ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

อุ่นเครื่องคอนเสิร์ตใหญ่ “ดึกดำบรรพ์ #201” ด้วย 20 คลิปซ้อม-แสดงสดสุดประทับใจ

ได้ฤกษ์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่เป็นรอบที่สอง สำหรับวงดนตรีรุ่นเก๋า “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสองศิลปินและหนึ่งคนเบื้องหลัง อย่าง “ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” “แต๋ม ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ตุ่น พนเทพ สุวรรณะบุณย์”

โดยคอนเสิร์ตหนนี้ซึ่งใช้ชื่อว่า “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์ ดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี (ซื้อบัตรได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/concert/duk-drum-ban-201-2018-th.html)

หลังคลิปการเล่นดนตรีที่ถูกปล่อยผ่านโซเชียลมีเดียของน้าๆ ทั้งสามคน ยังคงได้เสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลับอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ทางบล็อกคนมองหนังจึงรวบรวมคลิปเด็ดๆ สองชุดมานำเสนอ ชุดแรก คือ คลิปซ้อมเพลงดังสุดไพเราะที่น้าปั่น น้าแต๋ม น้าตุ่น จัดทำเผยแพร่ผ่านเพจ ดึกดำบรรพ์ Boy Band ชุดที่สอง คือ คลิปการแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ที่ทางแอดมินไปตามถ่ายเก็บไว้ตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา (ในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่งของวง)

ติดตามรับชมและรับฟังกันได้เลย

รวมคลิปซ้อมร้อง-เล่นจากเพจ ดึกดำบรรพ์ Boy Band

คนขี้เหงา

บอกรัก

ปาฏิหาริย์

ส่องกระจก

คนไม่มีวาสนา

รักเธอมากกว่าใคร

ทะเล

เพราะเธอ

เฝ้าคอย

รักเองช้ำเอง

รวมคลิปแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” (บันทึกภาพโดย “คนมองหนัง”)

รักยืนยง

รักล้นใจ

ทั้งรู้ก็รัก

เพียงแค่ใจเรารักกัน

รักเองช้ำเอง

บอกรัก

A Tu Corazon (สู่กลางใจเธอ)

คนขี้เหงา

ปาฏิหาริย์

ขีดเส้นใต้

Advertisements
คนอ่านเพลง

(ไม่ดราม่าประเด็น MV “ทศกัณฐ์”) ท็อปไฟว์เพลงป๊อปไทย ที่ร้อง-เล่าเรื่องราวแบบ “ยักษ์ๆ”

เห็นเขากำลังดราม่าประเด็น “ทศกัณฐ์” ศิลปะ “โขน” และเอ็มวี “เที่ยวไทยมีเฮ” กัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังจะเสนอต่อไปนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีข้างต้น

แต่ทางบล็อกของเราต้องการนำเสนอถึงบทเพลงป๊อปในยุคใกล้-ไกล ที่หยิบยกเอา “ยักษ์” มาเป็นสัญลักษณ์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวหรือตั้งประเด็นคำถามได้อย่างน่าสนใจมากกว่า

แค่ฟังเพลงเหล่านี้ คุณก็จะได้รับรู้แล้วว่าวิธีการตีความหรือครุ่นคิดถึง “ยักษ์” ในสังคมไทยนั้น ก้าวไปไกลกว่าดราม่าที่เกิดขึ้นช่วงวันสองวันนี้มากมายนัก

เฮ่อ!

เป็นไปไม่ได้

เพลงอมตะของ “ดิ อิมพอสซิเบิล” ซึ่งเขียนคำร้อง-แต่งทำนองโดยศิลปินแห่งชาติ “ครูพยงค์ มุกดา”

ครูพยงค์อุปมาให้ “ทศกัณฐ์” เป็นมาตรฐานสูงสุดบางประการ ซึ่งชายอาภัพรักผู้หนึ่งไม่สามารถจะไขว่คว้าหรือพุ่งทะยานไปยังจุดดังกล่าวได้

ร้ายก็รัก

หนึ่งในเพลงร้องปนแร็ปที่ไพเราะของ “โจอี้ บอย” ซึ่งพยายามถ่ายทอดเรื่องราวความรักอันผิดหวัง ผ่านมุมมองของ “ทศกัณฐ์/ตัวร้าย”

ยักษ์

ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มเต็มชุดที่สามของ “เดอะ โฟโต้ สติ๊กเกอร์ แมชชีน”

ดูเหมือน “ยักษ์” ในเพลงนี้ จะไม่ใช่ “ยักษ์” ตามวรรณคดีไทย หากเป็นตัวแทนของผู้ทรงภูมิรู้/ผู้มีอำนาจ ที่สุดท้ายก็ไม่ได้ตรัสรู้ไปทุกสิ่ง หรือไม่สามารถจัดการควบคุมทุกอย่างได้ครบถ้วนสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

นิราศลงกา

ผลงานโดย “Yaak Lab” และ “ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า” เพลงนี้ มีกลิ่นของ “ความแตกแยกจากการเมืองสองขั้ว” ปรากฏอยู่รางๆ

