ข่าวบันเทิง

เปิดเรื่องย่อ-แนวคิดเบื้องหลัง “อวสานซาวด์แมน” หนังสั้นไทยในเวนิสปีนี้

บล็อกคนมองหนังเคยรายงานไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสประจำปี 2017 มีหนังสั้นไทยเรื่อง “อวสานซาวด์แมน” ของ “สรยศ ประภาพันธ์” (นักทำหนังสั้นและผู้ทำหน้าที่บันทึกเสียงในกองถ่ายภาพยนตร์อินดี้ร่วมสมัยหลายๆ เรื่อง) ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดภาพยนตร์สั้นของเซ็คชั่น “Orizzonti” ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากนัก

ล่าสุด เว็บไซต์ทางการของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสได้เผยแพร่เรื่องย่อของหนังสั้นไทยความยาว 16 นาทีเรื่องนี้ ออกมาแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า

“เสียงของผู้คนมักเป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกละเลยเพิกเฉยอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเสียงประกอบในภาพยนตร์ ซึ่งมักไม่ค่อยถูกสนใจไยดีโดยบรรดาผู้ชม ในหนังเรื่องนี้ ตัวละครที่เป็นนักบันทึกเสียงสองคนกำลังทำงานมิกซ์เสียงในขั้นตอนท้ายสุดให้แก่หนังสั้นเรื่องหนึ่ง น่าตั้งคำถามว่าจะมีใครบ้างไหมที่ได้ยินสรรพเสียงเหล่านั้น?”

นอกจากนี้ สรยศยังได้เปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังในการทำหนังสั้นเรื่องนี้เอาไว้ว่า

“เสียงคือส่วนประกอบสำคัญในภาพยนตร์ ซึ่งช่วยแต่งแต้มเรื่องราวลงบนชีวิต แต่ผมมักพบว่าคนดูหนังชอบส่งเสียงดังสอดแทรกขึ้นมาในโรงภาพยนตร์ จนดูเหมือนว่ามีคนไม่มากนักที่จะสนใจฟังสุ้มเสียงซึ่งผมบันทึกเอาไว้ ยิ่งกว่านั้น ผมยังอาศัยอยู่ในสถานที่ ที่เสียงของตัวผมเองไม่ได้ถูกรับฟังแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ ผมจึงทำหนังเรื่องนี้ขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อส่วนตัวว่าเสียงในภาพยนตร์นั้นมีสถานะสำคัญ ไม่ต่างกันกับเสียงของประชาชน”

ที่มา http://www.labiennale.org/en/cinema/2017/program-cinema-2017/sorayos-prapapan-awasarn-sound-man-death-sound-man

Advertisements
ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” อีกหนึ่งหนังสั้นไทยในเวนิส

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ได้ประกาศรายชื่อหนัง 33 เรื่อง ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเซ็คชั่น Orizzonti ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

น่ายินดีว่าหนึ่งในภาพยนตร์สั้นซึ่งถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเซ็คชั่นดังกล่าว คือหนังสั้นไทยชื่อ “อวสานซาวด์แมน” ผลงานของ “สรยศ ประภาพันธ์”

สำหรับสรยศ เคยมีผลงานหนังสั้นเด่นๆ ที่ได้รับรางวัลและได้เข้าร่วมเทศกาลทั้งในไทยและต่างประเทศมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ บุญเริ่ม, ดาวอินดี้ และ รักษาดินแดน

นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกเสียง (ซาวด์แมน) ประจำกองถ่ายหนังอินดี้ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัยจำนวนมาก

ส่งผลให้ปีนี้ จะมีหนังไทยเข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสสองเรื่อง คือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ของเป็นเอก รัตนเรือง และ “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ

ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “ห้าแสนปี” ของชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ก็ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายประกวดของเซ็คชั่น Orizzonti เช่นกัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Sorayos Minimal Prapapan

ข่าวบันเทิง

อัพเดตรายละเอียด-ใบปิดหนัง “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ภาพยนตร์ไทยในเวนิสของ “เป็นเอก”

หลังจากหนัง “Samui Song” โดยเป็นเอก รัตนเรือง ได้รับการประกาศรายชื่อให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่จะเข้าฉาย (รอบปฐมทัศน์โลก) ในสายการประกวดของเซ็คชั่น “เวนิส เดย์ส” กิจกรรมอิสระคู่ขนานของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส 2017

