ข่าวบันเทิง, ในน้ำเน่ามีเงาจันทร์

บทสัมภาษณ์ “พิมพกา” ในสีสันปี 2546 : “คืนไร้เงา” นายทุน คนดู นิโคล สิริยากร และพงษ์พัฒน์

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตนำเนื้อหาบางส่วนของบทสัมภาษณ์ พิมพกา ตัวตนที่ค้นเจอ ใน “คืนไร้เงา” โดย เศารยะ พงศ์พันธ์กุล จากนิตยสารสีสัน ปีที่ 14 ฉบับที่ 9 พ.ศ.2546 มาเผยแพร่อีกครั้ง

เนื่องในโอกาสที่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 14-15 ม.ค.นี้ จะมีงานฉายหนังโปรแกรมพิเศษ FILMVIRUS MASTERCLASS 02 : PIMPAKA TOWIRA ที่ห้องสมุด The Reading Room สีลม

โลกทัศน์-ความเชื่อเมื่อเกือบ 14 ปีก่อน ของผู้กำกับหญิงคนเก่งจะเป็นเช่นไร เชิญอ่าน

การทำหนังแบบไม่เอาเปรียบนายทุน ไม่เอาเปรียบคนดู และไม่เอาเปรียบตัวเอง

“เราก็คิดเหมือนคนอื่น ที่อยากทำหนังแล้วอยากให้คนดูน่ะ แต่ทีนี้คนดูของเราเขาจะดูมากดูน้อยเราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่างน้อยเราจะรู้สึกว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่มันใหญ่กว่าหนังสั้นแน่ๆ ที่เราจะต้องสื่อสารเขา แล้วก็นายทุนเขาให้เงินเรามา ซึ่งหนังมันแพงมาก เราก็ไม่อยากให้เขาขาดทุนกับเรา เพราะว่าถ้าเขาขาดทุนกับเรานี่ มันก็ไม่แฟร์กับเขา ใช่ไหม คือข้อหนึ่งเราต้องบาลานซ์ทุกอย่างเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเราทำแล้วเอาเปรียบใคร

อย่างน้อยคือไม่เอาเปรียบนายทุน ไม่เอาเปรียบคนดูหนัง แล้วก็ไม่เอาเปรียบตัวเอง คือทุกสิ่งทุกอย่าง มันต้องบาลานซ์ทั้งหมด แต่ท้ายที่สุดหนังต้องมีความเป็น unique ในแบบหนึ่ง เพราะเราจะทำหนังทำไม ถ้าเราไม่อยากจะทำอะไรที่มันแสดงออกในแง่มุมที่ต่างจากคนอื่น เพราะจริงๆ ก็ไม่ได้กระเสือกกระสนจะมาทำหนัง จริงๆ ชีวิตก็ดีอยู่แล้ว” (หัวเราะ)

img_1353

คนดูคือครูของคนทำหนัง

“หนังเราจะเป็นการเรียนรู้ของเรากับคนดู คนดูก็จะเรียนรู้เรา แล้วเราก็จะเรียนรู้คนดูด้วย เพราะฉะนั้น มันจะเป็นการสอนเราด้วยว่าฉันทำหนังแบบนี้มา เราพร้อมที่จะรับมันไหม คือการเข้ามาดูของเขาคือการสอนเรา เพราะเราถือว่าคนดูคือครูของเรา เราไม่ได้คิดว่าเราเป็นครูของคนดู เพราะเราทำเทศกาลหนังมา เรารู้ว่ามีคนที่อยากดูอะไรที่แตกต่าง เพียงแต่ว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนดูในกระแสหลัก มันเหมือนคนพวกนี้เขาจะค่อยๆ ออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนน้อยนะ มันมีอยู่จริงๆ เพียงแต่ว่าเราจะทำยังไงให้คนที่ไม่มีโอกาสได้ดูค่อยๆ เข้ามากัน เราอยากให้พวกนี้เป็นครูน่ะ เป็นครูของคนทำหนัง คนดูหนังเองช่วยพัฒนาคนทำหนังนะ จริงๆ เราคิดว่าอย่างนั้น”

img_1360

ว่าด้วย “นิโคล” กับ “สิริยากร”

“ตอนแรกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะ approach นิโคล แกรมมี่ก็ตกใจ คือทุกคนจะบอกว่า จะเป็นไปได้เหรอ ถ้าทุกคนอ่านบทมันคือภาพตรงของ กี้ (นิโคล) น่ะ เจอเขาวันแรกก็นั่งคุยกัน จากวูบแรกที่เห็นเขารู้สึกว่า กี้ มีด้านอ่อนกับด้านแข็งอยู่ อยู่ที่ว่าเขาหันทางไหน แล้วเขามีบางอย่างที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ตรงนี้เขาสามารถกลืนได้ แล้วเราอยากได้คนแบบนี้ ซึ่งตัวเดินเรื่องในเรื่องนี้เป็นผู้หญิงแข็งมาก หนังมันจะกลายเป็นแบบเฟมินิสต์น่ะนึกออกไหม ฉันนี่กะจะมาลุยอย่างเดียว คือความเป็นผู้หญิงควรจะมี 2 ด้านไง

อีกอย่างหนึ่งคือ โดยบังเอิญนะ อุ้ม กับ กี้ ตัวเท่ากัน มีบางอย่างคล้ายกัน แต่เขาไม่เหมือนกันเลย ซึ่งเป็นแคสต์ที่ดีมากเวลาอยู่บนเฟรม อยู่ในจอ เขาต่างกันมาก แต่ถ้ามองดีๆ สองคนนี้มีอะไรบางอย่างคล้ายกันในเชิง…อย่างหน้าหรือ physical บางอย่าง ซึ่งเราค่อนข้างพอใจ”

img_1361

“พงษ์พัฒน์” และนักแสดงชายรายอื่นๆ

“…แล้วจริงๆ เรื่องนี้มันดำเนินเรื่องแค่สองคน แล้ว พี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เขาเป็นตัวบาลานซ์อีกตัว พี่อ๊อฟเล่นเป็นพี่ชายของคนที่หายตัวไป พี่อ๊อฟ นี่เก่งมาก เราได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะเลยนะ เยี่ยมมากๆ จะว่าไปแล้ว พงษ์พัฒน์ นี่สุดยอด คือรู้สึกว่าตัวเองโชคดีน่ะ มันเหมือนกับได้รับเกียรติที่คนพวกนี้เขามาเล่น เราได้เรียนรู้จากเขา หรือแม้กระทั่งแบบ คุณโกวิท (วัฒนกุล) คุณโกวิท เก่งมากๆ แล้วเราก็ประทับใจน่ะคือคนรุ่นนี้เป็นรุ่นที่…คือเขาผ่านการแสดงมาเยอะแล้ว แล้วเขาเข้าใจการเล่นเป็นธรรมชาตินะ เขาเล่นเป็นธรรมชาติมากๆ เลย เล่นดีมาก แล้วเราได้เรียนรู้จากเขาเยอะมาก หรือแม้กระทั่งแบบ คุณกุ้ง กิตติคุณ (เชียรสงค์) คือรู้สึก ในฐานะที่เราเป็นผู้กำกับ เราเห็นอะไรที่มันเปิดแง่มุมโลกทัศน์เรา แล้วคนพวกนี้เขาฟังเรา เขาก็ trust เรา แล้วมันเป็นเกียรติที่รู้สึกภูมิใจ”

“คืนไร้เงา” จะถูกนำกลับมาฉายอีกครั้ง ในวันที่ 14 มกราคม เวลาหนึ่งทุ่มตรง ในงาน FILMVIRUS MASTERCLASS 02 : PIMPAKA TOWIRA

คลิกอ่านรายละเอียดของโปรแกรมทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/events/1351029458250928/

Advertisements
ข่าวบันเทิง

“บี พีระพัฒน์-เครสเซนโด” กวาด “สีสัน อะวอร์ดส์” “ธีร์” ได้เพลงยอดเยี่ยมหนสอง

วันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่โรงแรมสวิสโฮเท็ล เลอ คองคอร์ด มีงานประกาศรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2558 โดยในครั้งนี้ มีการมอบรางวัลทั้งหมด 9 สาขา

รายชื่อผู้ได้รับรางวัล มีดังต่อไปนี้

เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม : Natural Order โดย ฟังค์ชั่น

โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม : มณฑล จิรา และ 25 อาวเออร์ส จากอัลบั้ม Mom & Pop Shop โดย 25 อาวเออร์ส

ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม : สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara

เพลงร็อคยอดเยี่ยม : ติดเชื้อ คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน สตั๊บบอร์น

บี 3

อัลบั้มยอดเยี่ยม : b3 โดย พีระพัฒน์ เถรว่อง

เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม : ยิ่งกว่าผลลัพธ์ คำร้อง เขมวัฒน์ เริงธรรม ทำนอง ชินพัฒน์ หงส์อัมพร เรียบเรียง/ศิลปิน เครสเซนโด

ธีร์ โรบิน

เพลงยอดเยี่ยม : เรื่องธรรมดา คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน ธีร์ ไชยเดช

ศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม : เครสเซนโด จากอัลบั้ม อัตตวิถี

ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม : พีระพัฒน์ เถรว่อง จากอัลบั้ม b3

เครสเซนโด้

ทั้งนี้ ธีร์ ไชยเดช เคยได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมของสีสัน อะวอร์ดส์ มาครั้งหนึ่งแล้ว จากเพลง “มากไปหรือเปล่า” ในงานมอบรางวัลครั้งที่ 15 ประจำปี 2545

ส่วน บี พีระพัฒน์ และวงเครสเซนโด เคยได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ร่วมกัน ในนาม “เครสเซนโด” มาแล้ว

โดยในงานมอบรางวัลครั้งที่ 17 ประจำปี 2547 พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม (เครสเซนโด) และเพลงยอดเยี่ยม (โลกหมุนด้วยความรัก)

ต่อมา ในงานมอบรางวัลครั้งที่ 18 ประจำปี 2548 พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม และอัลบั้มยอดเยี่ยม (Second Chance) ก่อนที่บีและเครสเซนโดจะแยกทางกัน

การได้รับรางวัลสำคัญๆ รวมกันถึง 5 สาขา ของบี พีระพัฒน์, เครสเซนโด และธีร์ ไชยเดช จึงเปรียบเสมือนเป็นการนำพารางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ย้อนกลับไปเยี่ยมเยือนอดีตอันงดงามเมื่อครั้งทศวรรษ 2540 อีกหน

คนอ่านเพลง

10+1 เรื่องราวเกี่ยวกับ Tower Records จากประสบการณ์ส่วนบุคคลของผม

เขียนรำลึกความหลัง เนื่องในโอกาสที่หนังสารคดี All Things Must Pass กำลังจะเข้าฉาย (โดยการดำเนินการของกลุ่ม Documentary Club) ครับ

—–

1.

นี่อาจเป็นข้อเดียวที่ถูกเขียนขึ้นอย่างมีหลักมีการบ้างนิดหน่อย

จากประสบการณ์ตอนวัยรุ่น ผมเห็น Tower Records เป็นห้องสมุดเพลง ที่มีคุณภาพ “โอเคระดับหนึ่ง” หรือจริงๆ แล้ว คือ “ดี” เลย ตามมาตรฐานของบ้านเรา

ในช่วงวัย 14-17 ประมาณ พ.ศ.2538-41 ผมยังสามารถย้อนกลับไปค้นหางานเพลงเก่าๆ ที่ออกวางจำหน่ายประมาณต้นทศวรรษ 2530 จากร้าน Tower Records ได้

เช่น ครั้งหนึ่ง ผมได้อ่านนิตยสารสีสัน ฉบับที่มีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2540 (แสดงว่านิตยสารวางแผงตอนต้นปี 2541) ซึ่งนอกจากจะมีรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลประจำปีดังกล่าวแล้ว ยังมีการเผยแพร่รายชื่อศิลปินผู้ได้รับรางวัลในครั้งที่ 1-9 อีกด้วย จากนั้น ผมก็มานั่งสำรวจคลังเทปของตนเองและพี่ ว่ายังขาดงานที่ได้รางวัลสีสันชุดไหนอยู่บ้าง แล้วจึงไปตระเวนตามหาผลงานที่ไม่มีในครอบครองจาก Tower Records สาขาต่างๆ

ตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า

เท่าที่จำความได้ อย่างน้อยที่สุด ผมก็สามารถหาซื้อซีดีชุด “ตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า” ของวง “เฉลียง” ที่ออกวางจำหน่ายตั้งแต่ พ.ศ.2534 ได้จาก Tower Records เมื่อตอนต้นทศวรรษ 2540

2.

ตอน ม.4 ผมไปซื้อเทปเพลงชุด “อย่าสัญญา (Don’t Promise)” ซึ่งเป็นงานเดี่ยวชุดแรกและชุดเดียวของ “ธาริณี ทิวารี” จาก Tower Records สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แล้วใบเสร็จก็ตกค้างอยู่ในไม่กระเป๋านักเรียน ก็หนังสือเรียนนี่แหละ

ธาริณี ทิวารี

ปรากฏว่ามีเพื่อนคนหนึ่งมาพบใบเสร็จดังกล่าวเข้า และพูดทำนองว่า โห! ซื้อมาได้ไง อัลบั้มนี้ ไม่ได้เรื่องเลย เอาทำนองเพลงดี๊ดาดี๊ของ Maria Montell มาร้องเนี่ยนะ?

แต่สุดท้าย ในระยะยาว คนฟังเพลงหลายรายก็ได้ตระหนักว่า อัลบั้มชุดนี้มีดีมากกว่านั้น หรือในทางกลับกัน อาจกล่าวได้ว่า จุดอ่อนเดียวในอัลบั้มของธาริณี ก็คือเพลงโปรโมทชื่อ “อย่างงั้นอย่างงี้ (Di Da Di)” นั่นเอง

3.

ผมไปซื้อซีดีอัลบั้มชุด “Demo Tracks” (1) ซึ่งเป็นงานรวมเดโมของศิลปินหน้าใหม่จากค่ายไมล์สโตนฯ โดยมาโนช พุฒตาล ที่ Tower Records สาขาปิ่นเกล้า

เพราะก่อนหน้านั้น ได้ซื้อเทปไปฟัง และมีเพลงที่ชอบหลายๆ เพลง อาทิ เพลงของไวลด์ซี้ด-ชุมพล เอกสมญา, เอ้-รงค์ สุภารัตน์, The Wanderers และ Eleven (ที่มีหมู มูซู เป็นสมาชิก)

เดโมแทร็กส์

ในอัลบั้มชุดนั้น มีเพลง “นรกในใจ (มึงก็เลว กูก็เลว)” ของ “เอ๋ อีโบล่า” ซึ่งผมชอบชื่อเพลงมาก แต่ตัวเพลงกลับไม่ต้องตรงกับรสนิยมของตนเองสักเท่าไหร่

ตอนหยิบซีดีไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ มีพี่พนักงานคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นว่า นี่น้อง พี่เอ๋เค้าทำงานที่นี่ด้วยนะ ถ้าแกมาเห็นคนซื้อซีดีชุดนี้ คงดีใจแย่

น่าเสียดายที่ตอนนั้น เอ๋ อีโบล่า ไม่อยู่ในร้าน ผมจึงอดได้ลายเซ็นของแกไปตามระเบียบ

4.

แม้อัลบั้มของวง “พราว” จะออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2538 แต่ผมเพิ่งมาฟังงานของพวกเขาอย่างจริงจังตอนประมาณปี 2540 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการอ่านกระทู้ที่เขียนถึงพราว ในห้องเฉลิมไทย เว็บไซต์พันทิป

ผมไปตามหาแผ่นซีดีของพราวจาก Tower Records (ไม่แน่ใจว่าสาขาไหนบ้าง) และแน่นอนว่าไม่ผิดหวัง

เธอคือความฝัน music box

เมื่อผมได้มาทั้งซีดีอัลบั้มเต็ม และซีดีแผ่นอีพี “เธอคือความฝัน” เวอร์ชั่นมิวสิค บ็อกซ์

5.

ตอน ม.4 (อีกแล้ว) น่าจะประมาณเทอมสอง ผมไปเดิน Tower Records สาขาปิ่นเกล้า กับเพื่อนชื่อเบนซ์ แล้วอยู่ดีๆ ก็เจอเพื่อนเก่าตอน ม.1 ชื่อต้น ซึ่งไปเรียนต่อที่อังกฤษ หลังจบ ม.3

ผมกับต้นเคยต่อยกัน แต่ก็เป็นกัลยาณมิตรกันในเรื่องเพลง

ครั้งหนึ่ง ตอน ม.1 มันเคยร้องเพลงจากอัลบั้มชุดแรกๆ ของใหม่ เจริญปุระ แล้วโกหกผมว่าเป็นเพลงของวง “คาซอย”

