จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

บทสรุป “สังข์ทอง 2561” (เรียกน้ำย่อย)

ก่อนวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม บล็อกคนมองหนังได้ตั้ง 3 ประเด็นน่าจับตาของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง 2561” ตอนอวสานเอาไว้

มาดูกันว่าหลัง “สังข์ทอง” ปิดฉากลง ประเด็น/คำถามเหล่านั้นได้คลี่คลายตัวลงอย่างไรบ้าง? หรือนำไปสู่คำตอบแบบไหน?

ประเด็นแรก

เรตติ้ง “สังข์ทองตอนจบ” จะอยู่ที่เท่าไหร่?

www.tvdigitalwatch.com รายงานว่า “สังข์ทอง” ตอนที่ 110 อันเป็นตอนอวสานนั้นได้เรตติ้งไป 6.705

ตัวเลข 6.705 ถือว่าเกินค่าความนิยมเฉลี่ยของละครซึ่งอยู่ที่ 6.310

แม้จะน้อยกว่าเรตติ้งสูงสุด 8.472 ที่ “สังข์ทอง” เคยทำได้ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ปีก่อน และน้อยกว่าเรตติ้ง 7.213 ของละครตอนที่ 109

www.tvdigitalwatch.com ยังได้เปรียบเทียบเรตติ้งตอนจบของละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 ในช่วง 3 ปีหลัง พบว่า เรตติ้งตอนจบของ “สังข์ทอง 2561” นั้นสูงกว่าเรตติ้งตอนจบของ “สี่ยอดกุมาร 2559” (4.765) และ “เทพสามฤดู 2560” (6.077)

ทว่าน้อยกว่าเรตติ้งตอนอวสานของ “แก้วหน้าม้า 2558” (8.816) และ “อุทัยเทวี 2560” (7.223)

ประเด็นที่สอง

ชะตาชีวิตของ “เจ้าชายไชยันต์” จะลงเอยเช่นไร?

“สังข์ทอง 2561” ปูพื้นให้ “เจ้าชายไชยันต์” หรือ “เขยไทย” สามีของ “พระธิดาปัทมา” หนึ่งในพระพี่นางของ “รจนา” มีบุคลิกและรสนิยมเป็นชายรักชายมาตั้งแต่ต้น โดยเขาต้องเข้าร่วมพิธีเสี่ยงมาลัยเลือกคู่ที่นครท้าวสามนต์ตามกรอบจารีตดั้งเดิม ซึ่งสวนทางกับความปรารถนาในหัวใจของตนเอง

แรกๆ การปูพื้นเช่นนั้น ดูจะผลักดันให้ “เจ้าชายไชยันต์” (ผู้ชอบเรียกตนเองว่า “ไช”) กลายเป็นตัวตลกที่ “ไม่ถูกต้องทางการเมือง” มากนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ “เจ้าชายไชยันต์” กลับเป็นตัวละครเพียงไม่กี่ราย ที่มีจุดยืนหนักแน่นมั่นคงและ “ถูกต้องทางการเมือง” อย่างน่าทึ่ง

“เจ้าชายไชยันต์” เป็นคนเดียวในนครท้าวสามนต์ ที่ไม่ประเมิน “เจ้าเงาะ” จากรูปกายภายนอก (กระทั่ง “รจนา” ก็ยังอยากให้พระสวามีปรากฏตนด้วยรูปกาย “สีทองอร่าม” มากกว่า “สีดำ”) และเห็นว่าเขยเงาะป่ามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทัดเทียมกับตัวเอง

“เจ้าชายไชยันต์” เอ่ยเรียก “เจ้าเงาะ” ว่า “พี่เงาะ” ได้อย่างสนิทปากสนิทใจ ดังนั้น แม้จะพลอยติดร่างแหถูกเฉือนจมูก-หูไปด้วย เมื่อคราวออกล่าปลา-ล่าเนื้อ ทว่าหลังจากนั้น “พี่เงาะ/พระสังข์” ก็ไม่เคยเอาคืน “น้องไช” แบบแรงๆ อีกเลย เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมิได้มีจิตใจคิดร้ายต่อตน

