ข่าวบันเทิง

คำสัมภาษณ์บางส่วนของ “เป็นเอก” ที่เวนิส และตัวอย่างหนังสั้น “อวสานซาวด์แมน”

คำสัมภาษณ์แรกๆ ของ “เป็นเอก” เกี่ยวกับ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ”

เป็นเอก สัมภาษณ์
ที่มา เพจเฟซบุ๊ก Samui Song

พร้อมๆ กับการไปเปิดตัวหนังไทยเรื่อง “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ในรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี

ผู้กำกับรุ่นเก๋าอย่าง “เป็นเอก รัตนเรือง” ก็ได้เริ่มประเดิมพูดคุยกับสื่อต่างชาติเกี่ยวกับผลงานใหม่ของตนเอง

เว็บไซต์ cineuropa เพิ่งเผยแพร่คลิปสัมภาษณ์เป็นเอก ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจบางส่วน ดังต่อไปนี้

สถานะของผู้หญิงในประเทศไทย

“…ผู้หญิงไทยโดยทั่วไป พวกเธอก็เหมือนนักแสดงนี่แหละ เพราะว่าสังคมได้กำหนด ‘บทบาท’ หลายแง่มุม ให้พวกเธอต้องแสดง เช่น ถ้าคุณเป็นลูกจ้างบริษัท คุณก็จะต้องเชื่อฟังเจ้านาย คุณต้องไม่พูดจาหยาบคายกับเขา เมื่อคุณอยู่ที่บ้านกับสามี คุณก็จะต้องทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน ทำนู่นนี่ให้แก่เขา กับพ่อแม่ คุณก็ต้องเชื่อฟังพวกท่านโดยปราศจากข้อโต้แย้ง คุณต้องทำตามที่พวกท่านสั่ง และระหว่างผู้หญิงด้วยกันเอง พวกเธอก็จะมานั่งกอสซิปกันถึงเรื่องชั่วร้ายต่างๆ ของสามี

“ดังนั้น ผู้หญิงไทยจึงต้องเล่นหลายบทบาทมากๆ…”

ความศรัทธาต่อพุทธศาสนาในสังคมสมัยใหม่

“…ระหว่างการเขียนบทหนัง ได้เกิดกรณีอื้อฉาวมากๆ เกี่ยวกับลัทธิพิธีทำนองนี้ เกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นภายในวัด คุณต้องตระหนักว่าในประเทศไทย ศาสนาพุทธได้ถูกทำให้กลายสภาพเป็นเรื่องของธุรกิจ เพราะวัดบางแห่งในประเทศนี้ นั้นมีรายได้พอๆ กับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ต้องจ่ายภาษี เพราะเงินที่วัดได้เป็นเงินบริจาค

“นอกจากนี้ พระหลายๆ รูป ก็มีสถานะเป็นดังร็อกสตาร์ คุณรู้ใช่ไหมว่าการจัดองค์กรทางพุทธศาสนาแบบนี้ มักเล่นกับความรู้สึกไม่มั่นคงของผู้คน เพราะว่าชีวิตของคุณนั้นมีความไม่แน่นอน คุณไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คุณจะถูกไล่ออกจากงาน คุณไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า พระสงฆ์และวัดเลยเข้ามาทำหน้าที่บรรเทาความทุกข์ในใจให้ผู้คน

“เช่น คุณต้องแต่งกายสีนี้ เพราะมันจะทำให้คุณประสบโชคดีในวันนี้ หรือถ้าคุณต้องการซื้อรถใหม่ เพื่อนของผมหลายคน เวลาพวกเขาจะซื้อรถยนต์คันใหม่ พวกเขาจะไปหาพระสงฆ์ก่อน แล้วถามพระว่าควรซื้อรถสีไหนดี? แล้วพระก็จะตรวจสอบวันเดือนปีเกิด ดวงชะตาของคุณ แล้วบอกว่าโยมต้องซื้อรถสีเขียว ถึงคุณจะตอบกลับไปว่าผมไม่อยากได้รถสีเขียว ผมอยากได้รถสีขาว พระก็จะบอกว่า ไม่ได้ ถ้าโยมอยากโชคดี อยากร่ำรวย โยมต้องซื้อรถสีเขียว

“คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าเมื่อมีคนไทยบางคนตัดสินใจซื้อรถสีขาว แต่ถ้าพระสงฆ์บอกว่าเขาต้องซื้อรถสีแดงเพื่อความโชคดี ที่ประเทศนี้จะมีคนผลิตสติ๊กเกอร์ ที่คุณสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งถูกตัดแต่งเป็นข้อความระบุว่า ‘รถคันนี้สีแดง’ แล้วคุณก็นำสติ๊กเกอร์แผ่นนั้นไปแปะลงบนรถสีขาวของคุณ

“เพียงแค่นั้น รถของคุณก็จะกลายเป็นสีแดง และคุณก็จะโชคดีในที่สุด…”

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เวนิสแล้ว “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” จะบินข้ามไปยังประเทศแคนาดา เพื่อร่วมฉายในสาย Contemporary World Cinema ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต้ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-17 กันยายนนี้

ตัวอย่างหนังสั้น “อวสานซาวด์แมน”

ขอแถมท้ายด้วยตัวอย่างหนังสั้น “อวสานซาวด์แมน” อีกหนึ่งผลงานของคนไทย ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดภาพยนตร์สั้นของเซ็คชั่น Orizzonti เทศกาลเวนิส

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ “สรยศ ประภาพันธ์” คนทำหนังสั้นและคนเบื้องหลังในกองถ่ายหนังอิสระ ซึ่งโดดเด่นมากๆ รายหนึ่ง ในช่วงหลายปีหลัง

Advertisements
ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” อีกหนึ่งหนังสั้นไทยในเวนิส

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ได้ประกาศรายชื่อหนัง 33 เรื่อง ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเซ็คชั่น Orizzonti ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

น่ายินดีว่าหนึ่งในภาพยนตร์สั้นซึ่งถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเซ็คชั่นดังกล่าว คือหนังสั้นไทยชื่อ “อวสานซาวด์แมน” ผลงานของ “สรยศ ประภาพันธ์”

สำหรับสรยศ เคยมีผลงานหนังสั้นเด่นๆ ที่ได้รับรางวัลและได้เข้าร่วมเทศกาลทั้งในไทยและต่างประเทศมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ บุญเริ่ม, ดาวอินดี้ และ รักษาดินแดน

นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกเสียง (ซาวด์แมน) ประจำกองถ่ายหนังอินดี้ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัยจำนวนมาก

ส่งผลให้ปีนี้ จะมีหนังไทยเข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสสองเรื่อง คือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ของเป็นเอก รัตนเรือง และ “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ

ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “ห้าแสนปี” ของชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ก็ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายประกวดของเซ็คชั่น Orizzonti เช่นกัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Sorayos Minimal Prapapan

ข่าวบันเทิง

“Samui Song” ของเป็นเอก ได้ไปเวนิส

UDI_samuisong-1170x486
ที่มา สกรีนเดลี่

“Samui Song” ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ “เป็นเอก รัตนเรือง” คือหนึ่งในหนังที่ถูกคัดเลือกเข้าประกวดในเซ็คชั่น “เวนิส เดย์ส” ซึ่งเป็นกิจกรรมอิสระส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประจำปี 2017 (รูปแบบคล้ายคลึงกับกิจกรรม “ไดเร็คเตอร์ส’ ฟอร์ทไนท์” ของคานส์)

Samui-Song-Abbot-1170x486
ที่มา Urban Distribution INTL

เว็บไซต์วาไรตี้รายงานว่า “Samui Song” เล่าเรื่องราวของนักแสดงหญิงชาวไทย ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งกับสามีเศรษฐีชาวต่างชาติ ที่อุทิศตนให้แก่เจ้าลัทธิความเชื่อ ผู้มีพฤติกรรมเคลือบแคลงน่าสงสัย

samui-song-firstlook
ที่มา JEDIYUTH 

สำหรับนักแสดงนำของหนังเรื่องนี้ ได้แก่ เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, เดวิด อัศวนนท์, วิทยา ปานศรีงาม และ Stéphane Sednaoui