คาซอย

สุดท้าย ผมก็ซื้อเทปของคาซอยมาจริงๆ (ไม่ได้ซื้อจาก Tower Records) ไม่ใช่เพราะเพลงของใหม่ ที่ไอ้ต้นร้องให้ผมฟังหรอก แต่เป็นเพราะผมชอบเพลง “คาซอย” และ “เด็กซอยสนิท” มากกว่า

นอกจากนี้ ผมกับต้นยังเป็นแฟนตัวยงของ “โมเดิร์นด็อก” ตอนออกอัลบั้มชุดแรก และ “บอย โกสิยพงษ์” ตอนออกอีพี “รักคุณเข้าแล้ว”

จำได้ว่า ต้นเป็นคนแนะนำให้ผมลองไปฟังเพลง “เธอ” ของโมเดิร์นด็อก ในช่วงที่ผมยังคงบ้าคลั่งอยู่แค่ “ก่อน” “บุษบา” และ “กะลา”

ส่วนตอน ม.2 ผมก็เป็นคนไปแจ้งข่าวให้มันรู้ว่า อัลบั้ม “ริธึ่ม แอนด์ บอยด์” ออกวางจำหน่ายแล้ว (แม้เราจะอยู่คนละห้องกัน)

TNT red

อีกเรื่องที่อยู่ในความทรงจำ คือ ตอน ม.2 เมื่อ “ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” ออกมินิอัลบั้ม ซึ่งมีเพลงขายคือ “ร่ำลา” ผมกับต้นต่างชื่นชอบงานชุดนั้นเป็นอย่างมาก

TNT blue

แต่พอธรรพ์ณธรออกอัลบั้มเต็มชุดแรกตอนเราเรียน ม.3 ผมกับต้นกลับมีความเห็นสวนทางกัน คือ ผมยังชอบงานอัลบั้มเต็มอยู่ ทว่า ต้นกลับไม่ชอบอัลบั้มชุดนั้นเอาเลย เพราะมันมีเพลงช้าเพราะๆ น้อยเกินไป ตามความเห็นของเขา

6.

พูดถึงเพลงต่างประเทศบ้าง อัลบั้มเพลงภาษาต่างประเทศที่ผมประทับใจ ซึ่งซื้อมาจาก Tower Records ไม่สาขาดิ เอ็มโพเรียม ก็แถวๆ สยามฯ (จริงๆ แล้ว น่าจะเป็นยุค CD Warehouse มากกว่า) ก็คือ “Todd Rundgren: The Definitive Rock Collection” และ “Initials S.G.” ของ “Serge Gainsbourg”

todd

sg

เพราะเป็นอัลบั้มที่ยังคงหยิบมาเปิดฟังได้อยู่บ่อยๆ (แม้ในยุค iTunes ก็ยังดาวน์โหลดงานสองชุดนี้มาฟังอยู่ดี)

7.

สมัยเรียนมัธยมฯ ผมชอบแว้บไป Tower Records/CD Warehouse สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพราะไม่ไกลจากโรงเรียน แถมเวลาเรียนพิเศษเสาร์-อาทิตย์ โรงเรียนกวดวิชาก็ดันตั้งอยู่ใกล้ๆ เซ็นปิ่น เสียอีก

แต่พอเรียนมหาวิทยาลัยและปริญญาโท แม้จะเรียนอยู่แถวสนามหลวง แต่ผมกลับชอบขับรถและนั่งรถไฟฟ้าไปเดินดูซีดีที่ Tower Records/CD Warehouse สาขาดิ เอ็มโพเรียม, เวิร์ลด์เทรด เซ็นเตอร์, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ (เข้าใจว่าสองอันหลัง คือ สาขาเดียวกัน แต่มีการโยกย้ายที่ตั้ง?)

ซึ่งบ่อยครั้ง ก็ไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับมา แต่เป็นการไปยืนทดลองฟังเพลง (หลายครั้ง หูฟังหรือเครื่องเล่นซีดีก็เสีย) หรือดูนั่นดูนี่เฉยๆ

8.

เคยเจอ “โอ๋ ภัคจีรา” ที่สาขาดิ เอ็มโพเรียม เธอ “สวย สูง สว่าง” กว่าตอนอยู่ในจอทีวีมาก

9.

ในช่วงท้ายๆ ก่อนเลิกกิจการ CD Warehouse สาขาดิ เอ็มโพเรียม มีนโยบายรับซื้อซีดีเก่าจากลูกค้า

ผมเองก็เคยหอบซีดีเป็นสิบแผ่นไปขาย โดยหนึ่งในซีดีที่ถูกนำไปเลหลัง ก็ได้แก่ อัลบั้มชุด “ออกไปข้างนอก” ของ “เพนกวิน วิลล่า” เพราะผมรู้สึกว่าเสียงร้องมันง้องแง้งน่ารำคาญยังไงก็ไม่รู้

ออกไปข้างนอก

ครั้นพอมีเพลงของเพนกวิน วิลล่า ปรากฏอยู่ในหนังอภิชาติพงศ์ ครั้นพอได้ฟัง “กลับไปที่โลก” เวอร์ชั่น “เก่ง ธชย”

ผมก็เริ่มมารู้สึกนึกเสียดายย้อนหลัง ที่เผลอนำเอาอัลบั้มชุดนี้ไปขาย แต่จะทำยังไงได้ ก็มันถูกเลหลังไปแล้วนี่

อย่างไรก็ดี ผมนำซีดีใช้แล้วไปขายให้ CD Warehouse แค่ครั้งเดียว เพราะ หนึ่ง จำนวนเงินตอบแทนที่ได้กลับคืนมา ไม่มากเท่าที่ควร และ สอง พอมีเวลาจะรวบรวมซีดีไปขายอีกครั้ง ร้านก็ปิดกิจการเสียแล้ว

10.

ครั้งล่าสุด ที่ได้เยี่ยมเยือน Tower Records ก็คือ เมื่อปีที่แล้ว ตอนไปเที่ยวโอซาก้า

somthinganything

ทำให้ผมได้แผ่นเสียงไวนิลอัลบั้ม “Something/Anything?” ของ “Todd Rundgren” (ผลิตใหม่) มาหนึ่งชุด

11.

อย่างไรก็ตาม ร้านเทป/ซีดีขนาดใหญ่ครบวงจรร้านแรกในชีวิตผม ไม่น่าจะใช่ Tower Records แต่เป็นร้านเทปของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม ช่วงกลางๆ ทศวรรษ 2530 มากกว่า

จำได้ว่านักวิจารณ์เพลงชื่อดังในยุคนั้น อย่าง “ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา” เคยเขียนในคอลัมน์หรือเคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อกระดาษ/สื่อทีวี? ว่า ร้านเทปที่ดีที่สุด คือ ร้านเทปของเซ็นทรัล ชิดชม

ตอนอายุ 11 ขวบ ผมไปเดินหาซื้อเทปของ “Bryan Adams” ชุดที่ภาพหน้าปกเป็นรูปเขาถือโทรโข่ง (ซึ่งคล้ายคลึงกับหน้าปกอัลบั้มชุดหนึ่งของบิลลี่ โอแกน ในเวลาต่อมา) เพราะชอบเพลง “(Everything I Do) I Do It For You” จากหนังเรื่อง “Robin Hood: Prince of Thieves”

bryan adams

ภาพที่จำได้คือ พนักงานขายรูปร่างอ้วนใหญ่คนหนึ่ง ทำทียิ้มเยาะและหันไปหัวเราะเบาๆ กับเพื่อนพนักงานข้างกาย เมื่อเด็กอย่างผมเข้าไปพูดจาสอบถามประมาณว่า “มีเทปไบรอัน อดัมส์ ชุดที่ถือโทรโข่งตรงหน้าปกมั้ยครับ?”

แต่ท้ายสุด เขาก็ต้องหยิบเทปชุดนั้นมาให้ผม

ต่อมา เกิดเหตุไฟไหม้ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ตามความรู้สึกส่วนตัว หลังจากนั้น ร้านเทป/ซีดีของห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา ก็ไม่เคยมีคุณภาพดีเทียบเท่ากับร้านเทปที่ชิดลม สมัยก่อนไฟไหม้ อีกเลย (แม้กระทั่งในยุคเริ่มต้นของ B2S)

ระหว่างเซ็นทรัล ชิดลม ปิดซ่อม ผมก็บังเอิญไปเดินเจอคุณพี่พนักงานอ้วนใหญ่ ที่ร้านเทปของห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (ถ้าจำไม่ผิด ขณะนั้น ดำเนินการโดยบริษัทเอ็มจีเอ ในเครือแกรมมี่)

ผมจึงทักเขาว่า อ้าว พี่ย้ายมาจากชิดลมใช่มั้ยครับ ซึ่งเขาก็พยักหน้าตอบรับ และแสดงสีหน้าเศร้าๆ แทนคำพูด

ผมส่งเสียงหัวเราะเบาๆ แล้วเดินจากมา (ย้อนคิดดูอีกที ตอนนั้น เราก็นิสัยเลวจริงๆ)

 

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

เปิดโผผู้เข้าชิง “สีสัน อะวอร์ดส์” 2558 ไร้รางวัล “ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม”

รายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย “สีสัน อะวอร์ดส์” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2558

ธีร์ โรบิน
ธีร์ ไชยเดช

ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม

ชลาทิศ ตันติวุฒิ จากอัลบั้ม “9 (ในที่สุด)”
พีระพัฒน์ เถรว่อง จากอัลบั้ม b3
ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน) จากอัลบั้ม Melancholy
ธีร์ ไชยเดช จากอัลบั้ม Robin

25hours-momandpopshop
25 อาวเออร์ส

ศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม

สเลอร์ จากอัลบั้ม B
25 อาวเออร์ส จากอัลบั้ม Mom & Pop Shop
เครสเซนโด จากอัลบั้ม “อัตตวิถี”
สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara
เดอะ เยอร์ส จากอัลบั้ม You

สมเกียรติ
สมเกียรติ

ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

บลูส์รีรัมย์ แบนด์ จากอัลบั้ม Blues-riram
โซลิจูด อิส บลิสส์ จากอัลบั้ม Her Social Anxiety
สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara
เคาน์เตอร์คล็อคไวส์ จากอัลบั้ม Carry On
มัชฌิมา จากอัลบั้ม Mat Chi Maa

เครสเซนโด้
เครสเซนโด

อัลบั้มยอดเยี่ยม

b3, พีระพัฒน์ เถรว่อง
Melancholy, ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน)
Robin, ธีร์ ไชยเดช
Mom & Pop Shop, 25 อาวเออร์ส
“อัตตวิถี”, เครสเซนโด

ซิน melancholy
ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน)

โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม

มณฑล จิรา และ 25 อาวเออร์ส จากอัลบั้ม Mom & Pop Shop, ศิลปิน : 25 อาวเออร์ส
แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ และ ทศพร อาชวานันทกุล จากอัลบั้ม Melancholy, ศิลปิน : ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน)
รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์, บัญชา เธียรกฤต และ จักรพันธ์ บุณยะมัต จากอัลบั้ม B, ศิลปิน : สเลอร์
ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ และ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ จากอัลบั้ม You, ศิลปิน : เดอะ เยอร์ส
รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ และ สมเกียรติ จากอัลบั้ม _Sara, ศิลปิน : สมเกียรติ

บี 3
พีระพัฒน์ เถรว่อง

เพลงยอดเยี่ยม

“Goodbye” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : ทศพร อาชวานันทกุล (ซิน))
“ไม่ต้องรักก็ได้” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : ยุวบูรณ์ ถุงสุวรรณ (อาบู))
“ทิ้งมันไป” (คำร้อง/ทำนอง : อภิชา สุขแสงเพ็ชร, ศิลปิน : พีระพัฒน์ เถรว่อง)
“เรื่องธรรมดา” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : ธีร์ ไชยเดช)
“แล้วแต่” (คำร้อง/ทำนอง : นรเทพ มาแสง / ศิลปิน : เครสเซนโด)
“แม้เราต้องจากกัน (เปียโน)” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : เสกสรรค์ ศุขพิมาย)

The_Yers_You_500x600
เดอะ เยอร์ส

เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม

“TV” (คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง/ศิลปิน : ธีร์ ไชยเดช)
“นะ” (คำร้อง : ลินา ลีนุตพงษ์ / ทำนอง/เรียบเรียง : พีระพัฒน์ เถรว่อง / ศิลปิน : พีระพัฒน์ เถรว่อง)
“สุขาอยู่หนใด” (คำร้อง/ทำนอง : สมพล รุ่งพาณิชย์ / เรียบเรียง : 25 อาวเออร์ส / ศิลปิน : 25 อาวเออร์ส)
“ช่างมัน” (คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง/ศิลปิน : สมเกียรติ)
“ยิ่งกว่าผลลัพธ์” (คำร้อง : เขมวัฒน์ เริงธรรม / ทำนอง : ชินพัฒน์ หงส์อัมพร / เรียบเรียง : เครสเซนโด / ศิลปิน : เครสเซนโด)
“ความลับของเงา” (คำร้อง/ทำนอง : ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ / เรียบเรียง : เดอะ เยอร์ส / ศิลปิน : เดอะ เยอร์ส)

slur b
สเลอร์

เพลงร็อคยอดเยี่ยม

“Sentences คำเหล่านั้นที่ทำให้ฉันสุขใจ” (คำร้อง : จักรพันธ์ บุณยะมัต /ทำนอง : สเลอร์ / ศิลปิน : สเลอร์)
“ไม่มีวันธรรมดา” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : มัชฌิมา)
“ติดเชื้อ” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : สตั๊บบอร์น)
“คืนที่ฟ้าสว่าง” (คำร้อง : ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์, ประภพ ชมถาวร และ เชาวเลข สร่างทุกข์ / ทำนอง : ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ ศิลปิน : เดอะ เยอร์ส)
“ระบายกับเสียงเพรียก” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : โซลิจูด อิส บลิสส์)
“อยู่ตลอดไป” (คำร้อง/ทำนอง/ศิลปิน : เสกสรรค์ ศุขพิมาย)

สีสัน 27

เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม

“Mysteriously Awake”, อินสไปเรทีฟ
“Natural Order”, ฟังค์ชั่น
“Youth”, อาร์ม ไวยนิยา
“Kingdom Come”, อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์
“Empty”, ธีร์ ไชยเดช

 

“สีสัน อะวอร์ดส์” จะประกาศผลและมอบรางวัลในวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2559

ที่โรงแรมสวิสโฮเท็ล เลอ คองคอร์ด ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Season Awards

 

ข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ จากบล็อกคนมองหนัง

1. สีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 27 จะมีการมอบรางวัลเพียง 9 สาขา เสมือนเป็นการย้อนเวลากลับไปสู่ “สีสัน อะวอร์ดส์” ครั้งที่ 6-7-8 ประจำปี 2536, 2537 และ 2538 ขณะที่ “จุดพีคสุด” ทางด้านจำนวนสาขารางวัล เคยเกิดขึ้นในการประกาศรางวัลครั้งที่ 9 (พ.ศ.2539), ครั้งที่ 12 (พ.ศ.2542), ครั้งที่ 14 (พ.ศ.2544), ครั้งที่ 18 (พ.ศ.2548) และครั้งที่ 19 (พ.ศ.2549) ซึ่งมีการมอบรางวัลกันถึง 14 สาขา

2. สาขารางวัลที่หายไปในสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 27 หากเปรียบเทียบกับงานมอบรางวัลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็คือ ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม, อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม และศิลปินกลุ่มร็อคยอดเยี่ยม

3. ตลอดระยะเวลาที่นิตยสารสีสันจัดให้มีการมอบรางวัล “สีสัน อะวอร์ดส์” มา 27 ครั้ง มีเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ที่ไม่มีการมอบรางวัลในสาขา “ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม” คือ ในการมอบรางวัลครั้งที่ 3 ประจำ พ.ศ.2533 และครั้งที่ 27 ประจำ พ.ศ.2558 (ครั้งที่กำลังจะมาถึง)

4. ในการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลครั้งนี้ นักร้อง-นักแต่งเพลงอาวุโสอย่าง “ธีร์ ไชยเดช” ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากสาขาที่สุด ถึง 5 สาขา ได้แก่ ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม, เพลงยอดเยี่ยม, เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม ก่อนหน้านี้ ธีร์เคยได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ สาขา “เพลงยอดเยี่ยม” จากการแต่งคำร้องและทำนองเพลง “มากไปหรือเปล่า” ในการประกาศรางวัลครั้งที่ 15 ประจำ พ.ศ.2545