วรรคทองของ “เจ้าชายไชยันต์” ใน “สังข์ทอง 2561” อุบัติขึ้นตอนที่เขาโต้เถียงกับ “พระธิดาปัทมา” เมื่อภรรยาของตนว่าร้าย “เจ้าเงาะ” เป็น “ไอ้คนป่าบ้าใบ้” ผู้เป็นสามี (เพียงในนาม) จึงตักเตือนภรรยาตรงๆ ว่า “อย่าไปว่าเค้า” เพราะ “เค้าเป็นคนเหมือนกับเรา”

แฟนละครหลายคนจับตามองว่า “สังข์ทอง 2561” จะคลี่คลายความสัมพันธ์ระหว่าง “เจ้าชายไชยันต์-พระธิดาปัทมา” ไปในทิศทางใด?

ก่อนหน้านี้ ในละคร “สี่ยอดกุมาร 2559” บริษัทสามเศียรเคยสร้างสีสันด้วยการวางบทบาทให้สองตัวละครหญิง “เพชรราชกุมาร/กุมารี” และ “มัลลิกานารี” เป็น “คู่จิ้น” กัน

แต่ความพยายามหนนั้น กลับลงเอยด้วยการฟื้นฟูค่านิยมเก่าและแบ่งแยกกีดกันให้ตัวละครทั้งคู่หวนไปเป็น “หญิงรักชาย” ตามธรรมเนียม แถมต้องยังมี “สามีร่วมกัน” อีกต่างหาก

“สังข์ทอง 2561” ตอนอวสาน ดูจะเดินทางไปไกลกว่า “สี่ยอดกุมาร 2559” พอสมควร

เมื่อผู้กำกับฯ และผู้เขียนบทกำหนดให้ “เจ้าชายไชยันต์” ยืนกรานในประเด็นเพศสภาพว่าตนเองไม่ (เคย) ชอบผู้หญิง และไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ “พระธิดาปัทมา” ได้อีกต่อไป

“ไช” จึงเป็นได้แค่เพียง “พี่สาว” ของ “ปัทมา” เท่านั้น

หากเข้าใจไม่ผิด “เจ้าชายไชยันต์” คือตัวละครนำที่เป็นเกย์หรือ LGBT รายแรกสุดของละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร (หรือละครจักรๆ วงศ์ๆ ไทย)

ประเด็นที่สาม

ความรุนแรงที่หายไป ใครกันที่ไม่ถูกฆ่า?

หอยสังข์ หอยทาก
ภาพจาก ยูทูบสามเศียร

“เทพสามฤดู 2560” คือ ละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่มีบทสรุปจบ “ซอฟต์” อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะแทบจะไม่มีตัวละครทั้งฝ่ายธรรมะ (พระเอกนางเอก) และอธรรม (ผู้ร้าย) ที่ต้องสังเวยชีวิตเลย (ผิดกับจารีตของละครประเภทนี้ยุคก่อนๆ)

ดู ปราบมารโดย “ไม่ฆ่า”: ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตอนจบ “เทพสามฤดู” ฉบับล่าสุด

“สังข์ทอง 2561” กับ “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุด ล้วนเขียนบทโดย “รัมภา ภิรมย์ภักดี” เหมือนกัน แต่จุดแตกต่างสำคัญ ก็คือ ตอนอวสานของ “สังข์ทอง” นั้นมีตัวละครต้องตาย!

อย่างไรก็ดี ตัวละครที่ถูกชำระล้าง ล้วนเป็นฝ่ายอธรรมทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่ปีศาจพยนตรา, แม่เฒ่าสุเมธา และสองสมุนเอกของจอมปีศาจ

ขณะที่ฝ่ายธรรมะ/พระเอกกลับไม่มีใครต้องสละชีพ ผิดกับในช่วงท้ายๆ ของ “สังข์ทอง 2550” ซึ่งพี่หอยทาก ตลอดจนพระพี่เลี้ยงของหกเขย ล้วนถูกสังหารตามรายทาง

สำหรับ “สังข์ทอง” ฉบับล่าสุด ผู้ช่วยพระเอกเหล่านั้นต่างพากันอยู่รอดปลอดภัยและมีชีวิตที่แฮปปี้ในตอนจบ

แนะนำรายงานข่าวและบทความน่าสนใจว่าด้วย “สังข์ทองตอนอวสาน”

