จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัว 12 นักแสดงหญิง ผู้สวมบทบาท “นางสิบสอง” 2562

เนื้อหาของละคร “นางสิบสอง 2562” ซึ่งแพร่ภาพในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม จะเคลื่อนผ่านไปสู่ช่วงเวลาที่พี่น้องตัวละครนำทั้ง 12 นาง เติบใหญ่เป็นสาวรุ่นกันแล้ว

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตพาแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ไปทำความรู้จักนักแสดงที่จะมาสวมบท “นางสิบสอง” เวอร์ชั่นใหม่ แบบคร่าวๆ

โดยทางค่ายสามเศียรได้แบ่งสัดส่วนนักแสดงที่จะมารับบทบาทเป็น “นางสิบสอง” ไว้ในลักษณะ 50-50

คือมี 6 คน ที่เคยผ่านการแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้ว ส่วนอีก 6 คน ถือเป็นมือใหม่ในแวดวงละครพื้นบ้าน

นางสิบสอง 1

โดยนักแสดง 6 คนแรก ซึ่งคงเป็นที่คุ้นตาบรรดาแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคใหม่ ก็ได้แก่

วรัญภรณ์ ณ พัทลุง (พัฒน์ช่วย) รับบท “บัว” พี่สาวคนโต

View this post on Instagram

💝 cr. @annzaa_saturday

A post shared by Mean Waranporn (@mean_waranporn) on

“มีน วรัญภรณ์” ผ่านงานละครจักรๆ วงศ์ๆ มาอย่างหลากหลาย คือ เริ่มต้นด้วยการเป็นนางเอกใน “อุทัยเทวี 2560” เป็นนางไม้ใน “เทพสามฤดู 2560” และเป็นนางเงาะป่าใน “สังข์ทอง 2561”

นอกจากนี้ วรัญภรณ์ยังเคยผ่านเวทีประกวดนางงามระดับชาติ โดยมีดีกรีเป็นมิสมอเตอร์โชว์ 2015 (พ.ศ.2558) และเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย นางสาวไทย พ.ศ.2559

ชนุชตรา สุขสันต์ รับบท “ผัน” พี่สาวคนที่สอง

คนทั่วไปอาจรู้จัก “นาย ชนุชตรา” จากการเป็นภรรยาของ “เคลลี่ ธนะพัฒน์” แต่ในจักรวาลค่ายสามเศียร เธอถือเป็นนักแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ผู้มีงานชุกและต่อเนื่องมากๆ รายหนึ่ง ไล่ตั้งแต่ “มนต์นาคราช 2556” “แก้วหน้าม้า 2558” “เทพสามฤดู 2560” “สังข์ทอง 2561” และ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ชนุชตราเป็นดาราละครพื้นบ้านอีกหนึ่งคน ที่เคยประกวดนางงามมาก่อน โดยเธอผ่านเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2013 (พ.ศ.2556) และเป็นรองอันดับ 1 มิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2013

ชนารดี อุ่นทะศรี รับบท “อี่” พี่สาวคนที่สาม

“เพลง ชนารดี” ถือเป็นนักแสดงหญิงระดับแกนหลักอีกคนของสามเศียร โดยเธอได้รับบทเด่นทั้งใน “สังข์ทอง 2561” และ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ชนารดีเคยเข้าถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ในการประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2559 รวมทั้งเคยเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 (พ.ศ.2560)

ทั้งนี้ ก่อนจะเข้าสู่แวดวงนางงาม ชนารดีก็เคยร่วมแสดงละครพื้นบ้านมาแล้วรอบหนึ่ง โดยเธอเป็นนักแสดงสมทบใน “ยอพระกลิ่น 2557”

อัญรส ปุณณโกศล รับบท “ปอง” พี่สาวคนที่สี่

“พิมพ์ อัญรส” เคยแสดงเป็นพระธิดาฉันทา นางร้ายใน “อุทัยเทวี 2560” และเป็นหนึ่งใน “หกพระพี่นาง” ใน “สังข์ทอง 2561”

เธอคือนักแสดงหญิงค่ายสามเศียรรุ่นปัจจุบันเพียงไม่กี่คน ที่ไม่เคยผ่านเวทีการประกวดนางงามระดับชาติมาก่อน

กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข รับบท “ใย” พี่สาวคนที่เจ็ด

“แก้ม กัญจน์อมล” เคยร่วมแสดงใน “สี่ยอดกุมาร 2559” “สังข์ทอง 2561” และ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

โดยกัญจน์อมลมีดีกรีเป็นผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 (พ.ศ.2558)

เกศรินทร์ น้อยผึ้ง รับบท “เภา” น้องสาวคนสุดท้อง

“ปูเป้ เกศรินทร์” มีสถานะเป็นนางเอกจักรๆ วงศ์ๆ คนสำคัญในช่วงไม่กี่ปีให้หลัง แถมยังเป็นดาราหญิงดาวรุ่งของช่อง 7 อีกด้วย

เธอได้รับบทเด่นเป็นเจ้าหญิงที่ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงเด็กผู้ชายใน “สี่ยอดกุมาร 2559” ก่อนจะสวมบทรจนาในละครฮิต “สังข์ทอง 2561”

เกศรินทร์มีลักษณะคล้ายคลึงกับอัญรส คือ ไม่เคยเข้าประกวดนางงามเวทีใหญ่ๆ มาก่อน แต่เติบโตมาในฐานะเด็กปั้นของค่ายสามเศียร

นางสิบสอง 2

ขณะที่นักแสดงหญิงน้องใหม่ 6 รายหลัง จะประกอบไปด้วย

แพรวรรณ สมศักดิ์ รับบท “คล้อง” พี่สาวคนที่ห้า

ในอินสตาแกรมของ “แพร แพรวรรณ” ระบุว่าเธอเป็นผู้ชนะการประกวด Boy and Girl Thailand 2019

จิดาภา วัชรสินาพร รับบท “คล้าย” พี่สาวคนที่หก

“ปิ๊ง จิดาภา” เคยผ่านการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2015 (พ.ศ.2558) และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 (พ.ศ.2559) มาแล้ว

นอกจากนี้ เธอยังเรียนหนังสือเก่ง จนได้เป็นนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภัทรภร สินธิภักดิ์ รับบท “ไพ” พี่สาวคนที่แปด

“แพรวา ภัทรภร” เป็นอีกคน ที่ผ่านเวทีประกวดนางแบบ-นางงามมามากมาย ทั้งอีลิทโมเดลลุคไทยแลนด์ 2016 (พ.ศ.2559) ไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2018 (พ.ศ.2561) มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 (พ.ศ.2561) ล่าสุด เธอเพิ่งคว้าตำแหน่งรองอันดับ 3 จากเวทีมิสเตอร์โชว์ 2019 (พ.ศ.2562) มาครอง

นิรดา เจษฎาปริยากุล รับบท “แสด” พี่สาวคนที่เก้า

“ตั๊ก นิรดา” เป็นผู้มีประสบการณ์จากเวทีนางงาม โดยเธอเคยเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 (พ.ศ.2557) มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2015 (พ.ศ.2558) และ 2017 (พ.ศ.2560) รวมทั้งยังได้เป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสเอิร์ธ 2018 (พ.ศ.2561) อีกด้วย

ซาราห์ สายสกุลเศรษฐ์ รับบท “ปี่” พี่สาวคนที่สิบ

“ซาร่า” เคยเข้าประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2553 และเป็นรองอันดับ 2 มิสมอเตอร์โชว์ 2011 (พ.ศ.2554)

ฐาปนีย์ ศุภรัตนาภิรักษ์ รับบท “ปลอด” พี่สาวคนที่สิบเอ็ด

“น้ำว้า ฐาปนีย์” เคยเข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2014 (พ.ศ.2557) ปัจจุบัน เธอเรียนหนังสือที่ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/lorddida/

สำหรับผู้อยากรู้จักนักแสดงทั้ง 12 คนเพิ่มเติม สามารถดูคลิปเนื้อหาดีๆ ได้ที่ ช่องยูทูบพชรปพน

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“นางสิบสอง 2562” เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่อง “ลูกมากยากจน”

นวัตกรรมใน “นางสิบสอง” ฉบับล่าสุด

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 เรื่องล่าสุด อย่าง “นางสิบสอง 2562” แพร่ภาพมาได้ 5 ตอนแล้ว

บทเกริ่นนำของละครเรื่องนี้นั้นมีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำรอยเวอร์ชั่นเดิมๆ

กล่าวคือ “เศรษฐีนนท์” และ “นางจัน” ผู้เป็นเมีย มิได้ประสบปัญหา “ลูกมากยากจน” ในระดับปัจเจกบุคคลหรือครอบครัว

ทว่าทั้งคู่ รวมถึงลูกสาว “สิบสองนาง” ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเชิงโครงสร้างหรือปัญหาความขัดแย้งทางความเชื่อบางประการ ที่อยู่นอกเหนือการกำหนดควบคุมของมนุษย์ธรรมดารายใดรายหนึ่งหรือผู้คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

เศรษฐีนนท์ นางจัน

ตั้งแต่ตอนแรกสุด ละครเรื่อง “นางสิบสอง” ฉบับใหม่ วางบทให้ “เศรษฐีนนท์” ที่พลาดหวังจากการบนบานขอทายาทสืบสกุลมาครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดอาการเสื่อมสิ้นศรัทธา ไม่เชื่อถือในเทวดา-สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แถมยังก่นด่าอำนาจเหนือธรรมชาติเหล่านั้นอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม “นางจัน” กลับแตกต่างจากผัวโดยสิ้นเชิง เพราะเธอยังฝากความหวังการมีลูก ไว้ที่การบนบานศาลกล่าว ด้วยฐานความเชื่อที่เคารพ ศรัทธา หวาดกลัวต่ออำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก

ละครช่วงต้นๆ ฉายภาพการปะทะชนกันของ “สองความเชื่อ” นี้ อย่างน่าสนใจ

ละครไม่ได้เฉลยชัดๆ ว่า เหตุการณ์พายุฝนตกหนัก จนน้ำไหลทะลักท่วมบ้าน “เศรษฐีนนท์” กระทั่งสิ้นเนื้อประดาตัวนั้น เกิดจากภัยธรรมชาติหรือการดลบันดาลของอำนาจเหนือธรรมชาติ?

(แต่อย่างน้อยที่สุด ผู้ถือครองอำนาจประเภทหลังก็มีอาการ “เกียร์ว่าง” คือ ยืนดูสองผัวเมียตกทุกข์ได้ยากอยู่เฉยๆ โดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ)

ครั้นพออดีตเศรษฐีสามีภรรยาตกอับ กลายเป็นคู่ผัวเมียชาวบ้านธรรมดา ที่มีฐานะอดอยากปากแห้ง ต้องหาเช้ากินค่ำ

จู่ๆ “นางจัน” ก็ตั้งครรภ์ และคลอดลูกสาวแฝดสาม แฝดสาว เป็นว่าเล่น ครั้งแล้วครั้งเล่า

ก่อนจะครบถ้วนสมบูรณ์เป็น “นางสิบสอง” ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ผู้กำกับฯ และผู้เขียนบท ไม่ปิดบังว่าปรากฏการณ์มหัศจรรย์เช่นนั้น คือ ผลลัพธ์จากการกำหนด/แทรกแซง/กลั่นแกล้งของ “1 เทวดา 1 รุกขเทวา 1 เจ้าป่าเจ้าเขา” ซึ่งไม่ชอบใจท่าทีการต่อต้านขัดขืนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ “นายนนท์” มาเนิ่นนาน

เทวดา รุกขเทวา เจ้าป่าเจ้าเขา

เท่ากับว่าไทม์ไลน์ของ “นางสิบสอง 2562” นั้นมิได้ไล่เลียงจาก (1) เศรษฐีและภรรยาไปขอลูกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (2) เขาและเธอได้ลูกสาวมาทั้งหมด 12 คน และ (3) ครอบครัวเศรษฐีตกยากเพราะมีลูกมากเกินไป

หากไล่ลำดับจาก (1) เศรษฐีและภรรยาบนบานขอลูกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่สำเร็จ (2) เขาและเธอเริ่มมีทัศนคติต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผิดแผกแตกต่างกัน (3) เกิดอุทกภัย จนครอบครัวเศรษฐีสิ้นเนื้อประดาตัว (4) เทวดา-รุกขเทวา-เจ้าป่าเจ้าเขา ลงทัณฑ์เศรษฐีผู้กระด้างกระเดื่อง ด้วยการดลบันดาลให้เขาและภรรยามีลูกสาวมากมายถึง 12 คน ในยามยากไร้ขัดสน

แต่เรื่องตลกร้ายก็บังเกิดในละครตอนที่ 4 เมื่อ “นายนนท์” ผู้ไม่เชื่อถืออำนาจเหนือธรรมชาติใดๆ เสมอมา เริ่มทุกข์ตรมกับปัญหาต่างๆ นานา จนต้องหันไปพึ่งพา “นายโชค” เพื่อนร่วมหมู่บ้าน ผู้มีความสามารถพิเศษด้านการดูดวง-นั่งทางใน

