จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เบาะแสเรตติ้งล่าสุดของ “เทพสามฤดู” เกือบติด “ท็อป 5” ช่อง 7

ช่วงหลังๆ มานี้ หาข้อมูลเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “เทพสามฤดู” ได้ค่อนข้างยากมากๆ

แต่เบาะแสล่าสุดก็มีพอมีให้เห็นกันบ้าง ดังรายงานของเว็บไซต์ positioning ที่นำเสนอเนื้อหาหลักว่าด้วยเรตติ้งของ “ละครเย็น” ช่อง 3 และ 7

ทั้งนี้ ในรายงานชิ้นนั้นได้มีการระบุถึงเรตติ้ง ณ วันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 ของ “เทพสามฤดู” เอาไว้ ว่าอยู่ที่ 5.434

ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ขี้เหร่เลย และทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้เกือบติดอันดับท็อปไฟว์ของช่อง 7 ในสัปดาห์ดังกล่าว ซึ่งสี่อันดับแรกถูกรับเหมาไปโดยละครเย็นอย่าง “แม่สื่อจอมป่วน” ที่ได้เรตติ้งระหว่าง 6.3-7.4 ขณะที่อันดับห้า เป็นละครหลังข่าวศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ อย่าง “คุณชายไก่โต้ง” ที่ได้เรตติ้ง 5.682 เฉือน “เทพสามฤดู” ไปหน่อยเดียว

อย่างไรก็ตาม นี่แสดงว่าเรตติ้งช่วงโค้งสุดท้ายก่อนอวสานของ “เทพสามฤดู” ยังไต่ไปไม่ถึงจุดพีกสุดที่ละครเรื่องนี้เคยทำเอาไว้ได้ นั่นคือ สถิติ 7.1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://positioningmag.com/1155551

ภาพประกอบจากอินสตาแกรม samsearn

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ประเด็นน่าจับตาเกี่ยวกับ “เทพสามฤดู” หลังปี 2561

ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีปีใหม่ 2561 ด้วยภาพสวยๆ จากอินสตาแกรมสามเศียรกันก่อน เป็นลำดับแรกสุด

ทีนี้ มาพูดถึงประเด็นที่ต้องจับตาเกี่ยวกับละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” หลังปี 2561 กันบ้าง

ความนิยมล่าสุด

เริ่มจากประเด็นแรก คือ เรตติ้ง

น่าสนใจว่าระยะหลังๆ การเสาะหาสถิติเรตติ้งทางโทรทัศน์ของ “เทพสามฤดู” นั้นทำได้ยากมาก จากที่เมื่อก่อน มีผู้นำตัวเลขมาเผยแพร่ในเว็บไซต์พันทิป แต่ปัจจุบัน ข้อมูลส่วนดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกนำเสนอออกมา

ส่วนเว็บไซต์เอจีบีนีลเซ่นก็เพิ่งอัพเดตข้อมูลเรตติ้งทีวีถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2560

อย่างไรก็ดี เข้าใจว่าเรตติ้งของ “เทพสามฤดู” คงยังไปไม่ถึง 7.1 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ เพราะหากตัวเลขเรตติ้งทำลายสถิติเดิม อย่างน้อยที่สุด อินสตาแกรมสามเศียรคงต้องรายงานความสำเร็จดังกล่าวให้แฟนๆ ได้รับทราบกันบ้างแล้ว

ทว่า ในส่วนของยูทูบ หลังจากสามเศียรประกาศเปิดช่องทางการของตนเอง และตระเวนลบ-เคลียร์คลิปย้อนหลังที่ยูทูบช่องอื่นๆ นำมาเผยแพร่ก่อนหน้านี้ เรียบร้อยเสร็จสรรพ

ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ค่อนข้างน่าพอใจ

ล่าสุด ตัวเลขจำนวนสมาชิกช่อง SAMSEARN OFFICIAL นั้นอยู่ที่เกือบๆ 86,000 คน

ส่วนคลิปละครย้อนหลังตั้งแต่ตอนที่ 51-54 (ซึ่งหันมาใช้ระบบคลิปยาวคลิปเดียวต่อละครหนึ่งตอน แทนที่จะซอยละครหนึ่งตอนออกเป็นห้าคลิปย่อยตามจำนวนเบรกโฆษณาในทีวี) ก็มียอดวิวทะลุหนึ่งล้านโดยตลอด

นับว่าผลตอบรับที่มีต่อ “เทพสามฤดู” ในโลกออนไลน์ยังคงไปได้สวยทีเดียว

จะมีอะไรใหม่อีก?

