Skip to content

Tag: วิจารณ์

บันทึกถึง “ขุนพันธ์ 2”

ในแง่ความสนุก ความลงตัว ความลื่นไหลของการเล่าเรื่อง ตลอดจนเทคนิคพิเศษต่างๆ หนังภาคนี้ดีกว่าภาคแรกแน่ๆ และมากๆ จุดน่าสนใจและน่าถกเถียง คือ แก่นกลางหลักของหนัง ที่นำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับคาถาอาคม/ความเชื่อเชิงไสยศาสตร์และชุมโจรภาคกลาง มาอธิบายหรือสร้างความชอบธรรมให้แก่แนวคิดกระแสหลักว่าด้วย “อำนาจ-บารมี” แบบไทยๆ มากกว่าจะตีความองค์ประกอบเหล่านั้นในฐานะเรื่องเล่าของความเชื่อ/กลุ่มคน ซึ่ง “ต่อต้านอำนาจรัฐ” แรกๆ หนังวางบุคลิกลักษณะของตัวละครหลายรายไว้อย่างมีมิติ เช่น คนดูจะได้สัมผัสกับ “เสรีไทย” ในมุมที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยครั้งนัก คือเป็น “เสรีไทยแบบเทาๆ” ที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นคนรักชาติ/ต้านญี่ปุ่น กับความเป็นคนนอกกฎหมายหรือคนในระบบกฎหมายที่ใช้อำนาจในทางไม่ถูกต้อง แต่ท้ายสุด ความกำกวมสีเทาๆ เหล่านั้น ก็ค่อยๆ […]

“มา ณ ที่นี้”: “ความเป็นเจ้าของ” “นิทานเปรียบเทียบ” และ “งูปริศนา”

ชวนชมสั้นๆ (สำหรับคนยังไม่ได้ดู)   – “ปราบดา หยุ่น” มีพัฒนาการการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หากเทียบกับ “โรงแรมต่างดาว” หนังขนาดยาวเรื่องแรกของเขา ใน “มา ณ ที่นี้” เขาเลือก (หรือจำเป็นต้อง) เล่าเรื่องราวที่มีปัจจัยสลับซับซ้อน (ชวนเถิดเทิง) ลดน้อยลง เช่นเดียวกับจำนวนตัวละครหลักที่เหลืออยู่แค่สองคน นี่คงส่งผลให้ปราบดาสามารถกำกับหนังได้อยู่มือมากขึ้น – ประเด็นหลักของหนังเรื่องนี้ “เข้าท่า” “คมคาย” “ชัดเจน” ทว่า ก็ชวนให้ขบคิดตีความได้อย่างยืดหยุ่น คนดูหลายรายน่าจะจับได้ไม่ยากเย็นว่าภายใต้ข้อถกเถียงหรือวิวาทะว่าด้วยประเด็น “ความเป็นเจ้าของ” นี่คือ […]

“BNK48 GIRLS DON’T CRY”: สารคดีเชิงพาณิชย์ศิลป์ที่ลงตัว

หนึ่ง พิจารณาในภาพรวม แม้นี่จะไม่ใช่งานชั้นดีเลิศของนวพล แต่ก็เป็นหนังสารคดีว่าด้วยนักร้อง/วงดนตรี/วัฒนธรรมดนตรีที่ไม่ขี้เหร่ หนังมีจังหวะสนุกสนาน และมีช่วงเวลาน่าประทับใจ ที่เผยให้คนดูได้สัมผัสถึงบางด้านซึ่งถูกเก็บงำไว้ของตัวศิลปิน ในฐานะที่ผมไม่ใช่ “โอตะ” ของ “BNK48” จึงเพิ่งมารับรู้แน่ชัดขณะดูหนังว่าคอนเซ็ปท์หลักของไอดอลกรุ๊ปกลุ่มนี้ คือ การมุ่งพัฒนาให้ “เด็กสาวข้างบ้าน” กลายเป็น “ไอดอล” ด้านหนึ่ง หนังพยายามฉายให้เห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลง/เคี่ยวกรำตนเองและฟาดฟันเพื่อนๆ ในวง ของเด็กสาว “BNK48” รุ่นหนึ่ง อย่างเข้มข้น เปี่ยมสีสัน หลากหลายเฉดอารมณ์ สมาชิก “BNK48” ถูกเต๋อแปรสภาพเป็นตัวละครที่มีบุคลิกลักษณะผิดแผกกันไป สมาชิกชื่อเสียงระดับกลางๆ […]

บันทึกถึง “App War: แอปชนแอป”

(เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ!) หนึ่ง “ยรรยง คุรุอังกูร” อาจยังไม่ถือเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้า-ชั้นครีม ของวงการหนังไทยร่วมสมัย แต่หากพิจารณาผลงานหนังยาวทั้งสองเรื่องของเขา คือ “2538 อัลเทอร์มาจีบ” (2558) และ “App War: แอปชนแอป” (2561) ก็ต้องยอมรับว่ายรรยงเป็นคนเล่าเรื่องสนุก และสามารถคัดเลือกกลุ่มตัวละครที่มีประสบการณ์-ปัญหาชีวิตน่าสนใจ มานำเสนอได้อยู่เสมอ จากเรื่องราวของพ่อแม่ที่ได้ย้อนรำลึกความสุข-ความผิดพลาดในช่วงชีวิตวัยรุ่นของตนเอง ท่ามกลางเสียงเพลงยุคอัลเทอร์เนทีฟครองเมือง ปลายทศวรรษ 2530 มาถึงความสัมพันธ์สองหน้า ระหว่างหนุ่มสาววัยเริ่มต้นทำงานสองคน/กลุ่ม ที่หวังจะประสบความสำเร็จในธุรกิจไอที สตาร์ทอัพ ต้นทศวรรษ 2561 สอง […]

Burning: ว่าด้วยการ “มี/ไม่มี” และ “จินตนาการ/ปฏิบัติการ”

(เปิดเผยเนื้อหา เหมาะสำหรับผู้ชมภาพยนตร์แล้ว) มี/ไม่มี: จินตนาการ/ปฏิบัติการ แน่นอน ใครที่ดูหนังมาเรียบร้อยแล้ว คงตระหนักได้ว่าประเด็นหลักอันเป็นจุดใหญ่ใจความของ “Burning” คือ ข้อถกเถียงเรื่อง “การมีอยู่” หรือ “การไม่มีอยู่” ของสิ่งของ/ผู้คนต่างๆ ขณะเดียวกัน “การมีอยู่” และ “การไม่มีอยู่” ก็มิได้ดำรงอยู่โดยแยกขาดจากกัน หากมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างซับซ้อน สิ่งที่ “ไม่มี” อยู่จริง อาจปรากฏว่า “มีขึ้น” ในจินตนาการความคิดฝันได้ หากเรา “ลืม” ว่ามัน “ไม่มีอยู่” […]

“ข้อดี” และ “ข้อด้อย” ของ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ”

ปรับปรุงจากบทความ เขียนถึง “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” และ “มะลิลา” ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 8-14 ธันวาคม 2560 ตามความเห็นส่วนตัว “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ถือเป็นผลงานระดับ “ดี” ของเป็นเอก แต่ไม่ได้ “ดีที่สุด” ถ้าให้เปรียบเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ ของผู้กำกับฯ คนเดียวกัน หนังเรื่องนี้คล้ายจะมีลักษณะร่วมกับ “ฝนตกขึ้นฟ้า” อยู่ไม่น้อย หากพิจารณาจากแก่นแกนความคิดหลักที่ถูกนำเสนอผ่านหนังทั้งสองเรื่อง ซึ่งว่าด้วยการดิ้นรนหลบหนีและเปลี่ยนแปลงตนเองของ “คนสีเทา” ตัวเล็กๆ กับการแผ่ขยายอิทธิพลอันไพศาลของโครงสร้างอำนาจขนาดใหญ่ หนังเล่าเรื่องของดารานางร้ายละครโทรทัศน์ชื่อดังที่ใช้ชีวิตคู่อย่างไม่ค่อยมีความสุขนักกับสามีเศรษฐีฝรั่ง ผู้อุทิศตนให้แก่ลัทธิความเชื่อประหลาด […]

อ่าน “พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ”

(มติชนสุดสัปดาห์ 6-12 มกราคม 2560) ในฐานะคนที่อ่านนิยายรางวัลซีไรต์เรื่อง “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” ไม่จบเล่ม ผมกลับพบว่าตัวเองรู้สึกเพลิดเพลินและสนุกสนานกับ “พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ” นิยายเล่มที่สองของ “วีรพร นิติประภา” จนสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้จบภายในเวลาอันรวดเร็ว (และต้องเข้านอนตอนเช้าถึงสองวันติด) การทดลองเล่นกับภาษาอย่างมีเอกลักษณ์ของวีรพร ยังคงเป็น “ลักษณะเด่น” ของนิยายเรื่องล่าสุด ทว่า ปัจจัยที่ช่วยดึงดูดผมให้อยู่กับ “พุทธศักราชอัสดงฯ” ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นจะเป็นรายละเอียดของเรื่องราวซึ่งมีฉากหลังคือบริบททางการเมืองไทย จากยุค 2475 มาถึงสงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเย็น ตลอดจนการประกอบสร้างชีวประวัติของครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่มิได้ดำเนินตามแนวทางว่าด้วยชีวิตรุ่งเรือง-ร่วงโรยของ “เจ้าสัว” […]