“นายโชค” ยืนยันชัดเจนว่า ภายภาคหน้า ลูกสาวทั้ง 12 คน ของเพื่อนบ้าน จะได้ดิบได้ดี ได้ใช้ชีวิตสูงส่งในเวียงวัง และช่วยเกื้อหนุนให้พ่อแม่สุขสบายตามไปด้วย

เพราะยึดมั่นในคำทำนายของหมอดูข้างบ้าน “นายนนท์” จึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะนำลูกสาวทั้งหมดไปปล่อยทิ้งกลางป่า เนื่องจากอย่างไรเสีย โชคชะตาก็ได้กำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าทุกคนจะไม่ตาย แถมยังจะกลายเป็นเหล่าสตรีสูงศักดิ์ในอนาคต

ก่อนที่เรื่องราวของ “นางสิบสอง 2562” จะเคลื่อนไปสู่บทตอนใหม่ๆ เมื่อ “นางยักษ์สันธมาลา” มารับเด็กหญิงทั้ง 12 คน ไปเลี้ยงดูประหนึ่งบุตรสาว

จุดใหญ่ใจความที่ปรากฏในระยะเริ่มต้นของละคร คล้ายกำลังบอกว่าชะตากรรมของคน อาจมิได้เป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจหรือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของมนุษย์ตัวเล็กๆ

หากยังเชื่อมร้อยกับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และยึดโยงกับโชคชะตาที่ใครลิขิตไว้ก็ไม่รู้ อย่างลึกซึ้ง

นี่คือ “โครงสร้างสังคม” ที่ดำรงตั้งมั่น ครอบคลุม และแผ่ไพศาลอยู่ในจักรวาลของละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร

สรุปความนิยม 5 ตอนแรกของ “นางสิบสอง 2562”

ตอนที่ 1 (28 ก.ค.) เรตติ้ง 4.061 ยอดวิวยูทูบ 1.7 ล้านวิว

ตอนที่ 2 (3 ส.ค.) เรตติ้ง 4.042 ยอดวิวยูทูบ 1.2 ล้านวิว

ตอนที่ 3 (4 ส.ค.) เรตติ้ง 4.518 ยอดวิวยูทูบ 1 ล้านวิว

ตอนที่ 4 (10 ส.ค.) เรตติ้ง 4.311 ยอดวิวยูทูบ 8.7 แสนวิว

ตอนที่ 5 (11 ส.ค.) เรตติ้ง 4.539 ยอดวิวยูทูบ 8.1 แสนวิว

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/

ยอดวิวยูทูบ สำรวจเมื่อช่วงเช้า วันที่ 17 สิงหาคม 2562

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

วิเคราะห์ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ตอนจบ: เมื่อผู้มีอำนาจ “เสียศูนย์”

ละครจักรๆ วงศ์ๆ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ปิดฉากอวสานไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม

ถ้าให้สรุปภาพรวมในฐานะคนที่ตามดูละครเรื่องนี้มาครบทั้ง 37 ตอน ก็ต้องบอกว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” เวอร์ชั่นล่าสุด นั้นดำเนินเรื่องสนุก-ฉับไว ฉากบู๊-เทคนิคพิเศษด้านภาพอยู่ในเกณฑ์ดี

ขาดไปแค่เพียงอารมณ์ขันในลักษณะ “หัวร่อต่ออำนาจ” ซึ่งเป็นคุณลักษณ์โดดเด่น ที่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ยอดฮิต “ต้อง” มี

ยิ่งกว่านั้น เพราะเป็นละครที่สร้างมาจาก “นิทานจักรๆ วงศ์ๆ ยุคใหม่” (บทประพันธ์ของ “เสรี เปรมฤทัย” หรือ “เปรมเสรี”) ผนวกกับถูกดัดแปลงแก้ไขให้มีความทันสมัยขึ้น (ละครเวอร์ชั่นล่าสุด เขียนบทโดย “อัศศิริ ธรรมโชติ” ภายใต้นามปากกา “บางแวก”)

“ขวานฟ้าหน้าดำ” จึงมีบางองค์ประกอบที่หลุดกรอบของ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” ทั่วไป

ทั้งการขับเน้นประเด็น “คุณธรรมน้ำมิตร” และการสร้างบุคลิกลักษณะเฉพาะหรือความสามารถพิเศษเหนือธรรมชาติ ตลอดจนจักรวาลโครงข่ายความสัมพันธ์อันกว้างขวางซับซ้อน ให้แก่บรรดาตัวละครมากหน้าหลายตา คล้าย “นิยายกำลังภายใน” (รวมถึงพวก “คอมิกส์” ด้วย)

ส่วนโครงเรื่องก็คล้ายคลึงกับการฝ่าฟันด่านต่างๆ ใน “เกมคอมพิวเตอร์” มากกว่าจะเป็นการชักนำตัวละครหลักทุกรายไปกองรวม ณ “วันพิพากษาสุดท้าย” ในตอนจบของละคร เหมือนละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่

ดังจะเห็นว่า “ขวาน” ต้องเผชิญหน้าและฆ่าสองผัวเมียมนุษย์กาเป็นด่านแรก, ปราบนางยักษ์กาขาวเป็นด่านที่สอง, ฟื้นคืนชีพจากการถูกอำมาตย์แสงเพชรสังหารในด่านที่สาม, พิชิตพระเจ้าแสงเพชรและพวกพ้องในด่านที่สี่

แล้วจึงพิฆาตแสงเดช ณ ด่านสุดท้าย

แม้จะออกอากาศด้วยจำนวนตอนน้อยกว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัยในระยะหลังๆ

ทว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” กลับมีฉากรุนแรงในเปอร์เซ็นต์สูงกว่าอย่างชัดเจน เห็นได้จากตัวละครหลัก ทั้ง “ฝ่ายดี” และ “ฝ่ายไม่ดี” ที่ถูกฆ่าตายตลอดทั้งเรื่อง

ไล่ตั้งแต่สองมนุษย์กา, เมียอำมาตย์โสฬส, นางยักษ์กาขาว, บุรีรมย์ราชา, เศรษฐีปัญจะ, แม่ขวาน, กานต์กาสร (มนุษย์ควายบินได้), ศรีสมิง (เสือสมิงฝ่ายธรรมะ), แม่มดนาถสุดา, หมื่นสุรไกร, หมื่นสีหนาท, อำมาตย์ทินกร, อำมาตย์/พระเจ้าแสงเพชร และแสงเดช

(ไม่รวมทหารเลว-สามัญชนคนเล็กคนน้อยอีกจำนวนหนึ่ง)