 

ข่าวบันเทิง

The Woman Who Left โดย ลาฟ ดิแอซ หนังสิงโตทองคำ “แด่การต่อสู้ของมวลมนุษยชาติ”

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งที่ 73 ณ ประเทศอิตาลี ประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับรางวัลจากทางเทศกาลประจำปีนี้ออกมาแล้ว

ผลงานที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือ “รางวัลสิงโตทองคำ” อันเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลไปครอง ได้แก่ “The Woman Who Left” หนังขาว-ดำ ความยาว 228 นาที โดย “ลาฟ ดิแอซ” คนทำหนังวัย 57 ปี จากฟิลิปปินส์

หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครหญิงวัยกลางคน ผู้เคยประกอบอาชีพเป็นครู ทว่า กลับต้องถูกตัดสินลงโทษจำคุก 30 ปี ในอาชญากรรมที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ความรู้สึกภายในจิตใจของสตรีผู้นี้จึงคละเคล้าระคนกันระหว่างความปรารถนาจะแก้แค้นคนที่วางแผนใส่ร้ายเธอ กับความรู้สึกที่ต้องการจะให้อภัย

หลังขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ ดิแอซกล่าวสั้นๆ บนเวทีว่า

“ขอมอบรางวัลนี้ให้ประเทศของผม ให้ประชาชนชาวฟิลิปปินส์ แด่การต่อสู้ของพวกเรา แด่การต่อสู้ของมวลมนุษยชาติ”

ย้อนดูรางวัลสำคัญระดับโลกของลาฟ ดิแอซ

“รางวัลหมีเงิน” (Alfred Bauer Award) เทศกาลเบอร์ลิน จากหนังเรื่อง “A Lullaby to the Sorrowful Mystery” ปี 2016

“รางวัลเสือดาวทองคำ”, รางวัล FIPRESCI Prize, รางวัล Junior Jury Award – “Environment Is Quality of Life” Prize และรางวัล Don Quixote Award เทศกาลโลคาร์โน จากหนังเรื่อง “From What Is Before” ปี 2014

รางวัล Venice Horizons Award เทศกาลเวนิส จากหนังเรื่อง “Melancholia” ปี 2008

รางวัล Venice Horizons Award – Special Mention เทศกาลเวนิส จากหนังเรื่อง “Death in the Land of Encantos” ปี 2007

ขอบคุณภาพประกอบโดย Baby K. Jimenez จากเว็บไซต์ http://entertainment.inquirer.net/201276/lav-diazs-ang-babaeng-humayo-wins-golden-lion-in-venice

ข่าวบันเทิง

เปิดเรื่องย่อ-แนวคิดเบื้องหลัง-ภาพตัวอย่างของ “ห้าแสนปี” หนังสั้นไทยในเทศกาลเวนิสปีนี้

ยังคงมีข่าวดีเรื่อยๆ สำหรับวงการหนังอิสระของเมืองไทย

เมื่อล่าสุด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 10 ตุลาคมนี้ ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเทศกาลออกมา

ปรากฏว่า มีภาพยนตร์สั้นไทยเรื่องหนึ่งที่ถูกคัดเลือกเข้าไปฉายในสาย Orizzonti ซึ่งเป็นสายการประกวดของหนังนานาชาติ โดยจะมุ่งความสนใจไปยังภาพยนตร์ที่เป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ หรือเปิดเผยให้เห็นถึงกระแสร่วมสมัยต่างๆ ในโลกภาพยนตร์

หนังไทยเรื่องนั้น คือ “ห้าแสนปี” ซึ่งเป็นภาพยนตร์สั้นความยาว 15 นาที ผลงานการกำกับของ “ชัยศิริ จิวะรังสรรค์” และโปรดิวซ์โดยบริษัท คิก เดอะ แมชีน ฟิล์มส์