อีกหนึ่งคำถามสำคัญ ก็คือ เนื้อเรื่องของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อ จะมีอะไรผิดแผกแหวกแนวจากละครเวอร์ชั่นก่อนเมื่อปี 2546 อีกหรือไม่?

อย่างที่รู้กันว่า “เทพสามฤดู 2560-61” นั้นแทบจะนำบทละครเดิมเมื่อ 14-15 ปีก่อน มา reshoot ใหม่แบบเป๊ะๆ

แต่ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำศิวนาฏราชที่ใส่เข้ามาใหม่ (ระยะหลังๆ ชักหายไป) หรือการแก้ปัญหาเรื่องตัวละครอำมาตย์อาจอง เมื่อ “กิตติ ดัสกร” ผู้รับบทบาท มีปัญหาสุขภาพส่วนตัว

จุดที่น่าจับตาสำหรับละครเวอร์ชั่นปัจจุบัน คือ ชะตากรรมของ “มาตุลีเทพบุตร” จะลงเอยอย่างไร?

เมื่อปี 2546 ตัวละครรายนี้ที่รับบทโดย “ท้าวดักแด้” ได้หายไปจากหน้าจอเสียเฉยๆ โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะนักแสดงติดภารกิจอื่น หลังละครถูกยืดให้ยาวขึ้น

ทว่า “ธรรมศักดิ์ สุริยน” ผู้รับบทเป็น “เทพมาตุลี 2560-61” ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องคิวงาน

จึงน่าเชื่อว่าบทสรุปของตัวละคร “มาตุลีเทพบุตร” ใน “เทพสามฤดู” ฉบับนี้ คงจะแตกต่างจากฉบับก่อนอย่างแน่นอน

แต่จะต่างอย่างไรนั้น ต้องจับตาดูกัน

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง, จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, เด็กฝึกงานในร้านถ่ายเอกสาร

เรตติ้งล่าสุด “เทพสามฤดู”-ตีความใหม่ “พระอภัยมณี”-รวม “มือระนาด” ช่วย “ป๋อม บอยไทย”

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ทรงๆ แต่ไม่ย่ำแย่

เรตติ้งละคร “เทพสามฤดู” ประจำวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 ยังทรงตัวอยู่ในระดับ “เกือบจะ” 6

โดยทั้งวันเสาร์ที่ 18 และอาทิตย์ที่ 19 ละครเรื่องนี้ต่างได้เรตติ้งไป 5.8 เท่ากัน

ขออนุโมทนาสาธุ กับคุณพ่อไพรัช สังวริบุตร และทีมงานนักแสดงสามเศียร ที่ทำบุญถวายภัตตาหาร เพล พระครูบาน้อย เขมปัญโญ เจ้าอาวาสวัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พาสามเณร จำนวน 40รูป มาทัศนะศึกษาเยี่ยมชมที่โรงถ่ายลาดหลุมแก้ว ขอสิริมงคล มีแด่ทุกๆคนด้วยเทอญ สาธุ #สามเศียร #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #หนังเจ้า

A post shared by บริษัท สามเศียร จำกัด (@samsearn) on

แม้จะไม่ถึงจุดพีกเกิน 7 ดังที่เคยทำได้ แต่ก็ไม่ขี้เหร่มากมาย เพราะคู่แข่งซึ่งออกอากาศในวันเดียวกันที่ชนะ “เทพสามฤดู” ขาดลอยจริงๆ ก็มีแค่ “สุดรักสุดดวงใจ” ละครเย็นที่โกยเรตติ้งถึงระดับ 9-10 ส่วน “ทิวลิปทอง” ละครหลังข่าวศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ผลงานของ “อาหลอง-ฉลอง ภักดีวิจิตร” ก็มีเรตติ้งความนิยม 6 กว่าๆ ถึง 7 นิดๆ เท่านั้น

(ที่มา กระทู้ เรตติ้งละคร-ภาพยนตร์วันศุกร์ที่17/11/2560-วันอาทิตย์ที่ 19/11/2560 โดย แม่น้องซ่า)

“พระอภัยมณี”: การตีความใหม่ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

หากนางผีเสื้อสมุทรคือ “อดีต” เราทุกคนต่างหนีนางผีเสื้อสมุทรของเรา เพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกันทั้งสิ้น

นางผีเสื้อฯ ในพระอภัยมณีนั้นเป็นตัวละครประหลาดนะครับ คือไม่มีที่มาที่ไป นางเงือกยังมีพ่อแม่เป็นตัวเป็นตน ซึ่งได้ช่วยให้พระอภัยและสินสมุทรหนีนางผีเสื้อในระยะแรก แต่นางผีเสื้อไม่มีพ่อมีแม่ หลังจากสิ้นชีวิตแล้ว ก็ไม่มีผีเสื้อตัวอื่นโผล่เข้ามาในท้องเรื่องอีกเลย นางเป็นตัวเดียวหรือคนเดียวในสปีชีส์ของนาง เกิดขึ้นหรือมีขึ้นเพื่อพระอภัย และเป็นของพระอภัยคนเดียวโดยแท้

นางผีเสื้อจึงเป็นอดีตของพระอภัยเพียงคนเดียว และไม่มีใครขจัดเธอออกไปได้นอกจากตัวพระอภัยเอง วิธีขจัดนางผีเสื้อของพระอภัยก็น่าสนใจ เพราะใช้การเป่าปี่จนเธอสิ้นชีวิตลง วิธีที่เราขจัดอดีตอันบาดใจของเรา ก็ใช้วิธีเดียวกันคือเป่าปี่ หรือฟังคนอื่นเป่าปี่ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หันไปหาสิ่งสวยงามที่จรุงใจให้ลืมอดีตลงได้ อย่างน้อยก็ชั่วคราว

ปี่ของบางคนอาจเป็นศิลปะ บางคนอาจเป็นการทำงานหามรุ่งหามค่ำ บางคนอาจเป็นการสร้างชื่อเสียง บางคนอาจเป็นนางเงือกสาว นางสุวรรณมาลีและนางละเวง

และด้วยเหตุดังนั้น จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ปี่ของพระอภัยทำให้นางผีเสื้อตายลงจริงหรือ หากตายจริงเหตุใดพระอภัยจึงยังต้องหนีนางผีเสื้อต่อไปเกือบตลอดชีวิต ถึงไม่ได้หนีด้วยการว่ายน้ำ แต่ก็หนีด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งน่ากลัวพอๆ กัน คือเข้าทำสงครามนองเลือดกับรัฐโน้นรัฐนี้อย่างไม่หยุดหย่อน หรือต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อไปให้ถึง “เกาะแก้วพิสดาร” อันเป็นดินแดนที่พระอภัยเข้าใจว่าปลอดภัยจากนางผีเสื้อ อย่างจะหาความสงบในชีวิตสักชั่วขณะก็ไม่ได้เลย

“เกาะแก้วพิสดาร” ที่ไปได้ถึง อาจเป็นสถานที่ซึ่งนางผีเสื้อไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปทำอันตรายได้ แต่นางก็ยืนสกัดอยู่ไม่ไกลในทะเล มองเห็นเงาทะมึนเบื้องหน้า แม้เสียงถอนใจคร่ำครวญยังได้ยิน และความคั่งแค้นน้อยใจก็สัมผัสได้จากสายลม

มหากาพย์การวิ่งหนีอดีตหรือนางผีเสื้อของพระอภัยมาสิ้นสุดลงในตอนจบ ไม่ใช่โดยการฆ่านางผีเสื้อใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่โดยการหยุดหนี และใช้ชีวิตร่วมกันไประหว่างอดีตและปัจจุบัน ประนีประนอมยอมรับให้นางผีเสื้อเข้ามาอยู่ร่วมกับนางสุวรรณมาลีและนางละเวง ด้วยเหตุดังนั้น จึงพากันเดินทางไปพบกับนางเงือกซึ่งพระอินทร์ได้ตัดหางให้แล้วที่เมืองลังกา อย่าลืมว่า หากไม่นับสินสมุทรแล้ว นางเงือกเป็นตัวละครตัวเดียวที่มีชีวิตและบทบาทร่วมกับนางผีเสื้อ หรือ “อดีต” ของพระอภัย

การกลับไปพบกับนางเงือกอีกครั้งหนึ่ง จึงเท่ากับกลับไปเผชิญหน้ากับนางผีเสื้อหรืออดีตได้อย่างสงบเป็นครั้งแรก และเรื่องก็ควรจบลงได้อย่างบริบูรณ์

