จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“สังข์ทอง” เรตติ้งทะลุ 8! – เมื่อนักแสดงต้องคลอดลูก กับภูมิปัญญาแก้ปัญหาสไตล์ “สามเศียร”

เรตติ้ง “สังข์ทอง” เกิน 8 แล้วจ้า!

View this post on Instagram

คอนเสิร์ตจะทิงจา สังข์ทอง ไทยประกันชีวิต สนุกสุดเหวี่ยงฟินๆที่เดอะมอล์ลบางกะปิ#สังข์ทอง #ทุกวันเสาร์อาทิตย์ 08.00น. #ช่อง7HD #สามเศียร #หนังเจ้า #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #สังข์ทองลูกแม่ @surasak_suwannawong @pupe_kessarin @pond_ophaphoom @naphop_prasoplab @chanuchtra @bookpobsil @tanapat @christian.agle @pimaunya @genetix_james @galgam @rath_rathsil @khwan_pinthip @mansupasin @pleng_chanaradee

A post shared by บริษัท สามเศียร จำกัด (@samsearn) on

ระหว่างวันที่ 10-16 กันยายน 2561 ละครพื้นบ้านเรื่อง “สังข์ทอง” ไม่เพียงแต่จะยึดครองตำแหน่งรายการโทรทัศน์ไทยที่มีเรตติ้งสูงสุดประจำสัปดาห์ได้อย่างสบายๆ อีกคำรบ

ทว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ สุดฮ็อตเรื่องนี้ ยังสร้างประวัติศาสตร์ให้ตนเอง ด้วยการโกยเรตติ้งเกินหลัก 8 เป็น (สอง) ครั้งแรก!

โดยในวันเสาร์ที่ 15 กันยายน “สังข์ทอง 2561” คว้าความนิยมไป 8.054 เท่านั้นไม่พอ เรตติ้งยังพุ่งสูงขึ้นอีกในวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน ด้วยตัวเลขสวยหรู 8.412

หากเปรียบเทียบกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมค่ายในระยะไม่กี่ปีหลัง ดูเหมือน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นนี้ จะไล่จี้ “แก้วหน้าม้า 2558” จนกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนจะแซง/ทำลายสถิติได้สำเร็จหรือไม่นั้น วันเวลา รวมถึงกลวิธีการด้นสดและ “ออกทะเล (มหาสมุทร)” จะเป็นปัจจัยชี้ขาด

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week10-16sept-2561/

มรณกรรมของ “จันทาเทวี 2561” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย!

หนึ่งในความแตกต่างระหว่าง “สังข์ทอง 2561” กับละครฉบับปี 2550 ก็คือ ชะตากรรมของตัวร้ายอย่างพระมเหสี “จันทาเทวี”

ขณะที่ในเวอร์ชั่นที่แล้ว “จันทาเทวี” มีชีวิตยืดยาวจนถึงตอนท้ายๆ “จันทาเทวี 2561” กลับมีอายุสั้น และถูกสังหารโดยคนสนิท/คนกันเอง คือ “แม่เฒ่าสุเมธา” ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง (ตอนที่ 38 ออกอากาศวันที่ 7 กรกฎาคม 2561)

แฟนๆ ละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายรายอาจสงสัยว่าทำไมบทของ “จันทาเทวี” จึงถูกตัดทิ้งออกไปอย่างง่ายๆ ห้วนๆ เช่นนั้น

แต่หากใครติดตามอินสตาแกรมของ “อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี” ผู้รับบท “จันทาเทวี 2561” เราก็อาจค้นพบคำตอบ!

