ข่าวบันเทิง, ในน้ำเน่ามีเงาจันทร์

บทสัมภาษณ์ “พิมพกา” ในสีสันปี 2546 : “คืนไร้เงา” นายทุน คนดู นิโคล สิริยากร และพงษ์พัฒน์

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตนำเนื้อหาบางส่วนของบทสัมภาษณ์ พิมพกา ตัวตนที่ค้นเจอ ใน “คืนไร้เงา” โดย เศารยะ พงศ์พันธ์กุล จากนิตยสารสีสัน ปีที่ 14 ฉบับที่ 9 พ.ศ.2546 มาเผยแพร่อีกครั้ง

เนื่องในโอกาสที่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 14-15 ม.ค.นี้ จะมีงานฉายหนังโปรแกรมพิเศษ FILMVIRUS MASTERCLASS 02 : PIMPAKA TOWIRA ที่ห้องสมุด The Reading Room สีลม

โลกทัศน์-ความเชื่อเมื่อเกือบ 14 ปีก่อน ของผู้กำกับหญิงคนเก่งจะเป็นเช่นไร เชิญอ่าน

การทำหนังแบบไม่เอาเปรียบนายทุน ไม่เอาเปรียบคนดู และไม่เอาเปรียบตัวเอง

“เราก็คิดเหมือนคนอื่น ที่อยากทำหนังแล้วอยากให้คนดูน่ะ แต่ทีนี้คนดูของเราเขาจะดูมากดูน้อยเราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างน้อยเราจะรู้สึกว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่มันใหญ่กว่าหนังสั้นแน่ๆ ที่เราจะต้องสื่อสารเขา แล้วก็นายทุนเขาให้เงินเรามา ซึ่งหนังมันแพงมาก เราก็ไม่อยากให้เขาขาดทุนกับเรา เพราะว่าถ้าเขาขาดทุนกับเรานี่ มันก็ไม่แฟร์กับเขา ใช่ไหม คือข้อหนึ่งเราต้องบาลานซ์ทุกอย่างเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเราทำแล้วเอาเปรียบใคร

อย่างน้อยคือไม่เอาเปรียบนายทุน ไม่เอาเปรียบคนดูหนัง แล้วก็ไม่เอาเปรียบตัวเอง คือทุกสิ่งทุกอย่าง มันต้องบาลานซ์ทั้งหมด แต่ท้ายที่สุดหนังต้องมีความเป็น unique ในแบบหนึ่ง เพราะเราจะทำหนังทำไม ถ้าเราไม่อยากจะทำอะไรที่มันแสดงออกในแง่มุมที่ต่างจากคนอื่น เพราะจริงๆ ก็ไม่ได้กระเสือกกระสนจะมาทำหนัง จริงๆ ชีวิตก็ดีอยู่แล้ว” (หัวเราะ)

img_1353

คนดูคือครูของคนทำหนัง

“หนังเราจะเป็นการเรียนรู้ของเรากับคนดู คนดูก็จะเรียนรู้เรา แล้วเราก็จะเรียนรู้คนดูด้วย เพราะฉะนั้น มันจะเป็นการสอนเราด้วยว่าฉันทำหนังแบบนี้มา เราพร้อมที่จะรับมันไหม คือการเข้ามาดูของเขาคือการสอนเรา เพราะเราถือว่าคนดูคือครูของเรา เราไม่ได้คิดว่าเราเป็นครูของคนดู เพราะเราทำเทศกาลหนังมา เรารู้ว่ามีคนที่อยากดูอะไรที่แตกต่าง เพียงแต่ว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนดูในกระแสหลัก มันเหมือนคนพวกนี้เขาจะค่อยๆ ออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนน้อยนะ มันมีอยู่จริงๆ เพียงแต่ว่าเราจะทำยังไงให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ดูค่อยๆ เข้ามากัน เราอยากให้พวกนี้เป็นครูน่ะ เป็นครูของคนทำหนัง คนดูหนังเองช่วยพัฒนาคนทำหนังนะ จริงๆ เราคิดว่าอย่างนั้น”

img_1360

ว่าด้วย “นิโคล” กับ “สิริยากร”

“ตอนแรกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะ approach นิโคล แกรมมี่ก็ตกใจ คือทุกคนจะบอกว่า จะเป็นไปได้เหรอ ถ้าทุกคนอ่านบทมันคือภาพตรงของ กี้ (นิโคล) น่ะ เจอเขาวันแรกก็นั่งคุยกัน จากวูบแรกที่เห็นเขารู้สึกว่า กี้ มีด้านอ่อนกับด้านแข็งอยู่ อยู่ที่ว่าเขาหันทางไหน แล้วเขามีบางอย่างที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ตรงนี้เขาสามารถกลืนได้ แล้วเราอยากได้คนแบบนี้ ซึ่งตัวเดินเรื่องในเรื่องนี้เป็นผู้หญิงแข็งมาก หนังมันจะกลายเป็นแบบเฟมินิสต์น่ะนึกออกไหม ฉันนี่กะจะมาลุยอย่างเดียว คือความเป็นผู้หญิงควรจะมี 2 ด้านไง

อีกอย่างหนึ่งคือ โดยบังเอิญนะ อุ้ม กับ กี้ ตัวเท่ากัน มีบางอย่างคล้ายกัน แต่เขาไม่เหมือนกันเลย ซึ่งเป็นแคสต์ที่ดีมากเวลาอยู่บนเฟรม อยู่ในจอ เขาต่างกันมาก แต่ถ้ามองดีๆ สองคนนี้มีอะไรบางอย่างคล้ายกันในเชิง…อย่างหน้าหรือ physical บางอย่าง ซึ่งเราค่อนข้างพอใจ”

img_1361

“พงษ์พัฒน์” และนักแสดงชายรายอื่นๆ

“…แล้วจริงๆ เรื่องนี้มันดำเนินเรื่องแค่สองคน แล้ว พี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เขาเป็นตัวบาลานซ์อีกตัว พี่อ๊อฟเล่นเป็นพี่ชายของคนที่หายตัวไป พี่อ๊อฟ นี่เก่งมาก เราได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะเลยนะ เยี่ยมมากๆ จะว่าไปแล้ว พงษ์พัฒน์ นี่สุดยอด คือรู้สึกว่าตัวเองโชคดีน่ะ มันเหมือนกับได้รับเกียรติที่คนพวกนี้เขามาเล่น เราได้เรียนรู้จากเขา หรือแม้กระทั่งแบบ คุณโกวิท (วัฒนกุล) คุณโกวิท เก่งมากๆ แล้วเราก็ประทับใจน่ะคือคนรุ่นนี้เป็นรุ่นที่…คือเขาผ่านการแสดงมาเยอะแล้ว แล้วเขาเข้าใจการเล่นเป็นธรรมชาตินะ เขาเล่นเป็นธรรมชาติมากๆ เลย เล่นดีมาก แล้วเราได้เรียนรู้จากเขาเยอะมาก หรือแม้กระทั่งแบบ คุณกุ้ง กิตติคุณ (เชียรสงค์) คือรู้สึก ในฐานะที่เราเป็นผู้กำกับ เราเห็นอะไรที่มันเปิดแง่มุมโลกทัศน์เรา แล้วคนพวกนี้เขาฟังเรา เขาก็ trust เรา แล้วมันเป็นเกียรติที่รู้สึกภูมิใจ”

“คืนไร้เงา” จะถูกนำกลับมาฉายอีกครั้ง ในวันที่ 14 มกราคม เวลาหนึ่งทุ่มตรง ในงาน FILMVIRUS MASTERCLASS 02 : PIMPAKA TOWIRA

คลิกอ่านรายละเอียดของโปรแกรมทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/events/1351029458250928/

Advertisements
ข่าวบันเทิง

รวมโปรแกรมพิเศษน่าสนใจ จากเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20

จะเริ่มต้นขึ้นพรุ่งนี้แล้ว สำหรับเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20

นอกจากโปรแกรมหลัก ที่รับประกันคุณภาพอยู่แล้ว อย่างสายการประกวด “รัตน์ เปสตันยี” สำหรับบุคคลทั่วไป สาย “ช้างเผือก” สำหรับนักศึกษา สาย “ช้างเผือกพิเศษ” สำหรับน้องๆ เยาวชน สายรางวัล “ดุ๊ก” สำหรับหนังสารคดี สายรางวัล “ปยุต เงากระจ่าง” สำหรับหนังแอนิเมชั่น และสายการประกวดของหนังสั้นต่างประเทศ

รวมถึงโปรแกรมหนังสั้นเควียร์, หนังสั้นน่าสนใจจากเทศกาล Clermont-Ferrand ประเทศฝรั่งเศส, โปรแกรม S-Express รวมหนังสั้นจากประเทศเพื่อนบ้าน และ หนังยาวเกิน 30 นาที ในสายดิจิตอล ฟอรัม

เทศกาลปีนี้ ยังมีโปรแกรมพิเศษน่าสนใจอื่นๆ อีก

river

เริ่มตั้งแต่การฉายภาพยนตร์เรื่อง “River of Exploding Durians” ผลงานการกำกับของ Edmund Yeo

ซึ่งเล่าเรื่องราวของโครงการโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่จะถูกสร้างไว้ริมชายฝั่งทะเล จนชาวบ้านบริเวณนั้นต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม พร้อมความหวาดกลัวต่อกัมมันตภาพรังสี

Ming นักเรียนมัธยมไม่ได้รู้สึกอะไรต่อการเปลี่ยนแปลง เขาแค่สนใจแต่การใช้เวลาช่วงบ่ายกับไปเพื่อนวัยเด็ก Hui Ling ที่ตนหลงรัก

ในขณะเดียวกัน Lim ครูสอนประวัติศาสตร์ของ Ming เริ่มตั้งกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการต่อสร้างโรงงาน เธอรับนักเรียนคนโปรด Hui Ling เข้าร่วมขบวนการ อุดมการณ์ของพวกเธอกำลังถูกทดสอบ

การก่อสร้างดำเนินต่อไป ตัวละครทั้งหมดถูกดึงเข้าสู่เหตุการณ์ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาจนไม่อาจหวนกลับ

และแน่นอนว่าหนึ่งในไฮไลท์สำคัญสำหรับคอหนังชาวไทยโดยเฉพาะ ก็คือ การดำรงอยู่ของภาพจำลองเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในภาพยนตร์มาเลเซียเรื่องนี้

หนังจะฉายในเวลา 18.30 น. ของวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

ตามมาด้วย “ความเศร้าของภูตผี”

ความเศร้าของภูตผี

โปรเจ็คท์หนังครั้งแรกในประเทศไทย ที่นักเขียนระดับแนวหน้ารวมใจลงแขกกับนักทำหนังสั้นแบบไม่เกรงใจสูตรคร่ำครึ ปฏิวัติการดัดแปลงวรรณกรรมรูปแบบใหม่ ให้เป็นการด้นเกมแห่งเสียงอักษรไหลสุดขอบจินตนาการภาพ ด้วยโจทย์ต้นเรื่องของนักเขียนที่จุดประกายให้คนทำหนังสั้น 4 คน ต่อ-แต่งเรื่องเล่าตามใจชอบ จนเกิดเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวภายใต้โครงการ Domino Film Experiment

สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกในโครงการนี้ จะเป็นการนำบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของ แดนอรัญ แสงทอง เรื่อง “ความเศร้าของภูตผี” มาตีความและแต่งเติมใหม่ จนได้เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวในชื่อเดียวกัน

เจ้าของโปรเจ็คท์นี้ คือ สนธยา ทรัพย์เย็น แห่งฟิล์มไวรัส ส่วนทีมผู้กำกับ ได้แก่ วชร กัณหา, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค และเฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง

หนังจะฉายที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา ในเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม

อีกหนึ่งโปรแกรมน่าสนใจ ที่จะจัดฉายต่อเนื่องกับ “ความเศร้าของภูตผี” ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายาในวันอาทิตย์นี้ ก็คือ หนังสั้นโปรแกรม “ความปรารถนาของคุณจิตร”

จิตร โพธิ์แก้ว
ภาพจากนิตยสาร ART4D ปีที่ 18 ฉบับที่ 208 ตุลาคม 2013 บันทึกไว้โดย http://www.magazinedee.com/

คุณจิตร คือ จิตร โพธิ์แก้ว นักดูหนังขาประจำของงานหนังสั้นมาราธอน และเทศกาลหนังสั้น

คุณจิตรอาจไม่ได้เป็นแค่ซีเนไฟล์ แต่เป็นเอนไซโคลพีเดียเคลื่อนที่ของวงการภาพเคลื่อนไหวไทย

เมื่อมูลนิธิหนังไทย ผู้จัดเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 สอบถามคุณจิตร ว่าอยากดูหนังสั้นที่เคยฉายในเทศกาลเรื่องใดบ้าง? ในวาระที่เทศกาลเดินทางมาถึงปีที่ 20

คุณจิตรก็ระบุรายชื่อหนังมาจำนวนหนึ่ง อันนำมาสู่การเกิดขึ้นของโปรแกรมพิเศษนี้

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ThaiShortFilmVideoFestival/photos/?tab=album&album_id=850914975039164

ข้ามฟากไปที่หนังที่จะฉาย ณ หอศิลป์ กทม. สี่แยกปทุมวัน

João Tempera The Robbery
ภาพจากหนังสั้นเรื่อง The Robbery โดย João Tempera

หนึ่งในโปรแกรมพิเศษน่าสนใจ ก็คือ “NY Portuguese” รวมหนังสั้นคัดสรรจากเทศกาล NY Portuguese Short Film Festival ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมภาพยนตร์โปรตุเกสร่วมสมัย จัดโดย Arte Institute

ในเทศกาลครั้งนี้ หนังสั้นชุดดังกล่าวจะถูกซอยแบ่งออกเป็นสองโปรแกรม คลิกอ่านรายละเอียดได้ในสองลิงก์ต่อไปนี้

https://www.facebook.com/ThaiShortFilmVideoFestival/photos/?tab=album&album_id=850901005040561

https://www.facebook.com/ThaiShortFilmVideoFestival/photos/?tab=album&album_id=850908251706503

โดย NY Portuguese 1 จะฉายในวันอังคารที่ 23 เวลา 17.00-19.00 น. และวันพฤหัสบดีที่ 25 เวลาเดียวกัน ส่วน NY Portuguese 2 จะฉายในวันอังคารที่ 23 เวลา 19.00-20.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 28 เวลา 13.00-15.00 น.

ขอปิดท้ายด้วย “Bangkok Stories” ภาพยนตร์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวความรัก 6 เรื่อง ที่เกิดขึ้นในต่างย่านและต่างเวลาทั่วกรุงเทพฯ ผ่านสายตาผู้กำกับ 6 คน

bangkok stories สุขุมวิท
ภาพจากหนังสั้นเรื่อง “สุขุมวิท” โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์

ประกอบด้วย “ข้าวสาร” โดย อโนชา สุวิชากรพงศ์, “พาหุรัด” โดย โสรยา นาคะสุวรรณ, “หมอชิต” โดย วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์, “สีลม” โดย วรกร ฤทัยวาณิชกุล, “สุขุมวิท” โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์ และ “เยาวราช” โดย อภิญญา สกุลเจริญสุข

หนังจะจัดฉายในวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เวลา 19.00-20.30 น.

โปรแกรมหนังสั้น 20

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่เพจ Thai Short Film & Video Festival