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ขุดสำรวจทางโบราณคดีแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง ซึ่งเมื่อ 17 ปีที่แล้ว มีการค้นพบซากฟอสซิลของมนุษย์โฮโม อีเรคตัส ณ พื้นที่แห่งนี้ แต่ปัจจุบัน กลับไม่มีใครใส่ใจกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวอีกต่อไป มีเพียงแค่ชาวบ้านท้องถิ่น ซึ่งเดินทางมาทำกิจกรรมทางจิตวิญญาณที่นี่บ้าง เป็นครั้งคราว

 

กระทั่งเย็นวันหนึ่ง มีรถฉายหนังขับเข้ามายังพื้นที่ตรงจุดนี้ เพื่อทำการฉายภาพยนตร์ให้ผีบรรพบุรุษ ที่รู้จักกันในนาม “มนุษย์เกาะคา” ได้รับชม แล้วระหว่างการฉาย ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดไว้ บังเกิดขึ้น

ชัยศิริเผยว่า หนังเรื่องนี้พยายามสำรวจตรวจสอบภาวะการตายและการเกิดใหม่ของวัฒนธรรมภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับความเป็นสังคมนับถือผี เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ ก็คือ กิจกรรมการฉายหนังกลางแปลง ได้ปรับเปลี่ยนภาระหน้าที่ของตัวเอง จากการเป็นสื่อสำหรับมนุษย์ มาเป็นสื่อสำหรับภูตผีและวิญญาณต่างๆ

ห้าแสน 3

โดยเขาต้องการที่จะมุ่งสำรวจความเป็นไปได้แบบต่างๆ ในการเปลี่ยนรูปแปลงร่างเพื่อยืดอายุตัวเองของสื่อภาพยนตร์ ไปพร้อมๆ กับการตั้งคำถามว่าการค้นพบทางวิทยาศาสตร์สามารถถูกดัดแปลงให้กลายสภาพมาเป็นกิจกรรมทางจิตวิญญาณได้อย่างไร?

ชัยศิริระบุด้วยว่า ในการทำหนังเรื่องนี้ เขายังได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรคทองของ “อันโตนิโอ กรัมชี่” ปัญญาชนนักปฏิวัติชาวอิตาเลียน ที่เคยเขียนเอาไว้ว่า “เมื่อสิ่งเก่ากำลังจะตายและสิ่งใหม่ยังไม่สามารถก่อกำเนิด ในภาวะสุญญากาศแห่งการเปลี่ยนผ่านเช่นนั้น เหล่าอาการผิดปกติอันหลากหลายจะปรากฏกายขึ้น” ซึ่งข้อคิดดังกล่าวสามารถนำมาใช้อธิบายได้ทั้งกับประเด็นเรื่องวัฒนธรรมภาพยนตร์ รวมถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย

ห้าแสน 2

ชัยศิริเคยมีผลงานภาพยนตร์ วิดีโอ และภาพถ่าย ที่ถูกจัดแสดงในระดับนานาชาติ โดยประเด็นหลักที่มักถูกนำเสนอในงานเหล่านั้น คือ การประกอบสร้างเรื่องเล่าส่วนบุคคลและเรื่องเล่าทางสังคมของสมาชิกชุมชนท้องถิ่นต่างๆ (ทั้งที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน, ผู้อพยพ, ชาวบ้าน และสมาชิกของครัวเรือน) ขึ้นมาใหม่ งานของเขาจึงมีความก้ำกึ่งระหว่างการเป็นสารคดีกับเรื่องแต่ง ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างความใกล้และความไกล ตลอดจนเรื่องราวความสัมพันธ์ส่วนตัวกับกระบวนการประกอบสร้างประวัติศาสตร์

นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้ร่วมงานคนสำคัญของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2553 ผลงานเรื่อง “นกขมิ้น” ของชัยศิริ ก็เคยได้เข้าประกวดในสาย Orizzonti ของเทศกาลภาพยนตร์เวนิสมาแล้วหนหนึ่ง

ชมทีเซอร์ของ “ห้าแสนปี” ได้ที่นี่