จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

คลิปเล่าเรื่องย่อ “สังข์ทอง” (ฉบับบทละครนอก) แบบแสบๆ มันๆ กวนๆ สนุกๆ

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจวรรณคดีและนิทานไทย คงน่าจะรู้จัก “คุณวิว ชนัญญา” อยู่บ้าง

เธอเป็น youtuber และนักเขียนรุ่นใหม่ ที่พยายามนำเอาวรรณคดีและนิทานเก่าแก่ทั้งหลาย มาถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย มีอารมณ์ขัน เสริมด้วยข้อสังเกตหรือมุขตลกแสบๆ กวนๆ ร่วมสมัย

หนังสือรวมบทความชื่อ “วรรณคดีไทยไดเจสต์” ของคุณวิว นั้นเป็นหนังสือภาษาไทยที่ผมชอบมากๆ เล่มหนึ่ง ในช่วง 2-3 ปีหลัง

วรรณคดีไทยไดเจสต์

ปลายปี 2559 คุณวิวเคยทำคลิปความยาวสามตอนจบ บอกเล่าเรื่องราวอย่างย่นย่อของบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ซึ่งเป็นคลิปที่ดู/ฟังสนุกทีเดียว

ใครที่เป็นแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ “สังข์ทอง 2561” ขอแนะนำให้ลองชม/ฟังคลิปนี้ประกอบ เพื่อจะได้รับทราบโครงสร้างของเรื่องราวโดยรวม

แม้ว่ารายละเอียดเนื้อหาของ “สังข์ทอง” ฉบับบทละครนอกกับละครทีวียุคปัจจุบัน คงจะมีความแตกต่างระหว่างกันอยู่มากพอสมควร

อย่างน้อย จุดหนึ่งซึ่งต่างกันแน่ๆ ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง “พระสังข์” กับ “นางพันธุรัต”

ในละครโทรทัศน์ฉบับล่าสุดนั้น พยายามแสดงให้เห็นว่าพระสังข์รู้สึกผิดและยังมีความผูกพันลึกซึ้งกับนางพันธุรัตมิเสื่อมคลาย

ผิดกับในบทละครนอก ที่พระสังข์เคยรับปากว่าจะกลับไปจัดงานศพให้นางพันธุรัต แต่ก็ลืมเลือนซะเฉยๆ

จนคุณวิวถึงกับเอ่ยผ่านคลิปว่าพระสังข์ในบทละครนอกนี่ “อกตัญญูสุดๆ” 555

ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูบ สามเศียร

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ชุดประจำชาติของมารีญา: เมขลา, รามสูร และพระอรชุน ผู้หายไป

มารีญา พูลเลิศลาภ (ลินน์ เอียเรียน) อดีตซูเปอร์โมเดล ที่ผันตัวเองมาประกวดนางงาม จนได้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพิ่งจะบินไปประกวดมิสยูนิเวิร์สที่สหรัฐ พร้อมชุดประจำชาติ “รามสูรกับนางเมขลา”

เมื่อตอนที่มารีญาและทีมงานเปิดตัวชุดประจำชาติชุดนี้ ส่วนตัวเห็นว่ามีประเด็นน่าสนใจสองข้อ

ข้อแรก คือ ในชุดนี้ มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ของเรา ต้องรับบทเป็น “รามสูร” ยักษ์ร้ายนะครับ ไม่ใช่เทพธิดาอย่าง “นางเมขลา” ซึ่งนับว่าเป็นทางเลือกที่แปลกใหม่ท้าทายดี

รามสูร เมขลา 1

ข้อสอง ดังที่รู้กันว่าเรื่อง “รามสูร-เมขลา” นั้นเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในช่วงต้นของ “รามเกียรติ์” อย่างไรก็ดี ตัวละครสำคัญอีกตนหนึ่งในซีนนี้ คือ เทวดาชื่อ “พระอรชุน” ผู้เคยต่อสู้เอาชนะ “ทศกัณฐ์” (วัยหนุ่ม) มาแล้ว

ระหว่างรามสูรไล่ตามนางเมขลา พระอรชุนเหาะมาตัดหน้าพอดี พญายักษ์กับเทวดาจึงต่อสู้กัน

ผลลงเอยด้วยการที่รามสูรจับร่างพระอรชุนฟาดกับเขาพระสุเมรุจนเสียชีวิต ส่วนเขาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นแกนกลางจักรวาลก็เอียงทรุดลงไป

ก่อนจะมีการเปิดตัว “พาลี-สุครีพ” ในฐานะผู้เข้ามาช่วยกอบกู้เขาพระสุเมรุให้ตั้งตรงดังเดิม

ด้วยเหตุนี้ หากพิจารณาให้ถ้วนถี่แล้ว ชุดประจำชาติของมารีญาน่าจะขาดตัวละครสำคัญไปอีกราย นั่นคือ “พระอรชุน”

ว่าแล้วก็ขอนำเอาเนื้อหาเกี่ยวกับ “รามสูร-นางมณีเมขลา-พระอรชุน” จากหนังสือ “บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช” มาให้อ่านกันแบบเต็มๆ ขอบคุณที่มาจากเว็บ http://vajirayana.org ครับ

เมขลา รามสูร นำ

มาจะกล่าวบทไป
ถึงฝูงเทวาทุกราศี
ครั้นยามวสันต์ก็ยินดี
เป็นที่สนุกสำราญ
ชวนกันออกเล่นนักขัตฤกษ์
เอิกเกริกทั่วเทวสถาน
ประชุมพร้อมเพรียงกันทุกพิมาน
เล่นการมโหรสพเป็นโกลา ฯ

จึงจับระบำรำร่าย
ทอดกรกรีดกรายทั้งซ้ายขวา
รำเรียงเคียงชิดเข้ามา
เลียมลอดสอดคว้าทุกนาง
แล้วกลับร่ายรำทำที
แทรกเปลี่ยนเสียดสีมิให้ห่าง
ยั่วเย้าเคล้าคลอกั้นกาง
พลางแนมแกมกลปนมา
ฉวยฉุดยุดนางเบื้องซ้าย
ย้ายเป็นหยอกนางข้างขวา
รื่นเริงบันเทิงทุกเทวา
ด้วยฝูงนางฟ้าวิลาวัณย์ ฯ

เมื่อนั้น
นางเทพธิดาสาวสวรรค์
รำรอล่อไว้ไม่ติดพัน
เกษมสันต์ชําเลืองแลไป
ครั้นเทวัญเข้าชิดก็บิดหนี
ร่ายรำทำทีมิให้ใกล้
หลีกเลี้ยวตีวงเวียนไป
นัยน์เนตรชม้อยคอยที
ครั้นเทพบุตรฉุดคร่า
นางฟ้าป้องปัดสลัดหนี
แสนสนุกสุขเกษมเปรมปรีดิ์
ทุกเทพนารีเทวา ฯ

เมื่อนั้น
ฝ่ายพระอรชุนแกล้วกล้า
แจ้งว่าเทพบุตรนางฟ้า
ชวนกันมาเล่นก็ยินดี
อ่าองค์ทรงเครื่องอาภรณ์
กรจับพระขรรค์เรืองศรี
ออกจากวิมานรัตน์มณี
เหาะมาที่ประชุมเทวัญ ฯ

เที่ยวดูฝูงเทพเทวา
กับหมู่นางฟ้าในสรวงสวรรค์
สุขเกษมเปรมใจไปด้วยกัน
ที่ในสวรรค์ชั้นฟ้า ฯ

เมื่อนั้น
ฝ่ายนางมณีเมขลา
อยู่ในวิมานรัตนา
สำหรับรักษาสมุทรไท
เคยไปประชุมด้วยเทวัญ
เป็นนิจนิรันดร์หาขาดไม่
ครั้นถึงฤดูกำหนดไว้
อรไทชื่นชมยินดี
จึงแต่งองค์ทรงเครื่องอลงกรณ์
งามงอนจํารัสรัศมี
มือถือดวงแก้วมณี
เทวีก็ออกจากวิมาน ฯ

ลงมาจากกลีบเมฆา
เล่นด้วยนางฟ้าเกษมศานต์
เรื่อยร้องโอดพันบรรเลงลาน
นงคราญรำร่ายไปมา ฯ

มาจะกล่าวบทไป
ถึงรามสูรยักษา
อาศัยในกลีบเมฆา
เป็นที่ผาสุกสำราญ
มีศรขวานเพชรเป็นอาวุธ
ฤทธิรุทรหยาบช้ากล้าหาญ
ทั้งหกสวรรค์ชั้นบาดาล
เกรงเดชขุนมารไม่ทานกร
เพื่อนยิ่งอิ่มเอิบกําเริบหนัก
ทรงศักดิ์ดั่งหนี่งไกรสร
อ่าองค์ทรงเครื่องอาภรณ์
จับขวานฤทธิรอนแล้วเหาะมา ฯ

รวดเร็วดั่งหนึ่งลมพัด
เฉวียนฉวัดไปในเวหา
เยี่ยมออกจากกลีบเมฆา
อสุราเห็นแก้วแววไว
ซึ่งนางเมขลาโยนเล่น
ยิ่งเห็นยิ่งชอบอัชฌาสัย
ยิ่งพิศยิ่งติดต้องใจ
จะใคร่ได้ซึ่งดวงจินดา
หมายเขม้นเข่นเขี้ยวจะราญรอน
กรกุมขวานเพชรเงื้อง่า
เผ่นโผนโจนไปในเมฆา
ไล่นางเมขลาด้วยฤทธี ฯ

เมื่อนั้น
เทวานางฟ้าทุกราศี
แลเห็นรามสูรอสุรี
มาไล่ราวีก็ตกใจ
หน้าซีดตัวสั่นขวัญหาย
วุ่นวายไม่สมประดีได้
เสียงมี่อื้ออึงคะนึงไป
สุราลัยวิ่งพะปะกัน ฯ

นางฟ้าอุ้มจูงเทวบุตร
อุตลุดไปทั้งสรวงสวรรค์
อันฉิ่งกรับทับโทนทั้งนั้น
สารพันแตกสิ้นไม่สมประดี ฯ

อันเทพบุตรกับนางฟ้า
ไม่อาจดูหน้ายักษี
ความกลัวดั่งจะสิ้นชีวี
หนีไปยังทิพวิมาน ฯ

บัดนั้น
รามสูรฤทธิไกรใจหาญ
เห็นเทวัญนางฟ้ายุพาน
วิ่งหนีลนลานวุ่นไป
ยังแต่โฉมนางเมขลา
เข้าแอบเมฆากลีบใหญ่
อสุราสำแดงฤทธิไกร
โลดโผนโจนไล่ราวี ฯ

เมื่อนั้น
นวลนางเมขลามารศรี
เลี้ยวล่อรามสูรอสุรี
กรโยนมณีจินดา
ทำทีประหนึ่งจะให้แก้ว
กลอกแสงพรายแพร้วบนหัตถา
ครั้นรามสูรไล่เลี้ยวมา
กัลยารำล่ออสุรี
นางแกล้งเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
เวียนไปตามจักรราศี
มือหนึ่งชูแก้วมณี
ทำทีเยาะเย้ยอสุรา ฯ

บัดนั้น
จึ่งรามสูรยักษา
ครั้นแสงแก้วแวววับจับตา
อสุรากริ้วโกรธคือไฟ
เหม่เหม่เมขลานารี
กูจะล้างชีวีเสียให้ได้
กวัดแกว่งขวานเพชรดั่งเปลวไฟ
ก็ขว้างไปด้วยกำลังฤทธิ์ ฯ

มิได้ต้องกายกัลยา
ยักษาเดือดดาลทะยานจิต
โลดไล่พัลวันกระชั้นชิด
ตามติดคว้าไขว่เยาวมาลย์ ฯ

มาพบพระอรชุนเทเวศร์
เรืองเดชศักดากล้าหาญ
มือถือพระขรรค์สุรกานต์
เหาะผ่านหน้ามาก็ขัดใจ
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทําอำนาจ
ผาดเสียงสนั่นหวั่นไหว
แล้วร้องตวาดประภาษไป
ว่าเหวยผู้ใดอหังการ์
นามกรเป็นไฉนจึ่งอาจอง
ทะนงใจเหาะทะยานผ่านหน้า
ตัวกูผู้ทรงศักดา
ชื่อว่ารามสูรอสุรี
ปราบไปได้ทั่วไตรจักร
สุรารักษ์เกรงฤทธิ์ทุกราศี
มึงไม่รู้จักกองอัคคี
วันนี้จะม้วยชีวัน ฯ

เมื่อนั้น
พระอรชุนฤทธิแรงแข็งขัน
ได้ฟังกริ้วโกรธดังไฟกัลป์
ตัวสั่นร้องตอบวาจา
อันนามกรของเราหรือ
ชื่อว่าอรชุนแกล้วกล้า
เหาะมาโดยทางเมฆา
ใช่ว่าเหยียบเศียรขุนมาร
อันตัวของมึงนี้เป็นไฉน
มาอวดฤทธิไกรกล้าหาญ
กูนี้ก็นับว่าชายชาญ
ลือสะท้านทั่วทั้งแดนไตร
ทศกัณฐ์สิบเศียรยี่สิบหัตถ์
กูยังจับมัดเอามาได้
ตัวเอ็งสองมือจะชิงชัย
ที่ไหนจะรอดชีวี ฯ

บัดนั้น
รามสูรสิทธิศักดิ์ยักษี
ฟังพระอรชุนพาที
โกรธดั่งอัคคีไหม้ฟ้า
กรกุมขวานเพชรกวัดแกว่ง
ตาแดงเขม้นเข่นฆ่า
สำแดงแผลงฤทธิ์มหึมา
ยักษาเข้าไล่รอนราญ ฯ

เมื่อนั้น
องค์พระอรชุนใจหาญ
รับรองป้องกันประจัญบาน
เผ่นทะยานเข้าต่อกุมภัณฑ์ ฯ

กรซ้ายจับเศียรอสุรา
กรขวาเงือดเงื้อพระขรรค์
กลอกกลับสัประยุทธ์พัลวัน
เสียงสนั่นครั่นครื้นเมฆา ฯ

บัดนั้น
จึ่งรามสูรยักษา
ประจัญกรรอนราญเทวา
โจนขึ้นเหยียบบ่าด้วยฤทธี ฯ

ฉวยจับชฎาง่าขวาน
จะสังหารด้วยกำลังยักษี
พระอรชุนเรืองฤทธิ์ราวี
ก็สลัดอสุรีเสียทัน
แล้วโจนขึ้นเหยียบไหล่ยักษา
กรขวาก็ฟาดด้วยพระขรรค์
รามสูรรับรองป้องกัน
แล้วหันสลัดกระเด็นไป
พระอรชุนก็พลัดจากบ่า
ยักษาจับบาททั้งสองได้
ฟาดเข้ากับเหลี่ยมเมรุไกร
หวั่นไหวทั้งไตรโลกา ฯ

อันเขาพระสุเมรุก็เอนทรุด
ด้วยฤทธิรุทรแกล้วกล้า
องค์พระอรชุนเทวา
ก็ม้วยมรณาทันที ฯ

ครั้นว่าชนะแก่สงคราม
มีความชื่นชมเกษมศรี
แกว่งขวานปานแสงอสุนี
เหาะไปที่อยู่ด้วยว่องไว ฯ

ขอบคุณภาพประกอบจาก Miss Universe Thailand