Skip to content

Tag: หนังไทย

3 หนังไทยเล็กๆ ที่น่าจดจำ ในปี 2558

(มติชนสุดสัปดาห์ 1-7 มกราคม 2559)   ปี 2558 ผ่านพ้นไป พร้อมกับภาวะค่อนข้างเซื่องซึมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย อย่างไรก็ตาม หากมองอีกแง่หนึ่ง ความเคลื่อนไหวอันเร่าร้อนกลับไปเกิดขึ้นในแวดวงหนังอิสระหรือหนังอินดี้ ซึ่งนอกจากคนทำหนังสายนี้จะมีความชำนาญในการแสวงหาตำแหน่งแห่งที่ตามเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติให้แก่ตนเองแล้ว พวกเขาก็ยังคล่องแคล่วมากขึ้น กับการยึดกุมพื้นที่ฉายงานภายในประเทศ ในปีที่ผ่านมา มีหนังอินดี้ไทยสามเรื่องที่ผมได้ดูและรู้สึกประทับใจ ได้แก่ “สแน็ป แค่…ได้คิดถึง” ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (หนังเรื่องนี้จะเข้าฉายจริงในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ต่อเนื่องไปถึงเดือนมกราคม 2559), “พี่ชาย […]

“รุ่นพี่” : ผลงานสื่อผสมของ “วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง”

(มติชนสุดสัปดาห์ 11-17 ธันวาคม 2558)   “รุ่นพี่” เป็นผลงานชิ้นใหม่ของ “วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง” หนึ่งในบุคลากรจากวงการโฆษณา ที่เข้ามาพลิกฟื้นคืนชีพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง หรือช่วงต้นทศวรรษ 2540 เพื่อนร่วมรุ่นของวิศิษฏ์อย่าง “เป็นเอก รัตนเรือง” ดูเหมือนจะยังผลิตผลงานภาพยนตร์ออกมาเป็นระยะๆ แม้จะไม่จี๊ดจ๊าดแหวกแนวเหมือนเดิม แต่ก็ถือว่า “มีของ” สำหรับคนทำหนังที่อายุขึ้นต้นด้วยเลข 5 ขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันอีกคนอย่าง “นนทรีย์ นิมิบุตร” ดูคล้ายจะโรยราไปพอสมควร ทั้งในวงการภาพยนตร์ และในวงการโทรทัศน์ วิศิษฏ์น่าจะคล้ายคลึงกับเป็นเอก […]

สแน็ป : การเมืองเรื่องความทรงจำ

(มติชนสุดสัปดาห์ 6-12 พฤศจิกายน 2558)   “สแน็ป” ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” ได้ฤกษ์ฉายรอบปฐมทัศน์โลกไปแล้ว ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว 2015 แม้สุดท้ายจะไม่ได้รางวัลใดๆ ติดไม้ติดมือกลับมาจากญี่ปุ่น แต่หนังเรื่องนี้ก็มีองค์ประกอบหลายอย่าง ที่น่าพูดถึง “สแน็ป” เป็นภาพยนตร์ที่มีบริบทการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เฉกเช่นผลงานส่วนใหญ่ของคงเดช อย่างไรก็ตาม ตัวละครเอกในหนังมิได้ดำเนินชีวิตของตัวเองไปอย่างเป็นเอกเทศ โดยมีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองร่วมสมัยปรากฏขึ้นเป็นเพียงฉากหลังรางๆ และไม่ข้องเกี่ยวโดยตรงกับชีวิตของเหล่าตัวละคร ตรงกันข้าม “สแน็ป” อาจทำให้คนดูหลายคนคิดไปถึง “กอด” ภาพยนตร์อีกเรื่องของคงเดช ซึ่งเคยมีผู้ตีความเอาไว้ว่า การมีหรือไม่มี […]

“ลิฟท์แดง” : หนังว่าด้วยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่ไปไกลกว่าเรื่องความรุนแรง

(ที่มา นิตยสารไบโอสโคป เมื่อหลายปีก่อน) “ลิฟท์แดง” หนังสั้นตอนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยสยองขวัญ” ส่งผลให้ผู้กำกับคู่อย่าง บรรจง สินธนมงคลกุล และ สุทธิพร ทับทิม ได้รับรางวัลหน้าใหม่น่าจับตาประจำปี 2552 จากนิตยสารไบโอสโคปไปครอบครอง หนังสั้นตอนนี้ไม่ได้มีความน่าสนใจอยู่ตรงการได้รับรางวัลดังกล่าวเพียงเท่านั้น แต่ประเด็นที่หนังนำเสนอก็มีความโดดเด่น จนอาจกล่าวได้ว่านี่เป็นหนังไทยว่าด้วยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งมีประเด็นผิดแผกแต่น่าสนใจเป็นที่สุด ในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ มีหนังไทยที่มีเนื้อหาหรือท้องเรื่องอ้างอิงอยู่กับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ‘โคลิค เด็กเห็นผี’ […]

ฟรีแลนซ์ฯ : ทำไมยุ่นจึงไม่สามารถ “เดินสยามฯ เพื่อเดินสยามฯ”? และที่ทางของ “ร้านสะดวกซื้อ” ภายในหนัง

หลังชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ โดยส่วนตัว ผมไปติดใจกับประโยคที่นางเอก คือ "หมออิม" ถามพระเอก คือ หนุ่มฟรีแลนซ์ที่มีอาการป่วยจากการทำงานหนักชื่อ "ยุ่น" ทำนองว่า คุณรู้จัก "การเดินสยามฯ เพื่อเดินสยามฯ มั้ย?" หลังจากคุณหมอสาวเพียรถามฟรีแลนซ์หนุ่มถึงกิจกรรมอดิเรกในยามว่างของเขา ซึ่งชายหนุ่มผู้บ้างาน และไม่ยอมปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปอย่างสูญเปล่า เช่นยุ่น คล้ายจะออกอาการงุนงงว่า "ไอ้การเดินสยามฯ เพื่อเดินสยามฯ" นี่มันคืออะไรกันวะ? ทำไมยุ่นจึงออกอาการเง็งเมื่อเจอคำถามของหมออิม?

บทวิจารณ์ “องค์บาก 2-3” หนังดีที่ถูกลืมของ “จา พนม”

หมายเหตุ เมื่อคืนนอนดูหนัง “องค์บาก 3” ที่ช่อง 7 นำมาฉายตอนประมาณตีสาม แล้วก็ยังรู้สึกสนุกสนานอยู่มากๆ จึงไปรื้อค้นบทวิจารณ์ “องค์บาก 2-3” ที่ผมเคยเขียนลงในนิตยสารไบโอสโคป มาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้ง ณ บล็อกนี้ครับ —– องค์บาก 2: พหุลักษณ์แห่งอำนาจ ‘องค์บาก 2’ เริ่มต้นด้วยเรื่องราวการบุกยึดครองกัมพูชาของกองทัพอโยธยาเมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่ออโยธยา/อยุธยากับกรุงเทพมหานครมีความเชื่อมโยงในฐานะที่เป็นราชธานีหรือศูนย์กลางอำนาจของชาติไทยในอดีตตามประวัติศาสตร์นิพนธ์กระแสหลักเช่นเดียวกัน เรื่องราวของหนังบู๊ไทยร่วมสมัยซึ่งนำแสดงและกำกับโดยลูกอีสานอย่าง พนม ยีรัมย์ (มี พันนา ฤทธิไกร เป็นผู้กำกับร่วม) ที่นำเสนอภาพความเป็นผู้รุกรานของอโยธยาเรื่องนี้ […]

“อนธการ” : การเดินทางระหว่างสองโลก ความรุนแรง และตัวละครลับที่ถูกซ่อนไว้

โลกในสระว่ายน้ำร้างและบ่อขยะ จึงเป็น "โลกที่พลิกกลับด้าน" อย่างกลับหัวกลับหาง นี่คือโลกที่เด็กวัยรุ่นเกย์สองคนได้สถาปนาความเป็นใหญ่ เป็นโลกที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ร่วมรักกัน และเป็นโลกที่พวกเขามีโอกาส (หรืออย่างน้อยก็มีโอกาสคิดฝัน) จะโค่นล้มอำนาจดิบๆ ของพ่อและพี่ ตลอดจนอำนาจอันอ่อนโยนที่เอ่อนองไปด้วยน้ำตาของแม่

“พี่ชาย My Hero” : ภาวะสยบยอม, โลกใบกระดำกระด่าง และหลักการนามธรรมอันพิสุทธิ์

“และเมื่อถามว่า แล้วใครเป็นคนที่ชักจูงเขา พี่จะขอตอบให้ชัดๆ เลยว่า สังคมไทยยังไงล่ะ เพราะสังคมไทย 10 ปีที่ผ่านมา หล่อหลอมลูกชายพี่ตั้งแต่เรียนมัธยม จนเข้าสู่มหาวิทยาลัย สังคมทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ สังคมไทยและผู้ใหญ่ไทยที่สร้างปัญหาไว้ให้เด็กต้องมารับปัญหา มันไม่ใช่ความผิดของเด็ก” เรวดี สิทธิสุราษฎร์ มารดาของ รัฐพล ศุภโสภณ หนึ่งใน 14 นักกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ “พี่ชาย My Hero” หรือในชื่อภาษาอังกฤษไม่มีไทยปนว่า How to Win at Checkers […]

บางระจัน 2: เมื่อ “ประชาทิพย์” ปะทะ “ปีศาจพม่า”

(ปรับปรุงแก้ไขจากงานเก่าในนิตยสารไบโอสโคปเมื่อ 5 ปีก่อนครับ, เมื่อเกิดข่าวโศกนาฏกรรมของ “สิงห์ สควีซ แอนิมอล” ชื่อจริงเดิมของเขา คือ “ประชาธิป” ทำให้ผมนึกถึง “ประชาทิพย์” อันเป็นมโนทัศน์หลักสำคัญในงานบทกวีของไม้หนึ่ง ก.กุนที ช่วงปี พ.ศ.2553-54 และผมก็เคยนำมโนทัศน์ดังกล่าว มาใช้ในบทความที่เขียนถึงหนัง “บางระจัน 2” จึงขออนุญาตนำบทความชิ้นนั้นมาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยตัดทอนเนื้อหาแหลมๆ แรงๆ บางส่วนออกไป) หลายคนวิเคราะห์ว่า “บางระจัน” ภาคแรก ของธนิตย์ จิตนุกูล ซึ่งออกฉายเมื่อปี […]

“2538 อัลเทอร์มาจีบ” : ความลักลั่นของการย้อนอดีต วัฒนธรรมย่อยยุค 90 และคุณพ่อทหารมาดดุ

อย่างไรก็ดี ความไม่ชัดเจนลงตัวหรือความลักลั่นในประเด็นเรื่อง "การย้อนเวลา" ของหนังเรื่องนี้ กลับนำไปสู่ประเด็นอื่นที่น่าสนใจตามมา นั่นคือ หนังอาจแสดงให้เห็นโดยไม่ได้ตั้งใจว่า พ่อกับแม่ของ "ก้อง" ในวัยเกือบๆ จะถึงหรือขึ้นต้นด้วยเลข 4 นั้น "หลงลืม" หรือพยายามลบเลือนอดีตบางอย่างในชีวิตของตนเอง ไม่ว่า "อดีต" นั้นจะเป็นการมีตัวตนของ "ก้อง" ในปี พ.ศ.2538 หรือ การมีชีวิตอยู่ของ "ส้ม" กระทั่งวัฒนธรรมดนตรีแบบอัลเทอร์เนทีฟ ที่เป็นจุดขายหนึ่งของหนังเอง ก็อาจถูกตัวละครพ่อแม่ของ "ก้อง" ที่เติบโตมาพร้อมกับวัฒนธรรมย่อยดังกล่าว ลืมเลือนไปแล้วเหมือนกัน ความปรารถนาจะจดจำอดีตอันงดงามเกี่ยวกับดนตรี "อัลเทอร์ฯ" ของ "ส้ม" และ การหลงเข้าไปรับรู้อดีตของ "ก้อง" จึงดำรงอยู่เคียงคู่กับการ "ลืมเลือน" อดีตบางด้าน ของตัวละครบางคน

October Sonata รักที่รอคอย: การเมืองของลูกกำพร้าและปัจเจกบุคคล

(ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารไบโอสโคป เมื่อช่วงปี 2552) การเมืองของลูกกำพร้า “เมื่อสายใยในชาติขาดสะบั้น / สิ้นสายครรภ์มาตุคามไร้ความหมาย / ก่อนกำหนดกฎกำเนิดเกิดเพื่อตาย / เพียงลิ่มเลือดเละร้ายคล้ายเศษคน / ร่างทารกอัปลักษณ์ทะลักหลุด / ซากมนุษย์ที่ชีวิตถูกปลิดปล้น / ประจานเหตุประเทศนี้เกิดวิกล /เกลื่อนถนนก่นสังหาร…ลูกหลานใคร?” … “หากทารกหกตุลายังเหลือรอด / เด็กที่คลอดกลางลานประหารหมู่ / กระสุนกราดสาดสั่งเสียงพรั่งพรู / สอนให้รู้หลังตระหนกหกตุลา / เป็นวันเกิดที่มากับการดับสิ้น / ต้องขาดวิ่นสูญวัยไร้เดียงสา […]