คนมองหนัง

โน้ตสั้น ๆ ถึง “อวสานซาวด์แมน”

หมายเหตุ เดี๋ยวจะเขียนถึงหนังสั้นทุกเรื่องในโปรแกรม Sorayos Is NOT a model filmmaker แบบละเอียด ๆ ลงในมติชนสุดสัปดาห์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งโน้ตชิ้นนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของบทความชิ้นนั้น

สรยศแนวขวาง

เท่าที่ตามข่าวมาตั้งแต่ช่วงที่ “อวสานซาวด์แมน” เริ่มออกเดินทางไปต่างประเทศ เรื่อยจนถึงไม่กี่วินาทีก่อนหน้าที่หนังสั้นของสรยศ ประภาพันธ์ ในโปรแกรม Sorayos Is NOT a model filmmaker จะถูกฉายขึ้นจอ ณ สมาคมฝรั่งเศส ผมยังเชื่อว่าหนังสั้นเรื่องล่าสุดของสรยศน่าจะเป็นอะไรที่ตลกขบขันเฮฮาเอามาก ๆ (ไม่รู้อะไรทำให้เชื่อเช่นนั้น 555)

ปรากฏว่าพอดูหนังทั้งโปรแกรม โดยมี “อวสานซาวด์แมน” เป็นไฮไลท์ปิดท้าย ผมกลับพบว่า

(1)

ถ้าให้เปรียบเทียบกัน ผมรู้สึกว่า “อวสานซาวด์แมน” มีอารมณ์ขันแนวหัวเราะเฮฮาน้อยกว่าหนังสั้นเรื่องอื่น ๆ ในโปรแกรม

(2)

แต่หมายความว่า “อวสานซาวด์แมน” มีคุณภาพอ่อนด้อยหรือแย่กว่าหนังสั้นเรื่องอื่น ๆ ในโปรแกรมมั้ย? คำตอบ คือ ตรงกันข้าม หนังเรื่องล่าสุดของสรยศน่าจะแสดงให้เห็นถึงลำดับขั้นฝีมือ ศักยภาพ ความช่ำชอง ในการเล่าเรื่องผ่านสื่อภาพยนตร์ ที่พุ่งไปถึงจุดสูงสุด ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน ของตัวเขาเอง (และเผลอ ๆ พัฒนาการขั้นถัดไป น่าจะปรากฏผ่านหนังยาวเรื่องแรกของเจ้าตัว)

Death-of-the-Sound-Man_1-580x314

(3)

แต่ด้วยความเป็นเลิศข้างต้นนี่แหละ ที่ทำให้ “อวสานซาวด์แมน” มีทั้งส่วนที่เป็น “อารมณ์ขัน” และส่วนที่ “จริงจัง” เอามาก ๆ ซึ่งคนดูหลายรายอาจรู้สึก/ตีความว่าองค์ประกอบส่วนแรกมีน้ำหนักมากกว่า แต่สำหรับผม ผมกลับรู้สึกว่าองค์ประกอบส่วนหลังดันมีพลังมากกว่า

(4)

อย่างไรก็ตาม กระทั่งส่วนที่น่าจะเป็นอารมณ์ขันในหนัง คือ เนื้อหาว่าด้วยการทำงานเบื้องหลังของตัวละครคนบันทึกเสียงสองราย ผู้ถูกมองข้ามหลงลืม ผมก็ยังเห็นว่ามันมีความก้ำกึ่งระหว่างการพยายามเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม กับการเพ่งพินิจพิจารณาถึงงานบันทึกเสียงอย่างเข้มข้นจริงจังของผู้กำกับฯ (นักบันทึกเสียง) และการนำเอาความรู้ชุดดังกล่าวมาส่องสะท้อน/เรียบเรียงให้เห็นถึงชะตากรรมของประเทศ/ชาติ โดยฉากที่สรุปความในประเด็นนี้ได้ดีมาก ๆ ก็คือ ซีนโบกธงชาติตอนท้ายเรื่อง

Death-of-a-Sound-Man-2-1540x866

(5)

สำหรับคนที่ได้ดูหนังแล้ว หรือกำลังจะได้ดูในอนาคต ฉากสำคัญสุด ๆ ใน “อวสานซาวด์แมน” น่าจะมีอยู่ประมาณสามซีน (แถมไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเส้นเรื่องหลักอีกต่างหาก) น่าสนใจว่าฉากสำคัญเหล่านั้นแทบไม่ได้นำเสนอภาวะตลกออกมาเลย (กระทั่ง “อารมณ์ตลกร้าย” ก็ไม่ปรากฏ) ขณะเดียวกัน เสียงประกอบในซีนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีลักษณะแพรวพราวโดดเด่น ทว่า เป็นเสียงที่ดังสอดแทรกออกมาเพียงวูบเดียวสั้น ๆ หรือเป็นเสียงที่แทบไม่มีนัยยะใด ๆ เชื่อมโยงถึง “ภาพกว้างใหญ่” ที่ปรากฏบนจอ

ราวกับสรยศกำลังอยากจะสื่อถึงสภาวะ “พูดไม่ออกบอกไม่ถูก” บางประการ ผ่านหนังสั้นว่าด้วยคนบันทึกเสียงเรื่องนี้

(6)

โดยสรุป ผมเห็นว่า “อวสานซาวด์แมน” อาจไม่ใช่ “หนังตลก” แต่มันเป็นหนังสั้นที่จริงจังและดีมาก ๆ เรื่องหนึ่ง ซึ่งสมควรดูอย่างยิ่ง (หากมีโอกาส)

Advertisements
ข่าวบันเทิง

หนังสั้น “อวสานซาวด์แมน” ฉายรอบแรกในไทย 12 ม.ค.นี้

วันที่ 12 มกราคม 2561 เวลา 19.00 น. ที่สมาคมฝรั่งเศส ถนนวิทยุ กทม. จะมีการจัดฉายหนังสั้นโปรแกรมพิเศษ Sorayos is NOT a model filmmaker

โดยจะเป็นการรวบรวมภาพยนตร์สั้นของ “สรยศ ประภาพันธ์” นักทำหนังสั้นชาวไทยที่มีผลงานออกไปโลดแล่นในระดับนานาชาติตลอดหลายปีหลัง มานำเสนอจำนวน 5 เรื่อง ได้แก่

บุญเริ่ม, ดาวอินดี้, ของฝากจากสวิตเซอร์แลนด์, รักษาดินแดน และอวสานซาวด์แมน ผลงานหนังสั้นเรื่องล่าสุดของสรยศ ที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง และได้รับรางวัลจากหลายเทศกาล เมื่อปีที่ผ่านมา

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมได้ที่ https://www.facebook.com/events/283624708831299/

สรยศแนวขวาง

ก่อนหน้านี้ สรยศเพิ่งให้สัมภาษณ์กับนัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ ลงในเว็บไซต์ประชาไท เมื่อเดือนธันวาคม 2560

สรยศพูดถึงหนังสั้น “อวสานซาวด์แมน” ว่า นอกจากจะตั้งใจทำหนังเกี่ยวกับเรื่อง “เสียง” แล้ว นิสัยอย่างหนึ่งที่ติดตัวเขา ก็คือ การต้องใส่บริบททางการเมืองภายในประเทศลงไปในผลงานด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ตัวงานมีความแตกต่างจากหนังของประเทศ/ทวีปอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม สรยศยอมรับว่าในฐานะคนทำหนัง ถ้าสามารถตัดเรื่องบริบททางการเมืองภายในประเทศออกไปได้ แล้วสื่อสารด้วยภาษาภาพยนตร์ที่เป็นสากลแบบเพียวๆ ไปเลย ก็น่าจะช่วยให้ผลงานสามารถเข้าถึงผู้ชมนานาชาติในวงกว้างยิ่งขึ้น แต่อีกด้าน เขายอมรับว่านั่นคือสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะหนังต้องมีความเกี่ยวพันกับมนุษย์ และมนุษย์ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโรงภาพยนตร์เพียงเท่านั้น

นอกจากนี้ ดังที่ได้ทราบกันว่าสรยศพยายามจะกล่าวรำลึกถึง “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรม-นักทำหนังสั้น ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หลังหนังสั้น “อวสานซาวด์แมน” ได้รับรางวัลที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน ก็มีองค์ประกอบบางส่วนในหนังเรื่องดังกล่าวที่เชื่อมโยงไปถึงกรณีการเสียชีวิตของชัยภูมิ

สรยศพูดถึงประเด็นนี้ผ่านบทสัมภาษณ์เอาไว้ว่า

“ตอนแรกที่คิดจะทำหนังไม่ได้คิดถึง ตอนเขียนบทเขาก็ยังอยู่ แต่พอเขาตายเราอ่านชื่อเขาแล้วเราก็ เฮ้ย! มันชื่อคนในทีมงานหนังสั้นนี่หว่า แล้วเขาทำเสียงด้วย สุดท้ายก็ตัดสินใจใส่เสียงปืนเข้าไป เพราะมันเกิดขึ้นกับเขาแล้วเขาเป็นซาวด์แมน แค่นั้นแหละ จริงๆ ไม่ได้มีเหตุผลมากกว่านั้น เราไม่ได้อยากพูดว่าเราทำเพราะเขา เราจะทำอยู่แล้ว แต่ที่มันเหี้ยคือเขาเสือกซวยเกิดอะไรขึ้นแบบนั้น เราก็เลยทำส่วนนั้นเพิ่ม

“เราเซ็งมาก เขาไม่ควรตาย เราบ่นกับตัวเองมากเลยนะว่าทำไมยังทำหนังการเมือง แต่ก็เพราะประเทศนี้มันยังมีเรื่องให้พูดถึงอยู่ มี material ให้พูดอยู่”

สรยศ

เมื่อนัชชาถามสรยศว่า เขามีความคิดที่จะทำหนังเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศหรือไม่?

สรยศตอบว่าในฐานะคนทำหนัง เขาไม่ได้หวังถึงขั้นนั้น แม้เขาจะอยากให้ประเทศนี้เปลี่ยนแปลงก็ตาม นักทำหนังสั้นผู้นี้อธิบายต่อว่า เขาแค่ทำหนังเพื่อด่าคนที่ตนเองไม่เห็นด้วย โดยยกตัวอย่างให้เห็นเป็นภาพต่อภาพ

“เหมือนได้ตบหน้ามึงแล้ว แต่มึงจะเปลี่ยนแปลงรึเปล่าไม่รู้” เขากล่าว

คลิกอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่ https://prachatai.com/journal/2017/12/74664

ข่าวบันเทิง

คนทำหนังไทยกวาดหลายรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์สิงคโปร์

ประกาศผลออกมาแล้ว สำหรับรางวัลสาขาต่างๆ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์ 2017

เริ่มต้นจากสายการประกวดหลัก “ซิลเวอร์ สกรีน อวอร์ดส์” ซึ่งพิจารณามอบรางวัลสาขาต่างๆ ให้แก่ภาพยนตร์ขนาดยาวจากภูมิภาคอาเซียนนั้น รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ตกเป็นของ “อนุชา บุญยวรรธนะ” จากหนังไทยเรื่อง “มะลิลา”

คณะกรรมการระบุถึงเหตุผลในการมอบรางวัลให้แก่อนุชาเอาไว้ว่า

24174424_1881816388514544_3781894476038859976_n
ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Singapore International Film Festival – SGIFF

“รางวัลนี้มอบให้แก่ความเงียบสงบ, การสั่นสะเทือนอารมณ์อย่างสูง รวมถึงการมุ่งสำรวจองค์ประกอบพื้นฐานในการดำรงอยู่ของมนุษย์ผ่านการถ่ายภาพอันสวยงาม อันเป็นผลงานของผู้กำกับภาพยนตร์

“หนังเรื่องนี้ผลักดันคนดูอย่างแผ่วเบาให้ก้าวเข้าไปสู่สภาวะแห่งการเพ่งสมาธิ ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้ไตร่ตรองตรวจสอบตนเอง และความหมายของการดำรงอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันขณะ

“นี่คือหนังว่าด้วยการดำรงอยู่กับปัจจุบัน การดำรงอยู่กับชีวิต และการดำรงอยู่กับความตาย”

ส่วนในสายการประกวดภาพยนตร์สั้นอาเซียนยอดเยี่ยม ปรากฏว่า “สรยศ ประภาพันธ์” ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากหนังสั้นเรื่องดัง “อวสานซาวด์แมน”

สรยศ again
ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Singapore International Film Festival – SGIFF

“ผู้กำกับหนังสั้นเรื่องนี้มีความชำนิชำนาญในการเล่าเรื่องเป็นอย่างยิ่ง

“การเทียบเคียงภาวะของการส่งเสียงกับความเงียบงัน เพื่อถ่ายทอดแก่นเรื่องและประเด็นต่างๆ ภายในหนัง ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โดยไม่ต้องพยายามจะทำอะไรให้หนักมือเกินควร

“แนวทางการกำกับเช่นนั้นส่งผลให้หนังสั้นเรื่องนี้มีทั้งความเฉียบคมและตรงเป้าเป็นอย่างมาก” คณะกรรมการกล่าวยกย่องสรยศ

ขณะเดียวกัน “อวสานซาวด์แมน” ยังได้รับรางวัล Youth Jury Prize จากทางเทศกาลไปอีกหนึ่งรางวัล

นอกจากนี้ Southeast Asian Film Lab ซึ่งเป็นกิจกรรมเวิร์กช็อปแนวทางการพัฒนาเรื่องราวให้แก่ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีโครงการหนังยาวเรื่องแรกอยู่ในมือ ยังมอบรางวัล the Most Promising Project หรือ “โครงการที่น่าจับตาที่สุด” (ตัดสินจากการนำเสนอโปรเจ็คท์หนังยาวต่อหน้าบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์) ให้แก่ โครงการหนังยาวเรื่อง “A Useful Ghost” โดย “รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค”

อุ้ย
ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Vorakorn Ruetaivanichkul

ข้อมูลจาก http://sgiff.com/silver-screen-awards/

ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” ได้รับรางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมที่เนปาล

หลังเพิ่งคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์สั้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ล่าสุด “อวสานซาวด์แมน” หนังสั้นของ “สรยศ ประภาพันธ์” ยังเดินหน้ากวาด “กล่อง” ต่อไป โดยได้รับรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม ในสายการประกวด “Changing Perspective” (มุมมองที่เปลี่ยนแปลงไป) จากเทศกาลภาพยนตร์สั้นนานาชาติ Ekadeshma ประเทศเนปาล

คณะกรรมการตัดสินรางวัลดังกล่าวระบุถึงหนังสั้นไทยเรื่องนี้ว่า

อวสานซาวด์แมน เนปาล

“เป็นงานเสียดสีทางการเมืองอันสนุกสนาน ซึ่งมุ่งยกย่องเหล่าฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระแห่งวงการภาพยนตร์”

ภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Ekadeshma International Short Film Festival

ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” ได้รับรางวัลที่สวิส ผู้กำกับกล่าวรำลึก “ชัยภูมิ ป่าแส” บนเวที

“อวสานซาวด์แมน” หนังสั้นของ “สรยศ ประภาพันธ์” (นักบันทึกเสียงประกอบในภาพยนตร์อินดี้ไทย-อาเซียนหลายเรื่อง) ที่ก่อนหน้านี้เดินทางไปร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติหลายแห่ง เพิ่งได้รับรางวัลชมเชยจากเทศกาลหนังสั้นนานาชาติ Kurzfilmtage Winterthur ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งในคำกล่าวหลังขึ้นรับรางวัลบนเวทีของสรยศ ได้มีการรำลึกถึง “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมทางสังคม-นักทำหนังสั้นชาวลาหู่ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐวิสามัญฆาตกรรมเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ชัยภูมิ ป่าแส

“เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เอ็นจีโอนักทำหนังคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักบันทึกเสียงประกอบภาพยนตร์ด้วย ได้ถูกยิงเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด

“แต่เมื่อพวกเราขอร้องให้มีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมที่ถูกบันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิด พวกเขากลับไม่รับฟังเสียงเรียกร้องของพวกเรา

“แน่นอน ผมยังคงจะทำหนังสั้นเรื่องนี้ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ได้เกิดขึ้น แต่เมื่อเรื่องน่าเศร้านั้นได้บังเกิดขึ้นมา ผมจึงตัดสินใจใส่เสียงลั่นกระสุนปืนประกอบลงไปในหนัง เพื่อย้ำเตือนถึงสิ่งที่พวกเขากระทำกับพวกเรา”

สรยศเปิดเผยข้อความดังกล่าวผ่านสเตตัสภาษาอังกฤษ ที่เขาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวและตั้งค่าเข้าถึงเป็นสาธารณะ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าปรับปรุงมาจากคำกล่าวบนเวทีรับรางวัล

อวสานซาวด์แมน

เมื่อครั้งที่ “อวสานซาวด์แมน” ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเทศกาลภาพยนตร์เวนิส เว็บไซต์ของเทศกาลได้เผยแพร่เนื้อหาย่อของหนังสั้นเรื่องนี้เอาไว้ว่า

“เสียงของผู้คนมักเป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกละเลยเพิกเฉยอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเสียงประกอบในภาพยนตร์ ซึ่งมักไม่ค่อยถูกสนใจไยดีโดยบรรดาผู้ชม ในหนังเรื่องนี้ ตัวละครที่เป็นนักบันทึกเสียงสองคนกำลังทำงานมิกซ์เสียงในขั้นตอนท้ายสุดให้แก่หนังสั้นเรื่องหนึ่ง น่าตั้งคำถามว่าจะมีใครบ้างไหมที่ได้ยินสรรพเสียงเหล่านั้น?”

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังในการทำหนังสั้น “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ ซึ่งเขาระบุว่า

“เสียงคือส่วนประกอบสำคัญในภาพยนตร์ ซึ่งช่วยแต่งแต้มเรื่องราวลงบนชีวิต แต่ผมมักพบว่าคนดูหนังชอบส่งเสียงดังสอดแทรกขึ้นมาในโรงภาพยนตร์ จนดูเหมือนว่ามีคนไม่มากนักที่จะสนใจฟังสุ้มเสียงซึ่งผมบันทึกเอาไว้ ยิ่งกว่านั้น ผมยังอาศัยอยู่ในสถานที่ ที่เสียงของตัวผมเองไม่ได้ถูกรับฟังแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ ผมจึงทำหนังเรื่องนี้ขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อส่วนตัวว่าเสียงในภาพยนตร์นั้นมีสถานะสำคัญ ไม่ต่างกันกับเสียงของประชาชน”

ขอบคุณเนื้อหาและภาพบางประกอบจาก Sorayos Minimal Prapapan

ข่าวบันเทิง

หนังน่าดู “มะลิลา” เตรียมเปิดตัวที่ปูซาน-เผยชื่อภาพยนตร์ไทยอีก3เรื่อง ที่ได้ร่วมเทศกาล

ได้ฤกษ์เปิดภาพนิ่งเซ็ตแรกออกมาแล้ว

สำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่อง “มะลิลา” หนังแนวโรแมนติก-ดราม่า ผลงานการกำกับหนังยาวลำดับที่สองของ “อนุชา บุญยวรรธนะ” (อนธการ)

หนังที่นำแสดงโดยสองดาราชายชื่อดัง “เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ” และ “โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์” จะบอกเล่าเรื่องราวว่าด้วยความรักความอาลัยถึงผู้ที่จากไป

โดย “เชน” (เวียร์ ศุกลวัฒน์) เจ้าของสวนมะลิผู้มีอดีตอันเจ็บปวด และ “พิช” (โอ อนุชิต) ศิลปินนักทำบายศรี อดีตคนรักของเชนในวัยเด็ก ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ทั้งคู่พยายามเยียวยาบาดแผลในอดีต และรื้อฟื้นความสัมพันธ์ผ่านการทำบายศรีอันงดงาม

“มะลิลา” จะเดินทางไปฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมทั้งเข้าประกวดชิงรางวัล “คิม จีซก อวอร์ด” (Kim Jiseok Award) ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิม จีซก” ผู้ร่วมก่อตั้งเทศกาลที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยมีหนังนานาชาติอีก 10 เรื่องเข้าร่วมชิงรางวัลนี้

ทั้งนี้ นอกจาก “มะลิลา” แล้ว ยังมีหนังไทยอีกสามเรื่องซึ่งจะเดินทางไปฉายที่เทศกาลปูซานประจำปีนี้

ประกอบด้วย “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ของเป็นเอก รัตนเรือง และ “ป๊อปอาย มายเฟรนด์” ของเคิร์สเตน ธาน ที่จะเข้าฉายในสาย A Window on Asian Cinema และ “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ ประภาพันธ์ ซึ่งจะเข้าฉายในสาย Wide Angle

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/MalilaMovie/

ข่าวบันเทิง

เปิดเรื่องย่อ-แนวคิดเบื้องหลัง “อวสานซาวด์แมน” หนังสั้นไทยในเวนิสปีนี้

บล็อกคนมองหนังเคยรายงานไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสประจำปี 2017 มีหนังสั้นไทยเรื่อง “อวสานซาวด์แมน” ของ “สรยศ ประภาพันธ์” (นักทำหนังสั้นและผู้ทำหน้าที่บันทึกเสียงในกองถ่ายภาพยนตร์อินดี้ร่วมสมัยหลายๆ เรื่อง) ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดภาพยนตร์สั้นของเซ็คชั่น “Orizzonti” ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากนัก

ล่าสุด เว็บไซต์ทางการของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสได้เผยแพร่เรื่องย่อของหนังสั้นไทยความยาว 16 นาทีเรื่องนี้ ออกมาแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า

“เสียงของผู้คนมักเป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกละเลยเพิกเฉยอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเสียงประกอบในภาพยนตร์ ซึ่งมักไม่ค่อยถูกสนใจไยดีโดยบรรดาผู้ชม ในหนังเรื่องนี้ ตัวละครที่เป็นนักบันทึกเสียงสองคนกำลังทำงานมิกซ์เสียงในขั้นตอนท้ายสุดให้แก่หนังสั้นเรื่องหนึ่ง น่าตั้งคำถามว่าจะมีใครบ้างไหมที่ได้ยินสรรพเสียงเหล่านั้น?”

นอกจากนี้ สรยศยังได้เปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังในการทำหนังสั้นเรื่องนี้เอาไว้ว่า

“เสียงคือส่วนประกอบสำคัญในภาพยนตร์ ซึ่งช่วยแต่งแต้มเรื่องราวลงบนชีวิต แต่ผมมักพบว่าคนดูหนังชอบส่งเสียงดังสอดแทรกขึ้นมาในโรงภาพยนตร์ จนดูเหมือนว่ามีคนไม่มากนักที่จะสนใจฟังสุ้มเสียงซึ่งผมบันทึกเอาไว้ ยิ่งกว่านั้น ผมยังอาศัยอยู่ในสถานที่ ที่เสียงของตัวผมเองไม่ได้ถูกรับฟังแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ ผมจึงทำหนังเรื่องนี้ขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อส่วนตัวว่าเสียงในภาพยนตร์นั้นมีสถานะสำคัญ ไม่ต่างกันกับเสียงของประชาชน”

ที่มา http://www.labiennale.org/en/cinema/2017/program-cinema-2017/sorayos-prapapan-awasarn-sound-man-death-sound-man