เจาะเรตติ้งละครพื้นบ้าน ช่อง 7 ปี 2559 – มี.ค. 2562

อวสานของสังข์ทอง และนิมิตหมายอันดีของ LGBTQ ในละครจักรๆ วงศ์ๆ โดย ชานันท์ ยอดหงษ์

สังข์ทอง เงาะที่ไม่ใช่เงาะ และเจ้าเงาะที่ไม่มีวันตายในละครจักรๆ วงศ์ๆ โดย อิทธิเดช พระเพ็ชร

โปรดติดตาม

บทความ อวสาน ‘สังข์ทอง’ และ ‘ตัวละครนำ LGBT’ รายแรกของสามเศียร โดย คนมองหนัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวางแผงวันที่ 21 มีนาคม ก่อนจะนำลงเว็บไซต์ matichonweekly วันที่ 25 มีนาคม

(เพิ่งมาพบว่าตัวเองเขียนประเด็น “เจ้าชายไชยันต์” คล้ายๆ กับงานของคุณชานันท์ ยอดหงส์ ใน the matter พอดี แต่อาจไม่ละเอียดลึกซึ้งเท่าในเชิงแนวคิด ขณะเดียวกัน ช่วงต้นบทความในมติชนสุดสัปดาห์จะมีสถิติเรตติ้งแทรกเข้าไป พร้อมด้วยการพยายามตีความว่าทำไมเรตติ้งช่วงกลางๆ ของละครจักรๆ วงศ์ๆ จึงมักสูงกว่าตอนใกล้จะจบ)

บทความ “สังข์ทอง: โลกของเจ้าเงาะ, พี่หอยทาก, เจ้าชายไชยันต์ และท้าวสามนต์” ในบล็อกคนมองหนัง

(น่าจะเริ่มเขียนหลังวันที่ 24 มีนาคม)

ภาพนำจาก https://www.instagram.com/mansupasin/

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

3 ประเด็นน่าจับตา! ใน “สังข์ทอง” ตอนอวสาน

เสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562 จะเป็นวันอวสานของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง 2561”

โดยส่วนตัว ในฐานะแฟนประจำ คิดว่ามี 3 ประเด็นที่น่าจับตามองในละครตอนที่ 110 อันเป็นบทสรุปของพระสังข์-รจนา-เจ้าเงาะ และตัวละครรายอื่นๆ

ประเด็นแรก

ต้องจับตาดูข้อมูลในวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม ว่าตัวเลขเรตติ้งของ “สังข์ทองตอนจบ” จะไปลงเอยที่เท่าไหร่?

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาหลัง “ตอนพระสังข์ตีคลีกับพระอินทร์” ออกแพร่ภาพ เรตติ้งของ “สังข์ทอง” นั้นมีอาการทรงตัวอยู่ประมาณ 6 กว่าๆ 5 ปลายๆ ชนิดไม่กระเตื้องขึ้น

กระทั่งเมื่อมีข่าวว่าละครใกล้ถึงตอนอวสาน ดัชนีความนิยมจึงพุ่งสูงอีกรอบ โดยเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ในตอนที่ 108 (เสาร์ที่ 9 มีนาคม) และตอนที่ 109 (อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม) นั้นอยู่ที่ 6.452 และ 7.213 ตามลำดับ

น่าสนใจว่าละครในตอนที่ 110 จะรักษาเรตติ้งระดับ 7 ต้นๆ เอาไว้ได้หรือไม่? หรือจะทะยานไกลไปกว่านั้น?

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week-4-10mar-62/

ประเด็นที่สอง

หนึ่งในตัวละครที่แหกขนบมากๆ ใน “สังข์ทอง” ฉบับนี้ คือ “เจ้าชายไชยันต์” ซึ่งมาพร้อมเพศสภาพอันผิดแผกจากตัวละครชายในนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ทั่วไป

ใช่ว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ ของค่ายสามเศียรในระยะหลัง จะไม่เคยเล่นประเด็นทำนองนี้มาก่อน

เมื่อ “ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร 2559” ลงจอ แฟนๆ ก็ได้กรี๊ดกร๊าดฮือฮากับบทคู่จิ้นหญิง-หญิงระหว่างตัวละคร “เพชรราชกุมาร/กุมารี” กับ “มัลลิกานารี” มาหนหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ละครเรื่องนั้นได้คลี่คลายความสัมพันธ์ดังกล่าว ด้วยการผลักให้ “เพชรราชกุมารี” และ “มัลลิกานารี” กลับไปเป็นผู้หญิงแท้ๆ และต่างต้องตกเป็นภรรยาของสามี/ผู้ชายคนเดียวกัน

น่าจับตาว่าบทสรุปของ “ไชยันต์” ใน “สังข์ทอง 2561” จะก้าวหน้ากว่าเรื่องราวของ “เพชรราชกุมารี-มัลลิกานารี” ใน “สี่ยอดกุมาร 2559” หรือไม่? อย่างไร?

และชีวิตครอบครัวของเจ้าชายผู้ตุ้งติ้งรายนี้กับ “เจ้าหญิงปัทมา” ผู้เป็นชายา จะลงเอยแบบไหน?

ประเด็นที่สาม

ตัวอย่าง สังข์ทอง ตอนจบ

หนึ่งในซีนาริโอสำคัญของตอนจบละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่ ย่อมได้แก่ฉากไล่ล่าสังหารตัวละครทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรม (หรือฝ่ายพระเอกนางเอกและฝ่ายผู้ร้าย)

ในยุคที่ละครประเภทนี้เขียนบทโดย “นันทนา วีระชน” เมื่อไม่กี่ปีก่อนนั้น มักมีตัวละครหลายรายซึ่งถูกฆ่าล้าง (บูชายัญ) ในตอนอวสาน

แต่เมื่อ “รัมภา ภิรมย์ภักดี” หวนมาเขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหนใน “เทพสามฤดู 2560” ตอนจบของ “เทพสามฤดู” ฉบับดังกล่าว กลับไม่มีตัวละครสำคัญจากทั้งสองฝ่ายที่ต้องเสียชีวิตลงเลย (ยกเว้นหนึ่งในตัวละครหลักฝ่ายอธรรมอย่าง “สามศรี” ที่ตายไปตั้งแต่ก่อนตอนสุดท้าย)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ปราบมารโดย “ไม่ฆ่า”: ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตอนจบ “เทพสามฤดู” ฉบับล่าสุด

น่าสนใจว่าบทสรุปแบบไม่ต้องสูญเสียชีวิต/ไม่ต้องเสียสละเลือดเนื้อเช่นนั้น จะดำรงอยู่ใน “สังข์ทอง 2561” หรือเปล่า?

ภาพจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

นักแสดงหลายคนเริ่มส่งสัญญาณผ่าน IG “สังข์ทอง 2561” ใกล้ถึงตอนอวสาน

หลังจากทำสถิติแพร่ภาพทะลุหลัก 100 ตอน แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ จำนวนมาก คงพอจะคาดการณ์กันได้ว่า “สังข์ทอง 2561” นั้นกำลังเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว

ล่าสุด มีนักแสดงนำจำนวนหนึ่งของละครเรื่องนี้ได้โพสต์รูปภาพในอินสตาแกรม พร้อมระบุข้อความคล้ายคลึงกันทำนองว่า “สังข์ทอง” ใกล้ถึงเวลาอวสานเต็มที

สำหรับแอดมินบล็อกคนมองหนังเอง มีประเด็นที่เฝ้าลุ้นเหลืออยู่แค่สองข้อใน “สังข์ทอง” ฉบับปัจจุบัน

ข้อแรก ลุ้นว่าชีวิตรักและชีวิตครอบครัวของ “เจ้าชายไชยันต์” จะลงเอยเช่นไร? ผู้กำกับและผู้เขียนบทจะกล้าสรุปให้เขาเป็น “ชายรักชาย” เต็มตัวหรือไม่?

ข้อสอง แอบลุ้นให้ “พี่หอยทาก” อยู่รอดปลอดภัยไปจนจบเรื่อง

ภาพนำจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ส่งท้ายปีเก่า – 5 ชอบเกี่ยวกับ “สังข์ทอง 2561”

เมื่อถึงวาระสิ้นสุดปีเก่า-ขึ้นปีใหม่ จึงขออนุญาตสรุปสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับ “สังข์ทอง 2561” มาประมาณห้าข้อ แม้ละครจะยังไม่อวสานใน พ.ศ.2561 ก็ตาม

หนึ่ง เจ้าเงาะ

เงาะทรงเครื่อง

ตอนแรกที่ทราบว่า “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” จะมาสวมบท “เจ้าเงาะ” ก็อดกังขาและกังวลแทนไม่ได้ว่าเขาจะรับบท “ตัวตลก” ได้ดีแค่ไหน?

