จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

2 ความเท่ห์ใน “เทพสามฤดู 60”: “อำมาตย์อาจอง” กักตัวฝึกพระเวทย์-“สามศรี” มี “สามร่าง”

“เทพสามฤดู 2560” ตอนที่ 41 ประจำวันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 2560 นั้นมีเนื้อหาหรือรายละเอียดหลายจุดน่าสนใจมากๆ ครับ

จุดแรก

ดังที่เคยพูดถึงไว้แล้วว่า ดูเหมือนทางสามเศียรจะพยายามหาทางคลี่คลายปัญหาที่เกิดจากอาการเจ็บป่วยของนักแสดงอาวุโส “กิตติ ดัสกร” อย่างละเอียดลออพอสมควร

เริ่มจากการเกลี่ยบทของ “อำมาตย์อาจอง” (ซึ่งแสดงโดยกิตติ) ไปให้ “หมื่นมิตร” ตัวละครที่เป็นลูกน้องคนสนิทของท่านอำมาตย์

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ทางผู้กำกับ-ผู้เขียนบท ได้มีวิธีจัดการกับการหายตัวไปของ “อำมาตย์อาจอง” ที่ดีและแยบคายกว่านั้น แถมยังเหนือกว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ผ่านๆ มา อีกหลายเรื่อง

(ซึ่งเวลานักแสดงคนใดติดภารกิจสำคัญจนไม่สามารถกลับมาถ่ายละครได้อีก หรือตัวละครที่นักแสดงผู้นั้นรับบทบาทเริ่มหมดความสำคัญในตัวเรื่อง จนผู้กำกับ-ผู้เขียนบทไม่รู้ว่าควรจะไปต่อยังไง ทางค่ายสามเศียรก็มักจะตัดตัวละครดังกล่าวทิ้งไปเสียดื้อๆ)

วิธีการที่ว่าปรากฏอยู่ระหว่างนาทีที่ 35.44-36.36 ของคลิปด้านบน ซึ่งเป็นการเจรจาความกันระหว่าง “ท้าวโคธรรพ์” หนึ่งในตัวร้ายของละคร กับ “หมื่นมิตร” ที่สามารถถอดเป็นบทสนทนาได้ว่า

ท้าวโคธรรพ์: เราจะไปดูสามศรีหน่อย จนป่านนี้แล้วยังไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว (ในภารกิจจับตัวองค์อิศรา) หมื่นมิตร!

หมื่นมิตร: พระเจ้าค่ะ

ท้าวโคธรรพ์: ท่านพ่อ (อำมาตย์อาจอง ที่รับบทโดยกิตติ) เป็นยังไงบ้าง?

หมื่นมิตร: ท่านอำมาตย์ยังอยู่ในห้องฝึกพระเวทย์อยู่พระเจ้าค่ะ

ท้าวโคธรรพ์: อือ ถ้าเช่นนั้น เราคงต้องขอฝากทางนี้ไว้กับเจ้าด้วย

หมื่นมิตร: เอ่อ ข้าพุทธเจ้า… (แสดงสีหน้าวิตกกังวล)

ท้าวโคธรรพ์: ไม่ต้องกลัว เราจะให้ภูตดำอยู่กับเจ้า นอกจากภูตดำแล้ว เรายังมีทหารที่เป็นหูเป็นตาให้กับเราได้อีก

หมื่นมิตร: ถ้าเช่นนั้น ข้าพุทธเจ้าจะพยายามสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดความสามารถพระเจ้าค่ะ

เท่าที่ตามดูละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่างจริงจังมานานหลายปี นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่ค่ายสามเศียรตัดสินใจแก้ไขปัญหานักแสดง “ต้อง” หายไปจากหน้าจอ อย่างเป็นระบบ และสร้างคำชี้แจงแก่คนดูผ่านทางบทสนทนาของตัวละคร

นอกจากนี้ การแก้ปัญหาเรื่องตัวละครอำมาตย์อาจอง ยังบ่งชี้ว่าบทละคร “เทพสามฤดู 2560” นั้น ไม่ได้มุ่งหน้าเดินตาม “เทพสามฤดู 2546” แบบเป๊ะๆ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

ทว่า เมื่อถึงคราต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ด้วยการ “ด้นสด” ทางทีมงานก็สามารถดำเนินเรื่องราวไปในทิศทางอันผิดแผกจากโครงสร้าง/รายละเอียดเดิมๆ ได้บ้าง

จุดที่สอง

สามศรีสามร่าง

นี่เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง ที่ “เทพสามฤดู 2560” ต่างจาก “เทพสามฤดู 2546”

กล่าวคือ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนเช่นกัน มีฉากดวลกันระหว่าง “พระราหู” ตัวละครพระเอกกึ่งเทพกึ่งอสูรขวัญใจแม่ยก กับ “สามศรี” ตัวร้ายหน้าหล่อครึ่งคนครึ่งวัวขวัญใจสาวๆ

ปรากฏว่ามีจังหวะหนึ่ง (นาทีที่ 8.27-11.58 ในคลิปเดิมด้านบน) ที่ “สามศรี” แยกร่างตัวเองออกเป็น “สามร่าง” เพื่อเล่นงาน “พระราหู”

เมื่อตรวจสอบดูฉากเดียวกันใน “เทพสามฤดู 2546” พบว่า “สามศรี” เวอร์ชั่นที่แล้ว ไม่ได้เล่นงาน “พระราหู” ด้วยกลยุทธ์ “แยกสามร่าง” เช่นนี้ (นาทีที่ 10.08-12.24 ในคลิปด้านล่าง)

อย่างไรก็ตาม การแยกร่างของ “สามศรี” ใน “เทพสามฤดู 2546” เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เมื่อเขาแยกร่างตัวเองออกเป็น “4 คน” เหมือนเป็นการสร้าง “มายาภาพ” หลอกล่อ “สุวรรณอัมพร” คนรักของ “พระราหู” (นาทีที่ 8.46-9.32 ในคลิปเดียวกัน)

ดังนั้น การแยกสามร่างของ “สามศรี” จึงถือเป็นนวัตกรรมของ “เทพสามฤดู 2560” ซึ่งไปสอดคล้องต้องกันพอดีกับเรื่องราวฉบับ “วรรณกรรมวัดเกาะ” ที่เล่าว่า

“โคธรรพ์ฤาษี” ได้นำตัวบุตรชายไปประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางการชุมนุมของเทวดา ครุฑ นาค ยักษ์ ก่อนจะปั้นหุ่นดินขึ้นมาสองตัว จากนั้น พระฤาษีจึงนำน้ำอมฤตรดใส่ร่างบุตรชาย พร้อมๆ กับการนำหุ่นดินสองตัวไปสุมไฟ

ท้ายสุด หุ่นดินคู่นั้นก็กลับกลายเป็นมีชีวิต ทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาประดุจเดียวกันกับบุตรชายของโคธรรพ์ฤาษีไม่ผิดเพี้ยน

ด้วยเหตุนี้ พระฤาษีจึงตั้งชื่อบุตรชายว่า “พระสามศรี” (เพราะมีสามร่าง) โดยกุมารดินอีกสองตนที่ถูกเสกขึ้นมานั้น ก็จะมีหน้าที่คอยช่วยดูแลอารักขากุมารตัวจริง รวมถึงช่วยสร้างความพะวักพะวนให้แก่ศัตรู ยามต้องรบทัพจับศึกอีกด้วย

(ที่มา https://konmongnangetc.com/2017/09/17/samsri-threeseasons/)

ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูบ ฟ้ามีตา ช่อง 7 HD

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

แผนการของ “สามศรี” – “ทางเลือกที่สาม” นอกเหนือจาก “องค์อิศรา vs ขันธมาร”

ชอบบทสนทนาช่วงหนึ่งจาก “เทพสามฤดู” ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนครับ

เรื่องของเรื่องคือขันธมาร (ตัวร้ายระดับบิ๊กบอส) มาเร่งรัดสามศรี (ตัวร้ายรุ่นใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกชายของลูกน้องขันธมารอีกที) ให้ไปรีบจัดการพระอิศวรและมาตุลีเทพบุตร ที่ลงมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ธรรมดาปราศจากฤทธิ์เดชใดๆ บนโลก

แต่เมื่อสามศรีตกปากรับคำกับขันธมารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวกลับมาปรับแผนการเสียใหม่ ดังนี้

สามศรี: ภูตดำ เรามีแผนใหม่แล้ว พระอิศวรหรืออิศราอาจจะมีประโยชน์กับเราในภายหลังก็ได้

ภูตดำ: นี่พระโอรสจะขัดคำสั่งองค์ขันธมารหรือพระเจ้าค่ะ?

สามศรี: เราจะเก็บองค์อิศราไว้ต่อรองกับขันธมาร เสด็จพ่อคงพอพระทัยด้วย

ภูตดำ: แต่ข้าพระพุทธเจ้าเกรงว่า…

สามศรี: ริจะเป็นใหญ่ ต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่ว่าองค์ขันธมารหรืออิศราจะขึ้นครองโลก เราก็จะอยู่กึ่งกลางตรงนี้ แต่ถ้าเราได้ขึ้นเป็นใหญ่ซะเอง เจ้าว่ามันไม่ดีกว่าเหรอ?

ภูตดำ: ซึ่งถ้าไม่สำเร็จ เราก็ต้องตาย

สามศรี: (หัวเราะ) แต่ถ้าสำเร็จ เราก็จะเป็นใหญ่เหนือโลกทั้งสาม มันน่าเสี่ยงน้อยอยู่เมื่อไหร่ (หัวเราะ)

เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมดูแล้ว พบว่าละคร “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นปี 2546 และ 2560 ต่างมีบทสนทนาทำนองนี้ด้วยกันทั้งคู่

ส่งผลให้ “สามศรี” แลดูเป็นตัวร้ายที่มีชีวิตชีวา ไม่ได้เป็นตัวร้ายเชื่องๆ ที่ถูกบงการชีวิตโดยพ่อแม่และขันธมาร จนกระทั่งไม่มีโอกาสกำหนดชะตากรรมของตนเองเลย ดังที่มักชอบอธิบายกัน

คลิกดูคลิปละครตอนดังกล่าวได้ที่นี่

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ไขที่มาชื่อ “สามศรี” – ตัวละครรายนี้ใน “นิทานวัดเกาะ” แตกต่างกับใน “ละครทีวี” อย่างไร?

กำเนิด “สามศรี” ในวรรณกรรมวัดเกาะ

สามศรี

สำหรับคนที่ดูละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” อย่างน้อยก็ในเวอร์ชั่น 2546 และ 2560

หนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนอาจนึกคิดอยู่ในใจ ก็คือ ทำไม “สามศรี/สามสี” ต้องมีชื่อว่า “สามศรี/สามสี”?

คำถามข้อนี้เหมือนจะไม่ถูกอธิบายเอาไว้ในละคร แต่เมื่อย้อนไปอ่าน “สามฤดู” ฉบับวรรณกรรมวัดเกาะ ก็จะพบสาเหตุเบื้องหลังอันกระจ่างชัดของนามดังกล่าว

ในนิทานวัดเกาะ “สามศรี” เป็นบุตรของนางสุทัศน์ (ในละครเปลี่ยนชื่อเป็น “ทัศนีย์”) หนึ่งในมเหสีของท้าวตรีภพ ที่ใส่ร้าย “ตัวละครสามฤดู” และแม่จนต้องถูกขับออกจากเมือง

ต่อมา เมื่อท้าวตรีภพทราบความจริง จึงลงโทษขับนางสุทัศน์ออกจากเมืองบ้าง นางต้องตกระกำลำบาก เกือบจะถูกยักษ์ไล่จับเอาไปทำเมีย จนในที่สุด ก็ได้รับการช่วยเหลือจาก “โคธรรพ์ฤาษี”

แล้วโคธรรพ์ฤาษีก็อยู่กินกับนางสุทัศน์ และให้กำเนิดบุตรชายชื่อว่า “สามศรี”

ที่มาของ “สามศรี” ในนิทานวัดเกาะนั้น มีความแตกต่างจากตัวละครชื่อเดียวกันในละครทีวีอยู่พอสมควร

โดยในละครสองเวอร์ชั่นหลังสุดนั้น เรามักคุ้นชินกับการที่ “โคธรรพ์” (ปีศาจโค) ได้ทำพิธีชุบ “สามศรี/สามสี” ในน้ำอมฤตจนฆ่าไม่ตาย (โดยมีจุดอ่อนอยู่ที่ข้อเท้ายังกะ “อคิลลีส”)

อย่างไรก็ตาม ในวรรณกรรมวัดเกาะกลับมีรายละเอียดต่างออกไป โดย “โคธรรพ์ฤาษี” ได้นำตัวบุตรชายไปประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางการชุมนุมของเทวดา ครุฑ นาค ยักษ์ ก่อนจะปั้นหุ่นดินขึ้นมาสองตัว จากนั้น พระฤาษีจึงนำน้ำอมฤตรดใส่ร่างบุตรชาย พร้อมๆ กับการนำหุ่นดินสองตัวไปสุมไฟ

ท้ายสุด หุ่นดินคู่นั้นก็กลับกลายเป็นมีชีวิต ทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาประดุจเดียวกันกับบุตรชายของโคธรรพ์ฤาษีและนางสุทัศน์ไม่ผิดเพี้ยน

ด้วยเหตุนี้ พระฤาษีจึงตั้งชื่อบุตรชายว่า “พระสามศรี” (เพราะมีสามร่าง) โดยกุมารดินอีกสองตนที่ถูกเสกขึ้นมานั้น ก็จะมีหน้าที่คอยช่วยดูแลอารักขากุมารตัวจริง รวมถึงช่วยสร้างความพะวักพะวนให้แก่ศัตรู ยามต้องรบทัพจับศึกอีกด้วย

ที่มา ฐานข้อมูลหนังสือเก่าชาวสยาม (สำหรับตอน “โคธรรพ์ฤาษี” ทำพิธีเสกร่างกุมารดินอีกสองตนให้ดู “สามฤดู” เล่มที่ 7)

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” 9-10 ก.ย. ยังไม่ถึง 7!

เทพสามฤดู อีเวนท์

สำหรับคนที่อยากทราบเรตติ้งของละครโทรทัศน์ “เทพสามฤดู” ประจำวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 9-10 กันยายน 2560

ข้อมูลจากกระทู้ของคุณแม่น้องซ่า ใน pantip.com ระบุว่าเรตติ้งของ “เทพสามฤดู” ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายน นั้นอยู่ที่ 6.6 ก่อนจะตกลงมาเป็น 6.1ในวันอาทิตย์ที่ 10

สำหรับยอดวิวทางยูทูบช่องฟ้ามีตา (ช่องทางการของดีด้า-สามเศียร) ของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

โดยยอดชมการไลฟ์สดละครในวันที่ 9 และ 10 กันยายน นั้นอยู่ที่ 3.2 แสน และ 7.2 แสนวิว ตามลำดับ

ขณะที่ยอมชมคลิปเอชดีที่นำมาเผยแพร่หลังจากการไลฟ์สด อยู่ที่ 8.8 แสน (9 ก.ย.) และ 5.5 แสน (10 ก.ย.)

ขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรมสามเศียร