ข่าวบันเทิง

“หนัง (เรื่องเมือง) ไทย” ในคานส์, หนังสั้น “เจ้ย” ที่ฮ่องกง และรางวัลล่าสุดของ “ดาวคะนอง”

มี “หนังเกี่ยวกับเมืองไทย” ในคานส์ 2017

prayer

ภาพยนตร์เรื่อง “A Prayer Before Dawn” โดย “Jean-Stéphane Sauvaire” ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในสาย “Midnight Screening” ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2017

โดยหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตจริงของ “บิลลี่ มัวร์” นักโทษชาวต่างชาติ ที่ต้องแสวงหาวิธีการ “อยู่รอด” ภายในคุกไทย ด้วยการฝึกมวยไทยจนกลายเป็นแชมเปี้ยน

“หนังสั้นอภิชาติพงศ์” ที่ฮ่องกง

ablaze

ในโปรแกรม “Short Film Competition Programme I” ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง 2017

มีหนังสั้นชื่อ “Ablaze” ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” รวมอยู่ด้วย

เว็บไซต์ของเทศกาลไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากนัก นอกจากการระบุสั้นๆ ว่า หนังจะนำเสนอภาวะที่เงาของแมกไม้กลายเป็นบทกวี และสภาวะที่อารมณ์ความรู้สึกของคนคู่หนึ่งถูกแชร์ร่วมกัน

อีกหนึ่งรางวัลของ “ดาวคะนอง”

ดาวคะนองอิตาลี

นอกจากโกยรางวัลสำคัญๆ ในประเทศไทยไปได้แล้ว “ดาวคะนอง” ภาพยนตร์ของ “อโนชา สุวิชากรพงศ์” ยังเดินหน้าคว้ารางวัลระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด หนังเพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ลุคคา ประเทศอิตาลี

ยินดีด้วยจ้า

ข่าวบันเทิง

ย้อนดู “Mobile Men” หนังสั้นอภิชาติพงศ์ ในยุคที่ผู้โดยสาร “ห้ามนั่งกระบะหลัง”

“Mobile Men” เป็นผลงานภาพยนตร์สั้นความยาวประมาณ 3 นาที ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ที่ได้รับการผลิตออกมาเมื่อปี 2551

หนังเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานภาพยนตร์, ศิลปะ และวรรณกรรม ที่สร้างขึ้นในโครงการเฉลิมฉลองวาระ 60 ปี ของ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน”

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่บนท้ายกระบะของรถปิ๊กอัพ และพวกเขาต่างกำลังบันทึกภาพของอีกฝ่ายเอาไว้

แม้ชายหนุ่มทั้งคู่คล้ายจะมาจากคนละพื้นที่ของโลก แต่กล้องถ่ายภาพยนตร์ก็เป็นเครื่องมือ ที่ช่วยให้ทั้งคู่ได้พบเจอซึ่งกันและกัน

พวกเขาต่างฝ่ายต่างค่อยๆ เริ่มบันทึกภาพของกันและกัน จากการโคลสอัพไปยังบางเสี้ยวส่วนของร่างกาย ไปสู่การจับภาพให้เห็นร่างกายทั้งเรือนร่าง

อภิชาติพงศ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาสร้างหนังเรื่องนี้ในช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด 5 แห่ง ได้ออกคำสั่งห้าม “แรงงานต่างชาติ” (จากเมียนมา, ลาว และกัมพูชา) ออกจากที่พักในยามค่ำคืน ห้ามพวกเขาใช้โทรศัพท์มือถือ และห้ามออกมาชุมนุมกันในจำนวนเกินห้าคน

ใน “Mobile Men” เขาจึงตัดสินใจใช้นักแสดงนำเป็น “แรงงานต่างชาติ” หนึ่งในนั้น คือ “ใจ” (Jaai) แรงงานจากรัฐฉาน ซึ่งได้งานและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในเมืองไทย แต่ยังมีคนแบบ “ใจ” อีกหลายราย ที่ต้องพบเจอกับสภาพชีวิตอันแตกต่างตรงกันข้าม