แต่เรตติ้งสูงลิ่วของละคร “สังข์ทอง 2561” ในช่วงที่ “เจ้าเงาะ” (ยึดจอ) ปะทะท้าวสามนต์-หกเขย-หกพระพี่นาง คงเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าปอนด์ โอภาภูมิ สามารถสวมบทเงาะป่าบ้าใบ้ได้ยอดเยี่ยมเพียงใด

ในแง่วิธีการแสดงบทตลก ปอนด์อาจไม่เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง “ผู้กำกับหนำเลี้ยบ” หรือบรรดาดาวตลกที่มีพื้นฐานมาจากนาฏศิลป์พื้นบ้านอื่นๆ เสียทีเดียว ขณะเดียวกัน เขาก็มีเรือนร่างที่กำยำผิดจากนักแสดงตลกรุ่นพี่

อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของ “เจ้าเงาะ” ฉบับปอนด์ โอภาภูมิ ยังคงสื่อถึงภาวะพลิกหัวกลับหางของอำนาจ หรือการยั่วล้อต่ออำนาจ ได้อย่างแหลมคม เฉกเช่นผลงานของนักแสดงตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ ผู้มาก่อนหน้า

สอง ท้าวสามนต์

ท้าวสามนต์ สายคล้องแว่น

ถ้าตรวจสอบปฏิกิริยาจากยูทูบ ดูเหมือนผู้ชมจำนวนไม่น้อยจะรำคาญ “ท้าวสามนต์” กันมากพอสมควร

ถ้ารำคาญเรื่องการแสดง นั่นก็หมายความว่า “เพชรดี (รัฐธรรมนูญ) ศรีฤกษ์” สอบไม่ผ่าน และยังเทียบ “ไพโรจน์ สังวริบุตร” ผู้รับบท “ท้าวสามนต์” รุ่นก่อนหน้าไม่ได้

แต่ถ้าผู้คนรำคาญบุคลิกลักษณะของตัวละคร “ท้าวสามนต์” ที่หูเบา ลำเอียง หลงตัวเอง ใช้อำนาจในทางที่ผิดเป็นส่วนใหญ่ จนก่อให้เกิดเรื่องราววุ่นวายสุดคณานับ

นั่นก็แสดงว่าเพชรดี/รัฐธรรมนูญ รับบทบาทได้ดี จนสามารถทำให้ผู้ชมพร้อมใจกันแสดงปฏิกิริยาต่อต้านท้าทายอำนาจของ “ท้าวสามนต์” สำเร็จตามเป้าประสงค์ของเรื่องราวมุขปาฐะดั้งเดิม

ดูเหมือนอาการรำคาญ “ท้าวสามนต์” ส่วนใหญ่ จะเป็นท่าทีรำคาญประเภทหลัง และมีบางคอมเมนต์ในยูทูบที่เปรียบเทียบ “ท้าวสามนต์ 2561” กับ “ลุงตู่” ด้วยซ้ำ 555

สาม เจ้าชายไชยันต์

ไชยันต์ คนเหมือนกัน

นี่คือนวัตกรรมข้อแรกของ “สังข์ทอง 2561”

เพราะ “หกเขย 2561” มิได้หลากหลายเพียงในด้านชาติพันธุ์ แต่ยังมีความหลากหลายทางเพศสภาพ

เมื่อตัวละคร “เจ้าชายไชยันต์” แสดงตนอย่างชัดเจนว่าชอบผู้ชาย ชอบเจ้าเงาะ ชอบพระสังข์ ฯลฯ ทว่าต้องท่องคาถา “พระสติ พระเจ้าข้า พระสติ” มาแต่งงานกับธิดานครท้าวสามนต์ เพราะถูกจารีต ระบบ ระเบียบบางอย่าง กดบีบเอาไว้