มิหนำซ้ำ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ตอนอวสาน ยังมีการเข่นฆ่า “คนดี” อีกล็อตใหญ่ ก่อนที่ทั้งหมดจะได้รับการชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ (สอดคล้องกับประเด็นสำคัญในเนื้อหาส่วนถัดไป)

“ขวานฟ้าหน้าดำ” ตอนอวสาน คล้ายจะมีหลักใหญ่ใจความอยู่ตรงการฟื้นคืนชีพของ “ตัวร้ายเบอร์สอง” อย่าง “แสงเดช”

ในละครตอนก่อนหน้านั้น “แสงเดช” ถูก “ขวาน/สุธาเทพ” ฆ่าตาย แต่แล้ว สายฝน สายฟ้า และแสงแดด ก็ตกกระทบมายังร่างไร้วิญญาณของเขาพร้อมเพรียงกัน

ส่งผลให้วิญญาณกลับคืนร่าง

หลังมีชีวิตใหม่ “แสงเดช” ได้รับการอัพสกิลขึ้น จนมีฤทธิ์สูงกว่า “แสงเพชร” ผู้พ่อเสียอีก

กระทั่งผู้วิเศษ เช่น “เจ้าพ่อเขาเขียว” และ “ฤาษีอุปคุปต์” ก็ต้านทานไม่ได้ ส่วน “ขวาน/สุธาเทพ” ที่กลายสถานะเป็น “พระเจ้าขวานฟ้าสุธาเทพ” เหนือหัวองค์ใหม่แห่งบุรีรมย์นคร ก็ต้านทานไม่ไหว

ท่ามกลางปริศนาค้างคาใจว่าทำไม “แสงเดช” จึงไม่ตาย แถมยังเก่งขึ้นผิดหูผิดตา?

แล้ว “สุริยะเทพ” ก็ปรากฏกายขึ้น เพื่อแจ้งข่าวร้ายกับ “พระเจ้าขวานฟ้าสุธาเทพ” ว่าเป็นเพราะพระองค์เผลอไปส่องแสงอาทิตย์ระหว่างฝนตก-ฟ้าผ่าพอดี

“แสงเดช” เลยกลับมาสร้างความปั่นป่วนระลอกใหม่

เท่ากับว่าการฟื้นคืนชีพของ “แสงเดช” และความผิดพลาดของ “สุริยะเทพ” ถือเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

แม้เทพแห่งแสงสว่างจะตระหนักว่าพระองค์ทำพลาดไปแล้ว แต่ก็ไม่กล้าช่วยเหลือ “พระเจ้าขวานฟ้าสุธาเทพ” ปราบอธรรม อย่างตรงไปตรงมาหรือออกนอกหน้า ด้วยเกรงว่าพระองค์เองจะ “เสียศูนย์”

“สุริยะเทพ” จึงทำได้เพียงบอกใบ้วิธีโค่น “แสงเดช” ให้แก่ “พระเจ้าขวานฟ้าสุธาเทพ” ก่อนพระองค์จะไปร่วมด้วยช่วยกันในช่วงเผด็จศึก

เทพเจ้าพระองค์นี้ยอม “เสียศูนย์” อีกรอบ โดยชุบชีวิต “ขุนพลจ้อย” “อำมาตย์โสฬส” และ “หมื่นวิษณุ” ซึ่งเป็นบรรดาตัวละครฝ่ายธรรมะที่ถูก “แสงเดช” (เวอร์ชั่นอัพสกิล) ฆ่าตาย ให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้น

การ “เสียศูนย์” ของ “สุริยะเทพ” จึงอาจหมายถึงการลงไปแทรกแซงชะตากรรมของมนุษยชาติก็ได้ หรือจะหมายถึงการแก้ไข “ข้อผิดพลาด” ของพระองค์เอง ก็ได้เช่นเดียวกัน

ท้ายสุด เมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบลงแบบ “แฮปปี้เอ็นดิ้ง” “สุริยะเทพ” ก็เรียก “ขวานวิเศษ” คืนจาก “พระเจ้าขวานฟ้าสุธาเทพ”

เหตุผลข้อแรก อาจเป็นเพราะพระองค์ต้องนำเอาอาวุธวิเศษชนิดนี้ไปปราบหมู่มารในแหล่งอื่นๆ ตามที่ให้เหตุผลไว้ในละคร

ทว่าเหตุผลอีกข้อ ก็อาจเป็นเพราะพระองค์หวั่นเกรงว่า “พระเจ้าขวานฟ้าสุธาเทพ” จะใช้อำนาจ (อันมี “ขวาน” เป็นสัญลักษณ์) ไปในทางที่ผิด หรืออย่างต่ำที่สุด ก็ใช้มันอย่างบกพร่องโดยไม่รู้ตัว

ดังที่องค์ “สุริยะเทพ” เอง ก็เคยกระทำผิดพลาดมาแล้ว ในกรณี “แสงเดช”

ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูบ “สามเศียร”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“นางสิบสอง 2562” และผู้กำกับจักรๆ วงศ์ๆ หน้าใหม่คนแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ!

ไว้อาลัยอดีตผู้กำกับละครจักรๆ วงศ์ๆ มือทอง แห่งทศวรรษ 30

ขอเริ่มต้นสุดสัปดาห์นี้ ด้วยการไว้อาลัยต่อการจากไปของ “สมชาย สังข์สวัสดิ์” ผู้กำกับรุ่นเก๋าของเครือดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร

คุณสมชายถือเป็นผู้กำกับละครจักรๆ วงศ์ๆ มือทองในยุคทศวรรษ 2530 ซึ่งมีผลงานน่าจดจำมากมาย อาทิ กายเพชรกายสุวรรณ โม่งป่า เกราะเพชรเจ็ดสี แก้วหน้าม้า นางสิบสอง และ พระสุธนมโนราห์ เป็นต้น

View this post on Instagram

เสียใจกับการจากไปของ สมชาย สังข์สวัสดิ์ หรือ นันทนันท์ สังข์สวัสดิ์ หรือ พี่ช้าง ผู้กำกับละครพื้นบ้านสมัยยุค 90 ขอให้ไปสู่สุขติครับ ตามภาพคือผลงานกำกับการแสดงละครพื้นบ้านของพี่ช้าง บางเรื่องกำกับร่วมกับพี่ลอร์ด สยม สังวริบุตร —————————————————— ละครปัจจุบันพี่ช้างก็กำกับนะครับ เรื่องที่ชอบที่สุดคือเรื่อง พิศวาสอลเวง

A post shared by Lakornthaiboranละครพื้นบ้านไทย (@lakornthaiboranofficial) on

นอกจากนี้ เมื่อ 3 ปีก่อน คุณสมชายยังได้มาช่วยกำกับละคร “ดินน้ำลมไฟ” (2559) ซึ่งเป็นภาคต้นของ “สี่ยอดกุมาร” (2559) อีกด้วย

“นางสิบสอง 2562” และผู้กำกับละครจักรๆ วงศ์ๆ น้องใหม่รายล่าสุด!

ถัดจากผู้กำกับละครจักรๆ วงศ์ๆ รุ่น “สมชาย สังข์สวัสดิ์” และ “สยม สังวริบุตร” ในทศวรรษ 2530

ผู้กำกับละครจักรๆ วงศ์ๆ เจนถัดมา ก็คือ “ประทุม สินธุอุส่าห์ (มิตรภักดี)” และ “หนำเลี้ยบ ภิพัชพนธ์ อภิวรสิทธิ์”

โดยในช่วงเกือบๆ ยี่สิบปีให้หลัง “หนำเลี้ยบ” ได้กลายเป็นผู้กำกับเบอร์หนึ่ง หนึ่งเดียว ของละครพื้นบ้านค่ายสามเศียร ขณะที่สมชายและประทุมหันไปกำกับละครแนวร่วมสมัย

ปลื้ม สังวริบุตร
(จากซ้ายไปขวา) สยาม, ปลื้ม, หนำเลี้ยบ และสยม : ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=LP6u5wYm1Hg

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า สำหรับ “นางสิบสอง” เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ มีการเปลี่ยนแปลงผู้กำกับเป็น “ปลื้ม สังวริบุตร” ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งตระกูลสังวริบุตร บุตรชายของ “สยาม สังวริบุตร” บิ๊กบอสค่ายดาราวิดีโอ

และได้ “ประทุม มิตรภักดี” มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้กำกับ

นี่คือการเปลี่ยนตัวผู้กำกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษ!

เผยเรตติ้ง “ขวานฟ้าหน้าดำ” ตอนอวสาน – “นางสิบสอง” ตอนแรก

เรตติ้ง “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ตอนอวสาน เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม นั้นอยู่ที่ 5.106 ขึ้นไม่ถึงหลัก 6 เหมือนที่เคยทำได้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม

ขณะที่ เรตติ้ง “นางสิบสอง 2562” ตอนแรก ในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม นั้นอยู่ที่ 4.061 ถือว่าไม่น้อยเลย สำหรับละครเพิ่งออกอากาศ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/tvrating-week-22-28-july-62/

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/lorddida/

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ย้อนรอยที่มา “นิทานนางสิบสอง-พระรถเมรี”

วันนี้ (อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม) ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “นางสิบสอง” (2562) จะได้ฤกษ์ประเดิมจอ

บล็อกคนมองหนังจึงอยากนำเสนอถึงรากเหง้า-ที่มาของนิทานโบราณเรื่อง “นางสิบสอง-พระรถเมรี” อย่างย่นย่อ

“นางสิบสอง-พระรถเมรี” (รวมถึงภาคต่อ คือ “พระสุธนมโนห์รา”) เป็นนิทานสำคัญหรือวัฒนธรรมร่วมของดินแดนในแถบอุษาคเนย์มาเนิ่นนาน

“สุจิตต์ วงษ์เทศ” อธิบายว่า “พระรถเมรี” กับ พระสุธนมโนห์รา” คือละครชาวบ้านเก่ายุคอยุธยา ซึ่งมีผู้คนนิยมชมชอบราวหลัง พ.ศ.2000 เป็นต้นมา

ละครทั้ง 2 เรื่องได้รับความนิยมแพร่หลาย เพราะมีโครงสร้างการดำเนินเรื่องแบบบ้านๆ ไม่ตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนให้ถูกจริตชาวบ้านในยุคสมัยต่างๆ ได้ตลอดเวลา

สุจิตต์ยังเสนอว่า “พระรถเมรี-พระสุธนมโนราห์” คือ ตำนานบรรพชนลาวลุ่มน้ำโขง ซึ่งเคลื่อนย้ายตามชนกลุ่มนี้มาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก ตั้งแต่หลัง พ.ศ.1500 โดยฟักตัวอยู่ในรัฐสุพรรณภูมิและรัฐเพชรบุรี แล้วแพร่กระจายไปถึงนครศรีธรรมราช

(ข้อมูลจาก สุจิตต์ วงษ์เทศ : พระรถ เมรี, สุธน มโนห์รา ละครชาวบ้านเก่าสุด ยุคอยุธยา https://www.matichon.co.th/columnists/news_115582)

หนังสือนาง 12

เมื่อ พ.ศ.2560 สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ และ คณะกรรมการฝ่ายวิจัย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มใหญ่ “นางสิบสอง-พระรถเมรีศึกษา” ซึ่งรวบรวมบทความจากการประชุมวิชาการระดับชาติเรื่อง “ขับนิทานนางสิบสอง ขานทำนองพระรถเมรี: นิทานมรดกแห่งอุษาคเนย์” ออกวางจำหน่าย

“รัตนพล ชื่นค้า” อาจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรณาธิการของหนังสือ ชี้ว่านิทาน “นางสิบสอง-พระรถเมรี” เป็น “นิทานมรดกแห่งอุษาคเนย์” ซึ่งแพร่หลายทั้งในไทย, เมียนมา, ลาว และกัมพูชา

ในบทความ “นิทานเรื่องนางสิบสอง-พระรถเมรี: การถ่ายทอดเรื่องเล่าพื้นบ้านในอุษาคเนย์” เขียนโดย รัตนพล ชื่นค้า, ธันวพร เสรีชัยกุล และ จริยา สุพรรณ ระบุว่านอกจากนิทาน “นางสิบสอง” หรือ “พระรถเมรี” จะเป็นตำนานบรรพชนกลุ่มชาวลาว ซึ่งปรากฏอยู่ในตอนต้นพงศาวดารล้านช้าง และแพร่หลายไปตามการอพยพของชาวลาว คล้ายข้อเสนอของสุจิตต์แล้ว

คณะผู้เขียนยังอ้างอิงวิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิตหัวข้อ “การศึกษาเชิงเปรียบเทียบเรื่องพระรถ-เมรีฉบับต่างๆ” ของ “นันทพร พวงแก้ว” ซึ่งเสนอว่านิทานเรื่องนี้อาจมีที่มาจากนิทานอินเดียแถบเบงกอลและแคชเมียร์

โดยน่าจะแพร่หลายเข้ามาผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่นของอุษาคเนย์

ขอบคุณภาพนำจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“ขวานฟ้าหน้าดำ” ตอนอวสาน จะคว้าเรตติ้งเท่าไหร่? จะ “โหดสัส” ขนาดไหน?

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2562 ละคร “ขวานฟ้าหน้าดำ” เวอร์ชั่นล่าสุดจะปิดฉากอวสานลงในตอนที่ 37 โดยมี 2 ประเด็นน่าจับตา ดังนี้

เรตติ้งตอนจบจะสวยงามแค่ไหน?

พอออกอากาศในช่วงโค้งสุดท้าย เรตติ้งของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ก็พุ่งกระฉูดขึ้นมา จากเดิมที่วนเวียนอยู่แถวๆ หลัก 4-5 แต่สัปดาห์ก่อน ความนิยมกลับขยับไปอยู่ตรงตัวเลข 5 และ 6

โดยในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม (ตอนที่ 35) ละครเรื่องนี้ได้เรตติ้ง 5.689 ส่วนวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม (ตอนที่ 36) เรตติ้งก็ทะยานไปถึง 6.278 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับแต่ออกอากาศมา

คำถามน่าสนใจ คือ ตอนอวสานของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” จะคว้าเรตติ้งไปได้เท่าไหร่? จะถึงหลัก 7 หรือไม่?

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/tvrating-week-15-21-july-62/

บทอำลาจะ “โหดสัส” ขนาดไหน?

นอกจากจะเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่มีความยาวน้อยที่สุดในรอบหลายปีแล้ว

อีกหนึ่งลักษณะเด่น ที่ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” อาจจะมีความแตกต่างจากผลงานระยะหลังๆ ของค่ายสามเศียร ก็คือ บทสรุปของบรรดาตัวละคร

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มักมีบทอวสานที่ “คลีน” พอสมควร

ดังเช่น “เทพสามฤดู 2560” ที่แทบจะไม่มีตัวละครหลัก ทั้งฝ่ายร้ายและฝ่ายดี ต้องเสียชีวิตลงเลย

ขณะที่ใน “สังข์ทอง 2561” ผู้ที่ต้องดับสูญ ก็คือ บรรดาตัวร้าย ไม่ใช่ตัวละครสมทบฝ่ายธรรมะ อาทิ พี่หอยทากและหกพระพี่เลี้ยง (ซึ่งเคยต้องพลีชีพใน “สังข์ทอง 2550”)

อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีของ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” แค่ยังไม่ถึงตอนจบ ตัวละครทั้งสองฝ่ายต่างก็ทยอยตายลงไปเป็นจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่บุรีรมย์ราชา, เศรษฐีปัญจะ, แม่ของขวาน, ศรีสมิง, แม่มดนาถสุดา, หมื่นสุรไกร-หมื่นสีหนาท, อำมาตย์ทินกร และ อำมาตย์แสงเพชร (แถมยังไม่แน่ใจชะตากรรมของพี่หุ่นฟาง)

นอกจากนี้ เมื่อทางสามเศียรปล่อยคลิปตัวอย่างของละครตอนจบออกมา ก็น่าจะมีตัวละครฝ่ายดีและฝ่ายร้ายที่ต้องม้วยมรณาอีกหลายราย

“ขวานฟ้าหน้าดำ” จึงอาจเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ดุเดือดเลือดพล่านและ “โหดสัส” ที่สุดในรอบหลายปี

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/khawtuasnl/

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัวนักแสดงนำ “นางสิบสอง 2562” เตรียมประเดิมจอ 28 กรกฎาคม!

อัพเดตข่าวล่าสุด

เปิดตัว 12 นักแสดงหญิง ผู้สวมบทบาท “นางสิบสอง” 2562

“นางสิบสอง 2562” และผู้กำกับจักรๆ วงศ์ๆ หน้าใหม่คนแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ!

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” อวสานที่ 37 ตอน

ได้ฤกษ์บวงสรวงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “นางสิบสอง” (2562) ซึ่งจะแพร่ภาพตอนแรกในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ถัดจาก “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

เท่ากับว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” เวอร์ชั่นล่าสุด จะออกอากาศรวมทั้งสิ้น 37 ตอน ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติของละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (ก่อนหน้านี้ “อุทัยเทวี 2560” ที่กระแสไม่เปรี้ยงปร้างนัก ก็ยังออกอากาศถึง 40 ตอน)

ต้องจับตาดูว่า เรตติ้งตอนอวสานของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นจะเป็นอย่างไร? จะสามารถทำได้ดีกว่ามาตรฐานเฉลี่ย 4-5 ของตัวเองได้หรือไม่?

“นางสิบสอง 2562” ละครฟอร์มยักษ์ตัวจริงประจำปีนี้ของค่ายสามเศียร

ถ้าพิจารณาจากจำนวนตัวละครอันมากมายและกองทัพนักแสดงที่ยกมาเกือบหมดค่าย ก็ต้องยอมรับว่า “นางสิบสอง” นั้นมีสเกลใหญ่กว่า “ละครขัดตาทัพ” เช่น “ขวานฟ้าหน้าดำ” ชัดเจน

ขณะเดียวกัน “นางสิบสอง” ก็มีโอกาสจะโกยเรตติ้งหรือดึงดูดใจมหาชน (ชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน) ได้สูงกว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ทั้งเพราะรสชาติเรื่องราว ที่มีทั้งความโหดเหี้ยม (ควักลูกตา-กินเด็กทารก) ผนวกด้วยบทลงเอยในแบบโศกนาฏกรรมระหว่าง “พระรถเสน” กับ “นางเมรี”

และการเป็นนิทานสำคัญหรือวัฒนธรรมร่วมของหลายๆ ดินแดนในแถบอุษาคเนย์ มาแต่เดิม

นี่จึงเป็นละครฟอร์มยักษ์ตัวจริงประจำปี 2562 ของค่ายสามเศียร

เปิดตัวนักแสดง “นางสิบสอง 2562”

สำหรับผู้รับบท “ท้าวรถสิทธิ์” ใน “นางสิบสอง” เวอร์ชั่นใหม่ คือ “ณพบ ประสบลาภ” ซึ่งถือเป็นการหวนกลับมาสวมบทเด่นในละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 อีกครั้งหนึ่งของเขา หลังจากต้องถอยไปรับบทรองๆ มาพักใหญ่ (ทั้งนี้ ไม่นับบท “ขุนแผน” ในช่องจ๊ะทิงจา)

ส่วนเหล่า “นางสิบสอง” นั้น มีทั้งนักแสดงหน้าใหม่ และนักแสดงหน้าเดิม ที่หลายคนเคยผ่านบทพระธิดาใน “สังข์ทอง 2561” หรือบทบาทอื่นๆ ในละครพื้นบ้านมาแล้ว อาทิ

“นาย ชนุชตรา สุขสันต์” “พิมพ์ อัญรส ปุณณโกศล” “เพลง ชนารดี อุ่นทะศรี” “แก้ม กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข” “มีน วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย”

รวมถึง “ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง” ที่ผันตนเองจากบท “รจนา” พระธิดาองค์เล็กของท้าวสามนต์ มาสู่ “เภา” น้องคนสุดท้องในบรรดา “นางสิบสอง”

คลิกอ่าน เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

ด้าน “นางยักษ์สันธมาลา” จะรับบทโดย “แคนดี้ ชุติมา เอเวอรี่” ซึ่งปัจจุบัน กลายเป็นนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ มากประสบการณ์ไปแล้ว

ข้ามไปยังตัวเอกรุ่นลูกกันบ้าง

ผู้รับบท “พระรถเสน” ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก “ข้าวตู พลพจน์ พูลนิล” (หรือ “ขวาน/สุธาเทพ” แห่ง “ขวานฟ้าหน้าดำ”)

View this post on Instagram

ถึงน้องจะเป็นยักษ์ พี่ก็รักน้องเมรีของพี่นะครับ😍😍😍😍😍 มาเปนกลอนจ้า พระรถเสน-เมรี (พระรถเมรี) ติดตามชม นางสิบสอง (ตอนแรก) วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.นี้ 08.00 น. ช่อง 7hd ——————————————– รถเสน รับบทโดย พลพจน์ พูลนิล เมรี รับบทโดย พิงค์ กมลวรรณ #นางสิบสอง #พระรถเสน #นางเมรี #พระรถเมรี #นางสิบสอง2562 #สามเศียร #ดีด้าวิดีโอ #ช่อง7hd #ละครพื้นบ้าน #ละครจักรๆวงศ์ๆ #หนังเจ้า @khawtuasnl @pinkkamonwan_missteen11 Credit @khawtu_ppfans 🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰 ฝากติดตามผลงานของพี่ข้าวตูและพี่พิงค์ด้วยนะครับ พระนางคู่ใหม่ นางสิบสอง 2562

A post shared by lakornthaipeunban_official (@lakornthaipeunban_official) on

แต่ที่เซอร์ไพรส์คือผู้สวมบท “เมรี” ในฉบับนี้ ซึ่งพลิกโผเป็น “พิงค์ กมลวรรณ ศตรัตพะยูน” อดีตรองอันดับหนึ่ง มิสทีนไทยแลนด์ 2011 และผู้เข้าประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2559

ที่เลื่อนชั้นมาจากบท “โหงพราย/หงส์ฟ้า” อันกึ่งร้ายกึ่งตลก ใน “สังข์ทอง 2561”

คลิกอ่าน รู้จักผู้รับบท “หงส์ฟ้า/โหงพราย” นางร้าย “สังข์ทอง” เธอคืออีกหนึ่งคนที่มาจากเวทีนางงาม

นอกจากนี้ ตัวละครสมทบจำนวนมากใน “นางสิบสอง 2562” ยังเต็มไปด้วยนักแสดงดาวเด่นของสามเศียร

ไม่ว่าจะเป็น “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” “ม่อน สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์” “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” “บุ๊ค พบศิลป์ โตสกุล” “รัฐ รัฐศิลป์ นลินธนาพัฒน์” “ปลั๊ก สวีเดน ทะสานนท์” “แมน สุพศิน แสงรัตนทองคำ” “บีท สุกฤษฏิ์ สงแก้ว”

คลิกอ่าน เปิดตัว “หกเขย” ที่หลากหลายทั้ง “ชาติพันธุ์” และ “เพศสภาพ” ใน “สังข์ทอง 2561”

ไล่ไปถึงรุ่นใหญ่อย่าง “ลูกศร อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์” และ “ไพโรจน์ สังวริบุตร”

ที่สำคัญ ยังมีนักแสดงอาวุโสท่านหนึ่งมาร่วมแสดงใน “นางสิบสอง 2562” ด้วย นั่นคือ “อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา” ซึ่งจะสวมบท “ยายค่อม” (ที่ตนเองเคยแสดงเอาไว้หนหนึ่งแล้ว ใน “นางสิบสอง 2543”)

ถือว่าคุณป้าอรสาเลือกรับงานได้เด็ดขาดทีเดียว หลังจากเมื่อช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ.2562 แกก็ร่วมแสดงในละคร “กรงกรรม” โปรแกรมเรตติ้งสูงของฝั่งช่อง 3

ขอบคุณ ภาพนำจากเพจ Ch7HD Entertainment

เกร็ดความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “นางสิบสอง”

“นางสิบสอง 2562” เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่อง “ลูกมากยากจน”

ย้อนรอยที่มา “นิทานนางสิบสอง-พระรถเมรี”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“ศรีสมิง” ตัวละครลับรายสุดท้ายของ “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ศรีสมิง 2

แม้จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนอวสาน แต่ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก็ยังมีตัวละครหน้าใหม่ๆ ปรากฏออกมา

ตัวละครรายล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว คือ นางเสือสมิง หรือ “ศรีสมิง” ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ช่วยสำคัญของขวาน-พระธิดาบุษยา เช่นเดียวกับ “พี่หุ่นฟาง” และสองกุมาร “รัก-ยม”

นี่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายขวานหรือสุธาเทพ ก็มีพันธมิตรพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นอมนุษย์ผู้ทรงฤทธิ์เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรจากพระเจ้า/อำมาตย์แสงเพชร และท่านหญิง/แม่มดนาถสุดา

ศรีสมิง 1

สำหรับผู้รับบท “ศรีสมิง” นั้นเป็นนักแสดงหน้าใหม่ของค่ายสามเศียร (แต่เคยมีผลงานในแวดวงบันเทิงมาบ้างก่อนหน้านี้) ชื่อ “อเล็กซองดร้า เลอมีร์”

ผู้สนใจสามารถทำความรู้จักอเล็กซองดร้าให้มากขึ้น ได้จากคลิปของคุณ “พชรปพน” ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ละครจักรๆ วงศ์ๆ ท่านหนึ่ง และมีข้อมูลเกี่ยวกับดารานักแสดงละครประเภทนี้ที่แน่นปึ้กทีเดียว

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ปิดกล้องแล้ว! ละครจักรๆ วงศ์ๆ คิวถัดไป คือ “นางสิบสอง”

สุดสัปดาห์นี้ “ขวานฟ้าหน้าดำ” จะแพร่ภาพเป็นตอนที่ 31 และ 32 แต่ขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลจากอินสตาแกรมของนักแสดงนำและทีมงานถ่ายทำว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ ได้ปิดกล้องลงเรียบร้อยแล้ว

จึงเป็นไปได้ว่าความยาวของ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” น่าจะอยู่ราวๆ 40 ตอน

แม้เรตติ้งของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ฉบับนี้ จะวิ่งไปมาอยู่แถวๆ หลัก 4-5 แต่ปัจจัยดังกล่าวคงไม่ถึงกับทำให้ละครถูกตัดตอนหรือรวบรัดให้สั้นลง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโครงสร้างเรื่องราวของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ซึ่งจัดเป็นนิทานจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นใหม่แล้ว เราต้องยอมรับว่าพล็อตเรื่องมีลักษณะกระชับตายตัวชัดเจน ไม่มีช่องว่างในการเล่นมุขแบบด้นสดมากนัก ตัวละครต่างๆ ไม่ได้มีเยอะแยะมากมาย อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็ไม่สลับซับซ้อน

จนผู้ผลิตละครโทรทัศน์ไม่สามารถขยายความ (หรือพาเรื่องออกทะเล) ให้ยืดยาว ได้เหมือนกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ซึ่งมีที่มาจากนิทานพื้นบ้านดั้งเดิม เช่น “สังข์ทอง” หรือ “แก้วหน้าม้า”

หากเปรียบเทียบกับ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2540” ละครเวอร์ชั่นนั้นก็ออกอากาศประมาณสี่เดือน ใกล้เคียงกับ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ที่เริ่มต้นแพร่ภาพเมื่อกลางเดือนมีนาคม และอาจอวสานลงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

สำหรับละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องถัดไปของค่ายสามเศียรนั้น ถ้าไม่มีอะไรพลิกโผ คงจะเป็น “นางสิบสอง” ซึ่งเปิดกล้องพร้อมๆ กับ “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั่นเอง

โดยล่าสุด อินสตาแกรม lakornthaijukwong รายงานว่า จะมีงานบวงสรวงละคร “นางสิบสอง 2562” อีกครั้ง ในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้

View this post on Instagram

๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ บวงสรวงละคร นางสิบสอง ณ โรงถ่ายละครลาดหลุมแก้วปทุมธานี เวลา ๐๙.๐๐ ณ. – เช่นเดิมค่ะ ทางเราไปและไลฟ์สดทางเพจไอจีเหมือนเดิมค่ะ – รอบนี้น่าจะแค่นางสิบสองกับพระรถเมรีนะคะ พระสุธนมโนราห์คงจะอีกรอบนึง #นางสิบสอง #พระรถเมรี #พระสุธนมโนราห์ #สู่เวรกรรมพ่อแม่นำน้องปล่อยพนา #โฉมสคราญสิบสองนางแรกรุ่น

A post shared by ℒ𝒶𝓀𝑜𝓇𝓃𝓉𝒽𝒶𝒾𝒿𝓊𝓀𝓌𝑜𝓃𝑔 👁💠 (@lakornthaijukwong) on

ขอบคุณภาพนำจาก ยูทูบ Ch7HD

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

แนะนำนักแสดงรุ่นหนุ่ม-สาว “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” เปลี่ยนโหมดเข้าสู่ช่วงวัยที่เติบโตเป็นหนุ่มสาวของเหล่าตัวละครหลักเรียบร้อยแล้ว

และผลตอบรับก็ดูเหมือนจะ “ดี” ทีเดียว หากพิจารณาจากเรตติ้งของละครในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 8-9 มิถุนายน ซึ่งได้ไป 5.029 และ 5.632

“ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นมีตัวละครหลักไม่มาก ส่งผลให้ไม่ต้องใช้บริการนักแสดงเยอะแยะเท่าละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหลายเรื่อง

โดยใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” นักแสดงผู้รับบทบาทสำคัญช่วงหนุ่มสาว จะประกอบไปด้วย

“ข้าวตู พลพจน์ พูลนิล” ผู้รับบท “ขวาน” หรือ “สุธาเทพ” อีกหนึ่งเด็กปั้นแห่งค่ายสามเศียร-ดีด้า-ดาราวิดีโอ ซึ่งเส้นทางนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ ของเขา ดูจะเคยก้าวไปสู่จุดพีกหนหนึ่ง เมื่อครั้งแสดงเป็น “พระราหู” ใน “เทพสามฤดู 2560”

ถัดมา คือ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” รองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2559 ผู้จะมารับบทเป็น “พระธิดาบุษยา” นางเอกของเรื่อง หลังจากเคยชิมลางลงจอด้วยฐานะหนึ่งในพระพี่นางของ “รจนา” ใน “สังข์ทอง 2561” มาก่อน

สำหรับ “หนูฟาง” อีกหนึ่งผู้ช่วยคน/ร่างใหม่ของ “ขวาน” ในตอนโตนั้น จะสวมบทโดย “เพลง ชนารดี อุ่นทะศรี” ดีกรีเข้ารอบห้าคนสุดท้าย นางสาวไทย 2559 (รุ่นเดียวกับ “ขวัญ ปิ่นทิพย์”) ทั้งนี้ “เพลง ชนารดี” เคยแสดงละครเรื่อง “ยอพระกลิ่น 2557” ก่อนจะมุ่งมั่นไปเอาดีบนเส้นทางการประกวดนางงาม แล้วย้อนคืนสู่แวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหนใน “สังข์ทอง 2561”

เพื่อน กวี แสงเดช
ภาพจาก ยูทูบสามเศียร

ตัวร้ายรุ่นหนุ่มแน่นอย่าง “แสงเดช” ทายาท “อำมาตย์แสงเพชร” จะรับบทโดย “เพื่อน กวี วงศ์จันทรา” ซึ่งเคยร่วมแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้วไม่น้อย รวมถึงการสวมบท “บุญหลาย” พระพี่เลี้ยงเขยลาวใน “สังข์ทอง 2561”

ปิดท้ายด้วย “มิตรแท้/พี่ชายที่แสนดี” ของ “ขวาน” อย่าง “จ้อย” ซึ่งเวอร์ชั่นนี้รับบทโดย “โจ้ จักรกฤษณ์ คชรัตน์” อดีตนักแสดงเด็กผู้เคยโด่งดังจากละคร “สี่ยอดกุมาร” และ “เทพสังวาลย์” ช่วงปลายทศวรรษ 2520 ณ ปัจจุบัน ในวัย 44 ปีเต็ม “โจ้ จักรกฤษณ์” ได้หวนคืนสู่หน้าจอละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกครั้ง และเขาก็ถือเป็น “พี่ใหญ่” ของบรรดานักแสดงรุ่นหนุ่มสาวใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week-3-9june62/