จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้งล่าสุด “สังข์ทอง” – “แว่นตาท้าวสามนต์” ไม่ใช่ของใหม่ มีมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์!

เรตติ้ง 6.9 ของ “สังข์ทอง”

จุดพีกของเรตติ้ง “สังข์ทอง 2561” ประจำสัปดาห์ที่แล้ว คือการขึ้นไปแตะตัวเลข 6.619 ณ วันที่ 8 กรกฎาคม ยังไม่ถึงหลัก 7.0 หรือ 7.1 ซึ่งเคยทำได้ก่อนหน้านี้

สังข์ทอง 6.9

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจากสถิติระหว่างวันที่ 2-8 กรกฎาคม 2561 “สังข์ทอง” ก็ไม่ใช่โปรแกรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่อง 7 และของประเทศไทย เฉกเช่นสัปดาห์ก่อนหน้า

เพราะอย่างน้อยยังมีละคร “เพชรร้อยรัก” (ตอนอวสาน) ที่ออกอากาศทางช่อง 7 เหมือนกัน ซึ่งโกยเรตติ้งไปถึง 7.759

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะในวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม “สังข์ทอง” ยังถือเป็นรายการยอดฮิตอันดับแรกประจำวันนั้น

แม้ว่าวันดังกล่าวจะเป็น “ดีเดย์” ของจุดเริ่มต้นปฏิบัติการพาสมาชิกทีม “หมูป่า อะคาเดมี” ออกจากถ้ำหลวง

แต่รายการข่าวและรายงานสถานการณ์สดของช่องไทยรัฐทีวีและช่อง 7 ที่ว่ามาแรง ด้วยตัวเลขความนิยม 3 ปลายๆ ถึง 4 กลางๆ

ก็ยังสู้เรตติ้งไม่ถึง 7 ของ “สังข์ทอง” ไม่ได้

ที่มาข้อมูล

https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week2-8july-61/

https://www.tvdigitalwatch.com/analysis-10rating-8-07-2561/

“แว่นตาท้าวสามนต์” ของเก่าของแก่ มิใช่เพิ่งมีในละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคใหม่

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “แว่นตา” ของ “ท้าวสามนต์” นั้น เป็นไอเดียใหม่ๆ แผลงๆ ของคนทำละครจักรๆ วงศ์ๆ ในปี 2550 และ 2561

แต่เมื่อตรวจสอบเนื้อหาของบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 แล้ว กลับพบประเด็นน่าตื่นเต้นมากๆ เพราะมีการระบุถึง “แว่นตา” ของ “ท้าวสามนต์” เอาไว้ในบทประพันธ์ด้วย!

แว่นตาท้าวสามนต์

โดยใน “ตอนที่ 8 พระสังข์ตีคลี” ได้กล่าวถึง “แว่นตาท้าวสามนต์” ไว้ว่า

เมื่อนั้น
ท้าวสามนต์ร้องรับให้ดีพ่อ
ตบมืออือเออชะเง้อคอ
เห็นลูกเขยเป็นต่อหัวร่อคัก
ลุกขึ้นโลดเต้นเขม้นมุ่ง
พลัดผลุงลงมาขาแทบหัก
มึนเมื่อยเหนื่อยบอบหอบฮัก
พิงพนักนั่งโยกตะโพกเพลีย
ฉวยคนโทถมยามาดื่มน้ำ
หกคว่ำสำลักแล้วบ้วนเสีย
หยิบบุหรี่จุดไฟไหม้ลามเลีย
วัดถูกจมูกเมียไม่รู้ตัว
สาละวนตึงตังกำลังวุ่น
แม่คุณขอโทษอย่าโกรธผัว
พี่ก็พานแก่ชราหูตามัว
ไม่เห็นตัวว่าใครข้างไหนเลย
ว่าพลางทางเรียกเอาแว่นตา
ใส่จมูกแหงนหน้าดูลูกเขย
ลุกขึ้นมองร้องเออชะเง้อเงย
ยายเอ๋ยอย่าปรารมภ์เป็นรองเรา
แล้วผินมาด่าหกเขยใหญ่
เอออะไรกินข้าวสุกเสียเปล่าเปล่า
สำคัญคิดว่าดีอ้ายขี้เค้า
ออกตีคลีแพ้เขาประเดี๋ยวใจ

มิใช่แค่ “ท้าวสามนต์” หากตัวละครอื่นๆ บางราย ในบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ก็มี “แว่นตา” ใส่เช่นกัน อาทิ “โหราจารย์” (ผู้มีส่วนร่วมในการปั้นความเท็จใส่ร้าย “พระสังข์” ตอนเด็ก) ของ “ท้าวยศวิมล”

ดังบทประพันธ์ใน “ตอนที่ 1 กำเนิดพระสังข์” ที่บรรยายไว้ว่า

บัดนั้น
โหรใหญ่สงสัยเป็นหนักหนา
รับเอาหนังสือที่มือมา
ใส่แว่นตาดูก็รู้ความ
นิ่งนึกตรึกตรองอยู่ในใจ
โลภเห็นแต่จะได้ไม่เกรงขาม
แม้นกูมิรับกลับความ
ทองคำสามชั่งจะคืนไป
ถ้ากูแก้ไขนางจันทา
เงินตราห้าชั่งนั้นจะได้
จึงว่ากับสาวศรีด้วยดีใจ
พอแก้ไขได้เป็นไรมี
แลเหลียวเปลี่ยวคนที่บนเรือน
อิดเอื้อนจะใคร่ประสมศรี
สาวใช้เจ้าเข้าไปในที่
วานหยิบบุหรี่ที่ริมเตียง

ทั้งนี้ “แว่นสายตา” คือประดิษฐกรรมที่ถูกคิดค้นสร้างสรรค์ (ต่อยอด) ขึ้นเป็นครั้งแรกทางตอนเหนือของอิตาลี ตั้งแต่ ค.ศ.1290

มีหลักฐานระบุว่า “แว่นสายตา” ได้ถูกนำเข้ามายังเมืองจีนในช่วงศตวรรษที่ 15 หรือราวๆ 600 ปีก่อน

L0005542 Benjamin Franklin. Coloured aquatint by P. M. Alix, 1790, af

บุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกายุคก่อตั้งประเทศอย่าง “เบนจามิน แฟรงคลิน” ก็ต้องพึ่งพา “แว่นสายตา” เนื่องจากเขามีทั้งอาการสายตาสั้นและสายตายาว

แฟรงคลินมีชีวิตระหว่าง ค.ศ.1706-1790 (พ.ศ.2249-2333) ขณะที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ในหลวงรัชกาลที่ 2) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2310 และเสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ.2367 โดยทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.2352-2367

จึงเป็นไปได้สูงว่าในสมัยรัชกาลที่ 2 นั้น คนไทย/คนสยามบางส่วน (เช่น ชนชั้นนำของสังคม) น่าจะรู้จักและเริ่มใช้สอย “แว่นสายตา” กันบ้างแล้ว

หลักฐานที่ช่วยยืนยันสมมุติฐานข้างต้น ก็คือ บทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง”

ที่มาข้อมูล

บทละครนอกเรื่องสังข์ทอง

https://en.wikipedia.org/wiki/Glasses

ภาพประกอบ (สังข์ทอง)

ยูทูบสามเศียร

ภาพประกอบ (เบนจามิน แฟรงคลิน)

Benjamin Franklin. Coloured aquatint by P. M. Alix, 1790, af Wellcome L0005542.jpg

See page for author [CC BY 4.0 (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0)], via Wikimedia Commons

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“สังข์ทอง” ครองแชมป์เรตติ้งอันดับ 1 ของประเทศ – “พระสังข์” ฉบับนี้ ฟุดฟิดฟอไฟด้วยนะเออ!

เรตติ้ง “สังข์ทอง” ทะลุ 7 – ครองอันดับหนึ่งของประเทศ

ในที่สุด “สังข์ทอง 2561” ก็ทำเรตติ้งได้เกินหลัก 7 อีกครั้ง

โดย www.tvdigitalwatch.com รายงานข้อมูลว่า ละครตอนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 มีตัวเลขความนิยมอยู่ที่ 7.169

ส่งผลให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ สามารถครองตำแหน่งรายการโทรทัศน์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศ (และของช่อง 7) ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-1 กรกฎาคม

เมื่อพระสังข์ “สปีก อิงลิช”

จุดเด่นประการหนึ่งของ “สังข์ทอง” ตอนที่ 37 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งสร้างอารมณ์ขันให้คนดูมากพอสมควร ก็คือ บทสนทนาภาษาอังกฤษ ที่เริ่มต้นโดยตัวละคร “เขยฝรั่ง” หรือ “เจ้าชายจิโอวานนี่”

มีสองซีนที่ผมชอบมากๆ ในละครตอนนี้

two fishes 2

ซีนแรก แฟนละครพื้นบ้านหลายคนคงพูดถึงกันไปบ้างแล้ว ได้แก่ ซีนที่ “พระสังข์” (ผู้ถูกเข้าใจว่าเป็นเทวดา) ของเรา พูดภาษาอังกฤษสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “Two fishes” เพื่ออธิบายให้คู่เขยฝรั่งรับรู้ว่าเขาจะได้ “ปลา” ตอบแทนเป็นจำนวนเพียงสองตัว หลังต้องเสียสละปลายจมูกตนเองเพื่อบวงสรวงสังเวยเทวดาร่างทอง

ปลาปักเป้า 1

ซีนที่สอง ที่ทำเอาผมหลุดหัวเราะก๊ากระหว่างดูทีวี คือ ซีนที่ “เขยจีน” และ “เขยลาว” พยายามอธิบายว่าปลายจมูกของทั้งหกเขยนั้นเว้าแหว่งไป เพราะถูกปลาปักเป้ากัดอย่างทัดเทียมกัน

พอแม่ยายหรือพระมเหสีมณฑาแสดงท่าทีสงสัยว่า ทำไมปลาปักเป้าถึงกัดจมูกบรรดาเจ้าชายพร้อมหน้ากันขนาดนั้น?

“เขยฝรั่ง” ก็ตอบไปว่า “They love justice” ก่อนที่พระพี่เลี้ยงคู่ใจชื่อ “สมิธ” (คนเดียวกับที่รับบท “หมื่นมิตร” ใน “เทพสามฤดู” ฉบับล่าสุด 555) จะมาพากย์ไทยให้พระมเหสีมณฑาฟังอีกทีว่า “ปลาชอบความยุติธรรมพระเจ้าข้า”

ผมออกจะเชื่อมั่นเป็นการส่วนตัวว่า “แก๊กภาษาอังกฤษ” นี่ คงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เรตติ้ง “สังข์ทอง 2561” พุ่งสูงขนาดนี้

ขอบคุณภาพและคลิปจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้งล่าสุด “สังข์ทอง” ประคองตัวที่ 6 ปลายๆ สบายๆ

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า “สังข์ทอง” ตอนที่ 34 และ 35 เมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายน 2561 มีเรตติ้งพุ่งไปถึงหลัก 7 ปลายๆ 8 ต้นๆ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเรตติ้งทางการที่เผยแพร่ผ่าน https://www.tvdigitalwatch.com ระบุว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ ได้รับความนิยมไป 6.903 และ 6.744 ในวันเสาร์-อาทิตย์ดังกล่าวตามลำดับ

แม้จะพีกไปไม่ถึงระดับ 7 ดังที่เคยทำได้ แต่เรตติ้ง 6 ปลายๆ ก็เพียงพอจะส่งผลให้ “สังข์ทอง 2561” นั่งแท่นเป็นโปรแกรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่อง 7 อีกหน

หรือเป็นรายการทีวีเบอร์หนึ่งของช่องโทรทัศน์หมายเลขหนึ่งนั่นเอง!

ขณะเดียวกัน ยอดวิว “สังข์ทอง” สองตอนนั้นในยูทูบสามเศียร  ก็อยู่ที่ 1.7 ล้านวิว และ 1.9 ล้านวิว ตามลำดับ

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ซีนตลกสุดใน “สังข์ทอง”, เรตติ้งเฉียด 8?, เจ็ดเขยล่าเนื้อ และร่วมอนุโมทนาบุญ “ไพโรจน์”

ซีนตลกสุดของ “สังข์ทอง 2561”

ในความคิดเห็นส่วนตัว เท่าที่ตามดู “สังข์ทอง 2561” มาเรื่อยๆ ยอมรับว่าแม้ละครเรื่องนี้จะมีฉากดีๆ ซึ้งๆ ขำๆ ปรากฏขึ้นเป็นระยะ แต่ยังไม่มีซีนไหนที่ผมชอบแบบสุดๆ เลย

จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย. ซึ่งมีฉาก “เขยสอง” หรือ “มังราย” โชว์เล่นกลต่อหน้าท้าวสามนต์และมเหสีมณฑา

ท้าวสามนต์ สายคล้องแว่น

ต้องยอมรับว่า “มุข-แก๊ก” เรื่อง “สายคล้องแว่นตา” ที่ใส่เข้ามาในฉากนี้ มันเหมาะเหม็งลงตัว และเปี่ยมอารมณ์ขันจริงๆ

จะเด็ดแค่ไหน เชิญรับชมได้จากคลิปด้านล่าง

เรตติ้ง “สังข์ทอง” ทะลุ 7 จ่อ 8!?

ผมยังไม่สามารถหาตัวเลขเรตติ้งอย่างเป็นทางการของ “สังข์ทอง” ตอนที่ 32 และ 33 ในวันที่ 16 และ 17 มิถุนายน มานำเสนอได้

อย่างไรก็ดี ข้อมูลไม่เป็นทางการที่เผยแพร่ออกมา โดยอ้างอิงจากบัญชีอินสตาแกรมชื่อ “lakornthaipeunbanofficial” ระบุว่าละครสองตอนดังกล่าวได้รับเรตติ้งสูงถึง 7.894 และ 7.902 ตามลำดับ

มาเเล้วเด้อ!!! #เรตติ้ง #สังข์ทอง เกือบ 8 เเล้ว มาเเรงมากๆๆ ถึงฉากพระสังข์ถอดรูปนี้ พีคเวอร์👏👏👏 โกยเรตติ้งได้อันดับ 1 อีกเเล้ว รายการที่มีคนชมมากที่สุดในไทย ประจำวันที่ 11-17 มิ.ย. 61ของ #ช่อง7HD โกยเรตติ้งตอนล่าสุด ตอนที่ 33 ไปถึง 7.902 #สังข์ทอง #สามเศียร #ช่อง7HD เรตติ้ง Ep.32 ได้ 7.894 เรตติ้ง Ep.33 ได้ 7.902 @surasak_suwannawong @pupe_kessarin @pond_ophaphoom @dara_lakornthaiboran @lakornlocalthai_ch7 @updatesdara_gallery #ม่อนเป้

A post shared by lakornthaipeunbanofficial (@lakornthaipeunbanofficial) on

ไม่ว่าข้อมูลชุดนี้จะคลาดเคลื่อนหรือไม่ แต่ก็น่าเชื่อว่า “สังข์ทอง 2561” คงจะสามารถประคองตัวให้อยู่ในเรตติ้งระดับ 7 แบบสบายๆ ไปได้อีกพักใหญ่ และอาจมีลุ้นพุ่งถึงหลัก 8 ด้วย!

ภาพเจ๋งๆ ของ “เจ็ดเขยล่าเนื้อ”

สุดสัปดาห์นี้ (23-24 มิ.ย. 2561) ละคร “สังข์ทอง 2561” จะเข้าสู่เหตุการณ์ช่วง “เจ็ดเขยหาปลา” กันแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะตามติดมาด้วยเหตุการณ์ “เจ็ดเขยล่าเนื้อ” โดยทันทีหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม อินสตาแกรมสามเศียร ได้เริ่มทยอยปล่อยภาพนิ่งเบื้องหลังระหว่างการถ่ายทำฉากล่าเนื้อออกมา

นับว่าน่าดูชมไม่น้อยทีเดียว

“ไพโรจน์ สังวริบุตร” อุปสมบทครั้งที่สองในชีวิต

ไพโรจน์ แก้วหน้าม้า

ส่งท้ายสัปดาห์นี้ ด้วยการร่วมอนุโมทนาบุญกับ “ไพโรจน์ สังวริบุตร” นักแสดงอาวุโส ที่ฝากผลงานการสวมบทบาทอันยอดเยี่ยม (และเฮฮา) เอาไว้ในละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายเรื่อง (โดยเฉพาะ “สังข์ทอง 2550” และ “แก้วหน้าม้า 2558-59”)

ล่าสุด คุณอาไพโรจน์ ในวัย 65 ปี ได้อุปสมบทที่วัดทุ่งเคล็ด จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีฉายาทางธรรมว่า “กมโลภิกขุ”

นับเป็นการบวชพระครั้งที่สองในชีวิตของนักแสดงผู้นี้

ที่มา https://www.thairath.co.th/content/1314326

ภาพนำจาก อินสตาแกรม และ ยูทูบ “สามเศียร”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“สังข์ทอง” พิชิตเรตติ้ง 7.0-MV ฮิต “รจนาร่ำไห้”-เส้นทางสายบันเทิงของ “พระธิดาปัทมา”

“สังข์ทอง 2561” เรตติ้งทะลุ 7 ซะที

ในที่สุด “สังข์ทอง 2561” ก็โกยเรตติ้งทะลุหลัก 7 ได้เป็นหนแรก โดยละครตอนที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 คว้าดัชนีความนิยมไป 7.016

ส่งผลให้ “สังข์ทอง” ผงาดขึ้นเป็นโปรแกรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่อง 7 ระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน

และเป็น “เบอร์สอง” ในสนามแข่งขันระดับประเทศ โดยพ่ายแพ้เพียงการถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลหญิงระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติญี่ปุ่น ทางช่อง 3

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week4-10june-61/

MV “รจนาร่ำไห้” ยอดผู้ชมเกิน 3 แสนวิวแล้ว

ยูทูบสามเศียรเพิ่งปล่อยคลิปมิวสิควิดีโอเพลง “รจนาร่ำไห้” ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงประกอบละคร “สังข์ทอง” ออกมาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ปรากฏว่าจนถึงช่วงเช้าวันที่ 16 มิถุนายน เอ็มวีดังกล่าวมียอดผู้เข้าชมประมาณ 3.7 แสนวิวเข้าให้แล้ว

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม สามเศียรได้เผยแพร่เอ็มวีเพลง “เจ้าเงาะเพื่อนจ้าจ๊ะทิงจา แบ๊ะแบ๊” ออกมา ซึ่งจนถึงปัจจุบัน คลิปดังกล่าวมียอดคนดูสูงถึง 9.2 แสนวิว

เส้นทางสายบันเทิงของ “พระธิดาปัทมา”: จักรๆ วงศ์ๆ-นางงาม-จักรๆ วงศ์ๆ

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นมากใน “สังข์ทอง 2561” คือ “พระธิดาปัทมา” ที่ชอบเล่นบทโหด ประเคนหมัดเท้าเข่าศอกใส่ “เจ้าชายไชยันต์” (ผู้เพ้อหาแต่เจ้าเงาะ) อยู่เสมอๆ

บล็อกคนมองหนังเคยรายงานว่า “ชนารดี อุ่นทะศรี” ซึ่งรับบท “ปัทมา” พี่สาวคนที่สี่ของ “นางรจนา” มีดีกรีเป็นผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี 2559 และได้เข้าถึงรอบห้าคนสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้ว เส้นทางสายบันเทิงของชนารดี หรือ เพลง กลับมีความสลับซับซ้อนกว่านั้น

“สังข์ทอง 2561” มิใช่ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องแรกสุดของเพลง ชนารดี แต่ก่อนหน้านี้ เธอเคยรับบทเป็นนางร้ายชื่อ “สไบ” ใน “ยอพระกลิ่น 2557”

สไบ ยอพระกลิ่น
ภาพจากยูทูบ สามเศียร

ต่อมา เพลงจึงหันไปโลดแล่นบนเส้นทางสายนางงาม โดยคว้าตำแหน่ง “นางงามไหม” ของจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2558

หลังเข้ารอบห้าคนบนเวที “นางสาวไทย 2559” เพลงมุ่งหน้าไปยังสังเวียนใหญ่กว่าอย่าง “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560” (รุ่นเดียวกับมารีญา) เธอได้ผ่านเข้าถึงรอบ 40 และ 16 คน โดยจัดเป็นตัวเต็งรายหนึ่งจากการประเมินของสื่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตำแหน่งใดๆ กลับมา

เพลง mut 20
ภาพจากเพจ Miss Universe Thailand

เข้าสู่ปี 2561 แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ได้ต้อนรับการหวนคืนสู่ “บ้านหลังเดิม” ของเพลง ชนารดี กับบทบาทแสบๆ ร้ายๆ ใน “สังข์ทอง”

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/pleng_chanaradee/?hl=en

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“เจ้าเงาะกล้ามสวย 2561”: เมื่อ “ตัวตลกบ้าใบ้” ขอแสดงบทบาท “พระเอกรูป (ร่าง) งาม”

คนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่อง “สังข์ทอง” คงจะพอจำแนกได้ออกถึงบทบาทหน้าที่อันแตกต่างกันระหว่าง “พระสังข์” รูปทอง กับ “เจ้าเงาะป่า” บ้าใบ้ตัวดำ

กล่าวคือ “พระสังข์” นั้นมีฐานะเป็นพระเอกรูปงาม ส่วน “เจ้าเงาะ” เป็นพระเอกในเวอร์ชั่นตัวตลกผู้มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์

ทั้งสองตัวละครคือพระเอกในแบบฉบับ “สองคนในร่างเดียว” ซึ่งทำหน้าที่ผิดแผกและแบ่งแยกจากกันอย่างชัดเจน

เงาะ หนำเลี้ยบ
“เงาะป่า” เวอร์ชั่นปี 2550 ก็รับผิดชอบบท “ตัวตลก” เป็นหลัก และมิได้มีมัดกล้ามน่าเกรงขามแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน “เจ้าเงาะ” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ “สังข์ทอง 2561” ที่รับบทโดย “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” จะทำให้เส้นแบ่งดังกล่าวพร่าเลือนกว่าแต่ก่อน

เนื่องจาก “เจ้าเงาะ” ในเวอร์ชั่นใหม่นั้น สวมบทบาทการเป็น “ตัวตลก” สร้างเสียงเฮฮา ไปพร้อมกับการเป็น “ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ” มีมัดกล้ามงดงามชวนมอง

ว่ากันว่านี่อาจเป็น “เจ้าเงาะ” ที่หุ่นดีกว่า “พระสังข์” เสียด้วยซ้ำไป

ดังจะเห็นว่า แม้ตัวละครรายอื่นๆ ส่วนใหญ่ในละครจะเหยียดหยามรูปลักษณ์ “เจ้าเงาะ” ตามรอยจารีตของเรื่องเล่าเดิมๆ แต่อย่างน้อย ก็ยังมี “เจ้าชายไชยันต์” ที่คลั่งไคล้ใหลหลงรูปกายดำๆ ทว่าแลดูแข็งแกร่งของคู่เขยรายนี้

“เจ้าเงาะ” ใน “สังข์ทอง 2561” จึงดูคล้ายจะไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “ตัวตลก” เพียงประการเดียว แต่เขายังเปล่งประกาย “ความเป็นพระเอกรูปงาม” ของตนเองออกมา ผ่านเรือนร่างในลักษณะชายชาตรี

ไม่แน่ใจว่าการที่ “เจ้าเงาะ” มีบทบาทแบบ “ทูอินวัน” เสียเองเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อ “เหรียญอีกด้าน” อย่าง “พระสังข์” หรือไม่?

เพราะอย่างน้อยที่สุด คุณสมบัติ “ความเป็นพระเอกรูป (ร่าง) งาม” ที่ “พระสังข์” เคยครอบครองอยู่คนเดียว ก็ต้องถูกแบ่งสรรปันส่วนมายัง “เจ้าเงาะ” มากพอสมควร

ผิดกับองค์ประกอบ “ความเป็นตัวตลก” ที่ “เจ้าเงาะ” มิได้ถ่ายโอนไปให้ทางฝ่าย “พระสังข์” สักเท่าไหร่

ภาพนำจาก https://www.instagram.com/pond_ophaphoom/?hl=en

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

พ่อ “รจนา” ชื่อ “ท้าวสามนต์” ไม่ใช่ “ท้าวสามล”!

ดูจะมีความเข้าใจผิดกันไม่น้อยว่าตัวละครสำคัญรายหนึ่งใน “สังข์ทอง” คือ พระบิดาของนางรจนานั้นมีชื่อว่า “ท้าวสามล”

อย่างไรก็ดี เมื่อตรวจสอบบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” จากเว็บไซต์วชิรญาณแล้ว พบว่ามีการระบุถึงชื่อของตัวละครรายนี้ว่า “ท้าวสามนต์”

“ท้าวสามนต์” เป็นชื่อที่มีความหมายชัดเจน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานและฉบับมติชนนิยามไว้ตรงกันว่า “สามนต์” เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง “รอบๆ” หรือ “ใกล้เคียง”

ส่วน “สามนตราช” (ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของชื่อ “ท้าวสามนต์”) นั้นหมายถึง “พระราชาแห่งแคว้นที่ใกล้เคียง” หรือ “เจ้าประเทศราช”

น่าสนใจว่าหากพิจารณาจากความหมายของชื่อตัวละคร “ท้าวสามนต์” อาจไม่ใช่พระราชาแคว้นใหญ่นัก แต่อาจเป็น “เจ้าประเทศราช” หรือหนึ่งในเครือข่ายทางอำนาจระดับย่อมๆ ซึ่งรายล้อมศูนย์กลางอำนาจที่มี “พลังทางการเมือง” สูงและเข้มแข็งกว่า

ถ้ามองในแง่นี้ ท่าทีเอาแต่ใจ ชอบยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (จนคนดูเฮฮาขบขัน) ของตัวละคร “ท้าวสามนต์” ดังที่ละคร “สังข์ทอง” อย่างน้อยก็ในเวอร์ชั่นปี 2550 และ 2561 พยายามนำเสนอ

จึงถือเป็นการเล่น “ตลกร้าย” กับนัยยะความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชื่อเสียงเรียงนามของตัวละคร ได้อย่างคมคาย

ของแถม

ขออนุญาตรายงานเรตติ้งของละคร “สังข์ทอง 2561” ประจำสัปดาห์ที่แล้วกันสักเล็กน้อย

โดยละครตอนที่ 28 ในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2561 ได้รับเรตติ้งจากการวัดของนีลเซ่นไป 6.1 (ยอดผู้ชมคลิปย้อนหลังทางยูทูบสามเศียร 1.2 ล้านวิว)

ส่วนละครตอนที่ 29 ในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน ได้รับเรตติ้งไป 6.6 (ยอดผู้ชมคลิปย้อนหลัง 1.4 ล้านวิว)

ที่มาข้อมูล https://pantip.com/topic/37736745 และ ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

อิทธิฤทธิ์ “เจ้าเงาะ-หกเขย”? พา “สังข์ทอง” เรตติ้งพุ่งต่อเนื่อง!

เรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง” (2561) ยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. ละครเรื่องนี้โกยเรตติ้งไป 6.790 (หรือ 6.8) นับว่าสูงกว่าเรตติ้งของรายการมาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2 ตอนจบ (6.563) อีกหนึ่งโปรแกรมเด็ดแห่งช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ เสียอีก

ขณะที่เรตติ้ง “สังข์ทอง” ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. ก็ได้ไป 5.8

น่าสังเกตว่าเรตติ้งของ “สังข์ทอง 2561” กำลังค่อยๆ ทะยานขึ้นจนจวนจะถึงหลัก 7 เมื่อเนื้อหาละครดำเนินมาถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าเงาะ-นางรจนา-หกเขย-หกพระพี่นาง-ท้าวสามนต์-พระมเหสีมณฑา

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาสถิติจากยูทูบช่องสามเศียร ก็จะพบว่าละครตั้งแต่ตอนที่ 22 เป็นต้นมา (หลังเจ้าเงาะป่าเดินทางมาถึงเมืองท้าวสามนต์) นั้นมียอดผู้ชมเกิน 1 ล้านวิวตลอด (แถมหลายคลิปยังเฉียดหรือถึง 1.5 ล้านวิวด้วย) ดังรายละเอียดตามนี้

ตอนที่ 22 (12 พ.ค.) 1.2 ล้านวิว
ตอนที่ 23 (13 พ.ค.) 1.4 ล้านวิว
ตอนที่ 24 (19 พ.ค.) 1.4 ล้านวิว
ตอนที่ 25 (20 พ.ค.) 1.3 ล้านวิว
ตอนที่ 26 (26 พ.ค.) 1.5 ล้านวิว
ตอนที่ 27 (27 พ.ค.) 1.2 ล้านวิว

ข้อมูลจาก

https://www.tvdigitalwatch.com/rating-25-week21-27may-61/

https://pantip.com/topic/37713013

ยูทูบสามเศียร

ขอบคุณภาพประกอบจาก

https://www.instagram.com/pond_ophaphoom/?hl=en

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

หลังจากที่ผ่านมาบล็อกคนมองหนังพูดถึงนักแสดง/ตัวละครหลักของ “สังข์ทอง 2561” มาแล้วหลายหน

คราวนี้ จึงอยากจะขอวิเคราะห์ภาพรวมหรือมองหาแบบแผนอะไรบางอย่าง เพื่อตอบคำถามว่านักแสดงของละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคปัจจุบันนั้น เป็นใครมาจากไหนกันบ้าง?