พระอภัยโชคดีที่ในที่สุดก็สามารถอยู่ร่วมกับนางผีเสื้อได้ ในขณะที่คนอีกมากต้องหนีการไล่ล่าของนางผีเสื้อของตนเอง จนถึงวันสิ้นลม

การบำเพ็ญสมณธรรมของพระอภัยอาจเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ได้กับการมีชีวิตร่วมกับอดีต แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวเท่านั้น มีวิธีอื่นๆ อีกมากซึ่งเหมาะแก่แต่ละคน หากต้องเริ่มต้นที่อ่านแล้วทำให้สำนึกได้ว่า หยุดวิ่งหนีนางผีเสื้อของตนเสียที และจะอยู่ร่วมกับนางผีเสื้อของตนอย่างไร

ตัวใครตัวมัน อย่างที่พูดๆ กันแหละครับ

ใครอ่านถึงตรงนี้ คงมีความเห็นตรงกันว่า เฮ้ย ผมนโนเอาเองนี่หว่า สุนทรภู่ไม่ได้คิดอย่างนี้แน่ ผมก็เห็นด้วยเลยว่าสุนทรภู่ไม่น่าจะคิดอย่างนี้ แม้ผมจะเห็นว่าสุนทรภู่มีสำนึกปัจเจกสูงกว่ากวีร่วมสมัยและก่อนสมัยอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม แต่คงไม่ถึงกับวางท้องเรื่องเพื่อเผยชีวิตส่วนในของพระเอกดังที่ผมกล่าวมาแต่ต้น แม้แต่ที่ผมเรียกว่า “ชีวิตส่วนใน” ก็คงเป็นความหมายที่คนรุ่นสุนทรภู่ไม่รู้จัก

แต่เราจะอ่านสุนทรภู่เพื่อรู้ว่าสุนทรภู่คิดอะไรไปทำไมครับ เราอ่านวรรณคดีอะไรก็ตาม เพื่อจะรู้ว่าเราคิดอะไรต่างหาก และนี่คือจุดอ่อนของการเรียนการสอนวรรณคดี (ทั้งไทยและต่างชาติ) ในประเทศไทย คือไม่สนใจว่าอ่านแล้วเราคิดอะไร และทำไม

หยุดเผาวรรณคดี
ภาพจาก https://www.matichonweekly.com

นี่คือจุดตั้งต้นของบทความที่อ่านสนุกมากๆ เรื่อง “หยุดเผาวรรณคดีไทยเสียที” โดยท่านอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ครับ

ในส่วนที่เหลือของบทความ อ.นิธิ จะพยายามอธิบายว่า ทำไมเราจึงควรดึงวรรณคดี/วรรณกรรมลงมาจากหิ้ง หรือควรพรากงานเขียนเหล่านั้นออกมาจากอำนาจการตีความแบบเดิมๆ ที่ถูกผูกขาดโดยครูและผู้รู้

เพื่อนำไปสู่การตีความผ่านแง่มุมใหม่ๆ โดยผู้อ่านร่วมสมัยในโลกยุคปัจจุบัน

อ่านบทความฉบับเต็มที่นี่ครับ https://www.matichonweekly.com/column/article_66090

“สุดยอดมือระนาด” รวมตัว ร่วมใจช่วย “ป๋อม บอยไทย”

ป๋อม บอยไทย
ภาพจากเฟซบุ๊ก ป๋อมบอยไทย อาร์สยาม

คุณป๋อม บอยไทย หรือ “ชัยยุทธ โตสง่า” มือระนาดเอกเจ้าของรางวัลศิลปาธร และเป็นผู้บุกเบิกวง “บอยไทย” รวมทั้ง “บางกอกไซโลโฟน” เพิ่งล้มป่วยลงจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก และร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บรรดาพี่เพื่อนน้องสุดยอด “มือระนาด” หลายสิบชีวิต จึงได้มารวมตัวกันโชว์ฝีมือลือลั่น ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในงาน “คนรักดนตรีไทย ร่วมใจช่วย ‘ป๋อม บอยไทย’ ชัยยุทธ โตสง่า” เพื่อระดมเงินบริจาคไปช่วยเหลือป๋อมที่กำลังฟื้นฟูร่างกาย