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ผมหาหนังเรื่อง “Mobile Men” มาชมอีกครั้ง หลังจากมีการออกคำสั่งตาม ม.44 ห้ามผู้โดยสารนั่งบนกระบะหลังของรถปิ๊กอัพ

ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก http://www.kickthemachine.com

ขอบคุณข้อมูลจาก http://art-for-the-world.blogspot.com

ข่าวบันเทิง

เปิดโปรเจ็คท์ “Ten Years Thailand” โดยเจ้ย-วิศิษฏ์-มะเดี่ยว-อาทิตย์-จุฬญาณนนท์

หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 บล็อกคนมองหนังเผยแพร่ข่าวคราวเกี่ยวกับโปรเจ็คท์ “Films For Free” โครงการระดมทุนเพื่อสร้างภาพยนตร์บนความเชื่อที่ว่างานศิลปะที่สร้างจากอิสรภาพและเสรีภาพทางความคิด สามารถส่งเสริมให้สังคมเคารพความหลากหลายและสามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างได้อย่างสันติ ซึ่งจะกำกับและเขียนบทโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล, เป็นเอก รัตนเรือง และ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Films For Free ของโปรเจ็คท์ภาพยนตร์ดังกล่าวได้อัพเดตข้อมูลล่าสุด โดยอธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการเอาไว้ว่า

จะดีไหมหากเราจะมีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องง้อค่าย ไม่ต้องรอเสี่ย

“Films For Free” คือกองทุนผลิตและพัฒนาภาพยนตร์อิสระ โดยมีโปรเจ็คท์ Ten Years Thailand เป็นโปรเจ็คท์แรก ประเดิมระดมทุนในหมู่คนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นสังคมที่สามารถถกเถียงอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์ และเชื่อในพลังของการเปลี่ยนแปลงที่สื่อสารผ่านศิลปะและภาพยนตร์

โดยสามารถสนับสนุนการระดมทุนและติดตามโปรเจ็คท์ Ten Years Thailand เพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ indiegogo หวังว่าโปรเจ็คท์แรกจะเป็นหมุดหมายที่มั่นคงในการต่อยอดการผลิตภาพยนตร์อิสระเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในอนาคต เพราะคุณก็สามารถกำหนดทิศทางอนาคตวงการภาพยนตร์ไทยได้

จากนั้น เพจดังกล่าวได้เผยแพร่ข้อความเพิ่มเติม มีเนื้อหาว่า

“Ten Years Thailand โครงการภาพยนตร์สั้นห้าเรื่องโดยผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เพื่อจินตนาการถึงประเทศไทยจากวันนี้สู่อนาคตภายในสิบปี”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน Ten Years Thailand ได้ที่

https://www.indiegogo.com/projects/ten-years-thailand-film#/

แล้วพบกันปลายปี 2560

พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพผู้กำกับภาพยนตร์ห้าคนที่จะมาร่วมสร้างโปรเจ็คท์นี้ โดยนอกจากอภิชาติพงศ์, วิศิษฏ์ และชูเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกโครงการยุคแรกเริ่มแล้ว ยังมีคนทำหนังเข้ามาเสริมทีมอีกสองราย ได้แก่ อาทิตย์ อัสสรัตน์ และ จุฬญาณนนท์ ศิริผล

เมื่อเข้าไปดูข้อมูลจากเว็บไซต์ indiegogo มีการระบุว่า “Ten Years Thailand” คือ หนังสั้นห้าเรื่องโดยผู้กำกับชาวไทย ที่จะมาจินตนาการถึงประเทศของพวกเขาภายในช่วงเวลาอีกสิบปีข้างหน้า คนทำหนังเหล่านี้หวังว่าผลงานของพวกตนจะช่วยสร้างสรรค์บทสนทนาและภาพสะท้อนว่าด้วยสังคมไทยยุคปัจจุบัน ซึ่งดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงใหญ่และความไม่แน่นอน