ความผิดแผกแหวกแนวของ “เจ้าชายไชยันต์” ทำให้เขาประเมินเจ้าเงาะด้วยมุมมอง/สายตาพิเศษที่แตกต่างจากเขยคนอื่นๆ

เจ้าชายไชยันต์ไม่ได้คลั่งไคล้แค่รูปร่างสมชายชาตรีของ “พี่เงาะ” แต่พระองค์ยังยืนยันถึงหลักการที่ว่าเขาเป็น “คนเหมือนกัน” กับเรา และเขาไม่ควรจะได้รับความอยุติธรรมใดๆ จากท้าวสามนต์และห้าเขย

สี่ รจนาสวมรูปเงาะ

รจนา สวมรูปเงาะ 2

นี่คือนวัตกรรมประการที่สองของ “สังข์ทอง 2561”

“รจนาสวมรูปเงาะ” ไม่ใช่แค่แก๊กตลก หรือกลยุทธการยืดเนื้อหาของละครจักรๆ วงศ์ๆ

แต่อีกด้านหนึ่ง การปรากฏกายของ “รจนาสวมรูปเงาะ” ยังเปิดเผยเงื่อนปมทางจิตวิทยาและวิกฤตอัตลักษณ์ของตัวละครนำใน “สังข์ทอง 2561” ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

“พระสังข์” อาจรู้สึกแปลกแยกจากชาติกำเนิดและสถานภาพทางสังคมของตนเอง จนต้องปลีกตัวเข้าไปหลบอยู่ในหอยสังข์ และซ่อนแฝงตัวตนแท้จริงด้วยรูปเงาะ

ไม่ต่างอะไรกับ “รจนา” ที่ไม่เพียงแค่ทะเลาะเบาะแว้งไม่ลงรอยกับครอบครัว แต่บางที การปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ไปเป็น “เงาะหญิง” ชั่วครั้งชั่วคราว อาจเป็นรูระบายความตึงเครียดในชีวิตของเธอ

น่าสังเกตว่าละครโทรทัศน์ “สังข์ทอง” นั้น มุ่งเน้นนำเสนอภาวะที่ตัวละครต้องปลอมตัว/ปลอมแปลงอัตลักษณ์ของตนเองอยู่บ่อยๆ

นอกจากกรณี “พระสังข์-รจนา” ยังมีปีศาจ “พยนตรา” ที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ พระวิษณุกรรมที่แปลงร่างเป็น “พระสังข์/เจ้าเงาะ” (หรือมาตุลีเทพบุตรที่แฝงกายลงมาเป็นทหารคนสนิทของท้าวยศวิมล)

ดังนั้น ละครที่แพร่ภาพในช่วงปลายปี 2561 จึงแทบจะกลายเป็น “สงครามตัวแทน/ตัวปลอม” เมื่อพระวิษณุกรรมในร่าง “พระสังข์/เจ้าเงาะ” ต้องออกจอร่วมกับรจนาใน “รูปเงาะหญิง” เพื่อปะทะกับปีศาจที่แปลงตนเป็น “เจ้าชายพยนตรา”

ทำให้คิดถึงวรรคทองของนิยายกำลังภายในที่ว่า “คนอยู่ในยุทธจักรมิอาจเป็นตัวของตัวเอง”

ห้า ผู้สวมบทหกพระพี่นาง+เงาะหญิง

อะไรเอ่ย หกธิดา

ไม่มีอะไรมาก แค่รู้สึกว่า “ความงาม” ของนักแสดงหญิงบางรายที่มารับบทพระพี่นางของรจนา โดยเฉพาะ “พรรณผกา” (ปิ่นทิพย์ อรชร) และ “ปัทมา” (ชนารดี อุ่นทะศรี) รวมถึง “รจนาสวมรูปเงาะ” (วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย) นั้น เป็น “ความสวย” ที่ห่างหายหรือจางอิทธิพลลงไปจากวงการบันเทิงไทยกระแสหลัก

นั่นคือ ความงามสไตล์ “นางงาม” (ระดับรองๆ) ซึ่งไม่ได้เป็นที่นิยมในวงกว้างอีกต่อไปแล้ว

แต่ “ความสวยงาม” ทำนองนี้ ยังเวิร์กอยู่ สำหรับผู้ชายรุ่น 30 ปลายๆ เช่นผม

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“สังข์ทอง” ยังมีเรตติ้งเกิน 8-วรรคทอง “คนเหมือนกัน” โดย “เจ้าชายไชยันต์”

