Skip to content

Tag: หนังไทย

บทวิจารณ์ “องค์บาก 2-3” หนังดีที่ถูกลืมของ “จา พนม”

หมายเหตุ เมื่อคืนนอนดูหนัง “องค์บาก 3” ที่ช่อง 7 นำมาฉายตอนประมาณตีสาม แล้วก็ยังรู้สึกสนุกสนานอยู่มากๆ จึงไปรื้อค้นบทวิจารณ์ “องค์บาก 2-3” ที่ผมเคยเขียนลงในนิตยสารไบโอสโคป มาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้ง ณ บล็อกนี้ครับ —– องค์บาก 2: พหุลักษณ์แห่งอำนาจ ‘องค์บาก 2’ เริ่มต้นด้วยเรื่องราวการบุกยึดครองกัมพูชาของกองทัพอโยธยาเมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่ออโยธยา/อยุธยากับกรุงเทพมหานครมีความเชื่อมโยงในฐานะที่เป็นราชธานีหรือศูนย์กลางอำนาจของชาติไทยในอดีตตามประวัติศาสตร์นิพนธ์กระแสหลักเช่นเดียวกัน เรื่องราวของหนังบู๊ไทยร่วมสมัยซึ่งนำแสดงและกำกับโดยลูกอีสานอย่าง พนม ยีรัมย์ (มี พันนา ฤทธิไกร เป็นผู้กำกับร่วม) ที่นำเสนอภาพความเป็นผู้รุกรานของอโยธยาเรื่องนี้ […]

“อนธการ” : การเดินทางระหว่างสองโลก ความรุนแรง และตัวละครลับที่ถูกซ่อนไว้

โลกในสระว่ายน้ำร้างและบ่อขยะ จึงเป็น "โลกที่พลิกกลับด้าน" อย่างกลับหัวกลับหาง นี่คือโลกที่เด็กวัยรุ่นเกย์สองคนได้สถาปนาความเป็นใหญ่ เป็นโลกที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ร่วมรักกัน และเป็นโลกที่พวกเขามีโอกาส (หรืออย่างน้อยก็มีโอกาสคิดฝัน) จะโค่นล้มอำนาจดิบๆ ของพ่อและพี่ ตลอดจนอำนาจอันอ่อนโยนที่เอ่อนองไปด้วยน้ำตาของแม่

“พี่ชาย My Hero” : ภาวะสยบยอม, โลกใบกระดำกระด่าง และหลักการนามธรรมอันพิสุทธิ์

“และเมื่อถามว่า แล้วใครเป็นคนที่ชักจูงเขา พี่จะขอตอบให้ชัดๆ เลยว่า สังคมไทยยังไงล่ะ เพราะสังคมไทย 10 ปีที่ผ่านมา หล่อหลอมลูกชายพี่ตั้งแต่เรียนมัธยม จนเข้าสู่มหาวิทยาลัย สังคมทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ สังคมไทยและผู้ใหญ่ไทยที่สร้างปัญหาไว้ให้เด็กต้องมารับปัญหา มันไม่ใช่ความผิดของเด็ก” เรวดี สิทธิสุราษฎร์ มารดาของ รัฐพล ศุภโสภณ หนึ่งใน 14 นักกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ “พี่ชาย My Hero” หรือในชื่อภาษาอังกฤษไม่มีไทยปนว่า How to Win at Checkers […]

บางระจัน 2: เมื่อ “ประชาทิพย์” ปะทะ “ปีศาจพม่า”

(ปรับปรุงแก้ไขจากงานเก่าในนิตยสารไบโอสโคปเมื่อ 5 ปีก่อนครับ, เมื่อเกิดข่าวโศกนาฏกรรมของ “สิงห์ สควีซ แอนิมอล” ชื่อจริงเดิมของเขา คือ “ประชาธิป” ทำให้ผมนึกถึง “ประชาทิพย์” อันเป็นมโนทัศน์หลักสำคัญในงานบทกวีของไม้หนึ่ง ก.กุนที ช่วงปี พ.ศ.2553-54 และผมก็เคยนำมโนทัศน์ดังกล่าว มาใช้ในบทความที่เขียนถึงหนัง “บางระจัน 2” จึงขออนุญาตนำบทความชิ้นนั้นมาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยตัดทอนเนื้อหาแหลมๆ แรงๆ บางส่วนออกไป) หลายคนวิเคราะห์ว่า “บางระจัน” ภาคแรก ของธนิตย์ จิตนุกูล ซึ่งออกฉายเมื่อปี […]

“2538 อัลเทอร์มาจีบ” : ความลักลั่นของการย้อนอดีต วัฒนธรรมย่อยยุค 90 และคุณพ่อทหารมาดดุ

อย่างไรก็ดี ความไม่ชัดเจนลงตัวหรือความลักลั่นในประเด็นเรื่อง "การย้อนเวลา" ของหนังเรื่องนี้ กลับนำไปสู่ประเด็นอื่นที่น่าสนใจตามมา นั่นคือ หนังอาจแสดงให้เห็นโดยไม่ได้ตั้งใจว่า พ่อกับแม่ของ "ก้อง" ในวัยเกือบๆ จะถึงหรือขึ้นต้นด้วยเลข 4 นั้น "หลงลืม" หรือพยายามลบเลือนอดีตบางอย่างในชีวิตของตนเอง ไม่ว่า "อดีต" นั้นจะเป็นการมีตัวตนของ "ก้อง" ในปี พ.ศ.2538 หรือ การมีชีวิตอยู่ของ "ส้ม" กระทั่งวัฒนธรรมดนตรีแบบอัลเทอร์เนทีฟ ที่เป็นจุดขายหนึ่งของหนังเอง ก็อาจถูกตัวละครพ่อแม่ของ "ก้อง" ที่เติบโตมาพร้อมกับวัฒนธรรมย่อยดังกล่าว ลืมเลือนไปแล้วเหมือนกัน ความปรารถนาจะจดจำอดีตอันงดงามเกี่ยวกับดนตรี "อัลเทอร์ฯ" ของ "ส้ม" และ การหลงเข้าไปรับรู้อดีตของ "ก้อง" จึงดำรงอยู่เคียงคู่กับการ "ลืมเลือน" อดีตบางด้าน ของตัวละครบางคน

October Sonata รักที่รอคอย: การเมืองของลูกกำพร้าและปัจเจกบุคคล

(ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารไบโอสโคป เมื่อช่วงปี 2552) การเมืองของลูกกำพร้า “เมื่อสายใยในชาติขาดสะบั้น / สิ้นสายครรภ์มาตุคามไร้ความหมาย / ก่อนกำหนดกฎกำเนิดเกิดเพื่อตาย / เพียงลิ่มเลือดเละร้ายคล้ายเศษคน / ร่างทารกอัปลักษณ์ทะลักหลุด / ซากมนุษย์ที่ชีวิตถูกปลิดปล้น / ประจานเหตุประเทศนี้เกิดวิกล /เกลื่อนถนนก่นสังหาร…ลูกหลานใคร?” … “หากทารกหกตุลายังเหลือรอด / เด็กที่คลอดกลางลานประหารหมู่ / กระสุนกราดสาดสั่งเสียงพรั่งพรู / สอนให้รู้หลังตระหนกหกตุลา / เป็นวันเกิดที่มากับการดับสิ้น / ต้องขาดวิ่นสูญวัยไร้เดียงสา […]