โชว์เดี่ยวระนาดในวันนั้นกินเวลานานหลายชั่วโมง แต่ “มันส์” และ “แพรวพราว” มากๆ ครับ คิดว่าคนที่ชอบดูละครจักรๆ วงศ์ๆ ชอบฟังดนตรีไทยเดิม หรือเคยประทับใจหนัง “โหมโรง” น่าจะมีความสุขกับการแสดง

ชมคลิปการแสดงได้ตามนี้ครับ

 

 

ส่วนนี่ คือ ผลงานเด่นเพลงหนึ่งที่คุณป๋อมเคยสร้างสรรค์เอาไว้ในอดีต

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“อำมาตย์อาจอง” เริ่มหายไปจากละคร “เทพสามฤดู 60” – สงครามออนไลน์ของยูทูบ “ฟ้ามีตาฯ”

เรตติ้งละครทีวี “เทพสามฤดู” 4-5 พ.ย. 2560

ในที่สุด ตัวเลขเรตติ้งความนิยมทางโทรทัศน์ของละครเรื่อง “เทพสามฤดู” ก็ได้รับการเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากสถิติดังกล่าวต้องงดเผยแพร่ไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะ/รัฐพิธีสำคัญ

ปรากฏว่าตัวเลขเรตติ้งระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2560 ของ “เทพสามฤดู” อยู่ในสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะได้รับความนิยมไปเพียง 5.3 (เสาร์ที่ 4 พ.ย.) และ 5.7 (อาทิตย์ที่ 5 พ.ย.)

ต้องตามติดกันต่อไปว่า “เทพสามฤดู 2560” จะหวนกลับมาทำเรตติ้งเกิน 7 ได้อีกครั้งหรือไม่? เมื่อไหร่?

ที่มาข้อมูล กระทู้รายงานเรตติ้งละคร-ภาพยนตร์ วันศุกร์ที่ 3/11/60 – วันอาทิตย์ที่ 5/11/60 โดย แม่น้องซ่า

เมื่อยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” เผชิญสงครามออนไลน์

ฟ้ามีตา

แม้เรตติ้งในทีวีจะมีอาการทรงๆ ทรุดๆ แต่ต้องยอมรับว่าความนิยมของ “เทพสามฤดู 2560” ในยูทูบนั้นพุ่งสูงเอามากๆ ดังที่บล็อกคนมองหนังได้รายงานสถิติส่วนนี้อย่างใกล้ชิด ตลอดหลายสัปดาห์/เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงสุดสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน 2560 (เหตุเกิดในวันเสาร์ที่ 4) จู่ๆ ยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” ซึ่งมีสัญลักษณ์ verification จากทางบริษัทยูทูบ ก็ถูกลบหายไปเสียเฉยๆ

จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่พยายามเปิดดูยูทูบช่องดังกล่าวในช่วงเช้าตรู่วันที่ 4 พฤศจิกายนพอดี พบว่ามีการขึ้นข้อความทำนองว่าช่องนี้ถูกระงับ เนื่องจากเผยแพร่สแปมและละเมิดข้อห้ามของทางยูทูบ

แอดมินบล็อกคนมองหนังเข้าใจมาตลอดว่ายูทูบช่อง “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” น่าจะเป็นช่องยูทูบอย่างเป็นทางการของค่าย “ดีด้า-สามเศียร” (เพราะมีสัญลักษณ์ verification อย่างเป็นกิจจะลักษณะ) แต่เมื่อยูทูบช่องนี้ถูกลงโทษด้วยมาตรการดังกล่าว แอดมินจึงงุนงงไปไม่น้อยเหมือนกัน

นอกจากนี้ การหายสาบสูญของช่อง “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” ยังส่งผลให้ยูทูบช่องอื่นๆ ที่นำคลิปย้อนหลังของ “เทพสามฤดู” มาเผยแพร่ในลักษณะเดียวกัน ต่างได้รับอานิสงส์เรื่องจำนวนยอดวิวไปตามๆ กัน เช่น ช่อง iTim TV หรือ HoyThak TV

ล่าสุด ยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD” เวอร์ชั่นใหม่ได้หวนกลับคืนสังเวียนอีกครั้ง (แต่ยังไม่มีสัญลักษณ์ verification) รวมทั้งได้ทำการไลฟ์สดและนำเสนอคลิปละคร “เทพสามฤดู” ย้อนหลังอย่างเป็นปกติ ในวันที่ 11-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยแอดมินของช่องได้ตอบคำถามที่ผู้ชมสอบถามถึงการหายสาบสูญไปของช่อง “ฟ้ามีตาฯ” เดิม เอาไว้ว่า

“ช่องเดิม ถูกผู้ไม่หวังดี ก๊อปข้อมูลในช่อง แล้วอ้างตัวทำการรีพอร์ตเรา จึงทำให้เกิดปัญหา เรากำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ค่ะ ยังไงก็ติดตามช่องนี้กันไปก่อนนะคะ”

ที่มา https://goo.gl/wbAhFN

เมื่อ “อำมาตย์อาจอง” เริ่มหายตัวไปจากจอ “เทพสามฤดู”

ข่าวคราวของ “กิตติ ดัสกร” ผู้รับบท “ขันธมาร” ใน “เทพสามฤดู 2546” และ “อำมาตย์อาจอง” ใน “เทพสามฤดู 2560” ดูจะถูกขยายความใหญ่โตเกินเรื่องอาการเจ็บป่วยของเจ้าตัวไปไกลลิบ

เพราะมีเรื่องสภาพบ้านเรือนความเป็นอยู่ที่สกปรกทรุดโทรมจนน่าตระหนก และปริศนาเกี่ยวกับชีวิตคู่-ครอบครัวมาข้องเกี่ยวด้วย (ซึ่งทางบล็อกคนมองหนัง คงไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องราวที่ยังไม่มีบทสรุปชัดเจนเหล่านั้น)

อย่างไรก็ดี การต้องพักรักษาตัวของกิตติเริ่มส่งผลต่อละคร “เทพสามฤดู” ที่กำลังออกอากาศแล้ว เห็นได้จากฉากในนครโคธรรพ์ ซึ่งปกติ เวลา “โคธรรพ์” ออกว่าราชการ มักต้องมีพ่อตาอย่างอำมาตย์อาจอง ภูติดำ และหมื่นมิตร อยู่ร่วมด้วย

อำมาตย์อาจองหาย

แต่ในละครเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน “อำมาตย์อาจอง” กลับหายตัวไป และตัวละครสมทบบทไม่เยอะอย่าง “หมื่นมิตร” ได้ถูกขยับสถานะให้กลายมาเป็นเจ้าของบทพูดและเป็นต้นคิดในแผนการชั่วร้ายบางอย่าง ซึ่งเดิมที น่าจะถูกกำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่หรือบทบาทของอำมาตย์อาจอง

อำมาตย์อาจองหาย 2

ต้องดูกันยาวๆ ว่า ตัวละคร “อำมาตย์อาจอง” จะหายไปจาก “เทพสามฤดู 2560” โดยถาวรเลย หรือจะย้อนกลับมามีบทบาทสมทบเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงท้าย?

 

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ความนิยมล่าสุดของ “เทพสามฤดู” – อาการป่วยและบทบาทน่าจดจำของ “กิตติ ดัสกร”

คนดู “เทพสามฤดู” ทางยูทูบยังทะลุล้านต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ละครเรื่อง “เทพสามฤดู” ที่ออกฉายระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2560 ยังไม่มีผลการวัดเรตติ้งความนิยมทางโทรทัศน์ออกมา

อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ชมละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ ผ่านยูทูบฟ้ามีตา ช่อง 7 HD ยังคงมีมาตรฐานสูงลิ่วเช่นเคย

โดยในวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม มีผู้ชมการไลฟ์สดละครจำนวน 5.7 แสนวิว มีผู้ชมคลิปย้อนหลังจำนวน 1.4 ล้านวิว

วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม มีผู้ชมการไลฟ์สด 5.9 แสนวิว มีผู้ชมคลิปย้อนหลัง 1.3 ล้านวิว

“กิตติ ดัสกร” ผู้รับบทอำมาตย์อาจองล้มป่วย

กิตติ ดัสกร

เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีข่าว “กิตติ ดัสกร” ผู้รับบทเป็น “อำมาตย์อาจอง” ใน “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นนี้ ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ตกคลอง ก่อนจะมีอาการป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนตามมา

ล่าสุด ข่าวระบุว่าอาการป่วยของกิตติยังไม่ดีขึ้น และมีการประกาศขอรับเงินบริจาคช่วยเหลือ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแล (อ่านรายละเอียด ที่นี่)

ไม่แน่ใจว่าบทบาทอำมาตย์อาจองที่กิตติแสดงจะดำเนินต่อไปเช่นไร? และกิตติจะสามารถกลับมาสวมบทดังกล่าวได้อีกหรือไม่?

แต่ก็ขอเอาใจช่วยให้อาการป่วยของนักแสดงอาวุโสรายนี้ทุเลาลงในเร็ววัน

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ “กิตติ ดัสกร”

หนึ่ง อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า กิตติเคยรับบทสำคัญมากๆ เป็น “ขันธมาร” ใน “เทพสามฤดู 2546”

สอง ก่อนหน้านี้ ตัวละครที่กิตติแสดง นั้นเคยหายตัวไปจากละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องอื่น (โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ) มาบ้างแล้ว เช่น เมื่อคราวที่เขาร่วมแสดงใน “เกราะกายสิทธิ์” (2549) ซึ่งกิตติรับบทเป็นผู้วิเศษ ที่เป็นอาจารย์ของนักแสดงสมทบฝ่ายพระเอก-นางเอก แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับมีเจตนาร้ายคิดแย่งชิงเกราะกายสิทธิ์ด้วยอีกคน

ทว่าจู่ๆ ตัวละครที่กิตติแสดงก็หายสาบสูญไปเสียเฉยๆ เมื่อละครดำเนินเรื่องยืดยาวไปเกือบ 100 ตอน ส่วนหนึ่ง คงเพราะทางผู้สร้าง-ผู้เขียนบทไม่สามารถหาบทสรุปหรือจุดคลี่คลายของตัวละครรายนี้ได้อย่างลงตัว จึงเลือกจะ “ตัดทิ้ง” ไปแบบห้วนๆ

สาม กิตติไม่ได้แสดงเฉพาะละคร (จักรๆ วงศ์ๆ) ช่อง 7 เท่านั้น จากความทรงจำส่วนตัวของแอดมินบล็อกคนมองหนัง หนึ่งในบทบาทที่กิตติถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลังมากๆ ก็คือ บทมหาอุปราชแห่งกรุงอังวะในละครเรื่อง “สงครามเก้าทัพ” (2531) ทางช่อง 3 แม้ตัวละครรายนี้จะปรากฏกายขึ้นในเนื้อหาช่วงท้ายๆ ของละคร แต่ก็มีความสำคัญมากๆ ทีเดียว

และนี่คือฉากเปิดตัวอันน่าเกรงขามของมหาอุปราชอินแซะ (ที่รับบทโดยกิตติ) ในละครเรื่องนั้น (นาทีที่ 0.00-7.02)

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” 21-22 ต.ค. 60 (เฉพาะในยูทูบ)

เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคมที่ผ่านมา ละครพื้นบ้านเรื่อง “เทพสามฤดู” นั้นออกอากาศตามปกติ อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ ยังไม่มีผลสำรวจเรตติ้งความนิยมของผู้ชมโทรทัศน์ในช่วงเวลาดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา

แต่ตัวเลขที่สามารถตรวจสอบได้ คือ จำนวนผู้ชมละครพื้นบ้านเรื่องนี้ทางยูทูบ “ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD”

โดยสำหรับ “เทพสามฤดู” ตอนที่ 33 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม มียอดผู้ชมการไลฟ์สดละครอยู่ที่ประมาณ 5 แสนวิว ส่วนยอดผู้ชมคลิปย้อนหลังความคมชัดระดับเอชดี มีประมาณ 1.3 ล้านวิว

ส่วน “เทพสามฤดู” ตอนที่ 34 ในวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม มียอดผู้ชมการไลฟ์สดละครอยู่ที่ประมาณเกือบ 7 แสนวิว ยอดผู้ชมคลิปย้อนหลังความคมชัดระดับเอชดี มีประมาณ 1.8 ล้านวิว (โดยคลิปดังกล่าวติด “อันดับหนึ่ง” ในเทรนด์ “มาแรง” ของยูทูบอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง)

ติดตามอ่านข้อมูลเข้มๆ และเกร็ดความรู้แปลกๆ เกี่ยวกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/chakwongcollege/ 

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้งล่าสุด “เทพสามฤดู” ในทีวีแผ่ว แต่ในยูทูบยังร้อนแรง!