นั่นคือ ระหว่างถ่ายทำละครเรื่องนี้ “อ้อม ประถมาภรณ์” กำลังตั้งท้องพอดี และเธอได้คลอดลูกสาว “น้องอันดา” ในวันที่ 20 สิงหาคม หนึ่งเดือนกว่าๆ หลังจากบทบาท “จันทาเทวี” ในละครต้องยุติลง

ทั้งนี้ สามีของ “อ้อม ประถมาภรณ์” ก็มิใช่คนแปลกหน้าของสังคมละครพื้นบ้าน เพราะเขาคือ “พศิน ศรีธรรม” ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “บัวแก้วจักรกรด” (2549) “ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง” (2553) “เจ้าหญิงแตงอ่อน” (2555)

ที่สำคัญ พศินยังรับบทเป็น “องค์ชายสี่” ใน “สังข์ทอง 2550”

โดยสรุปแล้ว มรณกรรมของตัวละคร “จันทาเทวี 2561” จึงเป็นภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหานักแสดงตั้งท้องและคลอดลูกของค่ายสามเศียรนั่นเอง

คล้ายคลึงกับการเขียนบทพูดให้ตัวละครสมทบเช่น “หมื่นมิตร” ชี้แจงว่า “อำมาตย์อาจอง” (ที่รับบทโดย “กิตติ ดัสกร” ผู้ล้มป่วย) ต้องไปเก็บตัวฝึกพระเวทย์ ใน “เทพสามฤดู 2560”

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

หลังจากที่ผ่านมาบล็อกคนมองหนังพูดถึงนักแสดง/ตัวละครหลักของ “สังข์ทอง 2561” มาแล้วหลายหน

คราวนี้ จึงอยากจะขอวิเคราะห์ภาพรวมหรือมองหาแบบแผนอะไรบางอย่าง เพื่อตอบคำถามว่านักแสดงของละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคปัจจุบันนั้น เป็นใครมาจากไหนกันบ้าง?

ลูกหม้อ/เด็กปั้น/ขาประจำ

กลุ่มแรกที่อยากกล่าวถึง คือ นักแสดงที่เป็น “ลูกหม้อ/เด็กปั้น” ของค่ายสามเศียร ที่เห็นชัดๆ เลย ก็ได้แก่ เหล่าดารานำ คู่พระคู่นางทั้งหลายจากละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องต่างๆ

ส่วนใหญ่ของนักแสดงหนุ่มสาวเหล่านี้จะเซ็นสัญญากับทางค่ายดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร และมีผลงานการแสดงในละครของทางค่ายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี นอกจากบรรดาพระเอกนางเอกแล้ว ยังมีนักแสดงลูกหม้อ/เด็กปั้นอีกหลายคน ที่ถือเป็น “ขาประจำ” ผู้โดดเด่น ซึ่งมักได้รับบทบาทสมทบสำคัญๆ ในละครจักรๆ วงศ์ๆ ร่วมสมัยแทบทุกเรื่อง เช่น พบศิลป์ โตสกุล, โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์, ณพบ ประสบลาภ และอรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์

พบศิลป์ หรือ “เขยหก” แห่ง “สังข์ทอง 2561” นั้นได้ร่วมแสดงในละครจักรๆ วงศ์ๆ ห้าเรื่องหลังสุด (แก้วหน้าม้า, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง)

ส่วนโอภาภูมิ หรือ “เจ้าเงาะป่า” หุ่นกำยำ ก็เป็นนักแสดงระดับ “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่เริ่มปรากฏตัวตั้งแต่เจ้าหญิงแตงอ่อน, จันทร์สุริยคาธ, มนต์นาคราช, ยอพระกลิ่น, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง พูดอีกอย่าง คือ ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เขามีส่วนร่วมกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร เกือบทุกเรื่อง

ขณะที่ณพบ หรือ “เขยหนึ่ง” ก็เล่นทั้งบทร้ายและดีในละครจักรๆ วงศ์ๆ หลายเรื่อง ได้แก่ จันทร์สุริยคาธ, มนต์นาคราช, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง

ทางด้านอรศศิพัชร์ที่ทำให้แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ หลงรักจากบท “นางพันธุรัต” ก็มีผลงานการแสดงในละครประเภทนี้สองเฟส เฟสแรกเป็นช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2540 เฟสที่สอง เริ่มต้นด้วยแก้วหน้าม้า (2558-59), อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง

นางงาม

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรระยะหลังนั้นพึ่งพาวงการนางงามอยู่ไม่น้อย นอกจากลูกศร อรศศิพัชร์ ที่เคยประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปี 2544 แล้ว

วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย หรือ มีน ผู้รับบทนางเอกในอุทัยเทวีและนางไม้ในเทพสามฤดู ก็เคยประกวดนางสาวไทยปี 2559 มาก่อน

แม้แต่บุญญาณี สังข์ภิรมย์ ที่รับบทเป็น “พรรณี” นางยักษ์บริวารของนางพันธุรัตใน “สังข์ทอง 2561” ก็มีดีกรีเป็นมิสอินเตอร์คอนติเนนตัลไทยแลนด์ จากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ปี 2558

ก่อนหน้านี้ หากใครจำได้ ค่ายสามเศียรและอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เคยจับมือกันทำแคมเปญให้ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี 2559 ไปร่วมกิจกรรมชาลเลนจ์เล่นละครพื้นบ้าน

ผลลัพธ์ของกิจกรรมดังกล่าวดูจะสร้างประโยชน์ให้ทางสามเศียรมากพอสมควร เพราะไม่เพียงแต่จะได้นางเอกใหม่อย่าง มีน วรัญภรณ์ มาโลดแล่นหน้าจอ

ทว่าสอง (จากเจ็ด) พระธิดาของท้าวสามนต์ใน “สังข์ทอง 2561” ยังเป็นผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 59 ที่เคยผ่านแคมเปญนี้มาแล้วเหมือนกัน

คนแรก ได้แก่ ปิ่นทิพย์ อรชร (รองอันดับหนึ่งนางสาวไทย 2559) ซึ่งรับบทเป็น พรรณผกา” พระธิดาองค์ที่สอง

คนต่อมา ได้แก่ ชนารดี อุ่นทะศรี (เข้ารอบห้าคนสุดท้ายนางสาวไทย 2559) ซึ่งรับบทเป็น ปัทมา” พระธิดาองค์ที่สี่

นักแสดงรุ่นเก๋า-รุ่นกลาง

ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมนักแสดงเก่าๆ หลากรุ่นหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่จะมารับบทเป็นเสด็จพ่อ, เสด็จแม่, ท่านอำมาตย์, ท่านหมื่น, คุณท้าว, เทวดา, ตา-ยาย หรือพระฤาษี

อาทิ ธรรมศักดิ์ สุริยน และ ดอน จมูกบาน (ผู้ล่วงลับ) ที่ได้สวมบทบาทแนวนี้ในละครพื้นบ้านดังๆ ช่วง 5-6 ปีหลัง

tv181-1

ใน “สังข์ทอง 2561” เอง ก็มีคนบันเทิงอาวุโสมาลงจอกันมากหน้าหลายตา ทั้งธรรมศักดิ์ ในบท “เทพารักษ์” ใจดี

พอเจตน์ สุรพล สังข์ทอง

พอเจตน์ แก่นเพชร อดีต “ชายกลาง” แห่งต้นทศวรรษ 2520  ในบท “อำมาตย์เดชา” คนสนิทมเหสีจันทา ซึ่งมีลูกคู่คือ “หมื่นอำนาจ” หรือ สุรพล ไพรวัลย์ นักแสดงขาประจำดั้งเดิมขนานแท้อีกรายของค่ายดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร

ตายาย

ร่วมด้วย ครรชิต ขวัญประชา และ เยาวเรศ นิศากร ในบท “ตา-ยาย” ผู้คอยช่วยเหลือมเหสีจันเทวียามตกยาก

ขณะเดียวกัน ละครประเภทนี้ยังเป็นเวทีสำหรับนักแสดงรุ่นกลางๆ ซึ่งเริ่มไม่ค่อยมีที่ทางในจอโทรทัศน์มากนัก เช่น ฉัตรมงคล บำเพ็ญ อดีตพระเอก/ตัวร้ายของละครจักรๆ วงศ์ๆ ท็อปฮิตหลายเรื่องยุค 2530-40 (ก่อนจะประสบมรสุมชีวิตในเวลาต่อมา) ที่หลังจากแก้วหน้าม้า (2558) ก็เพิ่งได้กลับมารับบทเป็น “ท่านหมื่น” แห่งนครสามนต์ใน “สังข์ทอง 2561”

ฉัตรมงคล

รวมทั้ง เพชรฎี (รัฐธรรมนูญ) ศรีฤกษ์ หรือ “ท้าวสามนต์” อดีตพระเอกดาวรุ่งช่อง 7 ผู้เปิดตัวกับละครเรื่อง “111/ตองหนึ่ง” (2539) ที่ระยะหลังๆ หันมารับบทเสด็จพ่อในละครพื้นบ้านเรื่องต่างๆ

ท้าวสามนต์

ส่วนทางฟากนักแสดงหญิงรุ่นกลาง คนหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ ในแวดวงละครพื้นบ้านร่วมสมัย ก็เห็นจะเป็น แคนดี้ ชุติมา เอเวอรี่ ซึ่งระยะหลังๆ ยึดบท “มเหสี/เสด็จแม่” ไว้อย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่เจ้าหญิงแตงอ่อน, มนต์นาคราช, แก้วหน้าม้า, ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร, อุทัยเทวี และสังข์ทอง

แคนดี้ สังข์ทอง

สำหรับสตรีอีกสองรายที่ได้รับบทสำคัญใน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นใหม่ คือ อ้อม ประถมาภรณ์ รัตนภักดี หรือ “มเหสีจันทา” นางเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุค 2540 ซึ่งหวนกลับมาเล่นละครประเภทนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

อ้อม สังข์ทอง

เช่นเดียวกับ ปนัดดา โกมารทัต ผู้รับบท “มเหสีมณฑา” ซึ่งผลงานละครพื้นบ้านก่อนหน้านี้ ได้แก่ “ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง” (2553-54)

ปนัดดา สังข์ทอง

ยิ่งกว่านั้น ยังมีนักแสดงรุ่นเก๋าที่ห่างจอไปนาน ซึ่งหวนมาร่วมแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรอย่างน่าเซอร์ไพรส์ เช่น สุริยัน ปฏิพัทธ์ นักแสดงอาวุโสผู้เคยฝากผลงานเด่นๆ ผ่านจอช่อง 3 ช่วงทศวรรษ 2530 ที่เพิ่งรับบทเป็น “ท่านอำมาตย์ใหญ่” แห่งนครพันธุธานี ใน “สังข์ทอง 2561”

สุริยัน สังข์ทอง

แหล่งที่มาภาพนำ: อินสตาแกรม และ ยูทูบ “สามเศียร”

ข่าวบันเทิง

รวมมิตรข่าวฮ็อตของวงการละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่วงปลาย มิ.ย. 59

นักแสดงแทนในสี่ยอดกุมาร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา แฟนๆ ละครสี่ยอดกุมาร ถึงกับ “ตาตื่น” ในฉากที่บรรดาพระธิดาของท้าวกกหนาด แอบสะกดรอยตามพระบิดาไปยังถ้ำพญาเหยี่ยวรุ้งไฟ

ที่ว่า “ตาตื่น” ก็เพราะอยู่ดีๆ “พระธิดาดารณีนุชบา” สุดสวยนั้น ก็หน้าตา “เปลี่ยนไป”

จนทำให้หลายคนสงสัยว่าดาราสาวหน้าหวาน ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส จะยังรับบทพระธิดาองค์ดังกล่าวต่อไปหรือไม่?

