จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัว 12 นักแสดงหญิง ผู้สวมบทบาท “นางสิบสอง” 2562

เนื้อหาของละคร “นางสิบสอง 2562” ซึ่งแพร่ภาพในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม จะเคลื่อนผ่านไปสู่ช่วงเวลาที่พี่น้องตัวละครนำทั้ง 12 นาง เติบใหญ่เป็นสาวรุ่นกันแล้ว

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตพาแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ไปทำความรู้จักนักแสดงที่จะมาสวมบท “นางสิบสอง” เวอร์ชั่นใหม่ แบบคร่าวๆ

โดยทางค่ายสามเศียรได้แบ่งสัดส่วนนักแสดงที่จะมารับบทบาทเป็น “นางสิบสอง” ไว้ในลักษณะ 50-50

คือมี 6 คน ที่เคยผ่านการแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้ว ส่วนอีก 6 คน ถือเป็นมือใหม่ในแวดวงละครพื้นบ้าน

นางสิบสอง 1

โดยนักแสดง 6 คนแรก ซึ่งคงเป็นที่คุ้นตาบรรดาแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคใหม่ ก็ได้แก่

วรัญภรณ์ ณ พัทลุง (พัฒน์ช่วย) รับบท “บัว” พี่สาวคนโต

View this post on Instagram

💝 cr. @annzaa_saturday

A post shared by Mean Waranporn (@mean_waranporn) on

“มีน วรัญภรณ์” ผ่านงานละครจักรๆ วงศ์ๆ มาอย่างหลากหลาย คือ เริ่มต้นด้วยการเป็นนางเอกใน “อุทัยเทวี 2560” เป็นนางไม้ใน “เทพสามฤดู 2560” และเป็นนางเงาะป่าใน “สังข์ทอง 2561”

นอกจากนี้ วรัญภรณ์ยังเคยผ่านเวทีประกวดนางงามระดับชาติ โดยมีดีกรีเป็นมิสมอเตอร์โชว์ 2015 (พ.ศ.2558) และเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย นางสาวไทย พ.ศ.2559

ชนุชตรา สุขสันต์ รับบท “ผัน” พี่สาวคนที่สอง

คนทั่วไปอาจรู้จัก “นาย ชนุชตรา” จากการเป็นภรรยาของ “เคลลี่ ธนะพัฒน์” แต่ในจักรวาลค่ายสามเศียร เธอถือเป็นนักแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ผู้มีงานชุกและต่อเนื่องมากๆ รายหนึ่ง ไล่ตั้งแต่ “มนต์นาคราช 2556” “แก้วหน้าม้า 2558” “เทพสามฤดู 2560” “สังข์ทอง 2561” และ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ชนุชตราเป็นดาราละครพื้นบ้านอีกหนึ่งคน ที่เคยประกวดนางงามมาก่อน โดยเธอผ่านเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2013 (พ.ศ.2556) และเป็นรองอันดับ 1 มิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2013

ชนารดี อุ่นทะศรี รับบท “อี่” พี่สาวคนที่สาม

“เพลง ชนารดี” ถือเป็นนักแสดงหญิงระดับแกนหลักอีกคนของสามเศียร โดยเธอได้รับบทเด่นทั้งใน “สังข์ทอง 2561” และ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ชนารดีเคยเข้าถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ในการประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2559 รวมทั้งเคยเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 (พ.ศ.2560)

ทั้งนี้ ก่อนจะเข้าสู่แวดวงนางงาม ชนารดีก็เคยร่วมแสดงละครพื้นบ้านมาแล้วรอบหนึ่ง โดยเธอเป็นนักแสดงสมทบใน “ยอพระกลิ่น 2557”

อัญรส ปุณณโกศล รับบท “ปอง” พี่สาวคนที่สี่

“พิมพ์ อัญรส” เคยแสดงเป็นพระธิดาฉันทา นางร้ายใน “อุทัยเทวี 2560” และเป็นหนึ่งใน “หกพระพี่นาง” ใน “สังข์ทอง 2561”

เธอคือนักแสดงหญิงค่ายสามเศียรรุ่นปัจจุบันเพียงไม่กี่คน ที่ไม่เคยผ่านเวทีการประกวดนางงามระดับชาติมาก่อน

กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข รับบท “ใย” พี่สาวคนที่เจ็ด

“แก้ม กัญจน์อมล” เคยร่วมแสดงใน “สี่ยอดกุมาร 2559” “สังข์ทอง 2561” และ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

โดยกัญจน์อมลมีดีกรีเป็นผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 (พ.ศ.2558)

เกศรินทร์ น้อยผึ้ง รับบท “เภา” น้องสาวคนสุดท้อง

“ปูเป้ เกศรินทร์” มีสถานะเป็นนางเอกจักรๆ วงศ์ๆ คนสำคัญในช่วงไม่กี่ปีให้หลัง แถมยังเป็นดาราหญิงดาวรุ่งของช่อง 7 อีกด้วย

เธอได้รับบทเด่นเป็นเจ้าหญิงที่ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงเด็กผู้ชายใน “สี่ยอดกุมาร 2559” ก่อนจะสวมบทรจนาในละครฮิต “สังข์ทอง 2561”

เกศรินทร์มีลักษณะคล้ายคลึงกับอัญรส คือ ไม่เคยเข้าประกวดนางงามเวทีใหญ่ๆ มาก่อน แต่เติบโตมาในฐานะเด็กปั้นของค่ายสามเศียร

นางสิบสอง 2

ขณะที่นักแสดงหญิงน้องใหม่ 6 รายหลัง จะประกอบไปด้วย

แพรวรรณ สมศักดิ์ รับบท “คล้อง” พี่สาวคนที่ห้า

ในอินสตาแกรมของ “แพร แพรวรรณ” ระบุว่าเธอเป็นผู้ชนะการประกวด Boy and Girl Thailand 2019

จิดาภา วัชรสินาพร รับบท “คล้าย” พี่สาวคนที่หก

“ปิ๊ง จิดาภา” เคยผ่านการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2015 (พ.ศ.2558) และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 (พ.ศ.2559) มาแล้ว

นอกจากนี้ เธอยังเรียนหนังสือเก่ง จนได้เป็นนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คลิกอ่าน “ปิ๊ง จิดาภา” นักแสดง “นางสิบสอง” ผู้คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะบัญชีฯ จุฬาฯ

ภัทรภร สินธิภักดิ์ รับบท “ไพ” พี่สาวคนที่แปด

“แพรวา ภัทรภร” เป็นอีกคน ที่ผ่านเวทีประกวดนางแบบ-นางงามมามากมาย ทั้งอีลิทโมเดลลุคไทยแลนด์ 2016 (พ.ศ.2559) ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2018 (พ.ศ.2561) มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 (พ.ศ.2561) ล่าสุด เธอเพิ่งคว้าตำแหน่งรองอันดับ 3 จากเวทีมิสเตอร์โชว์ 2019 (พ.ศ.2562) มาครอง

นิรดา เจษฎาปริยากุล รับบท “แสด” พี่สาวคนที่เก้า

“ตั๊ก นิรดา” เป็นผู้มีประสบการณ์จากเวทีนางงาม โดยเธอเคยเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 (พ.ศ.2557) มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2015 (พ.ศ.2558) และ 2017 (พ.ศ.2560) รวมทั้งยังได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสเอิร์ธ 2018 (พ.ศ.2561) อีกด้วย

ซาราห์ สายสกุลเศรษฐ์ รับบท “ปี่” พี่สาวคนที่สิบ

“ซาร่า” เคยเข้าประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2553 และเป็นรองอันดับ 2 มิสมอเตอร์โชว์ 2011 (พ.ศ.2554)

ฐาปนีย์ ศุภรัตนาภิรักษ์ รับบท “ปลอด” พี่สาวคนที่สิบเอ็ด

“น้ำว้า ฐาปนีย์” เคยเข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2014 (พ.ศ.2557) ปัจจุบัน เธอเรียนหนังสือที่ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

คลิกอ่าน รู้จัก “ณพบ ประสบลาภ” ผู้สวมบท “ท้าวรถสิทธิ์ 2562” (พร้อมอัพเดตเรตติ้งละคร “นางสิบสอง”)

คลิกอ่าน “นางสิบสอง 2562” เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่อง “ลูกมากยากจน”

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/lorddida/

สำหรับผู้อยากรู้จักนักแสดงทั้ง 12 คนเพิ่มเติม สามารถดูคลิปเนื้อหาดีๆ ได้ที่ ช่องยูทูบพชรปพน

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ส่งท้ายปีเก่า – 5 ชอบเกี่ยวกับ “สังข์ทอง 2561”

เมื่อถึงวาระสิ้นสุดปีเก่า-ขึ้นปีใหม่ จึงขออนุญาตสรุปสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับ “สังข์ทอง 2561” มาประมาณห้าข้อ แม้ละครจะยังไม่อวสานใน พ.ศ.2561 ก็ตาม

หนึ่ง เจ้าเงาะ

เงาะทรงเครื่อง

ตอนแรกที่ทราบว่า “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” จะมาสวมบท “เจ้าเงาะ” ก็อดกังขาและกังวลแทนไม่ได้ว่าเขาจะรับบท “ตัวตลก” ได้ดีแค่ไหน?

แต่เรตติ้งสูงลิ่วของละคร “สังข์ทอง 2561” ในช่วงที่ “เจ้าเงาะ” (ยึดจอ) ปะทะท้าวสามนต์-หกเขย-หกพระพี่นาง คงเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าปอนด์ โอภาภูมิ สามารถสวมบทเงาะป่าบ้าใบ้ได้ยอดเยี่ยมเพียงใด

ในแง่วิธีการแสดงบทตลก ปอนด์อาจไม่เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง “ผู้กำกับหนำเลี้ยบ” หรือบรรดาดาวตลกที่มีพื้นฐานมาจากนาฏศิลป์พื้นบ้านอื่นๆ เสียทีเดียว ขณะเดียวกัน เขาก็มีเรือนร่างที่กำยำผิดจากนักแสดงตลกรุ่นพี่

อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ของ “เจ้าเงาะ” ฉบับปอนด์ โอภาภูมิ ยังคงสื่อถึงภาวะพลิกหัวกลับหางของอำนาจ หรือการยั่วล้อต่ออำนาจ ได้อย่างแหลมคม เฉกเช่นผลงานของนักแสดงตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ ผู้มาก่อนหน้า

สอง ท้าวสามนต์

ท้าวสามนต์ สายคล้องแว่น

ถ้าตรวจสอบปฏิกิริยาจากยูทูบ ดูเหมือนผู้ชมจำนวนไม่น้อยจะรำคาญ “ท้าวสามนต์” กันมากพอสมควร

ถ้ารำคาญเรื่องการแสดง นั่นก็หมายความว่า “เพชรดี (รัฐธรรมนูญ) ศรีฤกษ์” สอบไม่ผ่าน และยังเทียบ “ไพโรจน์ สังวริบุตร” ผู้รับบท “ท้าวสามนต์” รุ่นก่อนหน้าไม่ได้

แต่ถ้าผู้คนรำคาญบุคลิกลักษณะของตัวละคร “ท้าวสามนต์” ที่หูเบา ลำเอียง หลงตัวเอง ใช้อำนาจในทางที่ผิดเป็นส่วนใหญ่ จนก่อให้เกิดเรื่องราววุ่นวายสุดคณานับ

นั่นก็แสดงว่าเพชรดี/รัฐธรรมนูญ รับบทบาทได้ดี จนสามารถทำให้ผู้ชมพร้อมใจกันแสดงปฏิกิริยาต่อต้านท้าทายอำนาจของ “ท้าวสามนต์” สำเร็จตามเป้าประสงค์ของเรื่องราวมุขปาฐะดั้งเดิม

ดูเหมือนอาการรำคาญ “ท้าวสามนต์” ส่วนใหญ่ จะเป็นท่าทีรำคาญประเภทหลัง และมีบางคอมเมนต์ในยูทูบที่เปรียบเทียบ “ท้าวสามนต์ 2561” กับ “ลุงตู่” ด้วยซ้ำ 555

สาม เจ้าชายไชยันต์

ไชยันต์ คนเหมือนกัน

นี่คือนวัตกรรมข้อแรกของ “สังข์ทอง 2561”

เพราะ “หกเขย 2561” มิได้หลากหลายเพียงในด้านชาติพันธุ์ แต่ยังมีความหลากหลายทางเพศสภาพ

เมื่อตัวละคร “เจ้าชายไชยันต์” แสดงตนอย่างชัดเจนว่าชอบผู้ชาย ชอบเจ้าเงาะ ชอบพระสังข์ ฯลฯ ทว่าต้องท่องคาถา “พระสติ พระเจ้าข้า พระสติ” มาแต่งงานกับธิดานครท้าวสามนต์ เพราะถูกจารีต ระบบ ระเบียบบางอย่าง กดบีบเอาไว้

ความผิดแผกแหวกแนวของ “เจ้าชายไชยันต์” ทำให้เขาประเมินเจ้าเงาะด้วยมุมมอง/สายตาพิเศษที่แตกต่างจากเขยคนอื่นๆ

เจ้าชายไชยันต์ไม่ได้คลั่งไคล้แค่รูปร่างสมชายชาตรีของ “พี่เงาะ” แต่พระองค์ยังยืนยันถึงหลักการที่ว่าเขาเป็น “คนเหมือนกัน” กับเรา และเขาไม่ควรจะได้รับความอยุติธรรมใดๆ จากท้าวสามนต์และห้าเขย

สี่ รจนาสวมรูปเงาะ

รจนา สวมรูปเงาะ 2

นี่คือนวัตกรรมประการที่สองของ “สังข์ทอง 2561”

“รจนาสวมรูปเงาะ” ไม่ใช่แค่แก๊กตลก หรือกลยุทธการยืดเนื้อหาของละครจักรๆ วงศ์ๆ

แต่อีกด้านหนึ่ง การปรากฏกายของ “รจนาสวมรูปเงาะ” ยังเปิดเผยเงื่อนปมทางจิตวิทยาและวิกฤตอัตลักษณ์ของตัวละครนำใน “สังข์ทอง 2561” ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

“พระสังข์” อาจรู้สึกแปลกแยกจากชาติกำเนิดและสถานภาพทางสังคมของตนเอง จนต้องปลีกตัวเข้าไปหลบอยู่ในหอยสังข์ และซ่อนแฝงตัวตนแท้จริงด้วยรูปเงาะ

ไม่ต่างอะไรกับ “รจนา” ที่ไม่เพียงแค่ทะเลาะเบาะแว้งไม่ลงรอยกับครอบครัว แต่บางที การปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ไปเป็น “เงาะหญิง” ชั่วครั้งชั่วคราว อาจเป็นรูระบายความตึงเครียดในชีวิตของเธอ

น่าสังเกตว่าละครโทรทัศน์ “สังข์ทอง” นั้น มุ่งเน้นนำเสนอภาวะที่ตัวละครต้องปลอมตัว/ปลอมแปลงอัตลักษณ์ของตนเองอยู่บ่อยๆ

นอกจากกรณี “พระสังข์-รจนา” ยังมีปีศาจ “พยนตรา” ที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ พระวิษณุกรรมที่แปลงร่างเป็น “พระสังข์/เจ้าเงาะ” (หรือมาตุลีเทพบุตรที่แฝงกายลงมาเป็นทหารคนสนิทของท้าวยศวิมล)

ดังนั้น ละครที่แพร่ภาพในช่วงปลายปี 2561 จึงแทบจะกลายเป็น “สงครามตัวแทน/ตัวปลอม” เมื่อพระวิษณุกรรมในร่าง “พระสังข์/เจ้าเงาะ” ต้องออกจอร่วมกับรจนาใน “รูปเงาะหญิง” เพื่อปะทะกับปีศาจที่แปลงตนเป็น “เจ้าชายพยนตรา”

ทำให้คิดถึงวรรคทองของนิยายกำลังภายในที่ว่า “คนอยู่ในยุทธจักรมิอาจเป็นตัวของตัวเอง”

ห้า ผู้สวมบทหกพระพี่นาง+เงาะหญิง

อะไรเอ่ย หกธิดา

ไม่มีอะไรมาก แค่รู้สึกว่า “ความงาม” ของนักแสดงหญิงบางรายที่มารับบทพระพี่นางของรจนา โดยเฉพาะ “พรรณผกา” (ปิ่นทิพย์ อรชร) และ “ปัทมา” (ชนารดี อุ่นทะศรี) รวมถึง “รจนาสวมรูปเงาะ” (วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย) นั้น เป็น “ความสวย” ที่ห่างหายหรือจางอิทธิพลลงไปจากวงการบันเทิงไทยกระแสหลัก

นั่นคือ ความงามสไตล์ “นางงาม” (ระดับรองๆ) ซึ่งไม่ได้เป็นที่นิยมในวงกว้างอีกต่อไปแล้ว

แต่ “ความสวยงาม” ทำนองนี้ ยังเวิร์กอยู่ สำหรับผู้ชายรุ่น 30 ปลายๆ เช่นผม

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้ง “สังข์ทอง” กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย? จับตาการปรากฏตัวของ “รจนาสวมรูปเงาะ”

สัปดาห์ก่อน แม้ละครจักรๆ วงศ์ๆ “สังข์ทอง” จะถูกเบียดตกลงไปเป็นเบอร์สองในตารางรายการทีวีที่ทำเรตติ้งสูงสุด เพราะพ่ายแพ้กระแสร้อนแรงของการแข่งขันฟุตบอลซูซูกิคัพระหว่างไทยกับสิงคโปร์

ทว่าละครก็มีเรตติ้งที่ดีขึ้น คือ 6.779 ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน และ 6.699 ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน หากเทียบกับตัวเลข 6.156 และ 6.538 ของวันที่ 17-18 พฤศจิกายน

ต้องจับตาดูว่าเมื่อตัวละคร “รจนาสวมรูปเงาะ” ที่รับบทโดย “วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย” ออกแผลงฤทธิ์แบบเต็มๆ เรตติ้งของ “สังข์ทอง 2561” จะไปได้ดีแค่ไหน?

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-19-25nov-61/

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“รจนาสวมรูปเงาะ” นวัตกรรมสุดแหวกแนวที่ไม่เคยมีมาก่อน! ของ “สังข์ทอง 2561”

ในที่สุด “สังข์ทอง 2561” ก็เผยอีกหนึ่งท่าไม้ตายที่ทั้งแปลกใหม่และแหวกแนวจาก “สังข์ทอง” ฉบับเดิมๆ ออกมา

นั่นคือ การกำหนดให้ “รจนา” สวมรูปเงาะ จนกลายเป็น “เงาะหญิง”!

แน่นอน ผู้จะมารับบทบาทที่ถูกคิดค้นขึ้นใหม่ดังกล่าวย่อมมิใช่ “ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง” ที่สวมบทพระธิดา “รจนา” อยู่เดิม

แต่คนที่จะมาแสดงบท “รจนายามสวมรูปเงาะ” นั้นได้แก่ “มีน วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย (ณ พัทลุง)”

มีน วรัญพร เงาะหญิง

“มีน วรัญภรณ์” ไม่ใช่คนแปลกหน้าของ “จักรวาลสามเศียร” เพราะเธอเริ่มต้นบทบาทนักแสดงในฐานะนางเอกหน้าใหม่ของละครเรื่อง “อุทัยเทวี 2560” ก่อนจะผันตัวไปเป็น “นางไม้ลักษณา” ใน “เทพสามฤดู 2560”

มีน วรัญพร อุทัยเทวี

มีน วรัญพร นางไม้

ขณะเดียวกัน สาวสวยหน้าคมคนนี้ยังฝากผลงานไว้ในละครทีวีประเภทอื่นๆ ของช่อง 7 สี เช่น ละครเย็น “ชะชะช่า ท้ารัก” และละครหลังข่าว “พ่อมดเจ้าเสน่ห์”

ก่อนเข้าวงการบันเทิง “มีน วรัญภรณ์” เคยผ่านประสบการณ์ประกวดนางงาม และมีดีกรีเป็นถึง “มิสมอเตอร์โชว์ 2558” ทั้งยังผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ในการประกวด “นางสาวไทย 2559” รุ่นเดียวกับ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” (ผู้รับบทพระธิดา “พรรณผกา”) ซึ่งคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 และ “เพลง ชนารดี อุ่นทะศรี” (ผู้รับบทพระธิดา “ปัทมา”) ซึ่งผ่านเข้าถึงรอบ 5 คนสุดท้าย

(ถ้าใครลองชมคลิปข้างบนนี้ -ตั้งแต่นาทีที่ 14.40- จะพบเห็นความบังเอิญที่น่าเหลือเชื่อ เพราะทั้ง “มีน วรัญภรณ์” “ขวัญ ปิ่นทิพย์” และ “เพลง ชนารดี” นั้นถูกประกาศชื่อให้เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ติดกันสามรายรวด บนเวทีนางสาวไทย)

เดิมที ในพิธีบวงสรวงเปิดกล้อง “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นล่าสุด “มีน วรัญภรณ์” ได้ปรากฏตัวด้วยชุดนางไม้ ทว่าสุดท้าย กลับมีการพลิกโผสร้างเซอร์ไพรส์ให้เธอต้องรับบทที่สำคัญ ท้าทาย และน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

เท่ากับว่าเส้นทางการแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ของ “มีน” จะค่อยๆ คลี่คลายจากการเป็นนางเอก มาเป็น (กึ่ง) นางร้าย และตัวตลกเรียกอารมณ์ขัน!

รวม น้องมีน วรัญพร

ต้องจับตาดูว่า ตัวละคร “รจนาสวมรูปเงาะ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จะกระตุ้นเรตติ้ง “สังข์ทอง 2561” ให้ผงาดพุ่งสูงได้อีกระลอกหรือไม่?

เพราะเรตติ้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17-18 พฤศจิกายนของละครเรื่องนี้อยู่ที่ 6.156 และ 6.538 ห่างไกลจากตัวเลข “เกิน 8” ช่วง “พระสังข์ถอดรูปเงาะตีคลีกับพระอินทร์” ลิบลับ

นอกจากนี้ ยังน่าเฝ้าติดตามว่า “มีน วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย” จะแจ้งเกิดในบท “รจนาแปลงเป็นเงาะ” ได้อย่างงดงาม เหมือนกับที่ “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการสวมบท “เจ้าเงาะกล้ามโต” หรือเปล่า?

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week-12-18-nov-61/

ภาพประกอบจาก https://www.instagram.com/mean_waranporn และ https://www.youtube.com/watch?v=o7-2yaRQ9A0

 

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

หลังจากที่ผ่านมาบล็อกคนมองหนังพูดถึงนักแสดง/ตัวละครหลักของ “สังข์ทอง 2561” มาแล้วหลายหน

คราวนี้ จึงอยากจะขอวิเคราะห์ภาพรวมหรือมองหาแบบแผนอะไรบางอย่าง เพื่อตอบคำถามว่านักแสดงของละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคปัจจุบันนั้น เป็นใครมาจากไหนกันบ้าง?

ลูกหม้อ/เด็กปั้น/ขาประจำ

กลุ่มแรกที่อยากกล่าวถึง คือ นักแสดงที่เป็น “ลูกหม้อ/เด็กปั้น” ของค่ายสามเศียร ที่เห็นชัดๆ เลย ก็ได้แก่ เหล่าดารานำ คู่พระคู่นางทั้งหลายจากละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องต่างๆ

ส่วนใหญ่ของนักแสดงหนุ่มสาวเหล่านี้จะเซ็นสัญญากับทางค่ายดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร และมีผลงานการแสดงในละครของทางค่ายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี นอกจากบรรดาพระเอกนางเอกแล้ว ยังมีนักแสดงลูกหม้อ/เด็กปั้นอีกหลายคน ที่ถือเป็น “ขาประจำ” ผู้โดดเด่น ซึ่งมักได้รับบทบาทสมทบสำคัญๆ ในละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัยแทบทุกเรื่อง เช่น พบศิลป์ โตสกุล, โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์, ณพบ ประสบลาภ และอรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์

พบศิลป์ หรือ “เขยหก” แห่ง “สังข์ทอง 2561” นั้นได้ร่วมแสดงในละครจักรๆ วงศ์ๆ ห้าเรื่องหลังสุด (แก้วหน้าม้า, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง)

ส่วนโอภาภูมิ หรือ “เจ้าเงาะป่า” หุ่นกำยำ ก็เป็นนักแสดงระดับ “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่เริ่มปรากฏตัวตั้งแต่เจ้าหญิงแตงอ่อน, จันทร์สุริยคาธ, มนต์นาคราช, ยอพระกลิ่น, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง พูดอีกอย่าง คือ ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เขามีส่วนร่วมกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร เกือบทุกเรื่อง

ขณะที่ณพบ หรือ “เขยหนึ่ง” ก็เล่นทั้งบทร้ายและดีในละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายเรื่อง ได้แก่ จันทร์สุริยคาธ, มนต์นาคราช, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง

ทางด้านอรศศิพัชร์ที่ทำให้แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ หลงรักจากบท “นางพันธุรัต” ก็มีผลงานการแสดงในละครประเภทนี้สองเฟส เฟสแรกเป็นช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2540 เฟสที่สอง เริ่มต้นด้วยแก้วหน้าม้า (2558-59), อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง

นางงาม

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรระยะหลังนั้นพึ่งพาวงการนางงามอยู่ไม่น้อย นอกจากลูกศร อรศศิพัชร์ ที่เคยประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปี 2544 แล้ว

วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย หรือ มีน ผู้รับบทนางเอกในอุทัยเทวีและนางไม้ในเทพสามฤดู ก็เคยประกวดนางสาวไทยปี 2559 มาก่อน

แม้แต่บุญญาณี สังข์ภิรมย์ ที่รับบทเป็น “พรรณี” นางยักษ์บริวารของนางพันธุรัตใน “สังข์ทอง 2561” ก็มีดีกรีเป็นมิสอินเตอร์คอนติเนนตัลไทยแลนด์ จากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ปี 2558

ก่อนหน้านี้ หากใครจำได้ ค่ายสามเศียรและอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เคยจับมือกันทำแคมเปญให้ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี 2559 ไปร่วมกิจกรรมชาลเลนจ์เล่นละครพื้นบ้าน

ผลลัพธ์ของกิจกรรมดังกล่าวดูจะสร้างประโยชน์ให้ทางสามเศียรมากพอสมควร เพราะไม่เพียงแต่จะได้นางเอกใหม่อย่าง มีน วรัญภรณ์ มาโลดแล่นหน้าจอ

ทว่าสอง (จากเจ็ด) พระธิดาของท้าวสามนต์ใน “สังข์ทอง 2561” ยังเป็นผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 59 ที่เคยผ่านแคมเปญนี้มาแล้วเหมือนกัน

คนแรก ได้แก่ ปิ่นทิพย์ อรชร (รองอันดับหนึ่งนางสาวไทย 2559) ซึ่งรับบทเป็น พรรณผกา” พระธิดาองค์ที่สอง

คนต่อมา ได้แก่ ชนารดี อุ่นทะศรี (เข้ารอบห้าคนสุดท้ายนางสาวไทย 2559) ซึ่งรับบทเป็น ปัทมา” พระธิดาองค์ที่สี่

นักแสดงรุ่นเก๋า-รุ่นกลาง

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมนักแสดงเก่าๆ หลากรุ่นหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่จะมารับบทเป็นเสด็จพ่อ, เสด็จแม่, ท่านอำมาตย์, ท่านหมื่น, คุณท้าว, เทวดา, ตา-ยาย หรือพระฤาษี

อาทิ ธรรมศักดิ์ สุริยน และ ดอน จมูกบาน (ผู้ล่วงลับ) ที่ได้สวมบทบาทแนวนี้ในละครพื้นบ้านดังๆ ช่วง 5-6 ปีหลัง

tv181-1

ใน “สังข์ทอง 2561” เอง ก็มีคนบันเทิงอาวุโสมาลงจอกันมากหน้าหลายตา ทั้งธรรมศักดิ์ ในบท “เทพารักษ์” ใจดี

พอเจตน์ สุรพล สังข์ทอง

พอเจตน์ แก่นเพชร อดีต “ชายกลาง” แห่งต้นทศวรรษ 2520  ในบท “อำมาตย์เดชา” คนสนิทมเหสีจันทา ซึ่งมีลูกคู่คือ “หมื่นอำนาจ” หรือ สุรพล ไพรวัลย์ นักแสดงขาประจำดั้งเดิมขนานแท้อีกรายของค่ายดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร

ตายาย

ร่วมด้วย ครรชิต ขวัญประชา และ เยาวเรศ นิศากร ในบท “ตา-ยาย” ผู้คอยช่วยเหลือมเหสีจันเทวียามตกยาก

ขณะเดียวกัน ละครประเภทนี้ยังเป็นเวทีสำหรับนักแสดงรุ่นกลางๆ ซึ่งเริ่มไม่ค่อยมีที่ทางในจอโทรทัศน์มากนัก เช่น ฉัตรมงคล บำเพ็ญ อดีตพระเอก/ตัวร้ายของละครจักรๆ วงศ์ๆ ท็อปฮิตหลายเรื่องยุค 2530-40 (ก่อนจะประสบมรสุมชีวิตในเวลาต่อมา) ที่หลังจากแก้วหน้าม้า (2558) ก็เพิ่งได้กลับมารับบทเป็น “ท่านหมื่น” แห่งนครสามนต์ใน “สังข์ทอง 2561”

ฉัตรมงคล

รวมทั้ง เพชรฎี (รัฐธรรมนูญ) ศรีฤกษ์ หรือ “ท้าวสามนต์” อดีตพระเอกดาวรุ่งช่อง 7 ผู้เปิดตัวกับละครเรื่อง “111/ตองหนึ่ง” (2539) ที่ระยะหลังๆ หันมารับบทเสด็จพ่อในละครพื้นบ้านเรื่องต่างๆ

ท้าวสามนต์

ส่วนทางฟากนักแสดงหญิงรุ่นกลาง คนหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ ในแวดวงละครพื้นบ้านร่วมสมัย ก็เห็นจะเป็น แคนดี้ ชุติมา เอเวอรี่ ซึ่งระยะหลังๆ ยึดบท “มเหสี/เสด็จแม่” ไว้อย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่เจ้าหญิงแตงอ่อน, มนต์นาคราช, แก้วหน้าม้า, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี และสังข์ทอง

แคนดี้ สังข์ทอง

สำหรับสตรีอีกสองรายที่ได้รับบทสำคัญใน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นใหม่ คือ อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี หรือ “มเหสีจันทา” นางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุค 2540 ซึ่งหวนกลับมาเล่นละครประเภทนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

อ้อม สังข์ทอง

เช่นเดียวกับ ปนัดดา โกมารทัต ผู้รับบท “มเหสีมณฑา” ซึ่งผลงานละครพื้นบ้านก่อนหน้านี้ ได้แก่ “ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง” (2553-54)

ปนัดดา สังข์ทอง

ยิ่งกว่านั้น ยังมีนักแสดงรุ่นเก๋าที่ห่างจอไปนาน ซึ่งหวนมาร่วมแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรอย่างน่าเซอร์ไพรส์ เช่น สุริยัน ปฏิพัทธ์ นักแสดงอาวุโสผู้เคยฝากผลงานเด่นๆ ผ่านจอช่อง 3 ช่วงทศวรรษ 2530 ที่เพิ่งรับบทเป็น “ท่านอำมาตย์ใหญ่” แห่งนครพันธุธานี ใน “สังข์ทอง 2561”

สุริยัน สังข์ทอง

แหล่งที่มาภาพนำ: อินสตาแกรม และ ยูทูบ “สามเศียร”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“นางยักษ์-นางไม้” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ แต่ละคนดีกรีไม่ธรรมดา!

ถ้าใครตามดูละครจักรๆ วงศ์ๆ มาพอสมควร จะสังเกตได้ว่าตัวละคร “นางร้าย” ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ยักษ์ หรือนางไม้ นั้นล้วนมีหน้าตาสะสวย และมีเรือนร่างที่งดงาม ไม่แพ้บรรดานางเอก!

เช่น ใน “สังข์ทอง 2561” ก็มีนางยักษ์สวยๆ ดีกรีไม่ธรรมดาถึงสองตน

รายแรกเห็นจะไม่พ้น “นางพันธุรัต” ที่รับบทโดย “อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์”

อรศศิพัชร์ หรือ ลูกศร แสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้วหลายเรื่อง โดยอาจแบ่งช่วงเวลาการทำงานของเธอออกได้เป็น 2 เฟส

เฟสแรกระหว่างปี 2546-2550 มีบทเด่นๆ ที่ได้รับ อาทิ บทบาทมเหสีทัศนีย์ใน “เทพสามฤดู 2546”

จากนั้น ลูกศรหันไปทำงานนอกวงการบันเทิง ก่อนจะหวนคืนแวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหน ในปี 2558

3-4 ปีให้หลัง ลูกศรมีงานละครจักรๆ วงศ์ๆ มากถึง 4 เรื่อง ตั้งแต่แก้วหน้าม้า, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง (เท่ากับว่าในระยะดังกล่าว เธอไม่ได้ร่วมแสดงละครของค่ายสามเศียรแค่เพียงเรื่องเดียว คือ ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร)

View this post on Instagram

มันคือช่วงกลายพันธุ์ของพวกเรา​ อ่ะไม่ใช่🤭🤭🤭 มันคือการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของพวกเราค่ะ​ ทุกการเปลี่ยนแปลงและทุกบทบาทคือความท้าทายและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งของพวกเราค่ะ​ ขอบคุณ​ผู้ใหญ่ใจดีที่เล็งเห็นความสามารถของพวกเรามอบบทบาทดีๆท้าทายแบบนี้มาให้พวกเราอีก​ พวกเราจะทำให้ดีที่สุดและขอขอบคุณ​อีกครั้งสำหรับ​ความรักความเมตตาที่มีเสมอมาจากผู้ใหญ่ที่น่ารักทุกท่านค่ะ​ ขอบคุณ​จากใจจริง​ ถ้านู๋เคยทำไม่ดีขอให้อภัยให้นู๋ด้วยนะคะ​ จากนี้จะตั้งใจทำงานและสร้างผลงานดีๆให้ผู้ชมได้ชมกันค่ะ​ @samsearn @pond_ophaphoom ปล.​ เมหสีรัชฎา-แม่พันธุรัตน์​ ท้าวคันธมาศ-เงาะป่า​ #สังข์ทอง2018 #สามเศียร #ดีด้า​ #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #ch7hd35🐚👶🏻🐌💖💖💖 ขอบคุณ​ภาพจาก​ fc​ ค่ะ

A post shared by Luksorn Supassorn💘 (@luksorn888) on

บทบาทส่วนใหญ่ที่ลูกศรได้รับมักเป็น “นางร้าย” (หรือ “นางเคยร้าย”) อย่างไรก็ตาม บท “นางพันธุรัต” ถือเป็นครั้งแรกสุด ที่เธอได้แสดงเป็น “นางยักษ์”

แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ อาจสังเกตว่าลูกศรนั้นเป็นนักแสดงหญิงที่มีรูปร่างสูงยาวเข่าดีมากๆ เธอไม่เพียงแต่มีรูปร่างสูงสง่าเหนือนักแสดงหญิงร่วมจอรายอื่นๆ แต่ยังตัวสูงกว่านักแสดงชายบางรายด้วยซ้ำ

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะก่อนมาเป็นนักแสดง ลูกศรเคยผ่านการประกวดมิสมอเตอร์โชว์ในปี 2542 (ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2) และเข้ารอบ 12 คนสุดท้ายของเวทีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2544

นางยักษ์อีกหนึ่งตนใน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มีรูปลักษณ์สวยสะดุดตา ก็ได้แก่ “นางยักษ์พรรณี” ผู้จงรักภักดีต่อพระแม่เจ้าพันธุรัตแต่ไม่รักพระสังข์

ผู้รับบทนี้ คือ “บุญญาณี สังข์ภิรมย์” หรือ โบว์ ซึ่งเคยคว้าตำแหน่งมิสอินเตอร์คอนติเนนตัลไทยแลนด์ จากเวทีการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2558

นอกจากนั้น เธอยังเคยผ่านเวทีการประกวดระดับอินเตอร์ อย่างเวทีมิสอินเตอร์คอนติเนนตัล (ได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ-สื่อมวลชน), เวทีมิสยูไนเต็ดคอนติเนนท์ และเวทีท็อปโมเดลออฟเดอะเวิลด์

อีกหนึ่งนักแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคหลังที่เคยผ่านเวทีการประกวดนางงามระดับชาติมาแล้วเช่นกัน ก็คือ “วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย” หรือ มีน

มีนเคยรับบทเป็นนางเอกของละคร “อุทัยเทวี” ก่อนจะผันตัวมาแสดงเป็น “นางไม้” ที่ทั้งร้ายและดีใน “เทพสามฤดู” กระทั่งใน “สังข์ทอง” ฉบับใหม่ ก็แว่วว่าเธอจะกลับมาสวมบท “นางไม้” อีกครั้ง

ก่อนหน้ามาแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มีนมีดีกรีเป็นมิสมอเตอร์โชว์ 2558 รวมทั้งเคยเข้าประกวดนางสาวไทยปี 2559 อีกหนึ่งเวที

ต้องบอกว่า “นางยักษ์-นางไม้” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคปัจจุบัน นั้นมีดีกรีไม่ธรรมดาจริงๆ