หากพิจารณาจากเนื้อหา ผู้แต่งนั้นเลือกจะเป็นฝ่าย “ยักษ์” ส่วน “ยักษ์” จะเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงมวลชนกลุ่มไหน? ผู้ฟังคงต้องตีความกันเอง และอาจตีความได้ไม่เหมือนกัน

(กระทั่งผมเอง ตอนฟังเพลงนี้ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ก็ตีความไปทางหนึ่ง แต่พอได้มาฟังใหม่ ณ ยุคปัจจุบัน ผมกลับเห็นว่า “ยักษ์” และ “กรุงลงกา” ในเพลง มีความหมายแตกต่างจากการตีความครั้งที่แล้ว ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ)

ตัวร้ายที่รักเธอ

เพลงของวงดนตรีที่มีชื่อว่า “ทศกัณฐ์” อันเป็นการรวมตัวกันของเด็กหนุ่มจากจังหวัดชุมพร

ในแง่เนื้อหา เพลงนี้เดินตามรอยของ “ร้ายก็รัก” ขณะที่ในแง่ดนตรี มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างความเป็นดนตรีไทยเดิม ดนตรีลูกทุ่ง และดนตรีป๊อป

น่าสนใจว่าตัวเพลงต้นฉบับนั้น แม้จะมียอดคลิกชม/ฟังในยูทูบเยอะ แต่กลับมีการกล่าวถึง “เสียงร้องนำ” ในสองแง่ คือ “ด่า” และ “เชียร์”

ที่น่าสนใจกว่า ก็คือ เพลงในฉบับคัฟเวอร์ซึ่งมีเสียงร้องนำไพเราะกว่านั้น กลับมียอดชม/ฟังในยูทูบสูงกว่าเพลงต้นฉบับ สำหรับคลิปด้านล่างนี้ เป็นเวอร์ชั่นของผู้เข้าประกวดรายการเดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่นล่าสุด

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

ชมภาพชุด-คลิปคอนเสิร์ต “วงแอร์เฮด” และผองเพื่อนศิลปินอินดี้ยุค 90

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ค. ได้ไปชมคอนเสิร์ต “ให้เธอ…เจอ ฟลุก แอร์เฮด” ซึ่งจัดโดยเพจเฟซบุ๊ก อัลเทอร์เนทีฟไทย: ยุครุ่งเรือง มาครับ

คอนเสิร์ตนี้เป็นการกลับมารวมตัวแสดงสดกันอีกครั้งของ “แอร์เฮด” วงอินดี้ในช่วงปลายยุค 1990 ที่ออกผลงานชุดแรกและชุดเดียวกับสังกัดเก็คโค มิวสิค โดยมีพี่ปึ่ง โซล อาฟเตอร์ ซิกส์ หรือ ณรงค์ฤทธิ์ สุพรรณเภสัช มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้ และมีวิศรุตเทพ สุพรรณเภสัช หรือพี่ปิงปอง โซล อาฟเตอร์ ซิกส์ มาแต่งเพลงให้สองเพลง หนึ่งในนั้น คือ “ให้เธอ” ซิงเกิ้ลที่โด่งดังที่สุดของทางวง

นอกจากพระเอกของงานอย่าง “แอร์เฮด” แล้ว ก็ยังมีเพื่อนๆ ศิลปินอินดี้มาร่วมแจมกันมากมายครับ ได้แก่ พี่อ๋อ วูล์ฟแพ็ค (นล สิงหลกะ) และพี่เก่ง ไปโรงเรียน ซึ่งสองโชว์นี้ผมเข้าไปดูไม่ทัน

แต่โชว์ที่ผมเข้าไปดูทัน ก็คือ การแสดงสดของสตรีท ฟังค์ โรลเลอร์ส, อิ๊มพ์ และสไมล์ บัฟฟาโล่

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายงาน ยังเกิด “เซอร์ไพรส์” ด้วยครับ เมื่อการแสดงคอนเสิร์ตได้พลิกผันกลายไปเป็นช่วง “ขอแต่งงานสุดแสนโรแมนติก” ระหว่างทีมงานแอดมินเพจ อัลเทอร์เนทีฟไทย: ยุครุ่งเรือง ผู้จัดคอนเสิร์ต แถมมีคนออกมาประกาศว่า ภาพบรรยากาศบางส่วนในคอนเสิร์ตจะถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของรายการ “น้ำผึ้งพระจันทร์” ทางช่อง 3 เอสดี อีกต่างหาก

ทว่า นอกจากไคลแม็กซ์เรื่องการขอแต่งงานแล้ว ยังมี “แอนตี้-ไคลแม็กซ์” เกิดขึ้นตามมา เมื่อพี่ฟลุก นักร้องนำวงแอร์เฮด ซึ่งต้องกลับไปร้องเพลงปิดท้ายอีกหนึ่งเพลง มีอาการเหนื่อยล้า (ได้ยินว่า วันนั้น แกแทบไม่ได้กินข้าวเลย เพราะมัวแต่เตรียมงาน) จนถึงกับเป็นลม ต้องนั่งพักและปฐมพยาบาลกันราวสิบนาที

