ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” อีกหนึ่งหนังสั้นไทยในเวนิส

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ได้ประกาศรายชื่อหนัง 33 เรื่อง ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเซ็คชั่น Orizzonti ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

น่ายินดีว่าหนึ่งในภาพยนตร์สั้นซึ่งถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเซ็คชั่นดังกล่าว คือหนังสั้นไทยชื่อ “อวสานซาวด์แมน” ผลงานของ “สรยศ ประภาพันธ์”

สำหรับสรยศ เคยมีผลงานหนังสั้นเด่นๆ ที่ได้รับรางวัลและได้เข้าร่วมเทศกาลทั้งในไทยและต่างประเทศมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ บุญเริ่ม, ดาวอินดี้ และ รักษาดินแดน

นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกเสียง (ซาวด์แมน) ประจำกองถ่ายหนังอินดี้ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัยจำนวนมาก

ส่งผลให้ปีนี้ จะมีหนังไทยเข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสสองเรื่อง คือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ของเป็นเอก รัตนเรือง และ “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ

ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “ห้าแสนปี” ของชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ก็ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายประกวดของเซ็คชั่น Orizzonti เช่นกัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Sorayos Minimal Prapapan

Advertisements
ข่าวบันเทิง

รู้จัก “Song X” หนังสั้นไทยน่าสนใจ ที่ได้ฉายในเทศกาลโลคาร์โน

“Song X” ผลงานหนังสั้นขาว-ดำ ความยาว 20 นาที และไม่มีบทสนทนา ของ “ปฐมพล เทศประทีป” ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในสาย “Pardi di domani: Concorso internazionale” ซึ่งเป็นสายการประกวดภาพยนตร์ขนาดสั้นและกลางสำหรับคนทำหนังอิสระ-นักเรียนหนังนานาชาติ ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลคาร์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หนังเล่าเรื่องราวของทหารหนีทัพที่ตื่นขึ้นมา แล้วพบร่างของตนเองนอนไร้ชีวิตอยู่บนพื้นดิน เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเริ่มต้นออกเดินทางครั้งใหม่ ก่อนจะได้เผชิญหน้ากับกลุ่มวัยรุ่น ที่ตั้งใจจะประกอบพิธีฌาปนกิจศพให้แก่เขา แต่ขณะเดียวกัน กองทัพก็ส่งกำลังพลออกตามหาร่างไร้วิญญาณของเขาเช่นเดียวกัน

ผลงานภาพยนตร์ชิ้นก่อนหน้านี้ของปฐมพล คือ “Endless, Nameless” ที่ได้รับรางวัลรัตน์ เปสตันยี จากเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 18 (พ.ศ.2557) และถูกนำไปจัดฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติหลายแห่ง

ชมตัวอย่างของหนังสั้นเรื่องนี้ได้ที่นี่ Watch video!

ขอบคุณภาพและคลิปจาก https://pardo.ch/pardo/program/film.html?fid=960748&eid=70

คนมองหนัง

‘จิตร โพธิ์แก้ว’ และงานหนังสั้นมาราธอน

ปีนี้ เป็นปีแรก ที่เทศกาลหนังสั้น ซึ่งจัดโดยมูลนิธิหนังไทย ตัดสินใจงดกิจกรรมฉายหนังสั้นมาราธอนในช่วงก่อนเริ่มต้นเทศกาล (คงเพราะด้วยเหตุผล-ความจำเป็น-ข้อจำกัดบางประการของทางทีมงาน)

ทำให้นึกถึงบทความแปลชิ้นหนึ่งของตัวเองที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2553 ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยความพิเศษและจุดแข็งของงานหนังสั้นมาราธอนในมุมมองของ “คุณจิตร โพธิ์แก้ว” นักดูหนัง ผู้เป็นแฟนประจำของกิจกรรมฉายหนังดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ พยายามค้นหาไฟล์ของบทความชิ้นนี้อยู่นานมาก แต่ก็หาไม่พบ กระทั่งมาเจอเวอร์ชั่นกระดาษของมัน เลยลองสแกนผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ (ได้ผลลัพธ์ที่พออ่านออก แต่อาจจะไม่เนี้ยบนัก) แล้วนำมาเผยแพร่อีกครั้งผ่านบล็อกนี้ ในรูปแบบไฟล์พีดีเอฟครับ

มาร่วมรำลึกถึง “งานหนังสั้นมาราธอน” กันครับ

‘จิตร โพธิ์แก้ว’ และงานหนังสั้นมาราธอน (PDF)

จิตร มาราธอน

 

 

ข่าวบันเทิง

Visual Documentary Project 2017 รับสมัครหนังสารคดีสั้นว่าด้วย “ชีวิตในเมือง”

กลับมาแล้ว สำหรับงานประกวดภาพยนตร์สารคดีสั้น Visual Documentary Project 2017 ที่จัดโดยศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต

โดยหัวข้อการประกวดประจำปีนี้ คือ “Urban Life in Southeast Asia”

ทางโครงการอธิบายโจทย์ของการประกวดเอาไว้ว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ใน ค.ศ.2025 ประชากรเกือบๆ 50 เปอร์เซ็นต์ของภูมิภาคนี้จะอาศัยอยู่ในสังคมเมือง

จึงน่าตั้งคำถามว่าชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ท่ามกลางสภาพภูมิทัศน์ความเป็นเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว?

จากชีวิตในชุมชนแออัดถึงชีวิตในย่านเศรษฐกิจร่ำรวย จากการลงหลักปักฐานอย่างไม่เป็นทางการถึงการใช้ชีวิตในชุมชนที่มีรั้วรอบขอบชิด จากการใช้ชีวิตในย่านเก่าแก่ที่ถูกพัฒนาปรับปรุงใหม่ ถึงการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่ถูกรื้อสร้างเปลี่ยนแปลงจัดระเบียบใหม่แทบทั้งหมด

น่าสนใจว่ามี “คุณค่า” ชนิดใดบ้าง ที่มีส่วนต่อการกำหนดรูปแบบวิถีชีวิตของคนเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้?

นอกจากนั้น ยังน่าตั้งคำถามด้วยว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม, มรดกทางวัฒนธรรม และสุนทรียศาสตร์ มีส่วนในการนิยามวิถีชีวิตคนเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร?

ด้วยเหตุนี้ ในปี 2017 ทางโครงการจึงพยายามมองหาหนังสารคดีที่จะสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของชีวิตในสังคมเมืองแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

vdp_en-01

สำหรับกติกาสำคัญในการส่งผลงานเข้าประกวด มีดังต่อไปนี้

1. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2. ความยาวของหนังสารคดีที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เกิน 30 นาที

3. เจ้าของผลงานจะต้องได้รับการอนุญาต-ความยินยอมจากบุคคลที่เป็นซับเจ็คท์ของหนังสารคดีเรื่องนั้นๆ

4. หนังสารคดีที่ส่งเข้าประกวดควรจะมีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ

5. การส่งผลงานเข้าประกวดจะหมดเขตลงในวันที่ 1 กันยายน 2560

ทั้งนี้ เจ้าของผลงานหนังสารคดีที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ จะได้รับเชิญให้เดินทางไปร่วมงานฉายหนัง Visual Documentary Project 2017 ที่เกียวโตและโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎกติกาและช่องทางการกรอกใบสมัครออนไลน์ สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่นี่ 

ข่าวบันเทิง

ไม่ควรพลาด! “เรียวอิชิ ซากาโมโตะ-อภิชาติพงศ์” ร่วมจัดประกวดหนังสั้นรับอัลบั้มใหม่

นักประพันธ์เพลงและมือทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ระดับโลกชาวญี่ปุ่นอย่าง “เรียวอิชิ ซากาโมโตะ” เพิ่งจะออกอัลบั้มชุดใหม่ชื่อ “async” โดยเขาระบุว่านี่เป็น “ซาวด์แทร็คสำหรับภาพยนตร์ของอังเดร ทาร์คอฟสกี้ ซึ่งไม่มีอยู่จริง” ด้วยเหตุนี้ ซากาโมโตะจึงมีความปรารถนาที่ต้องการจะเห็นว่าเพลงจากผลงานชุดล่าสุดของเขาจะสามารถถูกนำไปใช้ประกอบภาพยนตร์ได้ด้วยวิธีการเช่นใดบ้าง?

ผลลัพธ์ที่ได้คือ การจัดการประกวดภาพยนตร์สั้น “async” ซึ่งจะดำเนินควบคู่ไปกับการเปิดตัวอัลบั้มเพลง

ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินรางวัลในการประกวดหนังสั้นคร้้งนี้ จะได้แก่ ซากาโมโตะ, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และผู้ชมจากทั่วโลก

โดยรางวัลจะถูกแบ่งออกเป็นสามสาขา ได้แก่

“Ryuichi Sakamoto – async Award” ซึ่งซากาโมโตะจะเป็นผู้ตัดสิน

ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ในการนำ “เพลงใหม่หนึ่งเพลง” ซึ่งประพันธ์และโปรดิวซ์โดยซากาโมโตะ ไปใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องต่อไปของตนเอง ร่วมด้วยเงินรางวัล 3,000 เหรียญสหรัฐ, ผลงานเพลงพร้อมลายเซ็นของซากาโมโตะจำนวนสิบชุด

นอกจากนี้ หนังของเขาจะถูกเผยแพร่ในบลูเรย์ดิสก์ของผลงานชุด “async” และแพลทฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ภายใต้การบริหารจัดการของซากาโมโตะและหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

Apichatpong Weerasethakul Award ซึ่งอภิชาติพงศ์จะเป็นผู้ตัดสิน

โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 2,000 เหรียญสหรัฐ, หนังของเขาจะถูกบรรจุอยู่ในแผ่นดิสก์บลูเรย์ของผลงานชุด “async” และแพลทฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ภายใต้การบริหารจัดการของซากาโมโตะ

นอกจากนี้ เขายังจะได้รับบ็อกเซ็ทแผ่นซีดีและไวนิลชุด “Metaphors, Selected Soundworks from The Cinema of Apichatpong Weerasethakul” ซึ่งเป็นผลงานรวมซาวด์แทร็คจากหนังและวิดีโอของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ที่สำคัญสุด อภิชาติพงศ์จะรับเป็นที่ปรึกษาให้แก่โครงการภาพยนตร์เรื่องต่อไปของผู้ได้รับรางวัลสาขานี้

Audience Award

ซึ่งวัดจากจำนวนยอดวิวและยอดไลค์ในเว็บไซต์ Vimeo รวมถึงยอดไลค์ในเฟซบุ๊ก

ผู้ชนะรางวัลสาขานี้ จะถูกเผยแพร่ผลงานในบลูเรย์ดิสก์ของอัลบั้มชุด “async” และแพลทฟอร์มออนไลน์ของซากาโมโตะ นอกจากนั้น จะมีรางวัลพิเศษ ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดออกมา ณ ปัจจุบัน

กติกาสำคัญ

ผู้ต้องการส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องเขียนประวัติสั้นๆ ของตนเองเป็นภาษาอังกฤษจำนวน 500 คำ พร้อมทั้งอัพโหลดตัวหนังลงในเว็บไซต์ Vimeo ก่อนจะส่งประวัติของคุณและลิงก์วิดีโอผ่านใบสมัครออนไลน์ตาม ลิงก์นี้

โดยหนังที่ส่งเข้าประกวด จะต้องใช้เพลงจากอัลบั้มชุด “async” มาประกอบภาพยนตร์จำนวน 1-2 เพลง (เพื่อการประกวดในโครงการนี้เท่านั้น)

กติกาสำคัญอื่นๆ คือ หนังสั้นที่เข้าประกวดต้องมีความยาวไม่เกิน 10 นาที และต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน

การส่งผลงานเข้าประกวดจะหมดเขตลงในวันที่ 30 กันยายน และจะมีการประกาศผลผู้ชนะรางวัลสาขาต่างๆ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกวด ที่นี่

ทั้งนี้ อภิชาติพงศ์ยังได้นำเพลงสองเพลงจากอัลบั้มชุด “async” คือ “disintegration” และ “Life, Life” มาใช้ในผลงานวิดีโอชิ้นใหม่ของเขาที่ใช้ชื่อว่า “first-light” ซึ่งนับเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่างซากาโมโตะ กับ อภิชาติพงศ์ ศิลปินที่ซากาโมโตะเคารพรัก

ผู้สนใจสามารถคลิกชมวิดีโอดังกล่าวได้ที่นี่

ข่าวบันเทิง

หนังสั้นไทย “500,000 ปี” ได้รับรางวัลจากเทศกาล “Oberhausen” ที่เยอรมนี

เทศกาลภาพยนตร์สั้น Oberhausen ครั้งที่ 63 ซึ่งนับเป็นเทศกาลหนังสั้นที่เก่าแก่และสำคัญของประเทศเยอรมนี เพิ่งจะปิดฉากไปเมื่อวานนี้

มีข่าวน่ายินดีว่าหนังสั้นไทยเรื่อง “500,000 ปี” ผลงานการกำกับ “ชัยศิริ จิวะรังสรรค์” ได้รับรางวัล “Principal Prize” ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญลำดับที่สองในสายการประกวดนานาชาติ จากเทศกาลในครั้งนี้ด้วย

คณะกรรมการระบุว่า “500,000 ปี” คือ ภาพยนตร์การเมืองที่ลึกซึ้งและชวนให้ผู้ชมครุ่นคิดตรึกตรองอย่างงดงาม ซึ่งได้สำรวจตรวจสอบถึงสภาพการณ์ที่ความทรงจำถูกก่อร่างสร้างขึ้นโดยประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ, อนุสาวรีย์, ภาพยนตร์ และความรุนแรง

ทั้งนี้ ชัยศิริไม่ได้เดินทางไปรับรางวัลด้วยตนเอง แต่เขาได้ส่งข้อความไปขอบคุณคณะกรรมการและเทศกาล Oberhausen โดยระบุว่า เขาไม่คาดคิดว่าผลงานที่สร้างขึ้นจากความทรงจำในวัยเด็กของตนเองจะนำมาสู่รางวัลอันทรงเกียรตินี้

“ผมเติบโตขึ้นมาในเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีโรงภาพยนตร์ ดังนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับหนังของผมจึงมาจากกิจกรรมการฉายหนังกลางแปลง ผมยังจดจำได้ถึงเสียงกรีดร้องจากหนังไทยสยองขวัญยุคเก่า ที่ดังคลอไปกับเสียงจิ้งหรีดและสัตว์กลางคืนชนิดอื่นๆ

“หลายปีต่อมา ภาพยนตร์กลางแปลงได้ค่อยๆ สูญสิ้นบทบาทลงไป เมื่อโรงหนังระบบมัลติเพล็กซ์และดีวีดีเดินทางมาถึง ปัจจุบัน หนังกลางแปลงจะถูกฉายเพียงเพื่อเป้าหมายในเชิงพิธีกรรมและจิตวิญญาณ ซึ่งคงคล้ายคลึงกับอะไรหลายอย่างในประเทศไทย ที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้คนปกติ แต่กลับถูกสงวนเอาไว้ให้ภูตผีวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่จับต้องไม่ได้…”

นอกจากนั้น ชัยศิริเผยด้วยว่าภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเขาจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศไทยและชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา

ข่าวบันเทิง

จับตา “หนัง (จาก/เกี่ยวกับ) อาเซียน” ในเทศกาลคานส์ 2017

นอกจากในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2017 จะมีหนังเกี่ยวกับคุกไทยเรื่อง “A Prayer Before Dawn” ของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส “Jean-Stéphane Sauvaire” เข้าฉายนอกสายการประกวดหลัก ในโปรแกรม “Midnight Screening” แล้ว (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่)

ยังมีหนังจาก (หรือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่งในเทศกาลคานส์ปีนี้

w1

เริ่มต้นด้วย “The Venerable W.” ผลงานภาพยนตร์สารคดีโดย “Barbet Schroeder” นักทำหนังอาวุโสเชื้อสายอิหร่านชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะได้ฉายนอกสายการประกวดในโปรแกรม “Special Screenings”

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของ “วีระตุ๊” พระสงฆ์ที่ได้รับความเคารพและทรงอิทธิพลอย่างสูงในประเทศเมียนมา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปลุกกระแสความเกลียดชัง กระทั่งนำไปสู่การเข่นฆ่าทำร้ายประชากรที่นับถือศาสนามุสลิม

หนังเรื่องนี้เป็นภาคสุดท้ายในภาพยนตร์ชุด “ไตรภาคว่าด้วยปีศาจ” ของ Schroeder ถัดจาก “General Idi Amin Dada: A Self Portrait” (1974) และ “Terror’s Advocate” (2007)

marina good

ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์อินโดนีเซียเรื่อง “Marlina the Murderer in Four Acts” ผลงานการกำกับของ “Mouly Surya” ก็ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในสาย “Directors’ Fortnight” ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานของเทศกาลหนังเมืองคานส์

หนังเล่าเรื่องราวของหม้ายสาวชื่อ “Marlina” ที่ออกเดินทางแสวงหาความยุติธรรมและอิสรภาพ หลังจากเธอถูกทำร้ายและปล้นสะดมจากแก๊งนักเลงกลุ่มหนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะลงมือสังหารชายเหล่านั้น

แต่การเดินทางของ Marlina กลับช่างยาวไกล แถมวิญญาณของชายที่ถูกฆ่ายังตามมาหลอกหลอนเธออีกต่างหาก!

น่าสนใจว่าหนึ่งในผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ “Purin Pictures” จากประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย “วิศรา วิจิตรวาทการ” และ “อโนชา สุวิชากรพงศ์” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนหนังอิสระในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

jodika

นอกจากนี้ ในโปรแกรมประกวดภาพยนตร์สั้นของงาน “International Critics’ Week” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคู่ขนานของเทศกาลหนังเมืองคานส์ ยังมีผลงานชื่อ “Jodilerks Dela Cruz, Employee of the Month” ของ “Carlo Francisco Manatad” ผู้กำกับชาวฟิลิปปินส์ ถูกคัดเลือกเข้ามาฉายอีกด้วย

หนังร่วมสร้างระหว่างฟิลิปปินส์และสิงคโปร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องราวการทำงานในวัน/คืนสุดท้ายของพนักงานปั๊มน้ำมันหญิงคนหนึ่ง

ต้องจับตาดูว่ากระแสตอบรับต่อภาพยนตร์เหล่านี้จะเป็นอย่างไรบ้าง