จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ประเด็นน่าจับตาเกี่ยวกับ “เทพสามฤดู” หลังปี 2561

ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีปีใหม่ 2561 ด้วยภาพสวยๆ จากอินสตาแกรมสามเศียรกันก่อน เป็นลำดับแรกสุด

ทีนี้ มาพูดถึงประเด็นที่ต้องจับตาเกี่ยวกับละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” หลังปี 2561 กันบ้าง

ความนิยมล่าสุด

เริ่มจากประเด็นแรก คือ เรตติ้ง

น่าสนใจว่าระยะหลังๆ การเสาะหาสถิติเรตติ้งทางโทรทัศน์ของ “เทพสามฤดู” นั้นทำได้ยากมาก จากที่เมื่อก่อน มีผู้นำตัวเลขมาเผยแพร่ในเว็บไซต์พันทิป แต่ปัจจุบัน ข้อมูลส่วนดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกนำเสนอออกมา

ส่วนเว็บไซต์เอจีบีนีลเซ่นก็เพิ่งอัพเดตข้อมูลเรตติ้งทีวีถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2560

อย่างไรก็ดี เข้าใจว่าเรตติ้งของ “เทพสามฤดู” คงยังไปไม่ถึง 7.1 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ เพราะหากตัวเลขเรตติ้งทำลายสถิติเดิม อย่างน้อยที่สุด อินสตาแกรมสามเศียรคงต้องรายงานความสำเร็จดังกล่าวให้แฟนๆ ได้รับทราบกันบ้างแล้ว

ทว่า ในส่วนของยูทูบ หลังจากสามเศียรประกาศเปิดช่องทางการของตนเอง และตระเวนลบ-เคลียร์คลิปย้อนหลังที่ยูทูบช่องอื่นๆ นำมาเผยแพร่ก่อนหน้านี้ เรียบร้อยเสร็จสรรพ

ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ค่อนข้างน่าพอใจ

ล่าสุด ตัวเลขจำนวนสมาชิกช่อง SAMSEARN OFFICIAL นั้นอยู่ที่เกือบๆ 86,000 คน

ส่วนคลิปละครย้อนหลังตั้งแต่ตอนที่ 51-54 (ซึ่งหันมาใช้ระบบคลิปยาวคลิปเดียวต่อละครหนึ่งตอน แทนที่จะซอยละครหนึ่งตอนออกเป็นห้าคลิปย่อยตามจำนวนเบรกโฆษณาในทีวี) ก็มียอดวิวทะลุหนึ่งล้านโดยตลอด

นับว่าผลตอบรับที่มีต่อ “เทพสามฤดู” ในโลกออนไลน์ยังคงไปได้สวยทีเดียว

จะมีอะไรใหม่อีก?

อีกหนึ่งคำถามสำคัญ ก็คือ เนื้อเรื่องของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อ จะมีอะไรผิดแผกแหวกแนวจากละครเวอร์ชั่นก่อนเมื่อปี 2546 อีกหรือไม่?

อย่างที่รู้กันว่า “เทพสามฤดู 2560-61” นั้นแทบจะนำบทละครเดิมเมื่อ 14-15 ปีก่อน มา reshoot ใหม่แบบเป๊ะๆ

แต่ก็มีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำศิวนาฏราชที่ใส่เข้ามาใหม่ (ระยะหลังๆ ชักหายไป) หรือการแก้ปัญหาเรื่องตัวละครอำมาตย์อาจอง เมื่อ “กิตติ ดัสกร” ผู้รับบทบาท มีปัญหาสุขภาพส่วนตัว

จุดที่น่าจับตาสำหรับละครเวอร์ชั่นปัจจุบัน คือ ชะตากรรมของ “มาตุลีเทพบุตร” จะลงเอยอย่างไร?

เมื่อปี 2546 ตัวละครรายนี้ที่รับบทโดย “ท้าวดักแด้” ได้หายไปจากหน้าจอเสียเฉยๆ โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะนักแสดงติดภารกิจอื่น หลังละครถูกยืดให้ยาวขึ้น

ทว่า “ธรรมศักดิ์ สุริยน” ผู้รับบทเป็น “เทพมาตุลี 2560-61” ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องคิวงาน

จึงน่าเชื่อว่าบทสรุปของตัวละคร “มาตุลีเทพบุตร” ใน “เทพสามฤดู” ฉบับนี้ คงจะแตกต่างจากฉบับก่อนอย่างแน่นอน

แต่จะต่างอย่างไรนั้น ต้องจับตาดูกัน

Advertisements
ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” แรงทะลุ 6 และอิทธิพลซีรีส์มหากาพย์อินเดียต่อจักรๆ วงศ์ๆ ไทย

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ทะลุ 6 แล้วจ้า!!!

ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อินสตาแกรมของบริษัทสามเศียรได้รายงานผลการวัดเรตติ้งจำนวนผู้ชมละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “เทพสามฤดู” ระหว่างวันที่ 15-16 กรกฎาคม

เทพสามฤดูทะลุ 6

ผลปรากฏว่าในวันเสาร์ที่ 15 ละครเรื่องนี้คว้าเรตติ้งไป 6.3 ขณะที่วันอาทิตย์ที่ 16 เรตติ้งลดลงมาเล็กน้อยเป็น 6.2

นี่ถือเป็นสัปดาห์ดีๆ ที่ “เทพสามฤดู 2560” มีเรตติ้งทะลุหลัก 6 เป็นครั้งแรก และเป็นสัปดาห์ที่ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ได้รับความนิยมสูงสุดหลังจากแพร่ภาพมาได้ 6 ตอน

เมื่อพิจารณาสถิติของเอจีบี นีลเซ่น โดยละเอียด พบว่าระหว่างวันที่ 10-16 กรกฎาคม 2560 “เทพสามฤดู” นับเป็นรายการยอดนิยมอันดับสามของช่อง 7 มีเรตติ้งเป็นรองเพียงละครหลังข่าวค่ำวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เรื่อง “เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน” ที่ได้เรตติ้งไป 7.9 และละครเย็นวันธรรมดาเรื่อง “มือปืนพ่อลูกติด” ที่ได้เรตติ้งไป 6.9

เรตติ้ง

เมื่อเปรียบเทียบกับอีกหนึ่งสถานีใหญ่อย่างช่อง 3 รายการที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่องดังกล่าว คือ การถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลหญิงเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ซึ่งได้เรตติ้งไป 3.8 ส่วนละครหลังข่าวค่ำช่วงวันหยุดชุด “เดอะ คิวปิดส์” นั้น ได้เรตติ้งไป 3.7

เรตติ้ง 2

คู่แข่งสำคัญจริงๆ ของช่อง 7 ณ ปัจจุบัน จึงได้แก่ช่องเวิร์คพอยท์ ซึ่งแม้รายการยอดนิยมสูงสุดของช่องนี้อย่าง “The Mask Singer 2” จะเริ่มอ่อนกระแสลงไป แต่ยังได้รับเรตติ้งสูงถึงประมาณ 7.1 และ “หน้ากากนักร้อง” ก็ถือเป็นรายการเดียวของเวิร์คพอยท์ที่มีเรตติ้งเหนือกว่า “เทพสามฤดู” เพราะรายการยอดนิยมอันดับสองของช่อง คือ “I Can See Your Voice” ได้เรตติ้งไปราวๆ 5.7 เท่านั้น

อิทธิพลของซีรีส์มหากาพย์อินเดียต่อจักรๆ วงศ์ๆ ไทย

พร้อมๆ กับการได้รับความนิยมของ “เทพสามฤดู 2560” ซีรีส์มหากาพย์จักรๆ วงศ์ๆ จากอินเดีย ก็ยังไปได้สวยในสมรภูมิทีวีดิจิตอลไทย

โดย “สีดาราม ศึกรักมหาลงกา” ยังคงครองตำแหน่งรายการยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่อง 8 ด้วยเรตติ้งประมาณ 3.3 

ส่วน “รามเกียรติ์” ที่ไบรท์ทีวี ก็มีสถานะเป็นโปรแกรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่องเช่นกัน โดยมีเรตติ้งราว 0.4 

ปิดท้ายด้วย “อโศกมหาราช” ที่เป็นรายการยอดนิยมอันดับสองของช่อง 3 แฟมิลี่ โดยได้รับเรตติ้งไปประมาณ 0.7

ไม่แน่ใจว่า บรรดาผู้ชมละคร “เทพสามฤดู 2560” จะรู้สึกเหมือนผมไหมว่าละครฉบับนี้นั้นมีแนวโน้มจะได้รับอิทธิพลของซีรีส์ฝั่งอินเดียค่อนข้างสูง

(โดยไม่ต้องพูดถึงเรื่องชื่อเทวดาหรือระบบจักรวาลในละครจักรๆ วงศ์ๆ ซึ่งรับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอินเดียแน่นอนอยู่แล้ว)

เมื่อคราวผลิต “เทพสามฤดู 2546” ดูเหมือนทางสามเศียรจะพยายามผสมผสานอิทธิพลของ “เทพปกรณัมนานาชาติ” เข้ากับเรื่องราวพื้นบ้านแบบไทยๆ

นอกจากอาวุธ “พัดชีวิต” ที่มีอยู่ในนิทานเวอร์ชั่นดั้งเดิม ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก “ไซอิ๋ว” แล้ว ห่วงรัดศีรษะที่ใช้ปราบพยศ “เจ้างั่ง กระหังป่า” ในเวอร์ชั่นดังกล่าว ก็ทำให้หลายคนนึกถึงวรรณกรรมจีนเรื่องเดียวกัน ขณะที่จุดตายของตัวร้ายชื่อ “สามสี” ก็ดันไปพ้องกับ “อคิลลีส” ในเทพนิยายกรีกอย่างร้ายกาจ

มาถึง “เทพสามฤดู 2560” หากดูเฉพาะละคร 6 ตอนแรก คล้ายกับว่าอิทธิพลแบบอินเดียจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดพอสมควร

 

ตั้งแต่ฉาก “ศิวนาฏราช” ของ “องค์อิศรา” มาจนถึงการกำหนดบทพูด “อาร้าย อาราย” ให้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเทวดาอย่าง “มาตุลีเทพบุตร” ซึ่งชี้ชวนให้นึกถึงตัวละคร “พระนารทฤาษี” ผู้มีบทพูดประจำตัวอันแสนติดหูว่า “นาร้ายณ์ นารายณ์” ในซีรีส์เทพปกรณัมอินเดียหลายๆ เรื่อง

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าอิทธิพลของซีรีส์มหากาพย์อินเดียรูปแบบอื่นๆ จะปรากฏใน “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุดอีกหรือไม่? มากน้อยแค่ไหน?