จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ชวนอ่านปริญญานิพนธ์ “อารมณ์ขันในบทละครนอกเรื่องสังข์ทองฯ”

อารมณ์ขันในบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง

สังข์ทองพระราชนิพนธ์

เพิ่งได้อ่านปริญญานิพนธ์หัวข้อ “อารมณ์ขันในบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” โดย ไพศาล กรุมรัมย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อ พ.ศ.2554

โดยรวมแล้ว งานของคุณไพศาลมีเนื้อหาน่าสนใจดีครับ จึงขออนุญาตคัดลอกข้อความบางส่วนจากบทที่ 6 “สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ” มานำเสนอ ณ ที่นี้

(ผู้สนใจ สามารถอ่านปริญญานิพนธ์ฉบับเต็มได้ที่ http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Tha(M.A.)/Phaisan_K.pdf)

“ประพันธ์บทละครนอกเรื่องสังข์ทองฉบับพระราชนิพนธ์นำเรื่องสังข์ทองที่มีอยู่เดิมมาเป็นต้นเค้าในการประพันธ์ โดยกวีสามารถปรับปรุงให้บทละครนอกฉบับพระราชนิพนธ์มีความสนุกสนานเพลิดเพลินมากขึ้นและได้รับความนิยมสืบมาถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการประพันธ์และความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนไทยของกวี

“สาเหตุที่บทละครนอกเรื่องสังข์ทองฉบับพระราชนิพนธ์ได้รับความนิยมเกิดจากการนำปัญหาภายในครอบครัวมาสร้างความขบขันและการล้อเลียนบุคคลที่มีสถานภาพสูงโดยคนที่มีสถานภาพต่ำกว่า เพราะปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาพื้นฐานที่มนุษย์ทุกยุคสมัยต้องประสบ ทำให้ผู้อ่านทำความเข้าใจบทละครได้ง่ายและบทละครเองก็เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่านได้เป็นอย่างดีเช่นกัน แม้ในปัจจุบันครอบครัวไทยเปลี่ยนเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น โดยหลังจากแต่งงานแล้วก็มักแยกตัวไปสร้างครอบครัวใหม่ แต่ครอบครัวเดี่ยวแบบไทยก็ยังมีลักษณะของครอบครัวขยายแบบเดิมอยู่ คือมีความสัมพันธ์กันในระหว่างเครือญาติอย่างแน่นแฟ้น พ่อตาแม่ยายยังมีอำนาจสามารถเข้าไปจัดการเรื่องต่างๆ ในครอบครัวลูกเขยได้ ส่วนการล้อเลียนบุคคลที่มีสถานภาพสูงนั้นเป็นเพราะผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นสามัญชน การได้เห็นตัวละครชั้นต่ำเช่นเจ้าเงาะสามารถกลั่นแกล้งตัวละครที่มีสถานภาพสูงกว่าตนย่อมเป็นที่ถูกใจ

“ผลจากการศึกษากลวิธีการสร้างอารมณ์ขันในบทละครนอกเรื่องสังข์ทองฉบับพระราชนิพนธ์แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ขันในบทละครนอกเรื่องนี้เป็นการแสดงความตลกผ่านความขัดแย้งของตัวละครและการแสดงพฤติกรรมทางกาย เช่น การกลั่นแกล้ง การทำร้าย การโต้เถียง ฯลฯ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนผ่านภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช่อารมณ์ขันที่ต้องขบคิดหรือแสดงความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญา ลักษณะเช่นนี้สามารถสะท้อนให้เห็นรสนิยมด้านอารมณ์ขันของคนไทยได้ประการหนึ่ง และยังมีปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น ในการแสดงตลกของคณะตลกต่างๆ หรือการแสดงบทตลกในละครที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ เป็นต้น

“การนำบทละครนอกเรื่องสังข์ทองฉบับพระราชนิพนธ์ไปดัดแปลงเพื่อใช้ในการแสดงนั้น พบว่าผู้ผลิตละครยังคงรักษาโครงเรื่องและตัวละครหลักของเรื่องไว้ ส่วนการนำเสนออารมณ์ขันนั้นมีทั้งการนำเสนออารมณ์ขันจากบทละครนอกฉบับพระราชนิพนธ์และการเพิ่มเติมอารมณ์ขันที่ไม่ปรากฏในบทพระราชนิพนธ์ โดยเฉพาะการเพิ่มเติมอารมณ์ขันที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สังคมในช่วงเวลาที่มีการผลิตละครเรื่องนั้นๆ เป็นที่น่าสังเกตว่าอารมณ์ขันในละครฉบับดัดแปลงกับต้นฉบับพระราชนิพนธ์นั้นมีความแตกต่างกันบางประการคือ บทละครฉบับพระราชนิพนธ์นำเสนออารมณ์ขันผ่านตัวละครสำคัญที่มีสถานภาพสูงเป็นหลัก แต่ในบทละครฉบับดัดแปลงมีการเพิ่มเติมอารมณ์ขันจากตัวละครประกอบ

“ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อารมณ์ขันที่เกิดขึ้นกับผู้อ่านและผู้ชมมีความแตกต่างกัน โดยอารมณ์ขันในบทละครนอกฉบับพระราชนิพนธ์นั้นพุ่งเป้าการหัวเราะไปที่บุคคลสำคัญที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น กษัตริย์ พ่อตา แม่ยาย ลูกเขย พี่น้อง เป็นต้น ทำให้ผู้อ่านสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกขบขันไปถึงครอบครัวและผู้ปกครองในชีวิตจริงได้ ส่วนในละครฉบับดัดแปลง ผู้ชมมักหัวเราะตัวละครประกอบ เช่น สนมกำนัล เสนา อมาตย์ ชาวบ้าน ฯลฯ ถือเป็นบุคคลทั่วไป การได้หัวเราะคนเหล่านี้จึงทำให้ผู้อ่านเชื่อมโยงถึงความรู้สึกที่มีต่อคนทั่วไปในสังคมแทน”

เรตติ้ง “สังข์ทอง” 22 ก.ค.

เรตติ้งละครจักรๆ วงศ์ๆ “สังข์ทอง 2561” ยังพุ่งแรงโดยต่อเนื่องสม่ำเสมอ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ละครเรื่องนี้คว้าเรตติ้งไปได้ 6.975 แม้จะไม่ทะลุหลัก 7 แต่ก็สามารถรักษามาตรฐาน 6.9 ปลายๆ เอาไว้อย่างเหนียวแน่น

แถมยังมีสถานะเป็นรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุดประจำสัปดาห์ได้อีกหนึ่งครั้ง

ข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week16-22july2561/

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้งล่าสุด “สังข์ทอง” – “แว่นตาท้าวสามนต์” ไม่ใช่ของใหม่ มีมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์!

เรตติ้ง 6.9 ของ “สังข์ทอง”

จุดพีกของเรตติ้ง “สังข์ทอง 2561” ประจำสัปดาห์ที่แล้ว คือการขึ้นไปแตะตัวเลข 6.619 ณ วันที่ 8 กรกฎาคม ยังไม่ถึงหลัก 7.0 หรือ 7.1 ซึ่งเคยทำได้ก่อนหน้านี้

สังข์ทอง 6.9

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจากสถิติระหว่างวันที่ 2-8 กรกฎาคม 2561 “สังข์ทอง” ก็ไม่ใช่โปรแกรมยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่อง 7 และของประเทศไทย เฉกเช่นสัปดาห์ก่อนหน้า

เพราะอย่างน้อยยังมีละคร “เพชรร้อยรัก” (ตอนอวสาน) ที่ออกอากาศทางช่อง 7 เหมือนกัน ซึ่งโกยเรตติ้งไปถึง 7.759

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะในวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม “สังข์ทอง” ยังถือเป็นรายการยอดฮิตอันดับแรกประจำวันนั้น

แม้ว่าวันดังกล่าวจะเป็น “ดีเดย์” ของจุดเริ่มต้นปฏิบัติการพาสมาชิกทีม “หมูป่า อะคาเดมี” ออกจากถ้ำหลวง

แต่รายการข่าวและรายงานสถานการณ์สดของช่องไทยรัฐทีวีและช่อง 7 ที่ว่ามาแรง ด้วยตัวเลขความนิยม 3 ปลายๆ ถึง 4 กลางๆ

ก็ยังสู้เรตติ้งไม่ถึง 7 ของ “สังข์ทอง” ไม่ได้

ที่มาข้อมูล

https://www.tvdigitalwatch.com/25-rating-week2-8july-61/

https://www.tvdigitalwatch.com/analysis-10rating-8-07-2561/

“แว่นตาท้าวสามนต์” ของเก่าของแก่ มิใช่เพิ่งมีในละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคใหม่

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “แว่นตา” ของ “ท้าวสามนต์” นั้น เป็นไอเดียใหม่ๆ แผลงๆ ของคนทำละครจักรๆ วงศ์ๆ ในปี 2550 และ 2561

แต่เมื่อตรวจสอบเนื้อหาของบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 แล้ว กลับพบประเด็นน่าตื่นเต้นมากๆ เพราะมีการระบุถึง “แว่นตา” ของ “ท้าวสามนต์” เอาไว้ในบทประพันธ์ด้วย!

แว่นตาท้าวสามนต์

โดยใน “ตอนที่ 8 พระสังข์ตีคลี” ได้กล่าวถึง “แว่นตาท้าวสามนต์” ไว้ว่า

เมื่อนั้น
ท้าวสามนต์ร้องรับให้ดีพ่อ
ตบมืออือเออชะเง้อคอ
เห็นลูกเขยเป็นต่อหัวร่อคัก
ลุกขึ้นโลดเต้นเขม้นมุ่ง
พลัดผลุงลงมาขาแทบหัก
มึนเมื่อยเหนื่อยบอบหอบฮัก
พิงพนักนั่งโยกตะโพกเพลีย
ฉวยคนโทถมยามาดื่มน้ำ
หกคว่ำสำลักแล้วบ้วนเสีย
หยิบบุหรี่จุดไฟไหม้ลามเลีย
วัดถูกจมูกเมียไม่รู้ตัว
สาละวนตึงตังกำลังวุ่น
แม่คุณขอโทษอย่าโกรธผัว
พี่ก็พานแก่ชราหูตามัว
ไม่เห็นตัวว่าใครข้างไหนเลย
ว่าพลางทางเรียกเอาแว่นตา
ใส่จมูกแหงนหน้าดูลูกเขย
ลุกขึ้นมองร้องเออชะเง้อเงย
ยายเอ๋ยอย่าปรารมภ์เป็นรองเรา
แล้วผินมาด่าหกเขยใหญ่
เอออะไรกินข้าวสุกเสียเปล่าเปล่า
สำคัญคิดว่าดีอ้ายขี้เค้า
ออกตีคลีแพ้เขาประเดี๋ยวใจ

มิใช่แค่ “ท้าวสามนต์” หากตัวละครอื่นๆ บางราย ในบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ก็มี “แว่นตา” ใส่เช่นกัน อาทิ “โหราจารย์” (ผู้มีส่วนร่วมในการปั้นความเท็จใส่ร้าย “พระสังข์” ตอนเด็ก) ของ “ท้าวยศวิมล”

ดังบทประพันธ์ใน “ตอนที่ 1 กำเนิดพระสังข์” ที่บรรยายไว้ว่า

บัดนั้น
โหรใหญ่สงสัยเป็นหนักหนา
รับเอาหนังสือที่มือมา
ใส่แว่นตาดูก็รู้ความ
นิ่งนึกตรึกตรองอยู่ในใจ
โลภเห็นแต่จะได้ไม่เกรงขาม
แม้นกูมิรับกลับความ
ทองคำสามชั่งจะคืนไป
ถ้ากูแก้ไขนางจันทา
เงินตราห้าชั่งนั้นจะได้
จึงว่ากับสาวศรีด้วยดีใจ
พอแก้ไขได้เป็นไรมี
แลเหลียวเปลี่ยวคนที่บนเรือน
อิดเอื้อนจะใคร่ประสมศรี
สาวใช้เจ้าเข้าไปในที่
วานหยิบบุหรี่ที่ริมเตียง

ทั้งนี้ “แว่นสายตา” คือประดิษฐกรรมที่ถูกคิดค้นสร้างสรรค์ (ต่อยอด) ขึ้นเป็นครั้งแรกทางตอนเหนือของอิตาลี ตั้งแต่ ค.ศ.1290

มีหลักฐานระบุว่า “แว่นสายตา” ได้ถูกนำเข้ามายังเมืองจีนในช่วงศตวรรษที่ 15 หรือราวๆ 600 ปีก่อน

L0005542 Benjamin Franklin. Coloured aquatint by P. M. Alix, 1790, af

บุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกายุคก่อตั้งประเทศอย่าง “เบนจามิน แฟรงคลิน” ก็ต้องพึ่งพา “แว่นสายตา” เนื่องจากเขามีทั้งอาการสายตาสั้นและสายตายาว

แฟรงคลินมีชีวิตระหว่าง ค.ศ.1706-1790 (พ.ศ.2249-2333) ขณะที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ในหลวงรัชกาลที่ 2) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2310 และเสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ.2367 โดยทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.2352-2367

จึงเป็นไปได้สูงว่าในสมัยรัชกาลที่ 2 นั้น คนไทย/คนสยามบางส่วน (เช่น ชนชั้นนำของสังคม) น่าจะรู้จักและเริ่มใช้สอย “แว่นสายตา” กันบ้างแล้ว

หลักฐานที่ช่วยยืนยันสมมุติฐานข้างต้น ก็คือ บทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง”

ที่มาข้อมูล

บทละครนอกเรื่องสังข์ทอง

https://en.wikipedia.org/wiki/Glasses

ภาพประกอบ (สังข์ทอง)

ยูทูบสามเศียร

ภาพประกอบ (เบนจามิน แฟรงคลิน)

Benjamin Franklin. Coloured aquatint by P. M. Alix, 1790, af Wellcome L0005542.jpg

See page for author [CC BY 4.0 (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0)], via Wikimedia Commons

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

คลิปเล่าเรื่องย่อ “สังข์ทอง” (ฉบับบทละครนอก) แบบแสบๆ มันๆ กวนๆ สนุกๆ

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจวรรณคดีและนิทานไทย คงน่าจะรู้จัก “คุณวิว ชนัญญา” อยู่บ้าง

เธอเป็น youtuber และนักเขียนรุ่นใหม่ ที่พยายามนำเอาวรรณคดีและนิทานเก่าแก่ทั้งหลาย มาถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย มีอารมณ์ขัน เสริมด้วยข้อสังเกตหรือมุขตลกแสบๆ กวนๆ ร่วมสมัย

หนังสือรวมบทความชื่อ “วรรณคดีไทยไดเจสต์” ของคุณวิว นั้นเป็นหนังสือภาษาไทยที่ผมชอบมากๆ เล่มหนึ่ง ในช่วง 2-3 ปีหลัง

วรรณคดีไทยไดเจสต์

ปลายปี 2559 คุณวิวเคยทำคลิปความยาวสามตอนจบ บอกเล่าเรื่องราวอย่างย่นย่อของบทละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ซึ่งเป็นคลิปที่ดู/ฟังสนุกทีเดียว

ใครที่เป็นแฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ “สังข์ทอง 2561” ขอแนะนำให้ลองชม/ฟังคลิปนี้ประกอบ เพื่อจะได้รับทราบโครงสร้างของเรื่องราวโดยรวม

แม้ว่ารายละเอียดเนื้อหาของ “สังข์ทอง” ฉบับบทละครนอกกับละครทีวียุคปัจจุบัน คงจะมีความแตกต่างระหว่างกันอยู่มากพอสมควร

อย่างน้อย จุดหนึ่งซึ่งต่างกันแน่ๆ ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง “พระสังข์” กับ “นางพันธุรัต”

ในละครโทรทัศน์ฉบับล่าสุดนั้น พยายามแสดงให้เห็นว่าพระสังข์รู้สึกผิดและยังมีความผูกพันลึกซึ้งกับนางพันธุรัตมิเสื่อมคลาย

ผิดกับในบทละครนอก ที่พระสังข์เคยรับปากว่าจะกลับไปจัดงานศพให้นางพันธุรัต แต่ก็ลืมเลือนซะเฉยๆ

จนคุณวิวถึงกับเอ่ยผ่านคลิปว่าพระสังข์ในบทละครนอกนี่ “อกตัญญูสุดๆ” 555

ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูบ สามเศียร