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ประจำวันที่ 14-15 ตุลาคม 2560

แผ่วไปนิดนึงสำหรับยอดเรตติ้งความนิยมทางโทรทัศน์ของละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” ประจำวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 14-15 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยละครเรื่องนี้ได้เรตติ้ง 6.1 ในวันเสาร์ที่ 14 และ 5.9 ในวันอาทิตย์ที่ 15

(ที่มา กระทู้รายงานเรตติ้งละคร-ภาพยนตร์ วันพฤหัสบดีที่ 12-จันทร์ที่ 16 โดยแม่น้องซ่า)

อย่างไรก็ตาม ความนิยมผ่านช่องทางออนไลน์ของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ กลับยังร้อนแรงต่อเนื่อง

โดยหากพิจารณาข้อมูลจากยูทูบช่อง ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD ของค่ายสามเศียร จะพบว่าในวันเสาร์ที่ 14 ยอดชมการไลฟ์สด “เทพสามฤดู” มีถึง 7.5 แสนวิว และยอดผู้ชมคลิปละครย้อนหลังในระบบเอชดีก็มีมากถึง 1.1 ล้านวิว

สำหรับในวันอาทิตย์ที่ 15 ยอดชมการไลฟ์สดละครอยู่ที่ 6.9 แสนวิว ส่วนยอดชมคลิปละครย้อนหลังนั้นพุ่งไปสูงถึง 1.2 ล้านวิว

บทวิเคราะห์ความสำเร็จของ “เทพสามฤดู” ในมติชนสุดสัปดาห์

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านบทความ เมื่อ “เทพสามฤดู 2560” ทำเรตติ้งเกิน 7 เป็นครั้งแรก! ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 13-19 ตุลาคม 2560 สามารถอ่านเวอร์ชั่นออนไลน์ได้ ที่นี่ ครับ

ด้านล่างนี้ คือบางส่วนของเนื้อหาจากบทความชิ้นดังกล่าว:

เทพสามฤดู คมน

สถานะของ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ ฉบับรีเมก”

แน่นอนว่า “เทพสามฤดู” นั้นเป็น “ละครจักรๆ วงศ์ๆ ฉบับรีเมก” แต่ “กระบวนการสร้างใหม่” หนล่าสุดนี้ก็มีอะไรชวนขบคิดอยู่พอสมควร

ปกติ เวลาพูดถึง “หนัง/ละครรีเมก” เรามักนึกถึงภาพของ “หนัง/ละคร” ที่นำเรื่องราวเดิมๆ มาสร้างใหม่ พร้อมกับการตีความบทภาพยนตร์/บทละครในมุมมองใหม่ๆ หรือพยายามใส่รายละเอียดปลีกย่อยอันแตกต่างเพิ่มเติมลงไป

แต่ “สิ่งพิเศษ” ของ “เทพสามฤดู 2560” ก็คือ ร้อยละ 90 ของเนื้อหาในละครเวอร์ชั่นนี้แทบจะ “ทำซ้ำ” เรื่องราวของละครเวอร์ชั่นปี 2546 มาแบบช็อตต่อช็อต เหตุการณ์ต่อเหตุการณ์ บทพูดต่อบทพูด

จะแตกต่างก็แค่ภาพที่คมชัดขึ้น ซีจีที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงนักแสดงและฉากที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น เมื่อเรานั่งชม “เทพสามฤดู 2560” แล้วเห็นชื่อ “ภาวิต” (นามปากกาของ “รัมภา ภิรัมย์ภักดี” นักเขียนบทอาวุโสแห่งเครือดาราวิดีโอ) หวนกลับมาปรากฏบนเครดิตเริ่มต้นของละครจักรๆ วงศ์ๆ เป็นหนแรกในรอบหลายปี

นี่จึงอาจมิได้หมายความถึงการย้อนคืนมานั่งเขียนบทละครครั้งใหม่ของรัมภา ณ ยุคปัจจุบัน หากเป็นการนำบทละครชิ้นเดิมที่รัมภาเคยเขียนไว้ในอดีต กลับมาถ่ายทำใหม่มากกว่า

ของแถม

สำหรับแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ สามารถติดตามอ่านข้อมูลแปลกๆ สนุกๆ เกี่ยวกับสื่อบันเทิงประเภทนี้ ซึ่งหาอ่านไม่ค่อยได้จากที่อื่นๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย ครับ

ถ้าช่วยกันกดไลก์ได้ ก็จะเป็นการดีมากๆ ครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรมสามเศียร