟัง comment เพื่อช่วยในการตัดสินใจหน่อยนะพวกเรา

ซึ่งภายหลังปล่อยสเตตัสออกไป ก็มีผู้มาสนับสนุนแนวคิดของวงดึกดำบรรพ์ฯ กันเป็นจำนวนมาก

ก่อนจะได้ชมการซ้อมเนียนๆ ไพเราะๆ ของคนดนตรีรุ่นเก๋าวัยเกิน 60 เราลองมาชมคลิปการแสดงบางส่วนของพวกแกเป็นออเดิร์ฟกันสักเล็กน้อย