ก็เริ่มมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้เผยแพร่ออกมา

เริ่มตั้งแต่ใบปิดของหนัง ดังที่เห็นในภาพประกอบ

samui song poster
ที่มาเพจเฟซบุ๊ก augenschein Filmproduktion

นอกจากนี้ เว็บไซต์ทางการของกิจกรรมเวนิส เดย์ส ยังระบุถึงชื่อภาษาไทยของหนัง นั่นคือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ”

รวมทั้งเปิดเผยเรื่องย่อฉบับละเอียดขึ้นว่า หนังความยาว 108 นาทีของเป็นเอก จะบอกเล่าเรื่องราวของ “วิยะดา” ดาราสาววัยกลาง 30 ที่ต้องแบกรับความกดดันภายในใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ “เจอโรม” สามีมหาเศรษฐีชาวต่างชาติของเธอ ได้ทุ่มเทอุทิศตนให้แก่เจ้าลัทธิความเชื่อ ผู้ถูกเรียกขานว่า “เดอะ โฮลี่ วัน”

วิยะดาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะตอบโต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวด้วยวิธีการที่รุนแรงสุดขั้วถึงขีดสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความหลุดพ้นจากอิทธิพลของลัทธิประหลาดอย่างถาวร

ข่าวบันเทิง

The Woman Who Left โดย ลาฟ ดิแอซ หนังสิงโตทองคำ “แด่การต่อสู้ของมวลมนุษยชาติ”

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งที่ 73 ณ ประเทศอิตาลี ประกาศรายชื่อหนังที่ได้รับรางวัลจากทางเทศกาลประจำปีนี้ออกมาแล้ว

ผลงานที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือ “รางวัลสิงโตทองคำ” อันเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลไปครอง ได้แก่ “The Woman Who Left” หนังขาว-ดำ ความยาว 228 นาที โดย “ลาฟ ดิแอซ” คนทำหนังวัย 57 ปี จากฟิลิปปินส์

หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครหญิงวัยกลางคน ผู้เคยประกอบอาชีพเป็นครู ทว่า กลับต้องถูกตัดสินลงโทษจำคุก 30 ปี ในอาชญากรรมที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ความรู้สึกภายในจิตใจของสตรีผู้นี้จึงคละเคล้าระคนกันระหว่างความปรารถนาจะแก้แค้นคนที่วางแผนใส่ร้ายเธอ กับความรู้สึกที่ต้องการจะให้อภัย

หลังขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ ดิแอซกล่าวสั้นๆ บนเวทีว่า

“ขอมอบรางวัลนี้ให้ประเทศของผม ให้ประชาชนชาวฟิลิปปินส์ แด่การต่อสู้ของพวกเรา แด่การต่อสู้ของมวลมนุษยชาติ”

ย้อนดูรางวัลสำคัญระดับโลกของลาฟ ดิแอซ

“รางวัลหมีเงิน” (Alfred Bauer Award) เทศกาลเบอร์ลิน จากหนังเรื่อง “A Lullaby to the Sorrowful Mystery” ปี 2016

“รางวัลเสือดาวทองคำ”, รางวัล FIPRESCI Prize, รางวัล Junior Jury Award – “Environment Is Quality of Life” Prize และรางวัล Don Quixote Award เทศกาลโลคาร์โน จากหนังเรื่อง “From What Is Before” ปี 2014

รางวัล Venice Horizons Award เทศกาลเวนิส จากหนังเรื่อง “Melancholia” ปี 2008

รางวัล Venice Horizons Award – Special Mention เทศกาลเวนิส จากหนังเรื่อง “Death in the Land of Encantos” ปี 2007

ขอบคุณภาพประกอบโดย Baby K. Jimenez จากเว็บไซต์ http://entertainment.inquirer.net/201276/lav-diazs-ang-babaeng-humayo-wins-golden-lion-in-venice

ข่าวบันเทิง

เปิดเรื่องย่อ-แนวคิดเบื้องหลัง-ภาพตัวอย่างของ “ห้าแสนปี” หนังสั้นไทยในเทศกาลเวนิสปีนี้

ยังคงมีข่าวดีเรื่อยๆ สำหรับวงการหนังอิสระของเมืองไทย

เมื่อล่าสุด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 10 ตุลาคมนี้ ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเทศกาลออกมา

ปรากฏว่า มีภาพยนตร์สั้นไทยเรื่องหนึ่งที่ถูกคัดเลือกเข้าไปฉายในสาย Orizzonti ซึ่งเป็นสายการประกวดของหนังนานาชาติ โดยจะมุ่งความสนใจไปยังภาพยนตร์ที่เป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ หรือเปิดเผยให้เห็นถึงกระแสร่วมสมัยต่างๆ ในโลกภาพยนตร์

หนังไทยเรื่องนั้น คือ “ห้าแสนปี” ซึ่งเป็นภาพยนตร์สั้นความยาว 15 นาที ผลงานการกำกับของ “ชัยศิริ จิวะรังสรรค์” และโปรดิวซ์โดยบริษัท คิก เดอะ แมชีน ฟิล์มส์

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ขุดสำรวจทางโบราณคดีแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง ซึ่งเมื่อ 17 ปีที่แล้ว มีการค้นพบซากฟอสซิลของมนุษย์โฮโม อีเรคตัส ณ พื้นที่แห่งนี้ แต่ปัจจุบัน กลับไม่มีใครใส่ใจกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวอีกต่อไป มีเพียงแค่ชาวบ้านท้องถิ่น ซึ่งเดินทางมาทำกิจกรรมทางจิตวิญญาณที่นี่บ้าง เป็นครั้งคราว

 

กระทั่งเย็นวันหนึ่ง มีรถฉายหนังขับเข้ามายังพื้นที่ตรงจุดนี้ เพื่อทำการฉายภาพยนตร์ให้ผีบรรพบุรุษ ที่รู้จักกันในนาม “มนุษย์เกาะคา” ได้รับชม แล้วระหว่างการฉาย ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดไว้ บังเกิดขึ้น

ชัยศิริเผยว่า หนังเรื่องนี้พยายามสำรวจตรวจสอบภาวะการตายและการเกิดใหม่ของวัฒนธรรมภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับความเป็นสังคมนับถือผี เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ ก็คือ กิจกรรมการฉายหนังกลางแปลง ได้ปรับเปลี่ยนภาระหน้าที่ของตัวเอง จากการเป็นสื่อสำหรับมนุษย์ มาเป็นสื่อสำหรับภูตผีและวิญญาณต่างๆ

ห้าแสน 3

โดยเขาต้องการที่จะมุ่งสำรวจความเป็นไปได้แบบต่างๆ ในการเปลี่ยนรูปแปลงร่างเพื่อยืดอายุตัวเองของสื่อภาพยนตร์ ไปพร้อมๆ กับการตั้งคำถามว่าการค้นพบทางวิทยาศาสตร์สามารถถูกดัดแปลงให้กลายสภาพมาเป็นกิจกรรมทางจิตวิญญาณได้อย่างไร?

ชัยศิริระบุด้วยว่า ในการทำหนังเรื่องนี้ เขายังได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรคทองของ “อันโตนิโอ กรัมชี่” ปัญญาชนนักปฏิวัติชาวอิตาเลียน ที่เคยเขียนเอาไว้ว่า “เมื่อสิ่งเก่ากำลังจะตายและสิ่งใหม่ยังไม่สามารถก่อกำเนิด ในภาวะสุญญากาศแห่งการเปลี่ยนผ่านเช่นนั้น เหล่าอาการผิดปกติอันหลากหลายจะปรากฏกายขึ้น” ซึ่งข้อคิดดังกล่าวสามารถนำมาใช้อธิบายได้ทั้งกับประเด็นเรื่องวัฒนธรรมภาพยนตร์ รวมถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย

ห้าแสน 2

ชัยศิริเคยมีผลงานภาพยนตร์ วิดีโอ และภาพถ่าย ที่ถูกจัดแสดงในระดับนานาชาติ โดยประเด็นหลักที่มักถูกนำเสนอในงานเหล่านั้น คือ การประกอบสร้างเรื่องเล่าส่วนบุคคลและเรื่องเล่าทางสังคมของสมาชิกชุมชนท้องถิ่นต่างๆ (ทั้งที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน, ผู้อพยพ, ชาวบ้าน และสมาชิกของครัวเรือน) ขึ้นมาใหม่ งานของเขาจึงมีความก้ำกึ่งระหว่างการเป็นสารคดีกับเรื่องแต่ง ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างความใกล้และความไกล ตลอดจนเรื่องราวความสัมพันธ์ส่วนตัวกับกระบวนการประกอบสร้างประวัติศาสตร์

นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้ร่วมงานคนสำคัญของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2553 ผลงานเรื่อง “นกขมิ้น” ของชัยศิริ ก็เคยได้เข้าประกวดในสาย Orizzonti ของเทศกาลภาพยนตร์เวนิสมาแล้วหนหนึ่ง

ชมทีเซอร์ของ “ห้าแสนปี” ได้ที่นี่