ก่อนที่การแสดงเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตจะเริ่มต้นและปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ

ไปชมภาพนิ่ง-ภาพเคลื่อนไหวบางส่วนของคอนเสิร์ตครั้งนี้กันครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่โอ๊ต อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์ นักร้องนำ-มือกีต้าร์วงสตรีท ฟังค์ โรลเลอร์ส
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
คุณนะ มือเบสคนปัจจุบันของสตรีท ฟังค์ โรลเลอร์ส ที่พี่ๆ (อดีต) สาวๆ ยุค 90 ต่างกรี๊ดกร๊าดเข้าใส่
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
คุณป๊อป และเพื่อนๆ วงอิ๊มพ์
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล่
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่หนึ่ง สไมล์ บัฟฟาโล่
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่ดิษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล่
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่ฟลุก ธนูศักดิ์ ฟลุคเกอร์ นักร้องนำแอร์เฮด
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
อานนท์ จันทนะโพธิ มือคีย์บอร์ดของแอร์เฮด ยุคออกอัลบั้ม
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
จิรพล อรัณยภูติ มือกีต้าร์ของแอร์เฮด ยุคออกอัลบั้ม
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
จังหวะโซโล่สวยๆ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ช่วงเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานสุดหวานชื่น
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
พี่ฟลุกขณะไปนั่งรอการปฐมพยาบาล โดยมีลูกสาวอยู่เคียงข้าง
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ปิดท้ายคอนเสิร์ต
คนอ่านเพลง

“อัศจรรย์…รัก” โดย ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์

(ปรับปรุงจากบทความในมติชนสุดสัปดาห์  8-14 กรกฎาคม 2559)

หลังมีคอนเสิร์ตส่วนตัวชื่อ “รักนิรันดร์” เมื่อเดือนตุลาคม 2558 “พนเทพ สุวรรณะบุณย์” โปรดิวเซอร์-นักแต่งเพลงฝีมือดี ที่สร้างผลงานฮิตๆ ไว้มากมายช่วงยุค 2520-2540 ก็คล้ายจะเริ่มจับทางได้ถูกว่ากิจกรรมการเล่นดนตรีในวัยหลังเกษียณของเขาและ (ผองเพื่อน) ควรจะคลี่คลายไปสู่ทิศทางใด

โมเมนต์หนึ่งในคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” ที่ประทับใจคนดูเป็นพิเศษ ก็คือช่วงที่ “สามเกลอเก่า” อย่างพนเทพ “ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” มาล้อมวงร้องเพลง-เล่นดนตรีด้วยกัน

เมื่อเสร็จสิ้นคอนเสิร์ตครั้งนั้น ทั้งสามคนจึงร่วมมือกันก่อตั้งวง “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ขึ้นมา เพื่อร้อง-เล่นเพลงเก่าๆ และเพลงที่ไม่เก่านัก ของแต่ละคน

พร้อมๆ กันนั้น “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ได้เริ่มสร้างเพจเฟซบุ๊กของวง และนานๆ ครั้ง ก็จะปล่อยคลิปการเล่นดนตรีเด็ดๆ ออกมาสักที โดยความไพเราะของบทเพลงและความลงตัวของการเรียบเรียงดนตรี-เสียงประสาน สามารถดึงดูดยอดไลก์-ยอดแชร์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

“ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” จึงลองชิมลางด้วยการจัดงานซ้อมโชว์ที่ร้านกาแฟ “คอฟฟี่ โมเดล” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยมีผู้เข้าชม (ฟรี) หลายร้อยคน จนแน่นพื้นที่

ในที่สุด พนเทพ-ชรัส-ปั่น ก็ตัดสินใจจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเขา ชื่อ “อัศจรรย์…รัก” ขึ้น เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ที่จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยรวมถือว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้น่าประทับใจ เพราะบทเพลงรักหวานซึ้งสวยงาม ทั้งทางด้านคำร้องและทำนอง ถูกนำเสนอคลอเคียงไปกับบรรยากาศการเล่นดนตรี-พูดคุยที่เรียบง่าย สนุกสนานเป็นกันเอง

ส่วนตัว ผมชอบช่วงเปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลง “รักล้นใจ” “คนไม่มีวาสนา” และ “รักเธอมากกว่าใคร” ชอบการร้อง-เล่นเพลง “A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ” อย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์”

นอกจากนี้ 5-6 เพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ยังเอาคนดูได้อย่างอยู่หมัด

แม้อาจมีจุดไม่เนี้ยบอยู่บ้างหากเทียบกับคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” อาทิ งานด้านโปรดักชั่น ทั้งเรื่องแสงสีและภาพเคลื่อนไหวในจอยักษ์ด้านหลังเวที ที่นอกจากจะไม่ค่อยคมชัด (ตามมาตรฐานของยุคปัจจุบัน) แล้ว ยังจับกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ของการแสดงได้ไม่ทันท่วงที

ส่วน “อาการหลุด” ของศิลปินระดับ “สามคุณลุง” บนเวทีนั้น เป็นสิ่งที่พอคาดเดาได้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

มิหนำซ้ำ แฟนเพลงที่มาชมการแสดงส่วนใหญ่ล้วนมอง “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ดังกล่าว เป็นเรื่องสนุกหรืออารมณ์ขันเสียมากกว่า

ย้อนกลับไปเมื่อคราวคอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” การแสดงหนนั้น คือ คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก (และอาจจะเป็นครั้งเดียว) ของพนเทพ ทุกอณูของโชว์จึงเต็มไปด้วยการ “ปล่อยของ” อย่างเต็มที่ ทั้งภาคดนตรีที่เนี้ยบเฉียบ งานโปรดักชั่นแวดล้อมที่ไม่บกพร่อง ขณะเดียวกัน เรื่องเล่าประกอบเพลงก็สมบูรณ์ เช่นเดียวกับศักยภาพและความพร้อมของศิลปินรับเชิญแต่ละคน/วง

พอมาถึงคอนเสิร์ต “อัศจรรย์…รัก” ดูเหมือนโจทย์และความมุ่งหวังในการจัดโชว์ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ความพยายามจะรักษาจุดสมดุลระหว่างการจัดโชว์ทางดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยความสมบูรณ์แบบ กับอารมณ์อยากล้อมวงเล่นดนตรีสบายๆ ในหมู่เพื่อนฝูง

หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า พนเทพ-ชรัส-ปั่น พยายามจะผสมผสานบรรยากาศการทำงานในสตูดิโอที่ต้องเพอร์เฟ็กต์จริงจัง เข้ากับบรรยากาศการพูดคุยเที่ยวเล่นอันผ่อนคลายในหมู่มิตรสหายที่คบหากันมากว่าสี่ทศวรรษ บนเวทีคอนเสิร์ตวันนั้น

ซึ่งฟังดู “ไม่ยาก” แต่กลับปรุงแต่งให้กลมกล่อมลงตัวจริงๆ ได้ “ไม่ง่าย” นัก

ส่งผลให้เกิดอาการ “เกร็ง” “ตกหล่นเล็กน้อย” หรือ “ไปไม่เป็น-ต่อไม่ติด” โผล่ออกมาเป็นระยะๆ ระหว่างการแสดง

ทว่า ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า แฟนเพลง (ซึ่งส่วนใหญ่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับศิลปิน) ล้วนมองเห็นเรื่องเหล่านั้นเป็น “ความบกพร่องโดยสุจริต” หรือ “ความเป็นกันเองระหว่างคนคุ้นเคย” ซึ่งก่อให้เกิดภาวะตลกเฮฮาช่วยบรรเทาความตึงเครียด มากกว่าจะเป็นภาวะหงุดหงิดรำคาญใจ

อีกสิ่งหนึ่งที่พอจะจับสังเกตได้ คือ เมื่อต้องยืนระยะยาวๆ ด้วยการเล่นดนตรีต่อเนื่องกันยี่สิบกว่าเพลง “ลุงๆ ทั้งสามคน” ก็มีอาการหนืดเหนื่อยให้เห็นอยู่บ้าง

ดังนั้น ถ้า “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ยังอยากทำโชว์ใหญ่ๆ อย่างสม่ำเสมอต่อไปเรื่อยๆ เช่น มีคอนเสิร์ตปีละหน พวกเขาอาจต้องใช้ประโยชน์จากทีมงานนักดนตรีสนับสนุนระดับ “พระกาฬ” ให้มากขึ้น

เช่น เปิดช่วงพิเศษให้ “ป้อม-เกริกศักดิ์ ยุวะหงษ์” ที่นั่งเคาะเพอร์คัสชั่นแบบหลบมุม มาร้องนำสัก 2-3 เพลง

หรือคงน่าสนใจไม่น้อย หากมีช่วงเรโทรสเปคทีฟให้ “เศกสิทธิ์ ฟูเกียรติสุทธิ์” มือคีย์บอร์ด ซึ่งปรากฏตัวเป็นฉากหลังรางๆ ของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์”

ทั้งที่แท้จริงแล้ว เขาเป็นเจ้าของผลงานการแต่งทำนองและเรียบเรียงดนตรีให้เพลงดังๆ ของนักร้องหลายคน อาทิ “มาลีวัลย์ เจมีน่า” “ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี” และ “อัญชลี จงคดีกิจ”

(และในคอนเสิร์ตหนนี้ ก็มีการนำเพลงของเศกสิทธิ์มาร้อง-บรรเลงอยู่ไม่น้อย เช่น “คนไม่มีวาสนา” และ “A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ”)

โดยเฉพาะหากได้แขกรับเชิญรุ่นราวคราวเดียวกันสักคนสองคนมาสร้างสีสันบนเวที ความหนืดเนือยที่เกิดขึ้นบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็น่าจะจางหายไป

ผู้รับบทบาทเป็นแขกรับเชิญที่คอยสร้างสีสันและเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดีบนเวทีคอนเสิร์ต “อัศจรรย์…รัก” ก็คือ “ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ณ นคร”

ผู้ชมส่วนใหญ่คงขำขันกับมุขตลก “สองแง่สองง่าม” ของวิยะดา

แต่อีกมุขหนึ่งที่ผมชอบและเห็นว่าคมคายมากๆ ก็ได้แก่ ตอนที่วิยะดาแซวเรื่องการร้องเพลงของพนเทพ

วิยะดาเล่าว่าสมัยทำอัลบั้มครั้งแรกๆ เธอพยายามจะร้องเพลงแบบ “เลื้อยเสียง” เหมือนมาลีวัลย์ (ซึ่งเป็นหนึ่งใน “เด็กสร้าง” ของพนเทพเช่นกัน)

การร้องแบบ “เลื้อยเสียง” คือ วิธีการร้องเพลงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักๆ ในยุคสมัยหนึ่ง (ทศวรรษ 2530-2540) ว่าเป็นการ “ร้องภาษาไทยไม่ช้าด” นั่นเอง

วิยะดาเล่าต่อว่า พอเธอทดลองร้องเลื้อยเสียงในสตูดิโอ คนที่ระงับการทดลองดังกล่าวกลับเป็นพนเทพ ซึ่งสื่อสารกลับมาอย่างเรียบๆ ว่า “ตุ๊กครับ ร้องธรรมดาก็ได้ครับ ไม่ต้องแอ๋น”

บนเวทีคอนเสิร์ต วิยะดาเลยได้ทีเอาคืนว่า แล้วลองมาดูวิธีการร้องเพลงของพนเทพในยุคปัจจุบันสิ แหม! นี่ก็ร้องเลื้อยเสียงแบบ “ไม่ช้าด” เหมือนกันนั่นแหละ

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างสามสมาชิกของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” ในขณะที่ชรัสจะร้องภาษาไทยแบบชัดๆ ตรงๆ ปั่นและพนเทพกลับนิยมร้องเพลงในลักษณะเลื้อยเสียง

ลักษณะคล้ายคลึงกันยังเคยเกิดขึ้นเมื่อคราวที่ “โอม-ชาตรี คงสุวรรณ” อดีตโปรดิวเซอร์ฝีมือดีอีกคนของแกรมมี่ หันมาออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ก่อนจะจัดคอนเสิร์ตรียูเนียนของ “ดิ อินโนเซ็นต์” เมื่อปี 2552

ข้อท้วงติงหนึ่ง ซึ่งแฟนๆ รุ่นเก่าของ “ดิ อินโนเซ็นต์” วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้อง ก็คือ พวกเขาอยากฟังโอม ชาตรี ร้องเพลงติดสำเนียงลูกกรุง แบบในอัลบั้มชุดดั้งเดิม มากกว่าจะมาร้องเพลงไม่ช้าด ติดเสียง “เชอะ” เยอะๆ เหมือนศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่โอมโปรดิวซ์ให้

จำได้ว่า ช่วงกลางทศวรรษ 2530 ถึงต้น 2540 ผู้เคร่งครัดภาษาไทยมักออกมาพร่ำบ่นว่า พวกนักร้องเพลงป๊อปค่ายใหญ่นั้นร้องเพลงไทยกัน “ไม่ช้าด” จนเข้าข่ายทำภาษาวิบัติ เนื่องจากศิลปินรุ่นใหม่ถูกฝึกฝนแบบผิดๆ โดยนโยบายของค่ายเทป ตลอดจนโปรดิวเซอร์

ที่น่าสนใจ คือ ครั้นเวลาผันผ่านไปเรื่อยๆ ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ซึ่งปรากฏขึ้นกลับกลายเป็นว่า เหล่าโปรดิวเซอร์หัวกะทิของค่ายเพลงใหญ่มิได้เพียงสอนให้ศิลปินรุ่นน้อง-ลูก-หลาน ร้องเพลง “เลื้อยเสียง” แบบ “ไม่ช้าด” โดยที่พวกเขาเองยังใช้ภาษาไทยแบบ “ชัดถ้อยชัดคำ” ตามมาตรฐานเดิมอยู่

ทว่า บรรดาโปรดิวเซอร์เองก็ค่อยๆ เปลี่ยนวิธีการร้องเพลงของตน มาสู่การร้องในลักษณะเลื้อยเสียงหรือร้องไม่ช้าด เจริญรอยตามนักร้องเด็กๆ ภายใต้การโปรดิวซ์ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

จึงอาจพอสรุปได้ว่า ในช่วงเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา “โครงสร้าง” การใช้ภาษาไทยของศิลปินเพลงป๊อปไทยได้ “เปลี่ยนแปลง” ไปมหาศาล

ที่สำคัญบุคลากรทุกฝ่าย ทั้งศิลปินและคนเบื้องหลัง ต่างถูกหล่อหลอมโดยความเปลี่ยนแปลงนั้นไปพร้อมๆ กัน อย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน

“ความผิดเพี้ยน” หรือ “ความวิบัติ” จึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็น “มาตรฐานชนิดใหม่” หรือ “วิวัฒนาการ”

กระทั่งในรายการ “เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์” ซีซั่นที่แล้ว “โค้ชก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” นักร้อง-นักดนตรีที่โด่งดังในยุค 2530-40 ได้คอมเมนต์ผู้เข้าประกวดรายหนึ่ง คือ “หมูแฮม-นราพงษ์ ปราโมทย์” เอาไว้ว่า

“คุณเป็นคนที่ร้องเพลงไทยแปลกไปอีกแบบ ผมไม่ค่อยได้ยินนะครับ คุณไม่ค่อยผันนะ (“ผัน” ของโค้ชก้อง น่าจะหมายถึงการ “เลื้อยเสียง” ในภาษาของวิยะดา) คุณร้องตรงๆ แล้วก็ฮิตโน้ตซะส่วนใหญ่ ซึ่งในเพลงไทยไม่ค่อยมีใครร้องเทคนิคแบบนี้นะครับ ก็เป็นที่น่าฟังไปอีกแบบหนึ่ง ก็เป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจดีนะครับ”

รายชื่อเพลงในคอนเสิร์ต

รักล้นใจ
คนไม่มีวาสนา
รักเธอมากกว่าใคร
อยากจะมีเธอ
หยดน้ำ
A Tu Corazon สู่กลางใจเธอ
ผีเสื้อ
ทั้งรู้ก็รัก ร่วมร้องโดย สิงโต นำโชค
รักเองช้ำเอง สิงโต นำโชค
อยู่ต่อเลยได้ไหม สิงโต นำโชค
เฝ้าคอย
เพลง
เพราะเธอ
โอ้ใจเอ๋ย
เพียงแค่ใจเรารักกัน ร่วมร้องโดย วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
ฝันที่หลุดลอย วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
เล็กๆ น้อยๆ ร่วมร้องโดย วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
ตลอดไป
รักนิรันดร์
ทะเล
หลับตา
อัศจรรย์รัก
เพราะฉะนั้น
กลับบ้านเรา
รักยืนยง ร่วมแจมโดย วิยะดา สิงโต ผุสชา โทณะวณิก และ บิลลี่ โอแกน

ข่าวบันเทิง

“บี พีระพัฒน์-เครสเซนโด” กวาด “สีสัน อะวอร์ดส์” “ธีร์” ได้เพลงยอดเยี่ยมหนสอง

วันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่โรงแรมสวิสโฮเท็ล เลอ คองคอร์ด มีงานประกาศรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2558 โดยในครั้งนี้ มีการมอบรางวัลทั้งหมด 9 สาขา

รายชื่อผู้ได้รับรางวัล มีดังต่อไปนี้

เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม : Natural Order โดย ฟังค์ชั่น

โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม : มณฑล จิรา และ 25 อาวเออร์ส จากอัลบั้ม Mom & Pop Shop โดย 25 อาวเออร์ส

ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม : สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara

เพลงร็อคยอดเยี่ยม : ติดเชื้อ คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน สตั๊บบอร์น

บี 3

อัลบั้มยอดเยี่ยม : b3 โดย พีระพัฒน์ เถรว่อง

เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม : ยิ่งกว่าผลลัพธ์ คำร้อง เขมวัฒน์ เริงธรรม ทำนอง ชินพัฒน์ หงส์อัมพร เรียบเรียง/ศิลปิน เครสเซนโด

ธีร์ โรบิน

เพลงยอดเยี่ยม : เรื่องธรรมดา คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน ธีร์ ไชยเดช

ศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม : เครสเซนโด จากอัลบั้ม อัตตวิถี

ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม : พีระพัฒน์ เถรว่อง จากอัลบั้ม b3

เครสเซนโด้

ทั้งนี้ ธีร์ ไชยเดช เคยได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมของสีสัน อะวอร์ดส์ มาครั้งหนึ่งแล้ว จากเพลง “มากไปหรือเปล่า” ในงานมอบรางวัลครั้งที่ 15 ประจำปี 2545

ส่วน บี พีระพัฒน์ และวงเครสเซนโด เคยได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ร่วมกัน ในนาม “เครสเซนโด” มาแล้ว

โดยในงานมอบรางวัลครั้งที่ 17 ประจำปี 2547 พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม (เครสเซนโด) และเพลงยอดเยี่ยม (โลกหมุนด้วยความรัก)

ต่อมา ในงานมอบรางวัลครั้งที่ 18 ประจำปี 2548 พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม และอัลบั้มยอดเยี่ยม (Second Chance) ก่อนที่บีและเครสเซนโดจะแยกทางกัน

