จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

แนะนำนักแสดงรุ่นหนุ่ม-สาว “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” เปลี่ยนโหมดเข้าสู่ช่วงวัยที่เติบโตเป็นหนุ่มสาวของเหล่าตัวละครหลักเรียบร้อยแล้ว

และผลตอบรับก็ดูเหมือนจะ “ดี” ทีเดียว หากพิจารณาจากเรตติ้งของละครในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 8-9 มิถุนายน ซึ่งได้ไป 5.029 และ 5.632

“ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นมีตัวละครหลักไม่มาก ส่งผลให้ไม่ต้องใช้บริการนักแสดงเยอะแยะเท่าละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหลายเรื่อง

โดยใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” นักแสดงผู้รับบทบาทสำคัญช่วงหนุ่มสาว จะประกอบไปด้วย

“ข้าวตู พลพจน์ พูลนิล” ผู้รับบท “ขวาน” หรือ “สุธาเทพ” อีกหนึ่งเด็กปั้นแห่งค่ายสามเศียร-ดีด้า-ดาราวิดีโอ ซึ่งเส้นทางนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ ของเขา ดูจะเคยก้าวไปสู่จุดพีกหนหนึ่ง เมื่อครั้งแสดงเป็น “พระราหู” ใน “เทพสามฤดู 2560”

ถัดมา คือ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” รองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2559 ผู้จะมารับบทเป็น “พระธิดาบุษยา” นางเอกของเรื่อง หลังจากเคยชิมลางลงจอด้วยฐานะหนึ่งในพระพี่นางของ “รจนา” ใน “สังข์ทอง 2561” มาก่อน

สำหรับ “หนูฟาง” อีกหนึ่งผู้ช่วยคน/ร่างใหม่ของ “ขวาน” ในตอนโตนั้น จะสวมบทโดย “เพลง ชนารดี อุ่นทะศรี” ดีกรีเข้ารอบห้าคนสุดท้าย นางสาวไทย 2559 (รุ่นเดียวกับ “ขวัญ ปิ่นทิพย์”) ทั้งนี้ “เพลง ชนารดี” เคยแสดงละครเรื่อง “ยอพระกลิ่น 2557” ก่อนจะมุ่งมั่นไปเอาดีบนเส้นทางการประกวดนางงาม แล้วย้อนคืนสู่แวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหนใน “สังข์ทอง 2561”

เพื่อน กวี แสงเดช
ภาพจาก ยูทูบสามเศียร

ตัวร้ายรุ่นหนุ่มแน่นอย่าง “แสงเดช” ทายาท “อำมาตย์แสงเพชร” จะรับบทโดย “เพื่อน กวี วงศ์จันทรา” ซึ่งเคยร่วมแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้วไม่น้อย รวมถึงการสวมบท “บุญหลาย” พระพี่เลี้ยงเขยลาวใน “สังข์ทอง 2561”

ปิดท้ายด้วย “มิตรแท้/พี่ชายที่แสนดี” ของ “ขวาน” อย่าง “จ้อย” ซึ่งเวอร์ชั่นนี้รับบทโดย “โจ้ จักรกฤษณ์ คชรัตน์” อดีตนักแสดงเด็กผู้เคยโด่งดังจากละคร “สี่ยอดกุมาร” และ “เทพสังวาลย์” ช่วงปลายทศวรรษ 2520 ณ ปัจจุบัน ในวัย 44 ปีเต็ม “โจ้ จักรกฤษณ์” ได้หวนคืนสู่หน้าจอละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกครั้ง และเขาก็ถือเป็น “พี่ใหญ่” ของบรรดานักแสดงรุ่นหนุ่มสาวใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week-3-9june62/

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“ขวานฟ้าหน้าดำ” ขึ้น 7 สีคอนเสิร์ต – เพลงละคร “ขุนช้างขุนแผน” โดย “ป๋อม บอยไทย”?