ดารณีนุชตัวจริง
ชิงชิง คริษฐา ผู้รับบทพระธิดาดารณีนุชบา ตัวจริง

อย่างไรก็ตาม เพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลเชิงลึกว่า ชิงชิงจะยังรับบทนี้ตามปกติ เพียงแต่ในวันถ่ายทำฉาก “ปัญหา” ที่ว่า เธออาจติดธุระสำคัญ ขณะที่กองถ่ายก็เลื่อนกองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหา “นักแสดงแทน” มาเข้าฉาก

ทว่า ความผิดพลาดในขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่น ก็ทำให้มีใบหน้าของ “นักแสดงแทน” โผล่ออกมาในจอโทรทัศน์อย่างชัดเจน จนถูก “จับผิด”

ดารณีนุช ตัวปลอม
“ตัวแทน” ของดารณีนุชบา (ในวงรีสีเขียว) ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย

ทั้งนี้ มีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ชิงชิงพลาดการเข้าฉากในวันนั้น เป็นเพราะเธอติดถ่ายละครอีกเรื่อง คือ “อกธรณี” อยู่

“หญิงรักหญิง?” ในสี่ยอดกุมาร

ยังคงสร้างเสียงกรี๊ดกร๊าดและความค้างคาใจอยู่เป็นระยะๆ ว่าตกลงบท “พ่อแง่แม่งอน” ระหว่าง “เพชรราชกุมาร” และ “มัลลิกานารี” หนึ่งในธิดาเมืองยักษ์ ในสี่ยอดกุมารนั้น จะลงเอยเช่นไร?

คู่จิ้น
ภาพจากช่อง 7 และเพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย

เพราะทั้งคู่ล้วนเป็น “หญิง” ในทางกายภาพเหมือนกัน ทว่า ฝ่ายแรกกลับแต่งตัว/ปลอมกายเป็นชาย

ที่น่าสนใจ คือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน มีกลอนเสภาประกอบละคร ซึ่งสามารถอธิบายความในใจของเพชรราชกุมารได้อย่างชวนฉุกคิด ดังเนื้อหาว่า

เจ้าถอยหน้าถอยหลังดังหมากรุก
ใจเจียนสุกไหม้เกรียมเจียมสังขาร
ด้วยรู้อยู่แก่ใจเจ้าเยาวมาลย์
ว่านงคราญอำพรางในร่างชาย
จึงกลัวกลัวกล้ากล้าน่าสังเวช
เกรงมีเหตุลวงลับถูกจับได้
แต่จำเป็นเห็นอยู่ต้องสู้ตาย
เพราะจุดหมายเพื่อตนล้างมนต์ดำ

ถ้าคิดตามกลอนเสภาด้านบน เพชรราชกุมารก็จำใจต้องปลอมเป็นชาย ทั้งที่ใจยังเป็นหญิง เพื่อจุดหมายในการล้างมนต์ดำคำสาปให้แก่นครของพระมารดา

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ตกลงแล้ว ในท้ายสุด ความสัมพันธ์ของเพชรราชกุมารและมัลลิกานารี ซึ่งกลายเป็นสองตัวละครผู้โดดเด่นและเป็นที่รักมากที่สุดใน “สี่ยอดกุมาร 2559” จะคลี่คลายไปสู่จุดใด?

จากพระ-นางจักรๆ วงศ์ๆ สู่คู่รักหวานนอกจอ

ขอแสดงความยินดีกับ อ้อม-ประถมาภรณ์ รัตนภักดี และ ต้าร์-พศิน ศรีธรรม สองนักแสดงนำละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่วงครึ่งหลังทศวรรษ 2540 ถึงต้น 2550 ที่จะจูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์ในโลกแห่งความจริง ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2559

อ้อมต้าร์
จากอินสตาแกรม aompratamaporn

โดยทั้งคู่เคยรับบทเป็นพระ-นางร่วมกัน ในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “บัวแก้วจักรกรด” ที่ออกฉายต่อจาก “เกราะกายสิทธิ์” ในช่วงปลายปี 2549

ขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ ด้วยจ้า