ลูกหม้อ/เด็กปั้น/ขาประจำ

กลุ่มแรกที่อยากกล่าวถึง คือ นักแสดงที่เป็น “ลูกหม้อ/เด็กปั้น” ของค่ายสามเศียร ที่เห็นชัดๆ เลย ก็ได้แก่ เหล่าดารานำ คู่พระคู่นางทั้งหลายจากละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องต่างๆ

ส่วนใหญ่ของนักแสดงหนุ่มสาวเหล่านี้จะเซ็นสัญญากับทางค่ายดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร และมีผลงานการแสดงในละครของทางค่ายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี นอกจากบรรดาพระเอกนางเอกแล้ว ยังมีนักแสดงลูกหม้อ/เด็กปั้นอีกหลายคน ที่ถือเป็น “ขาประจำ” ผู้โดดเด่น ซึ่งมักได้รับบทบาทสมทบสำคัญๆ ในละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัยแทบทุกเรื่อง เช่น พบศิลป์ โตสกุล, โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์, ณพบ ประสบลาภ และอรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์

พบศิลป์ หรือ “เขยหก” แห่ง “สังข์ทอง 2561” นั้นได้ร่วมแสดงในละครจักรๆ วงศ์ๆ ห้าเรื่องหลังสุด (แก้วหน้าม้า, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง)

ส่วนโอภาภูมิ หรือ “เจ้าเงาะป่า” หุ่นกำยำ ก็เป็นนักแสดงระดับ “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่เริ่มปรากฏตัวตั้งแต่เจ้าหญิงแตงอ่อน, จันทร์สุริยคาธ, มนต์นาคราช, ยอพระกลิ่น, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง พูดอีกอย่าง คือ ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เขามีส่วนร่วมกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร เกือบทุกเรื่อง

ขณะที่ณพบ หรือ “เขยหนึ่ง” ก็เล่นทั้งบทร้ายและดีในละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายเรื่อง ได้แก่ จันทร์สุริยคาธ, มนต์นาคราช, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง

ทางด้านอรศศิพัชร์ที่ทำให้แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ หลงรักจากบท “นางพันธุรัต” ก็มีผลงานการแสดงในละครประเภทนี้สองเฟส เฟสแรกเป็นช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2540 เฟสที่สอง เริ่มต้นด้วยแก้วหน้าม้า (2558-59), อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง

นางงาม

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรระยะหลังนั้นพึ่งพาวงการนางงามอยู่ไม่น้อย นอกจากลูกศร อรศศิพัชร์ ที่เคยประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปี 2544 แล้ว

วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย หรือ มีน ผู้รับบทนางเอกในอุทัยเทวีและนางไม้ในเทพสามฤดู ก็เคยประกวดนางสาวไทยปี 2559 มาก่อน

แม้แต่บุญญาณี สังข์ภิรมย์ ที่รับบทเป็น “พรรณี” นางยักษ์บริวารของนางพันธุรัตใน “สังข์ทอง 2561” ก็มีดีกรีเป็นมิสอินเตอร์คอนติเนนตัลไทยแลนด์ จากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ปี 2558

ก่อนหน้านี้ หากใครจำได้ ค่ายสามเศียรและอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เคยจับมือกันทำแคมเปญให้ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี 2559 ไปร่วมกิจกรรมชาลเลนจ์เล่นละครพื้นบ้าน

ผลลัพธ์ของกิจกรรมดังกล่าวดูจะสร้างประโยชน์ให้ทางสามเศียรมากพอสมควร เพราะไม่เพียงแต่จะได้นางเอกใหม่อย่าง มีน วรัญภรณ์ มาโลดแล่นหน้าจอ

ทว่าสอง (จากเจ็ด) พระธิดาของท้าวสามนต์ใน “สังข์ทอง 2561” ยังเป็นผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 59 ที่เคยผ่านแคมเปญนี้มาแล้วเหมือนกัน

คนแรก ได้แก่ ปิ่นทิพย์ อรชร (รองอันดับหนึ่งนางสาวไทย 2559) ซึ่งรับบทเป็น พรรณผกา” พระธิดาองค์ที่สอง

คนต่อมา ได้แก่ ชนารดี อุ่นทะศรี (เข้ารอบห้าคนสุดท้ายนางสาวไทย 2559) ซึ่งรับบทเป็น ปัทมา” พระธิดาองค์ที่สี่

นักแสดงรุ่นเก๋า-รุ่นกลาง

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมนักแสดงเก่าๆ หลากรุ่นหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่จะมารับบทเป็นเสด็จพ่อ, เสด็จแม่, ท่านอำมาตย์, ท่านหมื่น, คุณท้าว, เทวดา, ตา-ยาย หรือพระฤาษี

อาทิ ธรรมศักดิ์ สุริยน และ ดอน จมูกบาน (ผู้ล่วงลับ) ที่ได้สวมบทบาทแนวนี้ในละครพื้นบ้านดังๆ ช่วง 5-6 ปีหลัง

tv181-1

ใน “สังข์ทอง 2561” เอง ก็มีคนบันเทิงอาวุโสมาลงจอกันมากหน้าหลายตา ทั้งธรรมศักดิ์ ในบท “เทพารักษ์” ใจดี

พอเจตน์ สุรพล สังข์ทอง

พอเจตน์ แก่นเพชร อดีต “ชายกลาง” แห่งต้นทศวรรษ 2520  ในบท “อำมาตย์เดชา” คนสนิทมเหสีจันทา ซึ่งมีลูกคู่คือ “หมื่นอำนาจ” หรือ สุรพล ไพรวัลย์ นักแสดงขาประจำดั้งเดิมขนานแท้อีกรายของค่ายดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร

ตายาย

ร่วมด้วย ครรชิต ขวัญประชา และ เยาวเรศ นิศากร ในบท “ตา-ยาย” ผู้คอยช่วยเหลือมเหสีจันเทวียามตกยาก

ขณะเดียวกัน ละครประเภทนี้ยังเป็นเวทีสำหรับนักแสดงรุ่นกลางๆ ซึ่งเริ่มไม่ค่อยมีที่ทางในจอโทรทัศน์มากนัก เช่น ฉัตรมงคล บำเพ็ญ อดีตพระเอก/ตัวร้ายของละครจักรๆ วงศ์ๆ ท็อปฮิตหลายเรื่องยุค 2530-40 (ก่อนจะประสบมรสุมชีวิตในเวลาต่อมา) ที่หลังจากแก้วหน้าม้า (2558) ก็เพิ่งได้กลับมารับบทเป็น “ท่านหมื่น” แห่งนครสามนต์ใน “สังข์ทอง 2561”

ฉัตรมงคล

รวมทั้ง เพชรฎี (รัฐธรรมนูญ) ศรีฤกษ์ หรือ “ท้าวสามนต์” อดีตพระเอกดาวรุ่งช่อง 7 ผู้เปิดตัวกับละครเรื่อง “111/ตองหนึ่ง” (2539) ที่ระยะหลังๆ หันมารับบทเสด็จพ่อในละครพื้นบ้านเรื่องต่างๆ

ท้าวสามนต์

ส่วนทางฟากนักแสดงหญิงรุ่นกลาง คนหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ ในแวดวงละครพื้นบ้านร่วมสมัย ก็เห็นจะเป็น แคนดี้ ชุติมา เอเวอรี่ ซึ่งระยะหลังๆ ยึดบท “มเหสี/เสด็จแม่” ไว้อย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่เจ้าหญิงแตงอ่อน, มนต์นาคราช, แก้วหน้าม้า, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี และสังข์ทอง

แคนดี้ สังข์ทอง

สำหรับสตรีอีกสองรายที่ได้รับบทสำคัญใน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นใหม่ คือ อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี หรือ “มเหสีจันทา” นางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุค 2540 ซึ่งหวนกลับมาเล่นละครประเภทนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

อ้อม สังข์ทอง

เช่นเดียวกับ ปนัดดา โกมารทัต ผู้รับบท “มเหสีมณฑา” ซึ่งผลงานละครพื้นบ้านก่อนหน้านี้ ได้แก่ “ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง” (2553-54)

ปนัดดา สังข์ทอง

ยิ่งกว่านั้น ยังมีนักแสดงรุ่นเก๋าที่ห่างจอไปนาน ซึ่งหวนมาร่วมแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรอย่างน่าเซอร์ไพรส์ เช่น สุริยัน ปฏิพัทธ์ นักแสดงอาวุโสผู้เคยฝากผลงานเด่นๆ ผ่านจอช่อง 3 ช่วงทศวรรษ 2530 ที่เพิ่งรับบทเป็น “ท่านอำมาตย์ใหญ่” แห่งนครพันธุธานี ใน “สังข์ทอง 2561”

สุริยัน สังข์ทอง

แหล่งที่มาภาพนำ: อินสตาแกรม และ ยูทูบ “สามเศียร”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้งล่าสุด “สังข์ทอง” จวนเจียนจะถึง 7 แล้วจ้า!

เว็บไซต์ http://www.tvdigitalwatch.com รายงานภาพรวมเรตติ้งของทีวีดิจิทัลไทยประจำวันที่ 14-21 พฤษภาคม 2561

ในแง่สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 ยังครองอันดับหนึ่ง ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 2.011 เหนืออันดับสอง คือ ช่อง 3 ซึ่งมีเรตติ้งเฉลี่ย 1.389

ในเชิงรายละเอียด สามกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ช่อง 7 ประสบชัยชนะอย่างงดงาม ก็ได้แก่ สองละครหลังข่าว และหนึ่งละครจักรๆ วงศ์ๆ

โดยโปรแกรมยอดฮิตเบอร์หนึ่งประจำช่อง 7 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ละคร “สัมปทานหัวใจ” ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม โกยเรตติ้งไป 8.439

ถัดมาเป็น “สังข์ทอง” ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม คว้าเรตติ้งไป 6.691

ส่วนเบอร์สาม ได้แก่ ละคร “เล็บครุฑ” ในวันที่ 17 พฤษภาคม ซึ่งมีเรตติ้งความนิยม 6.590

น่าสังเกตว่าเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง” ดูจะขยับขึ้น หลังตัวละครเอกเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่ม พร้อมด้วยการปรากฏตนของตัวละครสำคัญรายอื่นๆ ทั้งนางรจนา ท้าวสามนต์ พระนางมณฑา พระพี่นางและพี่เขยทั้งหก

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลงานล่าสุดของค่ายสามเศียรจะโกยเรตติ้งได้ถึงหลัก 7 หรือไม่?

ที่มาข้อมูล http://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week-14-21may-2561/

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.instagram.com/samsearn