ข่าวบันเทิง

“พิมพกา โตวิระ” ได้รับแต่งตั้งเป็นโปรแกรม ไดเร็กเตอร์ เทศกาลหนังสิงคโปร์

นับเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทย-อาเซียน เมื่อ “พิมพกา โตวิระ” นักทำหนังชาวไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “โปรแกรม ไดเร็กเตอร์” (ผู้อำนวยการฝ่ายคัดเลือกภาพยนตร์) ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์

นอกจากจะเคยมีผลงานกำกับภาพยนตร์ (เรื่องล่าสุด คือ “มหาสมุทรและสุสาน”) พิมพกายังเคยทำงานบริหารเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติมาก่อน โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งโปรแกรม ไดเร็กเตอร์ ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เมื่อปี 2001, 2008 และ 2009 และดำรงตำแหน่งเดียวกันของเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพฯ ระหว่างปี 2015-17

งานแรกของพิมพกาที่สิงคโปร์ก็คือ การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน-3 ธันวาคมนี้

“บทบาทหน้าที่ของฉัน คือ การเข้าไปพัฒนาแนวทางการเลือกฉายภาพยนตร์ในเทศกาล และแสดงให้เห็นถึงพันธกิจที่ทางเทศกาลนี้มีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

พิมพกาให้สัมภาษณ์กับวาไรตี้ และว่า “ฉันต้องการที่จะทำงานทั้งในฐานะคนทำภาพยนตร์และผู้จัดเทศกาลภาพยนตร์อยู่เสมอมา”

“ภูมิภาคแห่งนี้มีจารีตของการเล่าเรื่องที่รุ่มรวย เรามีผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญๆ อย่าง บริลลันเต้ เมนโดซ่า, ลาฟ ดิแอซ และอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล รวมถึงคนทำหนังรุ่นใหม่ผู้มีความสามารถอีกหลายราย เราจะสามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ชัดกว่านี้ ถ้าเรามาร่วมมือทำงานกัน ฉันต้องการที่จะนำเสนอให้คนทำหนังจากเมียนมา, เวียดนาม และลาว เป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม และช่วยเหลือให้พวกเขาเชื่อมต่อกับประชาคมภาพยนตร์นานาชาติมากยิ่งขึ้น”

ด้านทูเดย์ออนไลน์ระบุด้วยว่า พิมพกาได้ตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับให้เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์กลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำระดับทวีป เช่นเดียวกับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ของเกาหลีใต้

ขอบคุณภาพประกอบจาก มติชน

Advertisements
ข่าวบันเทิง

เฮดังๆ “ดาวคะนอง” และ “สันติ-วีณา” ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอนครั้งที่ 60

เทศกาลภาพยนตร์บีเอฟไอ ลอนดอน ครั้งที่ 60 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-16 ตุลาคมนี้ ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่จะถูกจัดฉายในเทศกาลออกมาแล้ว

ปรากฏว่ามีหนังไทยได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมเทศกาลจำนวน 2 เรื่อง คือ “ดาวคะนอง” และ “สันติ-วีณา”

ดาวคะนอง

โดย “ดาวคะนอง” ผลงานการกำกับของอโนชา สุวิชากรพงศ์ ซึ่งเพิ่งเข้าฉายในสายประกวดของเทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเข้าฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ลอนดอน ในหมวดหมู่ Dare (ความกล้าหาญ) ซึ่งจะรวบรวมหนังที่นำพาคนดูออกจากความคุ้นเคยแบบเดิมๆ

ทางเทศกาลระบุว่า หลังจากมีผลงานก่อนหน้าเรื่อง “เจ้านกกระจอก” อโนชา คนทำหนังชาวไทย ได้หวนคืนกลับมากำกับภาพยนตร์อีกครั้ง ด้วยผลงานอันน่าตื่นตะลึงและแปลกใหม่ ซึ่งนำเสนอประเด็นว่าด้วยความทรงจำ, การเมือง และสถานะของภาพยนตร์

เคท เทย์เลอร์ เขียนแนะนำหนังเรื่อง “ดาวคะนอง” ไว้ในเว็บไซต์ของเทศกาล โดยระบุว่านอกจากนำเสนอประเด็นชวนขบคิดเกี่ยวกับความทรงจำ, การเมือง และภาพยนตร์แล้ว หนังเรื่องนี้ยังตั้งคำถามถึงสถานะของ “ภาพแทน” (representation)

ที่สำคัญ ผลงานล่าสุดของอโนชายังสามารถชี้ชวนให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงศักยภาพอันหลากหลายของศิลปะภาพยนตร์

สันติวีณา โปสเตอร์

ขณะที่ในหมวดหมู่ Love หรือหนังรัก ก็มีรายชื่อของ “สันติ-วีณา” ภาพยนตร์ไทยยุคก่อน 2500 โดย “ครูมารุต” (ทวี ณ บางช้าง) ที่ได้รับการบูรณะใหม่ และเดินทางไปฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อช่วงกลางปี มาร่วมฉายด้วย

โดยโรบิน เบเคอร์ ได้เขียนเปรียบเทียบไว้ในเว็บไซต์ของเทศกาลว่า หาก “ดักลาส เซิร์ค” ผู้กำกับหนังแนวเมโลดราม่าระดับตำนานของฮอลลีวู้ดในยุค 1950 ได้มากำกับหนังไทยแนวเมโลดราม่าที่อิงแอบอยู่กับความเชื่อทางพุทธศาสนา ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าจะมีความคล้ายคลึงกับหนังเรื่อง “สันติ-วีณา”

นอกจากนี้ เขายังระบุว่า หนึ่งในจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ ก็คือ การกำกับภาพโดย “รัตน์ เปสตันยี”

ที่มา http://www.bfi.org.uk/lff

ข่าวบันเทิง

เสียงตอบรับแรกๆ ที่มีต่อหนังไทยโกอินเตอร์เรื่อง “ดาวคะนอง”

ได้ฤกษ์ลงโรงฉายในสายการประกวดหนังนานาชาติของเทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ “ดาวคะนอง” ภาพยนตร์ไทยของ “อโนชา สุวิชากรพงศ์”

อโนชา ดาวคะนอง
อโนชา สุวิชากรพงศ์

โดยผู้ชมที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในรอบปฐมทัศน์โลก ต่างแสดงความเห็นคล้ายๆ กันว่า นี่เป็นภาพยนตร์ที่มีความแปลกใหม่ ซึ่งค่อยๆ ปอกเปลือกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำในอดีตออกมาทีละชั้นๆ ด้วยลักษณะกึ่งบทกวี กี่งความฝัน และมีการดำเนินเรื่องอันยากจะคาดเดา

นอกจากนี้ มีผู้แสดงความเห็นด้วยว่า “ดาวคะนอง” ยังคงเดินตามรอย “เจ้านกกระจอก” หนังยาวเรื่องแรกของอโนชา ในแง่ของการเป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน

ทีมงาน ดาวคะนอง
ทีมงานของภาพยนตร์ “ดาวคะนอง”

ก่อนหน้านี้ “ก้อง ฤทธิ์ดี” นักวิจารณ์ภาพยนตร์-วัฒนธรรมจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้แสดงความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก Kong Rithdee เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่า

“ดาวคะนอง” – By the Time It Gets Dark

 

ประวัติศาสตร์ การเมือง คน ภาพยนตร์ อดีต ปัจจุบัน — ทุกอย่างถูกลอกออกเป็นชั้นๆ ผลัดผิวแล้วผิวเล่า variation ของเรื่องเล่า เหมือนเมโลดี้หลักของเพลงที่เปลี่ยนบางโน้ตแล้วกลายเป็นเมโลดี้ใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด หนังของอโนชาฉายประกวดที่โลคาร์โน่วีคนี้ อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่มีเชื้อการปฏิสนธิทางปัญญาจากสภาพการเมือง/ละครประวัติศาสตร์ไทย กับคน — คร่าวๆ ก่อน หวังว่าหนังจะไปได้ไกลเพราะชอบทีเดียว

ขอบคุณภาพประกอบจาก เพจเฟซบุ๊ก ดาวคะนอง By the Time It Gets Dark

ข่าวบันเทิง

“กระสือครึ่งคน”-หนังของผู้กำกับฯ อังกฤษในไทย ไปโลดที่เทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญนานาชาติ

วานนี้ Fantastic Fest 2016 เทศกาลภาพยนตร์ที่มุ่งเน้นความสนใจไปยังหนังสยองขวัญ, แฟนตาซี และไซไฟ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เพิ่งเผยแพร่รายชื่อหนังจากทั่วโลกชุดแรก ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลประจำปีนี้ออกมา

นอกจากจะมีภาพยนตร์เด่นอย่าง “Miss Peregrine’s Home For Peculiar Children” ของผู้กำกับฯ ชื่อดัง “ทิม เบอร์ตัน” แล้ว

กระสือครึ่งคน

ยังมีชื่อของหนังไทยเรื่อง “กระสือครึ่งคน” ผลงานการกำกับโดย “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” รวมอยู่ด้วย

ทางเว็บไซต์ของเทศกาลดังกล่าวระบุว่า นี่เป็นหนังว่าด้วยเหตุการณ์ที่หมู่บ้านคนแคระถูกรุกรานโดยผีกระสือ ซึ่งเล่าเรื่องออกมาในลีลากึ่งสยองขวัญกึ่งตลกโปกฮา

ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เทศกาลภาพยนตร์ Bucheon International Fantastic Film Festival ที่เกาหลีใต้ ซึ่งมุ่งเน้นความสนใจไปยังหนังแนวสยองขวัญ, ระทึกขวัญ, ลึกลับ และแฟนตาซี เช่นกัน ก็เพิ่งประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับรางวัลประจำปีนี้

theforrest

โดย “ป่า” หรือ “The Forrest” หนังของผู้กำกับอังกฤษที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย “พอล สเปอร์เรียร์”  ก็ได้รับรางวัล NETPAC (Network for the Promotion of Asian Cinema) Award ไปครอง

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของครูหน้าใหม่ซึ่งค้นพบว่านักเรียนหญิงคนหนึ่งของเขาถูกรังแก เด็กหญิงได้เยียวยาตัวเองด้วยการล่าถอยเข้าสู่โลกจินตนาการ แล้วใช้เด็กชายชาวป่าและพื้นที่ป่าเป็นแหล่งปลอบประโลมจิตใจอันบอบช้ำ อย่างไรก็ตาม ครูหนุ่มกลับพยายามดึงลูกศิษย์กลับคืนสู่โลกความจริง สุดท้าย โลกแห่งจินตนาการและความจริงก็ปะทะกัน จนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมตามมา

ผลงานภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ของสเปอร์เรียร์ คือ “ผี” ที่ออกฉายเมื่อปี 2547

ข่าวบันเทิง

อ่านเรื่องย่อ Bangkok Nites หนังญี่ปุ่นที่พูดถึงบาดแผลจากยุคอาณานิคมบนพรมแดนไทย-ลาว

นอกจาก “ดาวคะนอง” ของ “อโนชา สุวิชากรพงศ์” แล้ว ในสายการประกวดหนังนานาชาติ ของเทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน 2016 ยังมีผลงานของนักทำหนังชาวญี่ปุ่น “คัตสึยะ โทมิตะ” เรื่อง “Bangkok Nites” ซึ่งนักแสดงส่วนใหญ่เป็นคนไทย แถมยังถ่ายทำในเมืองไทยอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ มีเสียงเล่าลือว่า องค์ประกอบของหนังญี่ปุ่นเรื่องนี้นั้นแสนจะพิลึกพิลั่น เพราะมีทั้งย่านธนิยะ, ผีจิตร ภูมิศักดิ์, พญานาค และซากประวัติศาสตร์สงครามลับในลาว

โทมิตะ
คัตสึยะ โทมิตะ

 

ล่าสุด เว็บไซต์ของทางเทศกาลได้เผยแพร่ภาพนิ่งบางส่วนและเรื่องย่อของ Bangkok Nites ออกมาเรียบร้อยแล้ว ดังนี้

หนังเริ่มต้นที่ถนนธนิยะ ย่านบันเทิงเริงรมย์ยอดนิยมของชายชาวญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาอาศัย-ทำงานอยู่ในเมืองไทย

 

“ลักษณ์?” (Luck) คือสาวไทยที่เป็นหนึ่งในดาวเด่นของสถานบริการย่านนั้น เธออาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์หรูหราเพียงตัวคนเดียว แล้วส่งเงินที่หาได้กลับไปจุนเจือครอบครัวที่หมู่บ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับพรมแดนไทย-ลาว

 

วันหนึ่ง ลักษณ์ได้เจอกับ “โอซาวะ” ลูกค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งเธอเคยตกหลุมรักเมื่อห้าปีก่อน เขาเป็นอดีตนายทหารประจำกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ร่ำรวยแต่อย่างใด

 

เมื่อโอซาวะต้องเดินทางไปยังประเทศลาว ลักษณ์ได้ติดตามเขาไปด้วย รวมทั้งยังพาชายชาวญี่ปุ่นไปทำความรู้จักกับครอบครัวและเพื่อนๆ ในวัยเด็กของเธอ ที่ภาคอีสาน

 

ระหว่างดำเนินชีวิตช่วงสั้นๆ ที่ชนบท หลังจากเบื่อหน่ายกับวิถีความเป็นอยู่ในเมืองใหญ่ โอซาวะก็เริ่มมีความฝันที่จะหันมาใช้ชีวิตแบบสงบเงียบในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้

 

ทว่า ขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มได้ตระหนักรับรู้ถึงบาดแผลบางอย่าง ที่ถูกทิ้งค้างไว้จากยุคอาณานิคม

bkk nite 1

คงต้องมาจับตาดูกันว่า “ผีจิตร ภูมิศักดิ์” “พญานาค” และ “ซากประวัติศาสตร์สงครามลับในลาว” จะเผยร่างออกมาตรงจุดไหนของภาพยนตร์เรื่องนี้

ที่มา ภาพ-เนื้อหา : http://www.pardolive.ch/pardo/program/film.html?fid=893008&eid=69

ข่าวบันเทิง

เปิดเรื่องย่อ “ดาวคะนอง” หนังไทยสายประกวด ในเทศกาล “โลคาร์โน”

หลังจากก่อนหน้านี้ บล็อกของเราได้เผยแพร่ข่าวที่ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ดาวคะนอง” โดย “อโนชา สุวิชากรพงศ์” ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในสายการประกวดนานานาชาติ ของเทศกาลภาพยนตร์โลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ล่าสุด เว็บไซต์ของทางเทศกาลได้เผยแพร่ภาพบางส่วนและเนื้อเรื่องย่อของหนังไทยเรื่องดังกล่าวออกมาแล้ว

ดาวคะนอง 1

ดาวคะนองจะเล่าเรื่องราวว่าด้วยภาวะที่ข้องเกี่ยวกันอย่างหลวมๆ ซึ่งเชื่อมร้อยด้วยสายใยที่แทบจะมองไม่เห็น ระหว่างตัวละครหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ ผู้กำกับภาพยนตร์หญิงและผู้เป็นแรงบันดาลใจของเธอ ซึ่งเคยมีอดีตเป็นนักศึกษา-นักกิจกรรมในทศวรรษ 2510, บริกรสาวผู้เปลี่ยนงานอยู่เป็นประจำ และนักแสดงชาย-หญิงคู่หนึ่ง

 

โดยเรื่องเล่าหลายเฉดสีในหนัง จะค่อยๆ ปอกเปลือกตัวเองลงไปทีละชั้น เพื่อเปิดเผยให้เห็นความสลับซับซ้อน ที่มีส่วนต่อการก่อรูปวิถีชีวิตของตัวละครแต่ละราย

ถ้ามีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ทางเราจะนำข่าวคราวมาเสนออีกเป็นระยะๆ

ดาวคะนอง 3

ที่มารูป-เนื้อหา : http://www.pardolive.ch/pardo/program/film.html?fid=896826&eid=69

ข่าวบันเทิง

ปรบมือดังๆ “พิมพกา โตวิระ” กวาดสองรางวัล ฮ่องกง ฟิล์มเฟสต์

ประกาศผลกันไปแล้ว สำหรับรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกงครั้งที่ 40

ทั้งนี้ มีหนังไทยสองเรื่อง (แต่เป็นผลงานของผู้กำกับคนเดียวกัน) ที่ได้รับรางวัลไปด้วย

ในสายภาพยนตร์สั้น “Prelude to the General” หรือในชื่อภาษาไทยว่า “นิมิตลวง” ผลงานของ “พิมพกา โตวิระ” ได้รับรางวัลจูรี่ ไพรซ์ ไปครอง

preludetogeneral

โดยคณะกรรมการระบุว่า หนังเรื่องนี้มีตำแหน่งแห่งที่อยู่ระหว่างปัจจุบันกับอดีต ซึ่งโครงสร้างการเล่าเรื่องได้ถูกทำให้พร่าเลือน ผ่านการเก็บงำความลับระหว่างกันของตัวละครในภาพยนตร์

 

การที่บรรดาตัวละครคล้ายจะล่วงรู้อะไรบางอย่างมากกว่าผู้ชม (ซึ่งส่งผลให้หนังดำเนินไปอย่างตึงเครียดและเหมือนจะบ่งบอกถึงลางร้ายบางประการ) ได้นำคนดูไปสู่โลกลึกลับอันเต็มไปด้วยความปรารถนานานัปการ

 

หนังเรื่องนี้ยังมีงานด้านภาพที่แข็งแรง อันเกิดจากผสมผสานมโนทัศน์ทางความคิดและการสร้างสรรค์งานทางทัศนศิลป์เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นองค์ประกอบอันน่าสนใจ

คลิกชมบางส่วนจากภาพยนตร์ที่นี่ http://www.berlinale.de/en/programm/berlinale_programm/datenblatt.php?film_id=201607269#tab=video25

นอกจากนั้น “The Island Funeral” หรือ “มหาสมุทรและสุสาน” หนังยาวเรื่องล่าสุดของพิมพกา ยังได้รับรางวัล FIPRESCI Prize หรือขวัญใจนักวิจารณ์

มหาสมุทร

โดยคณะกรรมการระบุเหตุผลที่มอบรางวัลให้แก่หนังเรื่องนี้ว่า พวกเราชอบวิธีการที่นำเอาภูมิศาสตร์และแนวคิดเรื่องพื้นที่มาสื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างหลากหลายทางสังคมและศาสนา

 

ยิ่งกว่านั้น พวกเรายังรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศของความลึกลับ, งานภาพในลีลาบทกวี และสารว่าด้วยความหวัง ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพยนตร์

เนื้อหาและภาพนำจาก http://www.hkiff.org.hk/en/