เรตติ้ง “สังข์ทอง” ยังเกิน 8

“สังข์ทอง 2561” ทำเรตติ้งเกินหลัก 8 ได้ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ มีเรตติ้งความนิยมอยู่ที่ 8.187

อย่างไรก็ดี สถิติสูงสุดที่ละครพื้นบ้านแห่งปี 2561 เคยไปถึง ยังเป็นตัวเลขเรตติ้ง 8.412 เมื่อวันที่ 16 กันยายน

ซึ่งจุดพีกดังกล่าวนี่เองที่พา “สังข์ทอง” พุ่งทะยานเป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดประจำเดือนกันยายน 2561

คงต้องจับตาดูว่าเมื่อถึงครา “เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์” เรตติ้งของละครตอนนั้นจะฮอตฮิตขนาดไหน?

ที่มาข้อมูล

https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week24-30sept-61/

https://www.tvdigitalwatch.com/analysis-10rating-sept-2561/

วรรคทองของ “เจ้าชายไชยันต์” อีกหนึ่ง “พระ/นางเอก” ตัวจริงใน “สังข์ทอง”

ไปๆ มาๆ นอกจาก “เจ้าเงาะป่าบ้าใบ้” ผู้แสนล่ำบึ้กและมีลูกฮาสุดแพรวพราวแล้ว ตัวละครอีกรายที่น่าประทับใจมากๆ ใน “สังข์ทอง” ฉบับนี้ เห็นจะเป็น “เจ้าชายไชยันต์” หรือ “เขยไทย”

ผู้เขียนบทละครได้วางคาแรกเตอร์ของตัวละครรายนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว

เริ่มต้นจากการทำให้เขาเป็นเจ้าชายผู้มีรสนิยมชื่นชอบผู้ชายด้วยกันอย่างไม่ปิดบัง

แรกๆ ดูเหมือนการจัดวางคาแรกเตอร์เช่นนั้นจะนำไปสู่มุขตลกเหยียดเพศแย่ๆ ดาดๆ หรืออย่างดีที่สุด ก็คือมุข “พระสติ พระเจ้าข้า พระสติ” ที่ “พระพี่เลี้ยงสะท้าน” ต้องคอยกล่าวเตือน “เจ้าชายไชยันต์” มิให้เผลอหลุดอาการตุ้งติ้งออกมาเกินควร

ทว่ายิ่งนานวันเข้า รสนิยมชมชอบผู้ชายของ “เจ้าชายไชยันต์” กลับยิ่งนำไปสู่ “ความดีงาม” ที่หลบซ่อนอยู่ตรงอีกด้านของเหรียญ

กลายเป็นว่ายิ่งเจ้าชายผู้นี้หลงรักหลงใหล “เจ้าเงาะ” มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเป็น “คนหัวเดียวกระเทียมลีบ/เสียงส่วนน้อย” ท่ามกลางท้าวสามนต์-พระมเหสีมณฑา-หกพระพี่นาง-ห้าเขย หรือเหล่าชนชั้นนำในสามนตนคร

กล่าวคือ “เจ้าชายไชยันต์” เป็นคนเดียวเดี่ยวโดด (หากตัด “รจนา” ออกไป) ที่มีมนุษยธรรม แสดงความเห็นอกเห็นใจ และไม่คิดร้ายต่อ “พี่เงาะ”

มิหนำซ้ำ ขณะที่ “รจนา” เพียรร้องขอให้ “พระสังข์” ถอดรูปเงาะ (จนถึงขั้นพยายามจะเผาทำลาย “หน้ากากเงาะ” ทิ้ง) “เจ้าชายไชยันต์” กลับเป็นหนึ่งเดียวที่ยืนกรานชื่นชมรูปลักษณ์และตัวตนของ “พี่เงาะ” 

เหนือสิ่งอื่นใด “เจ้าชายไชยันต์” ยังประกาศออกมาชัดเจนว่า “เจ้า/พี่เงาะ” นั้น ก็เป็น “คนเหมือนกัน” เช่นเดียวกับบรรดาผู้สูงศักดิ์ในนครท้าวสามนต์