โดย “Ten Years Thailand” เป็นผลงานต่อเนื่องมาจากหนังเรื่อง “Ten Years” ฉบับฮ่องกง ที่พยายามตั้งคำถามถึงอนาคตของเขตปกครองพิเศษแห่งนั้น โดยทางผู้สร้างชาวฮ่องกงได้หวังที่จะส่งมอบภารกิจในการสร้างบทสนทนาและตั้งคำถามทำนองนี้ไปยังคนทำหนังในประเทศอื่นๆ ของทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

ข่าวบันเทิง

หนังสารคดีไทยน่าสนใจจาก Salaya Doc 7

เวียนกลับมาอีกครั้ง สำหรับเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติศาลายาครั้งที่ 7

โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-26 มีนาคม 2560 ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน

สำหรับเทศกาลปีนี้ จะมีหนังสารคดีไทยน่าสนใจเข้าฉายหลายเรื่อง

ดอกฟ้าในมือมาร

เริ่มต้นจาก “ดอกฟ้าในมือมาร” หนังยาวเรื่องแรกของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ซึ่งผสมผสาน “เรื่องแต่ง” เข้ากับ “เรื่องจริง” เพื่อถ่ายทอด “เรื่องเล่ากระจัดกระจาย” เกี่ยวกับ “ชุมชนชาติไทย” ได้อย่างชวนพิศวง (โดยเฉพาะสำหรับวงการภาพยนตร์ในยุค ค.ศ.2000)

หนังจะฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม เวลา 15.00 น.

หมอนรถไฟ

ตามมาด้วย “หมอนรถไฟ” ผลงานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นของ “สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์” ที่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยของอภิชาติพงศ์มาอย่างยาวนาน นี่เป็นอีกครั้งที่หนังจะเข้าฉายในเมืองไทย หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในประเทศบ้านเกิด ที่เทศกาลเวิลด์ ฟิล์ม เฟสติวัล ออฟ แบงค็อก เมื่อช่วงต้นปี

ผลงานของสมพจน์จะฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม เวลา 16.00 น.

โดยหนังทั้งสองเรื่องนี้จะฉายในสาย Panorama

นิรันดร์ราตรี

 

ถัดมา คือ “นิรันดร์ราตรี” ที่จะจัดฉาย ณ ศาลายา ในวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม เวลา 19.00 น.

หนังสารคดีกึ่งทดลองความยาว 68 นาทีของ “วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย” ซึ่งเพิ่งฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ประเทศเดนมาร์ก เรื่องนี้ พูดถึงภาวะโรยราของโรงหนังแบบสแตนด์อะโลน ผ่านชีวิตของชายฉายหนังคนหนึ่ง ซึ่งทักษะวิชาชีพของเขากลายเป็นสิ่งไร้ค่า เมื่อโรงหนังอันเป็นสถานที่ทำงานได้ปิดตัวลง

ชายผู้นี้เริ่มหันไปหาสุราและหนังสือธรรมะ หลายครั้งคำพูดที่เขาถ่ายทอดออกมากลายเป็นการผสมกันระหว่าง “ความจริง” กับ “การตีความจากทัศนะส่วนบุคคล” และแม้จะพยายามกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกเมีย แต่อะไรต่อมิอะไรก็ยังไม่ดีขึ้น

“นิรันดร์ราตรี” ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในโปรแกรม Life, Death and Cinema

ต้นสะดือ

ปิดท้ายด้วย “ต้นสะดือ” หนังไทยในสาย Asean Competition โดย “เชิดพงษ์ เหล่ายนตร์” ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

หนังพาผู้ชมท่องไปยังดินแดนห่างไกล เพื่อรู้จักกับชนเผ่าคนกลุ่มน้อยชาวปกาเกอะญอ หรือที่รู้จักกันดีว่า “ชาวกะเหรี่ยง”

โดยเล่าเรื่องผ่าน “ชิ” นักดนตรีหนุ่มชาวปกาเกอะญอและปราชญ์ชาวบ้านชาวปกาเกอะญออีกหลายคน ที่จะแนะนำคนดูให้รู้จักกับวัฒนธรรมวิถีชีวิตของชนเผ่าปกาเกอะญอทั่วประเทศไทย จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนเรื่อยลงมาตามแนวภาคเหนือสู่ภาคตะวันตกที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของป่าไม้และภูเขา

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพูดถึงประเด็นใหญ่ คือ เรื่องราววัฒนธรรมความผูกพันกันระหว่างชาวปกาเกอะญอกับป่าตามคติดั้งเดิมที่ว่า “บ้านคือป่า ป่าคือบ้าน” การถกเถียงกันจนเกิดความขัดแย้งว่าทำไมพวกเขาถึงต้องเผาป่า และความเจริญในการพัฒนาแบบถอยหลังที่เข้ามากระตุ้นเร้าและส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอเปลี่ยนแปลงไป

หนังสารคดีเรื่องนี้จะฉายที่หอศิลป์ กทม. วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม เวลา 19.00 น.

ตารางศาลายา

ติดตามรายละเอียดของหนังน่าสนใจเรื่องอื่นๆ ในเทศกาลครั้งนี้ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Salaya Doc

ข่าวบันเทิง

“อภิชาติพงศ์” เริ่มเดินทางสำรวจประเทศโคลอมเบีย ก่อนลงมือทำหนังเกี่ยวกับละตินอเมริกา

เว็บไซต์ฮอลลีวูดรีพอร์ทเตอร์รายงานว่า “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำชาวไทย ได้เริ่มออกเดินทางสำรวจประเทศโคลอมเบีย ซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดสองเดือน เพื่อทำการศึกษารวบรวมข้อมูลในการสร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่ของตนเอง ที่วางแผนไว้ว่าจะถ่ายทำในทวีปอเมริกาใต้

ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม อภิชาติพงศ์ได้เริ่มต้นทริป โดยเขาจะเดินทางจากกรุงโบกาต้า ไปยังเมเดยิน คาลี และโชโค เพื่อแสวงหาแรงบันดาลใจในการทำหนัง

“ผมเริ่มหมกมุ่นกับละตินอเมริกาอย่างจริงจังมาได้สักระยะหนึ่ง” เขากล่าวกับฮอลลีวูด รีพอร์ทเตอร์ ขณะไปปรากฏตัวในโปรแกรมโรเทรสเปคทีฟผลงานของตนเอง ที่เทศกาลภาพยนตร์คาร์ตาเกนา ประเทศโคลอมเบีย

“ตอนผมยังเล็ก ผมหลงรักเรื่องราวการผจญภัยแบบไทยๆ ที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์หรืออะไรทำนองนั้นแบบสุดๆ แต่พอคุณไปสืบค้นต้นตอของมัน มันกลับมีที่มาจากตะวันตก จากมุมมองของคนยุโรปและอเมริกันที่เดินทางมาพร้อมกับลัทธิล่าอาณานิคม แล้วก็สร้างภาพป่าอะเมซอนให้กลายเป็นพื้นที่สุดแสนโรแมนติก ก่อนที่คนไทยและนักเขียนชาวไทย จะได้รับอิทธิพลจากงานพวกนี้มาอีกต่อหนึ่ง แล้วจากนั้น ก็เป็นภาพยนตร์ไทยที่ได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวเกี่ยวกับป่าอันโรแมนติกดังกล่าว”

อภิชาติพงศ์กล่าวถึงสถานการณ์การทำงานศิลปะในประเทศไทยว่า แม้ระบบเซ็นเซอร์ภาพยนตร์จะมีความเข้มงวดมาตั้งแต่ก่อนหน้าการรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 แต่รัฐบาลก่อนการรัฐประหารยังมีแนวทางชัดเจนว่าคนทำหนังห้ามแตะต้องประเด็นอ่อนไหวใดบ้าง ทว่า นับแต่มีรัฐบาลทหาร เส้นแบ่งดังกล่าวกลับพร่าเลือนกว่าเดิม โดยการสร้างสรรค์งานศิลปะประเภทต่างๆ ล้วนตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

“นี่คือภาวะที่ไม่สามารถนำเสนอความจริง เพราะพวกเรายังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ซึ่งมองศิลปะภาพยนตร์เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ บางคราว เมื่อคุณลงมือทำอะไรสักอย่าง พวกเขากลับสามารถแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับคุณได้ง่ายๆ … ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการตีความ สถานการณ์มันเป็นเหมือนในนิยายเรื่อง 1984”

ดังนั้น อภิชาติพงศ์จึงเดินทางออกมาสำรวจประวัติศาสตร์ของประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศบ้านเกิด และโคลอมเบียก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ผมต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับทุกความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ตลอดจนประวัติศาสตร์ในยุคล่าอาณานิคม เพื่อนำสิ่งดังกล่าวส่องสะท้อนกลับไปยังประเทศของผมเอง ขณะเดียวกัน ผมก็จินตนาการเอาไว้ว่า มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่ตนเองจะลงมือทำภาพยนตร์ในประเด็นดังกล่าว จากมุมมองแบบคนท้องถิ่นแท้ๆ ดังนั้น ผมจึงไม่เชื่อว่าตัวเองจะสามารถเล่าเรื่องราวแบบคนท้องถิ่นได้ แต่จะเล่ามันออกมาผ่านมุมมองของชาวต่างชาติมากกว่า” ผู้กำกับดัง กล่าวปิดท้าย

ที่มา http://www.hollywoodreporter.com/news/apichatpong-weerasethakul-shoot-next-feature-colombia-985453

ข่าวบันเทิง

“อภิชาติพงศ์” เข้ารับพระราชทานรางวัล Prince Claus Award ที่เนเธอร์แลนด์ (คลิป)

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล Prince Claus Award จากเจ้าชายคอนสแตนตินแห่งเนเธอร์แลนด์ โดยในพิธีดังกล่าว มีสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชินีแม็กซิม่า ตลอดจนเจ้าหญิงเบียทริกซ์ (อดีตสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์) เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมเป็นเกียรติด้วย

2016 Prince Claus Awards Ceremony

ในปีนี้ มีบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมและการพัฒนาจากนานาชาติ ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวจำนวน 6 คน โดยอภิชาติพงศ์ ได้รับรางวัล The Principal Prince Claus Award ซึ่งถือเป็นรางวัลหลักที่สำคัญที่สุด ขณะที่ผู้ได้รับรางวัล The Additional Prince Claus Awards จำนวนห้าราย ก็มีตั้งแต่เชฟและนักกิจกรรมที่รณรงค์ประเด็นทางด้านอาหารจากเลบานอน ศูนย์พหุศึกษาทางด้านวัฒนธรรมจากปากีสถาน กราฟิก ดีไซเนอร์/ศิลปิน/นักการศึกษา/นักประวัติศาสตร์จากอียิปต์/เลบานอน เว็บไซต์รวบรวมข่าวสารสืบสวนสอบสวนทางเลือกจากโคลอมเบีย และสถาปนิกจากเวียดนาม

ทั้งนี้ ในพิธีมอบรางวัล ได้มีการฉายหนังสั้นเรื่อง Fireworks ของอภิชาติพงศ์ ให้ผู้เข้าร่วมงานรับชมกัน