“ขวานฟ้าหน้าดำ” ใน 7 สีคอนเสิร์ต

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม ทีมนักแสดงจาก “ขวานฟ้าหน้าดำ” ได้ไปร่วมสร้างสีสันในงาน “7 สีคอนเสิร์ตออนทัวร์” ที่บิ๊กซี พระราม 2 สาขา 2

บรรยากาศของการแสดงนับว่าสนุกสนานถูกใจผู้ชมดีทีเดียว

ที่สำคัญ ยังมีการโชว์ตัวของผู้จะมารับบท “ขวาน” และ “พระธิดาบุษยา” ตอนโต ซึ่งได้แก่ “ข้าวตู พลพจน์ พูลนิล” และ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร”

เพลงละคร “ขุนช้างขุนแผน” โดย “ป๋อม บอยไทย”?

ป๋อม บอยไทย ขาวดำ

วงการดนตรีไทยเดิม-ปี่พาทย์เพิ่งสูญเสียมือระนาดชั้นยอดอย่าง “ชัยยุทธ โตสง่า” หรือ “ป๋อม บอยไทย” ซึ่งอำลาโลกไปขณะมีวัย 53 ปี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม

นอกจากจะเคยผลิตสตูดิโออัลบั้มในนาม “บอยไทย” และ “แบงค็อก ไซโลโฟน” ตลอดจนนำเพลงไทยเดิมมาบรรเลงและบันทึกเสียงใหม่แล้ว (รวมทั้งเคยมีผลงานในฐานะนักร้องอยู่บ้าง)

หากผมจำไม่ผิด “ป๋อม บอยไทย” ดูเหมือนจะเคยรับหน้าที่แต่งเพลงและทำดนตรีประกอบให้แก่ละครเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” ที่กำกับโดย “เศรษฐา ศิระฉายา” เมื่อปี 2542 (ออกอากาศทางช่อง 3)

เพราะผมเคยผ่านตาจากบทสัมภาษณ์หรือข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ในยุคนั้น ซึ่งผู้กำกับอย่างคุณเศรษฐาระบุว่าได้ “ป๋อม บอยไทย” มาช่วยทำดนตรีให้แก่ละครเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี พอมาไล่ดูคลิปย้อนหลังในยูทูบ ไตเติ้ลของละคร “ขุนช้างขุนแผน 2542” กลับระบุว่า คนทำเพลงไตเติ้ล-เพลงประกอบ นั้นคือผู้ใช้นามแฝงว่า “ป. เพลิงชมพู”

ป. เพลิงชมพู

หลายปีที่ผ่านมา ผมไม่แน่ใจนักว่า “ป. เพลิงชมพู” คือใคร? จะใช่ “ป๋อม บอยไทย” หรือไม่?

กระทั่งเมื่อได้ทราบว่าคุณป๋อมเสียชีวิต ผมจึงลองสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแกไปเรื่อยๆ ในอินเตอร์เน็ต และพบว่ามือระนาดผู้นี้จบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีสัญลักษณ์ประจำคณะเป็น “เพลิงชมพู”

ด้วยเหตุนี้ ถ้าความทรงจำที่อ้างอิงไปถึงบทสัมภาษณ์เก่าของคุณเศรษฐาซึ่งยังวนเวียนอยู่ในหัวผมนั้น เป็นสิ่งถูกต้องจริงๆ และไม่ได้มโนขึ้นเอง

นามแฝง “ป. เพลิงชมพู” ก็อาจหมายถึง “ป๋อม ผู้จบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ” หรือ “ป๋อม ชัยยุทธ โตสง่า” แห่งวง “บอยไทย” นั่นเอง

ภาพนำจาก https://www.instagram.com/samsearn/ และ ช่องยูทูบ Naan Ping

คนมองหนัง

“รอยแหว่งวิ่น” ใน “นคร-สวรรค์”

หนึ่ง

 

ในแง่กระบวนการ-วิธีการ ความเป็นภาพยนตร์ “สารคดีผสมเรื่องแต่ง” ของ “นคร-สวรรค์” มิได้แปลกใหม่กว่าหนังอินดี้ไทยร่วมสมัยจำนวนหนึ่งแน่ๆ

เช่น เมื่อ 5 ปีก่อน ภาพยนตร์เรื่อง “Mother” ของ “วรกร ฤทัยวาณิชกุล” (ปัจจุบัน เป็นสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่) ก็บอกเล่าปัญหาชีวิตครอบครัวของผู้กำกับด้วยกระบวนท่า “กึ่งสารคดีกึ่งเรื่องแต่ง” คล้ายคลึงกัน

ทว่า “นคร-สวรรค์” นั้นมีเสน่ห์เฉพาะในแบบฉบับของตัวเอง

หนังเล่าเรื่องราวคู่ขนาน ระหว่างเนื้อหาส่วนสารคดีที่ “โรส” (พวงสร้อย) บันทึกปฏิสัมพันธ์ของตัวเธอเองกับพ่อและแม่ (ซึ่งกำลังป่วยหนัก) กับเนื้อหาส่วนเรื่องแต่ง ว่าด้วยการเดินทางไปลอยอังคารแม่ที่จังหวัดนครสวรรค์ของตัวละครหญิงอีกรายชื่อ “เอย”

“นคร-สวรรค์” อาจมีความใกล้เคียงกับ “Mother” ของวรกร แต่ขณะที่ผลงานชิ้นหลังมีรอยแบ่งแยกชัดเจนระหว่าง “สารคดี” กับ “เรื่องแต่ง” ผ่านกลวิธีการนำเสนอ องค์ประกอบทั้งสองขั้วในผลงานของพวงสร้อยกลับดำรงอยู่อย่างคลุมเครือ-พร่าเลือน และต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

แม้องค์ประกอบที่เป็น “สารคดี” (จริงๆ สามารถเรียกว่า “หนังบ้าน” หรือ “home movie” ได้ด้วยซ้ำ) กับ “เรื่องแต่ง” ใน “นคร-สวรรค์” จะไม่ได้ประกบเข้าหากันชนิดลงล็อกเป๊ะๆ หรือนวลเนียนไร้ตะเข็บรอยต่อเสียทีเดียว

ขณะเดียวกัน ภาวะที่ทั้งยั่วล้อ, แปลกแยก และผสมกลมกลืนกันระหว่างสององค์ประกอบดังกล่าวก็มิได้แปรสภาพกลายเป็นอาการชวนเหวอ-ดูไม่รู้เรื่อง ที่อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าคนทำหนังมีความ “หนักมือ” จนเกินไป

สอง

นคร สวรรค์ 1

“นคร-สวรรค์” ให้ความสำคัญแก่ “บันทึกความทรงจำ” หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพเคลื่อนไหว (หนังและวิดีโอ), การจดบันทึกข้อความลงสมุด, ภาพนิ่ง (ฟิล์มและดิจิตอล) ตลอดจนไฟล์เสียงสนทนาระหว่างบุคคล

แต่ “บันทึกความทรงจำ” ที่ถูกนำมาเรียงร้อยกันเหล่านั้น ก็เต็มไปด้วย “รอยแหว่งวิ่น” และ “ช่องว่าง” (หรือ “-” ) นานัปการ

นี่เป็น “รอยแหว่งวิ่น-ช่องว่าง” ที่จำเป็นต้องมีอยู่ เมื่อผู้กำกับฯ เลือกนำเรื่องราวชีวิต (หรือบาดแผล) ส่วนตัว/ครอบครัว มาถ่ายทอดให้สาธารณชนได้รับชม

ไม่รวมถึงข้อจำกัดอื่นๆ เช่น การต้องเดินทางไปมา/ความห่างไกลระหว่างประเทศไทยกับเยอรมนีในช่วงถ่ายทำสารคดี

ด้านหนึ่ง “รูโหว่” ที่ปรากฏตามรายทาง ก็สร้างความคาใจให้แก่คนดู ซึ่งไม่อาจรับรู้ได้หรอกว่าบรรดาอารมณ์อ้างว้างเคว้งคว้างที่ล่องลอยภายในหนังเรื่องนี้ จะกลายเป็น “ความเศร้า” ชั่วครั้งคราว หรือ “ความเสียใจ” ที่ดำรงอยู่ไปตลอดกาล

อีกด้านหนึ่ง นั่นก็ถือเป็น “ภาวะเปิดกว้าง” ต่อการตีความ ที่คนทำหนังคล้ายจะจงใจละเอาไว้ให้ผู้ชมได้ลองค้นคว้าคิดหาคำตอบอันหลากหลาย และพยายามแทนที่ชีวิตจริง/ชีวิตสมมุติของบุคคลต่างๆ ในภาพยนตร์ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง

โดยส่วนตัว ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ ผมแอบตั้งคำถามว่าสายสัมพันธ์ลึกๆ ระหว่าง “พ่อ” กับ “แม่” ไม่ว่าจะในเนื้อหาส่วนสารคดีหรือเรื่องแต่งนั้น เป็นอย่างไรกันแน่? (แตกร้าว?, ลงรอย? หรือให้อภัยกัน?)

ผมชอบอารมณ์ครึ่งกลางค้างคาที่ปกคลุมตัวละครอย่าง “เอย” กับเพื่อนชายของเธอ ในฉากห้องพักโรงแรม ซึ่งค่อยๆ ระเหยหายคลี่คลายไปโดยปราศจากคำเฉลยชัดเจนใดๆ

เช่นเดียวกับรายละเอียดเล็กๆ บางประการที่ไม่สำคัญนัก แต่มีอารมณ์ขันดี อาทิ เมื่อ “ป้าของเอย” ระบายความโศกเศร้าในใจให้หมอนวดชายคนสนิทรับฟัง พร้อมทั้งฝากปลาเผาจากสิงห์บุรีไปให้ลูกชายของเขา ฉากต่อมา หนังก็พาคนดูไปติดตามชมพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ซึ่งเรามิอาจรู้ชัดว่าเขาคือใคร? (และไม่แน่ใจว่าตำแหน่งแห่งที่ของเขาอยู่ในสารคดีหรือเรื่องแต่ง?)

ชายคนนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ไปตกปลาริมคลอง ก่อนจะหมดบทบาทลงอย่างสงบเงียบ

สาม

นคร สวรรค์ 2

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์” ผู้รับบท “เอย” นั้นฝากฝีมือที่น่าประทับใจเป็นพิเศษไว้ใน “นคร-สวรรค์”

จากที่มีแววดีเมื่อครั้งแสดงหนังยาวเรื่องแรก คือ “โรงแรมต่างดาว” ของ “ปราบดา หยุ่น” มาถึง “นคร-สวรรค์” เอิงเอยมีซีนน่าจดจำจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะซีนบีบคั้น-ปลดปล่อยอารมณ์ในห้องพักโรงแรม

ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมปัจจัยอื่นๆ เช่น “รอยสักอันเรียบง่ายแต่โดดเด่นบนแผ่นหลัง” ซึ่งขับเน้นให้เรือนร่างของเอิงเอยมีเสน่ห์/เอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากนางเอกไทยส่วนใหญ่ และอาจบอกเป็นนัยว่าตัวละคร “เอย” นั้นมีริ้วรอย/รอยแยกบางประการในชีวิต

ด้วยทักษะการแสดงและออร่าส่วนบุคคล คงไม่ใช่เรื่องยากที่ “ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์” จะค่อยๆ ขยับขับเคลื่อนตนเอง จากสถานะ “นางเอกของวงการหนังอินดี้ไทยยุคใหม่” ไปสู่การเป็น “ดาราคนสำคัญ” ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในทศวรรษ 2560

ในน้ำเน่ามีเงาจันทร์

“วิคกี้ ครีปส์” ว่าด้วย “The Young Karl Marx” และ “Phantom Thread”

หมายเหตุ – เมื่อสัปดาห์ก่อนไปชมภาพยนตร์เรื่อง “The Young Karl Marx” กลายเป็นว่าค่อนข้างประทับใจกับผลงานการแสดงของ “วิคกี้ ครีปส์” นักแสดงหญิงชาวลักเซมเบิร์ก ซึ่งในฐานะ “เจนนี่ มาร์กซ์” เธอมีบทบาทไม่เยอะนัก แต่กลับแฝงเร้นพลังบางอย่างเอาไว้มหาศาล

สถานภาพดังกล่าวดูจะสอดคล้องลงรอยกับอีกหนึ่งบทบาทที่สร้างชื่อให้แก่ครีปส์ในวงกว้าง นั่นก็คือ บท “อัลม่า” ใน “Phantom Thread”

เมื่อลองค้นข้อมูลดูจึงพบว่าเคยมีสื่อต่างประเทศบางสำนักชวนครีปส์คุยในประเด็นข้างต้นจริงๆ ด้วย

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับปู่ของนักแสดงหญิงรายนี้ ซึ่งเคยถูกลงโทษโดยระบอบนาซี ด้วยข้อหาครอบครองหนังสือที่เขียนโดย “คาร์ล มาร์กซ์” ไว้ในบ้าน

krieps the young karl marx

ปู่ของฉันกับ “คาร์ล มาร์กซ์”

“…คุณปู่ของฉันถูกจับเข้าค่ายกักกันตั้งแต่ยังอายุน้อยมากๆ ฉันคิดว่าน่าจะตอนเขาอายุ 21 หรือ 20 หรือน้อยกว่านั้น นั่นหมายความว่าเขายังเป็นเด็กอยู่มากๆ สาเหตุที่ทำให้เขาต้องเข้าค่ายกักกันก็เพราะ ‘คาร์ล มาร์กซ์’ เนื่องจากพวกนาซีพบหนังสือหลายเล่มที่เขียนโดยมาร์กซ์ในบ้านของปู่

“จริงๆ หนังสือทั้งหมดเป็นของคุณปู่ทวด ดังนั้นปู่ทวดของฉันจึงถูกตัดสินลงโทษในทันที แล้วต่อมา คุณปู่ก็ถูกนำตัวไปขึ้นศาลนาซีบ้าง พวกนั้นเห็นว่าปู่ฉันยังเด็กอยู่มากๆ พวกเขาจึงเริ่มต้นพูดด้วยข้อความทำนองว่า ‘คุณครีปส์ หนังสือที่คุณครอบครองอยู่น่ะ มันคืองานของคาร์ล มาร์กซ์ นั่นคงเป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากพ่อของคุณใช่ไหม? มันคงเป็นหนังสือของพ่อคุณที่เหลือค้างอยู่ในตู้ของคุณเท่านั้นใช่ไหม?’

“มันเหมือนกับว่าพวกนาซีพยายามยื่นมือช่วยเหลือเพื่อให้คุณปู่ของฉันพ้นโทษ และไม่ต้องถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกัน แต่ปู่กลับแจ้งต่อศาลว่า ‘ไม่ ไม่ หนังสือพวกนั้นมันเป็นของผมเอง’

“แน่นอน สิ่งที่พวกนาซีเกลียดที่สุด ก็คือ คนที่ปฏิเสธความช่วยเหลือหรือความเห็นของพวกเขา หลังจากนั้น ปู่ของฉันจึงถูกส่งตัวเข้าค่ายกักกันในทันที

“เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุผลและจุดยึดโยงอันเข้มแข็งสำหรับฉัน แบบว่าเธอต้องไปเล่นเป็นภรรยาคาร์ล มาร์กซ์ เพื่อคุณปู่ของเธอนะ…

“นี่คือชะตากรรม และเป็นเหมือนการมอบความยุติธรรมกลับคืนแก่ใครบางคน ซึ่งเคยได้รับความไม่เป็นธรรมมาก่อน”

ที่มา https://www.pastemagazine.com/articles/2018/02/vicky-krieps-talks-about-what-we-dont-really-talk.html?

phantom thread

“อัลม่า” กับ “เจนนี่”

(คำถาม – ในหนังเรื่อง “The Young Karl Marx” และ “Phantom Thread” คุณได้รับบทเป็นผู้หญิงที่พยายามยืนหยัดทัดทานผู้ชายซึ่งทรงอำนาจและเป็นที่เคารพเลื่อมใส ทั้งยังเป็นสามีของพวกเธอเอง คุณคิดว่าอัลม่าและเจนนี่มีความสำคัญอย่างไรในเรื่องราวว่าด้วยบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สองคนนั้น?)

ผู้หญิงทั้งสองรายนี้เป็นคนพิเศษ เพราะพวกเธอต่างซ่อนความเข้มแข็งของตัวเองเอาไว้ภายใต้ความนิ่งเงียบ พวกเธอพร้อมที่จะยืนอยู่ตรงเบื้องหลัง แม้ว่าจะแข็งแกร่งกว่าผู้คนตรงเบื้องหน้า ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนก็ตาม พวกเธอไม่ได้แสวงหาการเป็นที่รู้จักหรือความยอมรับนับถือใดๆ

“บางทีนี่อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากในยุคปัจจุบัน แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้หญิงแบบนั้นอยู่เลยในยุคนี้ ปัจจุบัน นอกจากจะมีความเข้มแข็งแล้ว ผู้หญิงอย่างพวกเรายังถูกคาดหวังให้เป็นภรรยาที่ดี แม่ที่ดี เป็นสตรีผู้มีการศึกษาสูงส่ง เป็นคนมีอารมณ์ขัน อ่อนไหว และเปี่ยมไหวพริบ

“เราเป็นทุกอย่างในคนคนเดียว การเป็นผู้หญิงคนหนึ่งนั้นต้องแบกรับอะไรไว้มากมายเหลือเกิน แต่จริงๆ แล้ว ผู้หญิงทั้งหลายไม่ได้ต้องการคำบรรยายสรรพคุณเกี่ยวกับตัวตนของพวกเธอจากบุคคลภายนอกเลย พวกเธอไม่ได้มีความคิดทำนองว่า ‘ฉันรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ดี เพราะฉันได้รับใบปริญญาจากมหาวิทยาลัย เพราะฉันเป็นคนสวย และเพราะฉันเป็นแม่ที่ดี’ หรอก

“ท้ายสุด สิ่งที่จะทำให้พวกเธอแข็งแกร่งมากๆ ไม่ใช่เรื่องพวกนั้น แต่เป็นอย่างอื่น นั่นคือ มันเคยมีบริบทช่วงเวลาที่ผู้หญิงสามารถให้การสนับสนุนผู้ชายบางคนอย่างมุ่งมั่นสงบเงียบอยู่ตรงเบื้องหลัง

“แต่นี่มันอาจเป็นการเปรียบเทียบที่แลดูโง่เง่าผิดฝาผิดตัวพอสมควร เพราะถ้า ‘เจนนี่ มาร์กซ์’ มีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน เธอก็คงมีไอโฟนติดตัว และจิตใจของเธอก็คงต้องไขว้เขวไปตามสิ่งเร้าต่างๆ เช่นเดียวกัน”

ที่มา http://floodmagazine.com/48914/in-conversation-vicky-krieps-phantom-thread/

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัวแล้ว “นางเอกขวานฟ้าหน้าดำ” ผู้มีความสวยระดับรองนางสาวไทย!

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม มีการเผยแพร่เทปพิเศษ “เบื้องหลังขวานฟ้าหน้าดำ” ซึ่งรายการดังกล่าวได้เปิดตัวผู้จะมารับบท “พระธิดาบุษยา” ใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

โดยผู้มาสวมบทบาทเป็นนางเอกของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ฉบับใหม่ ก็คือ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” ซึ่งเคยรับบท “พระพี่นางพรรณผกา” ในละคร “สังข์ทอง 2561” นั่นเอง

นี่ถือเป็นการได้รับบทบาทนางเอกครั้งแรกสุดของ “ขวัญ ปิ่นทิพย์”

อย่างไรก็ตาม ดีกรีของ “ขวัญ ปิ่นทิพย์” นั้นไม่ธรรมดา โดยสาววัย 24 ปีผู้นี้ เคยคว้าตำแหน่งรองนางสาวไทยอันดับหนึ่งประจำปี 2559 (ส่วนสูง 168.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 54.2 กิโลกรัม สัดส่วน 33-25-36)

ก่อนจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดนางสาวไทยครั้งนั้นที่ถูกดึงตัวเข้ามาร่วมงานกับค่ายสามเศียร

ช่วงต้นของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” นักแสดงสาวผู้นี้เคยปรากฏตัวครั้งหนึ่งในบท “นางฟ้า” บนสรวงสวรรค์ ผู้คอยกลั่นแกล้ง “สุทธาเทพ”

ต้องจับตาดูว่า “ขวัญ ปิ่นทิพย์” จะสวมบท “พระธิดาบุษยา” ได้ดีเพียงใด? ในฐานะนางเอกคนล่าสุดของวงการละครจักรๆ วงศ์ๆ

ขอบคุณภาพนำจาก ยูทูบสามเศียร

คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครคือนักแสดงจาก “สังข์ทอง” (เพียงรายเดียว?) ที่ปรากฏกายในงานเปิดตัว ICONSIAM

เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

หยุดยาวอย่างนี้ มาชมภาพสวยๆ ในจอ-นอกจอของ “เจ็ดธิดา” จาก “สังข์ทอง” กันดีกว่า

คราวนี้ ไม่สามารถหาข้อมูลเรตติ้ง “สังข์ทอง 2561” จากสัปดาห์ก่อน มาเผยแพร่ได้ครับ

เลยขออนุญาตแก้ขัดด้วยการประมวลภาพสวยๆ ของ “เจ็ดธิดา” ลูกสาวท้าวสามนต์ มาฝากกัน

เชิญรับชม

รจนา

View this post on Instagram

🌸

A post shared by Kessarin Noiphueng (@pupe_kessarin) on

วิลาวัณย์

พรรณผกา

พนารัตน์

ปัทมา

ผกากรอง

View this post on Instagram

☔️ #GGxxjapan 📷 @plugsweden

A post shared by Kanamon Khaojitphunsuk (@galgam) on

ประคองยศ

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ประมวลภาพพิธีบวงสรวง “สังข์ทอง 2561”

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ไม่มีอะไรมากจ้า แค่นำภาพพิธีบวงสรวงละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง” (2561) มาฝากกัน

(จุดน่าสังเกต คือ พิธีบวงสรวงมีขึ้นหลังจากละครเปิดกล้องและแพร่ภาพไปแล้วสามตอน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเหตุผลเรื่องฤกษ์ยามหรือความสะดวก?)

มาชมภาพสวยๆ งามๆ กันเลยดีกว่า

View this post on Instagram

ครบทีม#สังข์ทอง

A post shared by lakornpurnbanthai official (@lakornpurnbanthai_official) on

ขอบคุณภาพจาก

https://www.instagram.com/samsearn/

https://www.instagram.com/lakornthaijukwong/

https://www.instagram.com/lakornpurnbanthai_official/