ไชยันต์ คนเหมือนกัน

ดังบทสนทนาต่อไปนี้

พระธิดาปัทมา: โอ๊ย! นี่ถ้าหากเจ้าพี่รู้เรื่องเกี่ยวกับศิลปวิทยามากกว่านี้ เราก็คงไม่ต้องมานั่งง้อเอาอกเอาใจไอ้คนป่าบ้าใบ้ให้มันเสียศักดิ์ศรีแบบนี้หรอกนะเพคะ

เจ้าชายไชยันต์: อย่าไปว่าเค้า

พระธิดาปัทมา: อ้าว! แล้วทำไมน้องถึงจะว่าไม่ได้ล่ะเพคะ?

เจ้าชายไชยันต์: ก็เค้าเป็นคนเหมือนกับเราไง

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เปิดตัว “หกเขย” ที่หลากหลายทั้ง “ชาติพันธุ์” และ “เพศสภาพ” ใน “สังข์ทอง 2561”

“สังข์ทอง 2561” ดำเนินเรื่องมาถึงตอนที่ “หกเขย” ต้องเข้าร่วมพิธีเสี่ยงมาลัย และต้องปะทะกับ “เจ้าเงาะป่า” บ้าใบ้กันแล้ว

แน่นอนว่า การปรากฏตัวของ “หกเขย” ย่อมมาพร้อมกับความเฮฮาและสารพัดสารพันมุข

ตัวละคร “หกเขย” ในละครเวอร์ชั่นนี้ประกอบไปด้วย

เจ้าชายสิงหล (เขยแขก) รับบทโดย ณพบ ประสบลาภ, เจ้าชายมังราย (เขยพม่า) รับบทโดย รัฐศิลป์ นลินธนาพัฒน์, เจ้าชายจิโอวานนี (เขยฝรั่ง) รับบทโดย คริสเตียน เอเกิล, เจ้าชายไชยันต์ (เขยไทยผู้มีเพศสภาพชวนขบคิด) รับบทโดย สุพศิน แสงรัตนทองคำ, องค์ชายซิยิ่นกุ้ย (เขยจีน) รับบทโดย ธรศักดิ์ จิตตพงษ์ และเจ้าชายมโนรมย์ (เขยลาว) รับบทโดย พบศิลป์ โตสกุล

นอกจากนี้ เจ้าชายทั้งหกยังมีผู้ติดตามคนสนิท (ลูกคู่) ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป

น่าสนใจว่า “หกเขย” เวอร์ชั่นนี้มี “ความหลากหลาย” กว่าฉบับก่อนๆ ในหลายมิติ

เช่น นี่เป็นครั้งแรกที่มี “เขยฝรั่ง” พูดภาษาอังกฤษ และ “เขยลาว” เว้าลาวออกจอ มาสู่ขอลูกสาวท้าวสามล

ขณะเดียวกัน อัตลักษณ์ที่หลากหลายของ “หกเขย” ก็มิได้ปรากฏผ่านลักษณะทางชาติพันธุ์เพียงองค์ประกอบเดียว หากยังมีความเชื่อมโยงไปถึงประเด็นเพศสภาพด้วย ดังกรณีเจ้าชายไชยันต์ ซึ่งน่าจะเป็นตัวละครที่โดดเด่นมากๆ รายหนึ่งใน “สังข์ทอง” ฉบับล่าสุด

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง

เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

“เจ้าเงาะกล้ามสวย 2561”: เมื่อ “ตัวตลกบ้าใบ้” ขอแสดงบทบาท “พระเอกรูป (ร่าง) งาม”

พ่อ “รจนา” ชื่อ “ท้าวสามนต์” ไม่ใช่ “ท้าวสามล”!

เรตติ้งล่าสุด “สังข์ทอง” – “แว่นตาท้าวสามนต์” ไม่ใช่ของใหม่ มีมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์!

“สังข์ทอง” ยังมีเรตติ้งเกิน 8-วรรคทอง “คนเหมือนกัน” โดย “เจ้าชายไชยันต์”

สองนคราเรตติ้งทีวีไทย “พระสังข์ถอดรูป” ชนะ “เปิดตัวฆาตกรฆ่าประเสริฐ” มากน้อยแค่ไหน?

ขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรมสามเศียร