จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

4 ประเด็นน่าสนใจใน “ขวานฟ้าหน้าดำ” (ช่วงเด็ก)

เป็นอันว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ได้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวัยของเหล่าตัวละครหลักเรียบร้อยแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

บล็อกคนมองหนังจึงอยากจะขออนุญาตสรุปประเด็นน่าสนใจ 4 ข้อ ซึ่งปรากฏในละคร ช่วงที่ตัวละครนำยังเป็นเด็กอยู่

มิตรภาพระหว่าง “ขวาน” กับ “จ้อย”

จ้อยขวาน

ต้องยอมรับว่าประเด็น “มิตรภาพ” ระหว่าง “ขวาน” กับ “จ้อย” นั้นพบได้ไม่บ่อยนักในละครจักรๆ วงศ์ๆ ทั่วไป

หากคำนึงว่า “มิตรภาพ” ระหว่างทั้งคู่ คือ ความเป็นเพื่อนของชาวบ้านสามัญชน ที่ดำรงผ่านสัมพันธภาพอันเท่าเทียม และต้องต่อสู้ต่อต้านอำนาจ (รัฐ) ที่เหนือกว่าร่วมกัน

ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายต่างเมือง, เจ้าชายกับพระพี่เลี้ยง หรือมนุษย์กับอมนุษย์ที่มีศักดิ์ด้อยกว่า ดังที่เรามักคุ้นเคยในละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่

“อำมาตย์แสงเพชร” และเครือข่ายอำนาจ

อำมาตย์แสงเพชร

เท่าที่เคยดูละครจักรๆ วงศ์ๆ มา “อำมาตย์แสงเพชร” น่าจะเป็นตัวละคร “อำมาตย์” ที่มีฤทธิ์เดชพิษสงมากที่สุดรายหนึ่งในจักรวาลของละครประเภทนี้

จากที่ปกติ เรามักจะได้เห็นแต่อำมาตย์ที่รับบทเป็น “ลูกขุนพลอยพยัก” ตลอดจนอำมาตย์ผู้คิดคด/จงรัก ซึ่งไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามอุดมการณ์ของตนได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องพึ่งพาฤทธิ์เดชของตัวช่วย/ตัวละครอมนุษย์-อภิมนุษย์รายอื่น

ที่สำคัญ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ยังฉายภาพ “อำมาตย์แสงเพชร” ในฐานะ “นักการเมือง” ได้อย่างสมจริง ผ่านการสร้างเครือข่าย/คอนเนกชั่นอันกว้างขวางซับซ้อนของตัวละครรายนี้ ซึ่งมีพี่เพื่อนน้องเป็นทั้งมนุษย์กา เรื่อยไปถึงนางยักษ์กาขาว

ขณะที่เราจะไม่ค่อยเห็น “ความเป็นนักการเมือง” แบบนี้ ใน “อำมาตย์” ของละครพื้นบ้านเรื่องอื่นๆ สักเท่าไหร่

เทพระดับรอง-ผู้วิเศษ ณ เบื้องล่าง

สุริยะเทพ

น่าสนใจว่าโลกของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นมีเทพหลายองค์ แต่เทพที่มีบทบาทสำคัญๆ ในละครล้วนเป็นเทพระดับรองๆ ทั้งสิ้น

ตัว “ขวาน” เอง ก็มีอดีตชาติเป็น “สุธาเทพ” ผู้ทำหน้าที่ “เทพบริวาร” คอยล้างเท้าให้เหล่าเทวดานางฟ้าบนสรวงสวรรค์

เทพชั้นสูงที่คอยช่วยเหลือ “ขวาน” คือ “สุริยะเทพ” ซึ่งในช่วงต้น ได้รับบัญชาจากพระอินทร์ (มาอีกทอด) ให้ไปปราบพยศ “สุธาเทพ” หลังครอบครองอาวุธวิเศษ

ครั้น “สุธาเทพ” ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ “สุริยะเทพ” ก็รับภาระเป็นผู้คอยดูแลพิทักษ์ “ขวาน” ต่อไป

น่าสังเกตด้วยว่าเทพองค์อื่นๆ หรือผู้วิเศษที่คอยช่วยเหลือ “ขวาน” นั้นมักมีนัยยะที่เชื่อมโยงกับโลกเบื้องล่างหรือชาวบ้านสามัญชน มากกว่าโลกเบื้องบน

เช่น พระแม่ธรณี, นางไม้, เจ้าพ่อเขาเขียว รวมถึงพี่หุ่นฟางจากพระฤาษี

“ความเป็นทหาร-ความเป็นเด็ก”

อำมาตย์โสฬส

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ดูจะสร้างภาวะคลุมเครือให้แก่แนวคิดเรื่อง “ความเป็นทหาร” และ “ความเป็นเด็ก” เอาไว้อย่างน่าสนใจ

ในด้านหนึ่ง “อำมาตย์โสฬส” แห่งนครคันธมาทน์ ก็ถูกวาดภาพให้เป็น “ทหารผู้จงรักภักดี” ต่อองค์เหนือหัว

เช่นเดียวกับ “ขวาน” และ “จ้อย” ตอนหนุ่ม ที่ไปอาสารับราชการเป็น “ทหารระดับล่าง” ในบุรีรมย์นคร เพื่อรับใช้ (กอบกู้) บ้านเมือง และสืบข่าวคราวเกี่ยวกับแผนร้ายของ “พระเจ้าแสงเพชร”

แต่อีกด้าน “อำมาตย์แสงเพชร” กับพวกพ้อง ก็ถือเป็น “ทหาร” ผู้ฉ้อฉล มักใหญ่ใฝ่สูง ละโมบโลภมาก และไม่จงรักภักดี

รัก ยม

ขณะเดียวกัน สองกุมาร “รัก-ยม” ที่ “อำมาตย์โสฬส” เลี้ยงเอาไว้ ก็มักต่อว่าต่อขาน “พ่ออำมาตย์” ว่าเป็น “เผด็จการ” เมื่อทั้งคู่โดนสั่งให้ไปทำงานบางอย่างโดยไม่เต็มใจหรือถูกกักขังลงโทษ

นี่คือเสียงแห่ง “ความเป็นขบถ” ของตัวละครเด็กในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้

แต่อีกทางหนึ่ง ตัวละคร “นางไม้” ที่เคยช่วยเหลือ “ขวาน-จ้อย” ก็วิพากษ์วิจารณ์เด็กส่วนใหญ่ใน “สมัยนี้” ว่าเป็นพวกที่คิดว่าตนเองเก่งไปหมดเสียทุกอย่าง

นี่คือวิวาทะ/นิยามอันหลายหลากว่าด้วย “ความเป็นทหาร” และ “ความเป็นเด็ก” ที่ปรากฏใน “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ใครๆ ก็มีฤทธิ์ และอำนาจใหญ่โตของคนเล็กคนน้อยใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ออกอากาศมาได้ 15 ตอนแล้ว (ณ วันที่ 11 พฤษภาคม) สำหรับ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ในฐานะที่เคยได้ยินแค่ชื่อเสียง แต่แทบไม่เคยรับชม “ขวานฟ้าหน้าดำ” มาก่อนเลย (เวอร์ชั่นปี 2526 ออกฉายขณะที่ผู้เขียนยังเด็กเกินจะดูทีวีรู้เรื่อง ส่วนเมื่อเวอร์ชั่นปี 2540-41 ออกฉาย ผู้เขียนก็อยู่ในช่วงวัยรุ่นก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังมองว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เป็นสื่อบันเทิงที่เชยและล้าหลัง)

ผู้เขียนค่อนข้างชื่นชอบองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ฉบับปัจจุบัน ที่แลดูผิดแผกแตกต่างจากละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่ทั่วไป

โดยไม่แน่ใจว่านี่คือองค์ประกอบที่รับสืบทอดมาจากละครฉบับก่อนๆ รวมถึงงานประพันธ์ต้นฉบับของ “เสรี เปรมฤทัย” หรือว่าเป็นสิ่งที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่โดย “บางแวก” หรือ “อัศศิริ ธรรมโชติ” ผู้เขียนบทละครเวอร์ชั่นปัจจุบัน

ทีนี้ ก็มาว่าถึงองค์ประกอบหรือลักษณะเด่นที่น่าสนใจในเรื่องราวของ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” กันเลยดีกว่า

ใครๆ ต่างก็มีวิชาดี

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้มีฤทธิ์มีวิชาอาคมใน “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้น ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่พระเอก-เทพ-ฤษี-ยักษ์-ปีศาจ-อสูร อันเป็นโครงสร้างเรื่องราวที่พวกเราคุ้นชิน

ทว่ามนุษย์ระดับ “ชนชั้นนำ” แทบทั้งหมดในละครเรื่องนี้ ต่างมีฤทธิ์ (ไม่มากก็น้อย) กันเกือบถ้วนหน้า

อำมาตย์แสงเพชร

ต้องไม่ลืมว่าตัวร้ายสำคัญสูงสุดที่มีฤทธิ์มากมายและมีเครือข่ายเป็นอมนุษย์สุดแสนกว้างขวาง คือ “อำมาตย์แสงเพชร” แห่งบุรีรมย์นคร

ขณะเดียวกัน “อำมาตย์โสฬส” แห่งนครคันธมาทน์ ก็มีฤทธิ์เดชใช่ย่อยเช่นกัน หากพิจารณาจากการชุบเลี้ยงสองกุมาร “รัก-ยม” และการมีดาบประจำตระกูล

อำมาตย์โสฬส

เท่ากับว่าตัวละคร “อำมาตย์” ซึ่งปกติจะไม่ค่อยมีวิชาเก่งกล้ามากนักในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องอื่นๆ ได้กลับกลายเป็นผู้มีฤทธิ์เดชใน “ขวานฟ้าหน้าดำ”

นอกจากนี้ ตัวละครผู้มีฤทธิ์ใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ยังแพร่กระจายไปไกลอย่างน่าทึ่ง “บุรีรมย์ราชา” ผู้มีสุขภาพอ่อนแอ ก็มีวิชาดีติดตัวอยู่ไม่น้อย, ตัวละคร “พราหมณ์” ซึ่งเพิ่งปรากฏตัวในตอนที่ 15 ก็น่าจะมีของดีพอสมควร (ส่วนจะต่อกรกับ “นางยักษ์กาขาว” ได้หรือไม่? เป็นอีกประเด็นหนึ่ง)

และแน่นอน เราต้องไม่ลืม “เจ้าพ่อเขาเขียว” แห่งศาลตายายที่เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้าน ซึ่งบทบาทเริ่มห่างหายไปในช่วงนี้

อำนาจของคนตัวเล็กตัวน้อย

รัก ยม

การปรากฏตัวขึ้นของสองกุมารตัวจิ๋ว “รัก-ยม” ผู้เป็น “ลูก” ของ “อำมาตย์โสฬส” นอกจากจะสร้างความบันเทิง (ประเภทเสกม้าไม้ให้วิ่งได้ หรือคอยต่อว่า “พ่ออำมาตย์” ด้วยถ้อยคำแสบๆ คันๆ ว่าเป็น “เผด็จการ”) และทำให้ตัวละครเด็กใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” มีความหลากหลายยิ่งขึ้นแล้ว

สองกุมารร่างมินิยังช่วยตอกย้ำให้เรามองเห็นถึงเหล่าคนเล็กคนน้อยผู้มีฤทธิ์เดช/อำนาจใหญ่โตเกินตัว

“รัก-ยม” คือ ตัวแทนคนเล็กคนน้อยเหล่านั้น “เจ้าพ่อเขาเขียว” ก็เช่นเดียวกัน

สด ขวานฟ้า

ต้องยอมรับว่าเราแทบไม่ได้เห็นตัวละครที่มีบุคลิกลักษณะดังกล่าวในละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัย เรื่องอื่นๆ

คู่เปรียบเทียบที่ใกล้เคียงกับ “รัก-ยม-เจ้าพ่อเขาเขียว” มากที่สุด ก็เห็นจะเป็น “หญ้าเขียว-หญ้าแดง” ใน “จันทร์ สุริยคาธ”

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร