จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

3 ประเด็นน่าจับตา! ใน “สังข์ทอง” ตอนอวสาน

เสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562 จะเป็นวันอวสานของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง 2561”

โดยส่วนตัว ในฐานะแฟนประจำ คิดว่ามี 3 ประเด็นที่น่าจับตามองในละครตอนที่ 110 อันเป็นบทสรุปของพระสังข์-รจนา-เจ้าเงาะ และตัวละครรายอื่นๆ

ประเด็นแรก

ต้องจับตาดูข้อมูลในวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม ว่าตัวเลขเรตติ้งของ “สังข์ทองตอนจบ” จะไปลงเอยที่เท่าไหร่?

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาหลัง “ตอนพระสังข์ตีคลีกับพระอินทร์” ออกแพร่ภาพ เรตติ้งของ “สังข์ทอง” นั้นมีอาการทรงตัวอยู่ประมาณ 6 กว่าๆ 5 ปลายๆ ชนิดไม่กระเตื้องขึ้น

กระทั่งเมื่อมีข่าวว่าละครใกล้ถึงตอนอวสาน ดัชนีความนิยมจึงพุ่งสูงอีกรอบ โดยเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ในตอนที่ 108 (เสาร์ที่ 9 มีนาคม) และตอนที่ 109 (อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม) นั้นอยู่ที่ 6.452 และ 7.213 ตามลำดับ

น่าสนใจว่าละครในตอนที่ 110 จะรักษาเรตติ้งระดับ 7 ต้นๆ เอาไว้ได้หรือไม่? หรือจะทะยานไกลไปกว่านั้น?

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week-4-10mar-62/

ประเด็นที่สอง

หนึ่งในตัวละครที่แหกขนบมากๆ ใน “สังข์ทอง” ฉบับนี้ คือ “เจ้าชายไชยันต์” ซึ่งมาพร้อมเพศสภาพอันผิดแผกจากตัวละครชายในนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ทั่วไป

ใช่ว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ ของค่ายสามเศียรในระยะหลัง จะไม่เคยเล่นประเด็นทำนองนี้มาก่อน

เมื่อ “ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร 2559” ลงจอ แฟนๆ ก็ได้กรี๊ดกร๊าดฮือฮากับบทคู่จิ้นหญิง-หญิงระหว่างตัวละคร “เพชรราชกุมาร/กุมารี” กับ “มัลลิกานารี” มาหนหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ละครเรื่องนั้นได้คลี่คลายความสัมพันธ์ดังกล่าว ด้วยการผลักให้ “เพชรราชกุมารี” และ “มัลลิกานารี” กลับไปเป็นผู้หญิงแท้ๆ และต่างต้องตกเป็นภรรยาของสามี/ผู้ชายคนเดียวกัน

น่าจับตาว่าบทสรุปของ “ไชยันต์” ใน “สังข์ทอง 2561” จะก้าวหน้ากว่าเรื่องราวของ “เพชรราชกุมารี-มัลลิกานารี” ใน “สี่ยอดกุมาร 2559” หรือไม่? อย่างไร?

และชีวิตครอบครัวของเจ้าชายผู้ตุ้งติ้งรายนี้กับ “เจ้าหญิงปัทมา” ผู้เป็นชายา จะลงเอยแบบไหน?

ประเด็นที่สาม

ตัวอย่าง สังข์ทอง ตอนจบ

หนึ่งในซีนาริโอสำคัญของตอนจบละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่ ย่อมได้แก่ฉากไล่ล่าสังหารตัวละครทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรม (หรือฝ่ายพระเอกนางเอกและฝ่ายผู้ร้าย)

ในยุคที่ละครประเภทนี้เขียนบทโดย “นันทนา วีระชน” เมื่อไม่กี่ปีก่อนนั้น มักมีตัวละครหลายรายซึ่งถูกฆ่าล้าง (บูชายัญ) ในตอนอวสาน

แต่เมื่อ “รัมภา ภิรมย์ภักดี” หวนมาเขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหนใน “เทพสามฤดู 2560” ตอนจบของ “เทพสามฤดู” ฉบับดังกล่าว กลับไม่มีตัวละครสำคัญจากทั้งสองฝ่ายที่ต้องเสียชีวิตลงเลย (ยกเว้นหนึ่งในตัวละครหลักฝ่ายอธรรมอย่าง “สามศรี” ที่ตายไปตั้งแต่ก่อนตอนสุดท้าย)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ปราบมารโดย “ไม่ฆ่า”: ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตอนจบ “เทพสามฤดู” ฉบับล่าสุด

น่าสนใจว่าบทสรุปแบบไม่ต้องสูญเสียชีวิต/ไม่ต้องเสียสละเลือดเนื้อเช่นนั้น จะดำรงอยู่ใน “สังข์ทอง 2561” หรือเปล่า?

ภาพจาก ยูทูบสามเศียร

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“สังข์ทอง” ยังมีเรตติ้งเกิน 8-วรรคทอง “คนเหมือนกัน” โดย “เจ้าชายไชยันต์”

เรตติ้ง “สังข์ทอง” ยังเกิน 8

“สังข์ทอง 2561” ทำเรตติ้งเกินหลัก 8 ได้ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ มีเรตติ้งความนิยมอยู่ที่ 8.187

อย่างไรก็ดี สถิติสูงสุดที่ละครพื้นบ้านแห่งปี 2561 เคยไปถึง ยังเป็นตัวเลขเรตติ้ง 8.412 เมื่อวันที่ 16 กันยายน

ซึ่งจุดพีกดังกล่าวนี่เองที่พา “สังข์ทอง” พุ่งทะยานเป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดประจำเดือนกันยายน 2561

คงต้องจับตาดูว่าเมื่อถึงครา “เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์” เรตติ้งของละครตอนนั้นจะฮอตฮิตขนาดไหน?

ที่มาข้อมูล

https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week24-30sept-61/

https://www.tvdigitalwatch.com/analysis-10rating-sept-2561/

วรรคทองของ “เจ้าชายไชยันต์” อีกหนึ่ง “พระ/นางเอก” ตัวจริงใน “สังข์ทอง”

ไปๆ มาๆ นอกจาก “เจ้าเงาะป่าบ้าใบ้” ผู้แสนล่ำบึ้กและมีลูกฮาสุดแพรวพราวแล้ว ตัวละครอีกรายที่น่าประทับใจมากๆ ใน “สังข์ทอง” ฉบับนี้ เห็นจะเป็น “เจ้าชายไชยันต์” หรือ “เขยไทย”

ผู้เขียนบทละครได้วางคาแรกเตอร์ของตัวละครรายนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว

เริ่มต้นจากการทำให้เขาเป็นเจ้าชายผู้มีรสนิยมชื่นชอบผู้ชายด้วยกันอย่างไม่ปิดบัง

แรกๆ ดูเหมือนการจัดวางคาแรกเตอร์เช่นนั้นจะนำไปสู่มุขตลกเหยียดเพศแย่ๆ ดาดๆ หรืออย่างดีที่สุด ก็คือมุข “พระสติ พระเจ้าข้า พระสติ” ที่ “พระพี่เลี้ยงสะท้าน” ต้องคอยกล่าวเตือน “เจ้าชายไชยันต์” มิให้เผลอหลุดอาการตุ้งติ้งออกมาเกินควร

ทว่ายิ่งนานวันเข้า รสนิยมชมชอบผู้ชายของ “เจ้าชายไชยันต์” กลับยิ่งนำไปสู่ “ความดีงาม” ที่หลบซ่อนอยู่ตรงอีกด้านของเหรียญ

กลายเป็นว่ายิ่งเจ้าชายผู้นี้หลงรักหลงใหล “เจ้าเงาะ” มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเป็น “คนหัวเดียวกระเทียมลีบ/เสียงส่วนน้อย” ท่ามกลางท้าวสามนต์-พระมเหสีมณฑา-หกพระพี่นาง-ห้าเขย หรือเหล่าชนชั้นนำในสามนตนคร

กล่าวคือ “เจ้าชายไชยันต์” เป็นคนเดียวเดี่ยวโดด (หากตัด “รจนา” ออกไป) ที่มีมนุษยธรรม แสดงความเห็นอกเห็นใจ และไม่คิดร้ายต่อ “พี่เงาะ”

มิหนำซ้ำ ขณะที่ “รจนา” เพียรร้องขอให้ “พระสังข์” ถอดรูปเงาะ (จนถึงขั้นพยายามจะเผาทำลาย “หน้ากากเงาะ” ทิ้ง) “เจ้าชายไชยันต์” กลับเป็นหนึ่งเดียวที่ยืนกรานชื่นชมรูปลักษณ์และตัวตนของ “พี่เงาะ” 

เหนือสิ่งอื่นใด “เจ้าชายไชยันต์” ยังประกาศออกมาชัดเจนว่า “เจ้า/พี่เงาะ” นั้น ก็เป็น “คนเหมือนกัน” เช่นเดียวกับบรรดาผู้สูงศักดิ์ในนครท้าวสามนต์

ไชยันต์ คนเหมือนกัน

ดังบทสนทนาต่อไปนี้

พระธิดาปัทมา: โอ๊ย! นี่ถ้าหากเจ้าพี่รู้เรื่องเกี่ยวกับศิลปวิทยามากกว่านี้ เราก็คงไม่ต้องมานั่งง้อเอาอกเอาใจไอ้คนป่าบ้าใบ้ให้มันเสียศักดิ์ศรีแบบนี้หรอกนะเพคะ

เจ้าชายไชยันต์: อย่าไปว่าเค้า

พระธิดาปัทมา: อ้าว! แล้วทำไมน้องถึงจะว่าไม่ได้ล่ะเพคะ?

เจ้าชายไชยันต์: ก็เค้าเป็นคนเหมือนกับเราไง