การได้รับรางวัลสำคัญๆ รวมกันถึง 5 สาขา ของบี พีระพัฒน์, เครสเซนโด และธีร์ ไชยเดช จึงเปรียบเสมือนเป็นการนำพารางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ย้อนกลับไปเยี่ยมเยือนอดีตอันงดงามเมื่อครั้งทศวรรษ 2540 อีกหน

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

เปิดโผผู้เข้าชิง “สีสัน อะวอร์ดส์” 2558 ไร้รางวัล “ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม”

รายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย “สีสัน อะวอร์ดส์” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2558

ธีร์ โรบิน
ธีร์ ไชยเดช

ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม

ชลาทิศ ตันติวุฒิ จากอัลบั้ม “9 (ในที่สุด)”
พีระพัฒน์ เถรว่อง จากอัลบั้ม b3
ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน) จากอัลบั้ม Melancholy
ธีร์ ไชยเดช จากอัลบั้ม Robin

25hours-momandpopshop
25 อาวเออร์ส

ศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม

สเลอร์ จากอัลบั้ม B
25 อาวเออร์ส จากอัลบั้ม Mom & Pop Shop
เครสเซนโด จากอัลบั้ม “อัตตวิถี”
สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara
เดอะ เยอร์ส จากอัลบั้ม You

สมเกียรติ
สมเกียรติ

ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

บลูส์รีรัมย์ แบนด์ จากอัลบั้ม Blues-riram
โซลิจูด อิส บลิสส์ จากอัลบั้ม Her Social Anxiety
สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara
เคาน์เตอร์คล็อคไวส์ จากอัลบั้ม Carry On
มัชฌิมา จากอัลบั้ม Mat Chi Maa

เครสเซนโด้
เครสเซนโด

อัลบั้มยอดเยี่ยม

b3, พีระพัฒน์ เถรว่อง
Melancholy, ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน)
Robin, ธีร์ ไชยเดช
Mom & Pop Shop, 25 อาวเออร์ส
“อัตตวิถี”, เครสเซนโด

ซิน melancholy
ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน)

โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม

มณฑล จิรา และ 25 อาวเออร์ส จากอัลบั้ม Mom & Pop Shop, ศิลปิน : 25 อาวเออร์ส
แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ และ ทศพร อาชวานันทกุล จากอัลบั้ม Melancholy, ศิลปิน : ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน)
รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์, บัญชา เธียรกฤต และ จักรพันธ์ บุณยะมัต จากอัลบั้ม B, ศิลปิน : สเลอร์
ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ และ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ จากอัลบั้ม You, ศิลปิน : เดอะ เยอร์ส
รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ และ สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara, ศิลปิน : สมเกียรติ

บี 3
พีระพัฒน์ เถรว่อง

เพลงยอดเยี่ยม

“Goodbye” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน))
“ไม่ต้องรักก็ได้” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : ยุวบูรณ์ ถุงสุวรรณ (อาบู))
“ทิ้งมันไป” (คำร้อง/ทำนอง : อภิชา สุขแสงเพ็ชร, ศิลปิน : พีระพัฒน์ เถรว่อง)
“เรื่องธรรมดา” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : ธีร์ ไชยเดช)
“แล้วแต่” (คำร้อง/ทำนอง : นรเทพ มาแสง / ศิลปิน : เครสเซนโด)
“แม้เราต้องจากกัน (เปียโน)” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : เสกสรรค์ ศุขพิมาย)

The_Yers_You_500x600
เดอะ เยอร์ส

เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม

“TV” (คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง/ศิลปิน : ธีร์ ไชยเดช)
“นะ” (คำร้อง : ลินา ลีนุตพงษ์ / ทำนอง/เรียบเรียง : พีระพัฒน์ เถรว่อง / ศิลปิน : พีระพัฒน์ เถรว่อง)
“สุขาอยู่หนใด” (คำร้อง/ทำนอง : สมพล รุ่งพาณิชย์ / เรียบเรียง : 25 อาวเออร์ส / ศิลปิน : 25 อาวเออร์ส)
“ช่างมัน” (คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง/ศิลปิน : สมเกียรติ)
“ยิ่งกว่าผลลัพธ์” (คำร้อง : เขมวัฒน์ เริงธรรม / ทำนอง : ชินพัฒน์ หงส์อัมพร / เรียบเรียง : เครสเซนโด / ศิลปิน : เครสเซนโด)
“ความลับของเงา” (คำร้อง/ทำนอง : ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ / เรียบเรียง : เดอะ เยอร์ส / ศิลปิน : เดอะ เยอร์ส)

slur b
สเลอร์

เพลงร็อคยอดเยี่ยม

“Sentences คำเหล่านั้นที่ทำให้ฉันสุขใจ” (คำร้อง : จักรพันธ์ บุณยะมัต /ทำนอง : สเลอร์ / ศิลปิน : สเลอร์)
“ไม่มีวันธรรมดา” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : มัชฌิมา)
“ติดเชื้อ” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : สตั๊บบอร์น)
“คืนที่ฟ้าสว่าง” (คำร้อง : ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์, ประภพ ชมถาวร และ เชาวเลข สร่างทุกข์ / ทำนอง : ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ ศิลปิน : เดอะ เยอร์ส)
“ระบายกับเสียงเพรียก” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : โซลิจูด อิส บลิสส์)
“อยู่ตลอดไป” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : เสกสรรค์ ศุขพิมาย)