2016 Prince Claus Awards Ceremony

ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยขึ้นกล่าวบนเวทีหลังได้รับรางวัล โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “นับวันพวกเราจะยิ่งตระหนักถึงความงดงามของความแตกต่างหลากหลายระหว่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่ามันยังมีแง่มุมของความป่าเถื่อนโหดร้ายและอคติปรากฏอยู่ และยังมีอีกหลายสถานที่บนโลกใบนี้ ที่การมีความทรงจำถึงและการร่วมแบ่งปัน (ความแตกต่างหลากหลาย) อาจนำไปสู่อันตราย ผมรับรู้ถึงประเด็นนี้ เพราะตนเองเดินทางมาจากสถานที่ประเภทนั้น คำถามของผมก็คือ เราจะสามารถเอื้อมมือออกไปช่วยเหลือและสื่อสารกับผู้อื่นอย่างเห็นอกเห็นใจได้อย่างไร เมื่อยังมีสถานที่ที่ถูกบริหารจัดการด้วยระบบตรรกะอีกชุดหนึ่งดำรงอยู่?”

(คลิปอภิชาติพงศ์ขึ้นกล่าวปาฐกถาหลังได้รับรางวัล ฉบับเต็ม)

สำหรับรางวัล Prince Claus Awards นั้นจะมอบให้แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการสร้างผลงานเชิงวัฒนธรรมและการพัฒนา โดยคณะกรรมการจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับศิลปินและนักกิจกรรมจากอาณาบริเวณที่มี “ข้อจำกัด” ทางด้านทรัพยากรตลอดจนโอกาสในการแสดงออกทางวัฒนธรรม, การผลิตผลงานเชิงสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

(วิดีโอพรีเซนเทชั่นแนะนำอภิชาติพงศ์ โดยคณะผู้จัดงาน)

ภาพและเนื้อหาจาก http://www.princeclausfund.org/en/activities/2016-prince-claus-awards-presented-in-amsterdam.html

คลิปจาก https://www.youtube.com/channel/UCjv2UloENoK2icxMiFR_vfA

คลิกอ่านปาฐกถาฉบับละเอียดของอภิชาติพงศ์ ได้ทางเว็บไซต์มติชนสุดสัปดาห์

ข่าวบันเทิง

ข่าวดีแวดวงหนังอินดี้ไทย “รักที่ขอนแก่น-ดาวคะนอง” ติดอันดับยอดเยี่ยมนิตยสาร Film Comment

นิตยสาร Film Comment สื่อสิ่งพิมพ์/ออนไลน์ฝั่งอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับภาพยนตร์แนวศิลปะและทดลอง ได้เปิดเผยรายชื่อ 20 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เข้าฉายในสหรัฐ ประจำปี 2016 จากการสำรวจความคิดเห็นของคณะนักเขียนประจำนิตยสาร

นับเป็นข่าวดี เมื่อภาพยนตร์ไทยเรื่อง “รักที่ขอนแก่น” โดยอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ได้ถูกคัดเลือกให้ติดอันดับสี่ของการจัดอันดับครั้งนี้

นอกจากนี้ Film Comment ยังได้จัดอันดับ 20 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ที่ยังไม่ถูกจัดจำหน่ายในสหรัฐ

ซึ่งนับเป็นข่าวดีซ้ำสองของประเทศไทย เมื่อภาพยนตร์เรื่อง “ดาวคะนอง” โดยอโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในบ้านเราขณะนี้ ถูกคัดเลือกให้ติดอันดับเจ็ดของการจัดอันดับดังกล่าว

สำหรับหนังจากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอีกหนึ่งเรื่องที่ติดอันดับยอดเยี่ยมของ Film Comment ก็คือ “The Woman Who Left” ผลงานรางวัลสิงโตทองคำจากเวนิส โดยลาฟ ดิแอซ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฟิลิปปินส์ ที่ติดอันดับเก้าของการจัดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ยังไม่ถูกจัดจำหน่ายในสหรัฐ (ประเภทเดียวกับ “ดาวคะนอง”)

ที่มา http://www.filmcomment.com/blog/best-films-of-2016/

http://www.filmcomment.com/blog/best-undistributed-films-of-2016/