จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“นางยักษ์-นางไม้” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ แต่ละคนดีกรีไม่ธรรมดา!

ถ้าใครตามดูละครจักรๆ วงศ์ๆ มาพอสมควร จะสังเกตได้ว่าตัวละคร “นางร้าย” ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ยักษ์ หรือนางไม้ นั้นล้วนมีหน้าตาสะสวย และมีเรือนร่างที่งดงาม ไม่แพ้บรรดานางเอก!

เช่น ใน “สังข์ทอง 2561” ก็มีนางยักษ์สวยๆ ดีกรีไม่ธรรมดาถึงสองตน

รายแรกเห็นจะไม่พ้น “นางพันธุรัต” ที่รับบทโดย “อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์”

อรศศิพัชร์ หรือ ลูกศร แสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้วหลายเรื่อง โดยอาจแบ่งช่วงเวลาการทำงานของเธอออกได้เป็น 2 เฟส

เฟสแรกระหว่างปี 2546-2550 มีบทเด่นๆ ที่ได้รับ อาทิ บทบาทมเหสีทัศนีย์ใน “เทพสามฤดู 2546”

จากนั้น ลูกศรหันไปทำงานนอกวงการบันเทิง ก่อนจะหวนคืนแวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหน ในปี 2558

3-4 ปีให้หลัง ลูกศรมีงานละครจักรๆ วงศ์ๆ มากถึง 4 เรื่อง ตั้งแต่แก้วหน้าม้า, อุทัยเทวี, เทพสามฤดู และสังข์ทอง (เท่ากับว่าในระยะดังกล่าว เธอไม่ได้ร่วมแสดงละครของค่ายสามเศียรแค่เพียงเรื่องเดียว คือ ดินน้ำลมไฟ/สี่ยอดกุมาร)

มันคือช่วงกลายพันธุ์ของพวกเรา​ อ่ะไม่ใช่🤭🤭🤭 มันคือการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของพวกเราค่ะ​ ทุกการเปลี่ยนแปลงและทุกบทบาทคือความท้าทายและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งของพวกเราค่ะ​ ขอบคุณ​ผู้ใหญ่ใจดีที่เล็งเห็นความสามารถของพวกเรามอบบทบาทดีๆท้าทายแบบนี้มาให้พวกเราอีก​ พวกเราจะทำให้ดีที่สุดและขอขอบคุณ​อีกครั้งสำหรับ​ความรักความเมตตาที่มีเสมอมาจากผู้ใหญ่ที่น่ารักทุกท่านค่ะ​ ขอบคุณ​จากใจจริง​ ถ้านู๋เคยทำไม่ดีขอให้อภัยให้นู๋ด้วยนะคะ​ จากนี้จะตั้งใจทำงานและสร้างผลงานดีๆให้ผู้ชมได้ชมกันค่ะ​ @samsearn @pond_ophaphoom ปล.​ เมหสีรัชฎา-แม่พันธุรัตน์​ ท้าวคันธมาศ-เงาะป่า​ #สังข์ทอง2018 #สามเศียร #ดีด้า​ #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #ch7hd35🐚👶🏻🐌💖💖💖 ขอบคุณ​ภาพจาก​ fc​ ค่ะ

A post shared by ลูกศร​ อรศศิพัช​ร์​ (@luksorn888) on

บทบาทส่วนใหญ่ที่ลูกศรได้รับมักเป็น “นางร้าย” (หรือ “นางเคยร้าย”) อย่างไรก็ตาม บท “นางพันธุรัต” ถือเป็นครั้งแรกสุด ที่เธอได้แสดงเป็น “นางยักษ์”

แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ อาจสังเกตว่าลูกศรนั้นเป็นนักแสดงหญิงที่มีรูปร่างสูงยาวเข่าดีมากๆ เธอไม่เพียงแต่มีรูปร่างสูงสง่าเหนือนักแสดงหญิงร่วมจอรายอื่นๆ แต่ยังตัวสูงกว่านักแสดงชายบางรายด้วยซ้ำ

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะก่อนมาเป็นนักแสดง ลูกศรเคยผ่านการประกวดมิสมอเตอร์โชว์ในปี 2542 (ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2) และเข้ารอบ 12 คนสุดท้ายของเวทีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2544

นางยักษ์อีกหนึ่งตนใน “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มีรูปลักษณ์สวยสะดุดตา ก็ได้แก่ “นางยักษ์พรรณี” ผู้จงรักภักดีต่อพระแม่เจ้าพันธุรัตแต่ไม่รักพระสังข์

ผู้รับบทนี้ คือ “บุญญาณี สังข์ภิรมย์” หรือ โบว์ ซึ่งเคยคว้าตำแหน่งมิสอินเตอร์คอนติเนนตัลไทยแลนด์ จากเวทีการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2558

A post shared by bow boonyanee (@bow_boonyanee) on

นอกจากนั้น เธอยังเคยผ่านเวทีการประกวดระดับอินเตอร์ อย่างเวทีมิสอินเตอร์คอนติเนนตัล (ได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ-สื่อมวลชน), เวทีมิสยูไนเต็ดคอนติเนนท์ และเวทีท็อปโมเดลออฟเดอะเวิลด์

อีกหนึ่งนักแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคหลังที่เคยผ่านเวทีการประกวดนางงามระดับชาติมาแล้วเช่นกัน ก็คือ “วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย” หรือ มีน

มีนเคยรับบทเป็นนางเอกของละคร “อุทัยเทวี” ก่อนจะผันตัวมาแสดงเป็น “นางไม้” ที่ทั้งร้ายและดีใน “เทพสามฤดู” กระทั่งใน “สังข์ทอง” ฉบับใหม่ ก็แว่วว่าเธอจะกลับมาสวมบท “นางไม้” อีกครั้ง

ก่อนหน้ามาแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มีนมีดีกรีเป็นมิสมอเตอร์โชว์ 2558 รวมทั้งเคยเข้าประกวดนางสาวไทยปี 2559 อีกหนึ่งเวที

ต้องบอกว่า “นางยักษ์-นางไม้” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคปัจจุบัน นั้นมีดีกรีไม่ธรรมดาจริงๆ

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ชุดประจำชาติของมารีญา: เมขลา, รามสูร และพระอรชุน ผู้หายไป

มารีญา พูลเลิศลาภ (ลินน์ เอียเรียน) อดีตซูเปอร์โมเดล ที่ผันตัวเองมาประกวดนางงาม จนได้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพิ่งจะบินไปประกวดมิสยูนิเวิร์สที่สหรัฐ พร้อมชุดประจำชาติ “รามสูรกับนางเมขลา”

เมื่อตอนที่มารีญาและทีมงานเปิดตัวชุดประจำชาติชุดนี้ ส่วนตัวเห็นว่ามีประเด็นน่าสนใจสองข้อ

ข้อแรก คือ ในชุดนี้ มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ของเรา ต้องรับบทเป็น “รามสูร” ยักษ์ร้ายนะครับ ไม่ใช่เทพธิดาอย่าง “นางเมขลา” ซึ่งนับว่าเป็นทางเลือกที่แปลกใหม่ท้าทายดี

รามสูร เมขลา 1

ข้อสอง ดังที่รู้กันว่าเรื่อง “รามสูร-เมขลา” นั้นเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในช่วงต้นของ “รามเกียรติ์” อย่างไรก็ดี ตัวละครสำคัญอีกตนหนึ่งในซีนนี้ คือ เทวดาชื่อ “พระอรชุน” ผู้เคยต่อสู้เอาชนะ “ทศกัณฐ์” (วัยหนุ่ม) มาแล้ว

ระหว่างรามสูรไล่ตามนางเมขลา พระอรชุนเหาะมาตัดหน้าพอดี พญายักษ์กับเทวดาจึงต่อสู้กัน

ผลลงเอยด้วยการที่รามสูรจับร่างพระอรชุนฟาดกับเขาพระสุเมรุจนเสียชีวิต ส่วนเขาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นแกนกลางจักรวาลก็เอียงทรุดลงไป

ก่อนจะมีการเปิดตัว “พาลี-สุครีพ” ในฐานะผู้เข้ามาช่วยกอบกู้เขาพระสุเมรุให้ตั้งตรงดังเดิม

ด้วยเหตุนี้ หากพิจารณาให้ถ้วนถี่แล้ว ชุดประจำชาติของมารีญาน่าจะขาดตัวละครสำคัญไปอีกราย นั่นคือ “พระอรชุน”

ว่าแล้วก็ขอนำเอาเนื้อหาเกี่ยวกับ “รามสูร-นางมณีเมขลา-พระอรชุน” จากหนังสือ “บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช” มาให้อ่านกันแบบเต็มๆ ขอบคุณที่มาจากเว็บ http://vajirayana.org ครับ

เมขลา รามสูร นำ

มาจะกล่าวบทไป
ถึงฝูงเทวาทุกราศี
ครั้นยามวสันต์ก็ยินดี
เป็นที่สนุกสำราญ
ชวนกันออกเล่นนักขัตฤกษ์
เอิกเกริกทั่วเทวสถาน
ประชุมพร้อมเพรียงกันทุกพิมาน
เล่นการมโหรสพเป็นโกลา ฯ

จึงจับระบำรำร่าย
ทอดกรกรีดกรายทั้งซ้ายขวา
รำเรียงเคียงชิดเข้ามา
เลียมลอดสอดคว้าทุกนาง
แล้วกลับร่ายรำทำที
แทรกเปลี่ยนเสียดสีมิให้ห่าง
ยั่วเย้าเคล้าคลอกั้นกาง
พลางแนมแกมกลปนมา
ฉวยฉุดยุดนางเบื้องซ้าย
ย้ายเป็นหยอกนางข้างขวา
รื่นเริงบันเทิงทุกเทวา
ด้วยฝูงนางฟ้าวิลาวัณย์ ฯ

เมื่อนั้น
นางเทพธิดาสาวสวรรค์
รำรอล่อไว้ไม่ติดพัน
เกษมสันต์ชําเลืองแลไป
ครั้นเทวัญเข้าชิดก็บิดหนี
ร่ายรำทำทีมิให้ใกล้
หลีกเลี้ยวตีวงเวียนไป
นัยน์เนตรชม้อยคอยที
ครั้นเทพบุตรฉุดคร่า
นางฟ้าป้องปัดสลัดหนี
แสนสนุกสุขเกษมเปรมปรีดิ์
ทุกเทพนารีเทวา ฯ

เมื่อนั้น
ฝ่ายพระอรชุนแกล้วกล้า
แจ้งว่าเทพบุตรนางฟ้า
ชวนกันมาเล่นก็ยินดี
อ่าองค์ทรงเครื่องอาภรณ์
กรจับพระขรรค์เรืองศรี
ออกจากวิมานรัตน์มณี
เหาะมาที่ประชุมเทวัญ ฯ

เที่ยวดูฝูงเทพเทวา
กับหมู่นางฟ้าในสรวงสวรรค์
สุขเกษมเปรมใจไปด้วยกัน
ที่ในสวรรค์ชั้นฟ้า ฯ

เมื่อนั้น
ฝ่ายนางมณีเมขลา
อยู่ในวิมานรัตนา
สำหรับรักษาสมุทรไท
เคยไปประชุมด้วยเทวัญ
เป็นนิจนิรันดร์หาขาดไม่
ครั้นถึงฤดูกำหนดไว้
อรไทชื่นชมยินดี
จึงแต่งองค์ทรงเครื่องอลงกรณ์
งามงอนจํารัสรัศมี
มือถือดวงแก้วมณี
เทวีก็ออกจากวิมาน ฯ

ลงมาจากกลีบเมฆา
เล่นด้วยนางฟ้าเกษมศานต์
เรื่อยร้องโอดพันบรรเลงลาน
นงคราญรำร่ายไปมา ฯ

มาจะกล่าวบทไป
ถึงรามสูรยักษา
อาศัยในกลีบเมฆา
เป็นที่ผาสุกสำราญ
มีศรขวานเพชรเป็นอาวุธ
ฤทธิรุทรหยาบช้ากล้าหาญ
ทั้งหกสวรรค์ชั้นบาดาล
เกรงเดชขุนมารไม่ทานกร
เพื่อนยิ่งอิ่มเอิบกําเริบหนัก
ทรงศักดิ์ดั่งหนี่งไกรสร
อ่าองค์ทรงเครื่องอาภรณ์
จับขวานฤทธิรอนแล้วเหาะมา ฯ

รวดเร็วดั่งหนึ่งลมพัด
เฉวียนฉวัดไปในเวหา
เยี่ยมออกจากกลีบเมฆา
อสุราเห็นแก้วแววไว
ซึ่งนางเมขลาโยนเล่น
ยิ่งเห็นยิ่งชอบอัชฌาสัย
ยิ่งพิศยิ่งติดต้องใจ
จะใคร่ได้ซึ่งดวงจินดา
หมายเขม้นเข่นเขี้ยวจะราญรอน
กรกุมขวานเพชรเงื้อง่า
เผ่นโผนโจนไปในเมฆา
ไล่นางเมขลาด้วยฤทธี ฯ

เมื่อนั้น
เทวานางฟ้าทุกราศี
แลเห็นรามสูรอสุรี
มาไล่ราวีก็ตกใจ
หน้าซีดตัวสั่นขวัญหาย
วุ่นวายไม่สมประดีได้
เสียงมี่อื้ออึงคะนึงไป
สุราลัยวิ่งพะปะกัน ฯ

นางฟ้าอุ้มจูงเทวบุตร
อุตลุดไปทั้งสรวงสวรรค์
อันฉิ่งกรับทับโทนทั้งนั้น
สารพันแตกสิ้นไม่สมประดี ฯ

อันเทพบุตรกับนางฟ้า
ไม่อาจดูหน้ายักษี
ความกลัวดั่งจะสิ้นชีวี
หนีไปยังทิพวิมาน ฯ

บัดนั้น
รามสูรฤทธิไกรใจหาญ
เห็นเทวัญนางฟ้ายุพาน
วิ่งหนีลนลานวุ่นไป
ยังแต่โฉมนางเมขลา
เข้าแอบเมฆากลีบใหญ่
อสุราสำแดงฤทธิไกร
โลดโผนโจนไล่ราวี ฯ

เมื่อนั้น
นวลนางเมขลามารศรี
เลี้ยวล่อรามสูรอสุรี
กรโยนมณีจินดา
ทำทีประหนึ่งจะให้แก้ว
กลอกแสงพรายแพร้วบนหัตถา
ครั้นรามสูรไล่เลี้ยวมา
กัลยารำล่ออสุรี
นางแกล้งเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
เวียนไปตามจักรราศี
มือหนึ่งชูแก้วมณี
ทำทีเยาะเย้ยอสุรา ฯ

บัดนั้น
จึ่งรามสูรยักษา
ครั้นแสงแก้วแวววับจับตา
อสุรากริ้วโกรธคือไฟ
เหม่เหม่เมขลานารี
กูจะล้างชีวีเสียให้ได้
กวัดแกว่งขวานเพชรดั่งเปลวไฟ
ก็ขว้างไปด้วยกำลังฤทธิ์ ฯ

มิได้ต้องกายกัลยา
ยักษาเดือดดาลทะยานจิต
โลดไล่พัลวันกระชั้นชิด
ตามติดคว้าไขว่เยาวมาลย์ ฯ

มาพบพระอรชุนเทเวศร์
เรืองเดชศักดากล้าหาญ
มือถือพระขรรค์สุรกานต์
เหาะผ่านหน้ามาก็ขัดใจ
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทําอำนาจ
ผาดเสียงสนั่นหวั่นไหว
แล้วร้องตวาดประภาษไป
ว่าเหวยผู้ใดอหังการ์
นามกรเป็นไฉนจึ่งอาจอง
ทะนงใจเหาะทะยานผ่านหน้า
ตัวกูผู้ทรงศักดา
ชื่อว่ารามสูรอสุรี
ปราบไปได้ทั่วไตรจักร
สุรารักษ์เกรงฤทธิ์ทุกราศี
มึงไม่รู้จักกองอัคคี
วันนี้จะม้วยชีวัน ฯ

เมื่อนั้น
พระอรชุนฤทธิแรงแข็งขัน
ได้ฟังกริ้วโกรธดังไฟกัลป์
ตัวสั่นร้องตอบวาจา
อันนามกรของเราหรือ
ชื่อว่าอรชุนแกล้วกล้า
เหาะมาโดยทางเมฆา
ใช่ว่าเหยียบเศียรขุนมาร
อันตัวของมึงนี้เป็นไฉน
มาอวดฤทธิไกรกล้าหาญ
กูนี้ก็นับว่าชายชาญ
ลือสะท้านทั่วทั้งแดนไตร
ทศกัณฐ์สิบเศียรยี่สิบหัตถ์
กูยังจับมัดเอามาได้
ตัวเอ็งสองมือจะชิงชัย
ที่ไหนจะรอดชีวี ฯ

บัดนั้น
รามสูรสิทธิศักดิ์ยักษี
ฟังพระอรชุนพาที
โกรธดั่งอัคคีไหม้ฟ้า
กรกุมขวานเพชรกวัดแกว่ง
ตาแดงเขม้นเข่นฆ่า
สำแดงแผลงฤทธิ์มหึมา
ยักษาเข้าไล่รอนราญ ฯ

เมื่อนั้น
องค์พระอรชุนใจหาญ
รับรองป้องกันประจัญบาน
เผ่นทะยานเข้าต่อกุมภัณฑ์ ฯ

กรซ้ายจับเศียรอสุรา
กรขวาเงือดเงื้อพระขรรค์
กลอกกลับสัประยุทธ์พัลวัน
เสียงสนั่นครั่นครื้นเมฆา ฯ

บัดนั้น
จึ่งรามสูรยักษา
ประจัญกรรอนราญเทวา
โจนขึ้นเหยียบบ่าด้วยฤทธี ฯ

ฉวยจับชฎาง่าขวาน
จะสังหารด้วยกำลังยักษี
พระอรชุนเรืองฤทธิ์ราวี
ก็สลัดอสุรีเสียทัน
แล้วโจนขึ้นเหยียบไหล่ยักษา
กรขวาก็ฟาดด้วยพระขรรค์
รามสูรรับรองป้องกัน
แล้วหันสลัดกระเด็นไป
พระอรชุนก็พลัดจากบ่า
ยักษาจับบาททั้งสองได้
ฟาดเข้ากับเหลี่ยมเมรุไกร
หวั่นไหวทั้งไตรโลกา ฯ

อันเขาพระสุเมรุก็เอนทรุด
ด้วยฤทธิรุทรแกล้วกล้า
องค์พระอรชุนเทวา
ก็ม้วยมรณาทันที ฯ

ครั้นว่าชนะแก่สงคราม
มีความชื่นชมเกษมศรี
แกว่งขวานปานแสงอสุนี
เหาะไปที่อยู่ด้วยว่องไว ฯ

ขอบคุณภาพประกอบจาก Miss Universe Thailand