สีสัน 27

เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม

“Mysteriously Awake”, อินสไปเรทีฟ
“Natural Order”, ฟังค์ชั่น
“Youth”, อาร์ม ไวยนิยา
“Kingdom Come”, อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์
“Empty”, ธีร์ ไชยเดช

 

“สีสัน อะวอร์ดส์” จะประกาศผลและมอบรางวัลในวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2559

ที่โรงแรมสวิสโฮเท็ล เลอ คองคอร์ด ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Season Awards

 

ข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ จากบล็อกคนมองหนัง

1. สีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 27 จะมีการมอบรางวัลเพียง 9 สาขา เสมือนเป็นการย้อนเวลากลับไปสู่ “สีสัน อะวอร์ดส์” ครั้งที่ 6-7-8 ประจำปี 2536, 2537 และ 2538 ขณะที่ “จุดพีคสุด” ทางด้านจำนวนสาขารางวัล เคยเกิดขึ้นในการประกาศรางวัลครั้งที่ 9 (พ.ศ.2539), ครั้งที่ 12 (พ.ศ.2542), ครั้งที่ 14 (พ.ศ.2544), ครั้งที่ 18 (พ.ศ.2548) และครั้งที่ 19 (พ.ศ.2549) ซึ่งมีการมอบรางวัลกันถึง 14 สาขา

2. สาขารางวัลที่หายไปในสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 27 หากเปรียบเทียบกับงานมอบรางวัลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็คือ ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม, อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม และศิลปินกลุ่มร็อคยอดเยี่ยม

3. ตลอดระยะเวลาที่นิตยสารสีสันจัดให้มีการมอบรางวัล “สีสัน อะวอร์ดส์” มา 27 ครั้ง มีเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ที่ไม่มีการมอบรางวัลในสาขา “ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม” คือ ในการมอบรางวัลครั้งที่ 3 ประจำ พ.ศ.2533 และครั้งที่ 27 ประจำ พ.ศ.2558 (ครั้งที่กำลังจะมาถึง)

4. ในการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลครั้งนี้ นักร้อง-นักแต่งเพลงอาวุโสอย่าง “ธีร์ ไชยเดช” ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากสาขาที่สุด ถึง 5 สาขา ได้แก่ ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม, เพลงยอดเยี่ยม, เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม ก่อนหน้านี้ ธีร์เคยได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ สาขา “เพลงยอดเยี่ยม” จากการแต่งคำร้องและทำนองเพลง “มากไปหรือเปล่า” ในการประกาศรางวัลครั้งที่ 15 ประจำ พ.ศ.2545

ข่าวบันเทิง

คอนเฟิร์มเรียบร้อย “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” เตรียมซ้อมโชว์แฟนๆ 21 ก.พ.นี้

หลังจากก่อนหน้านี้ “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” วงซูเปอร์กรุ๊ปที่เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิกหลักอย่าง พนเทพ สุวรรณะบุณย์, ชรัส เฟื่องอารมย์ และไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ออกมาเปรยว่าจะมีการจัดซ้อมร้อง-เล่นดนตรีโชว์แฟนคลับ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของวง

กำลังปรึกษากันว่าจะจัดเป็นการซ้อมสักประมาณ 5-6 เพลง ให้เพื่อนๆ น้องๆ มาดูและมาเจอกันสักครั้งไม่รู้จะดีไหม ที่จริงยังเล่นไม่คล่อง ร้องยังต้องดูเนื้อ จะจัดโชว์จริงๆ ก็ตะขิดตะขวงใจ ก็เลยมี idea เป็นซ้อมโชว์เพื่อเล่นร้องผิดๆ ถูกๆ ได้ อยากฟัง comment เพื่อช่วยในการตัดสินใจหน่อยนะพวกเรา

ล่าสุด วงดึกดำบรรพ์ฯ ก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มหมายงานการจัดซ้อมโชว์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ดึกดำบรรพ์ Boy Band จะจัดให้ทุกท่านที่สนใจเข้าชมการซ้อมในสวนที่ Coffee model ในวันอาทิตย์ 21 กุมภาพันธ์ จะเริ่มซ้อมประมาณ 17.30 น ไปชมกันได้ครับ ร้านนี้อยู่บนถนนประดิพัทธิ์ ระหว่างซอยประดิพัทธิ์ 12 กับซอยประดิพัทธิ์ 14 อยู่ตรงข้าม Lumpini place condo พอดีเป๊ะครับ

—–

ยังไงรบกวน line ไปที่ @coffeemodel แจ้งจำนวนไว้ก็ดีครับ ทางร้านจะได้พอรู้จำนวนที่จะไปคร่าวๆ