จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

รวมมิตรข่าวจักรๆ วงศ์ๆ ต้นปี 2562 (ลือว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” จะลงจอต่อจาก “สังข์ทอง”!)

คลิกเลย – เปิดภาพตัวอย่าง “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก่อนลงจอ 17 มีนาคมนี้

“ขวานฟ้าหน้าดำ” รีเทิร์นจอโทรทัศน์!?

เมื่อ “สังข์ทอง 2561-62” ดำเนินเรื่องมาถึงช่วงปลายๆ มีแนวโน้มใกล้อวสานเต็มที

แฟนๆ ละครจักรๆ วงศ์ๆ ต่างพากันสืบหาข่าวคราวว่าละครเรื่องใดจะมาลงจอต่อใน “ช่วงเวลาทอง” ของเช้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี หรือ 35 HD

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ ที่น่าจะแพร่ภาพภายในช่วงปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาสสองของปีนี้ อาจเป็น “นางสิบสอง”

แต่ก็ไม่มีหลักฐานภาพถ่ายใดๆ มายืนยัน

กระทั่งล่าสุด อินสตาแกรมของ “สยม สังวริบุตร” ผู้บริหารค่ายดีด้า-สามเศียร ได้โพสต์รูปคู่ระหว่างสยมกับนักแสดงเด็กรายหนึ่ง ซึ่งแต่งหน้าแต่งกายและถืออาวุธคู่ใจคล้ายตัวละครนำของ “ขวานฟ้าหน้าดำ”

จึงเกิดกระแสข่าวว่า ละครเรื่องใหม่ที่จะมาแทน “สังข์ทอง” อาจพลิกโผกลายเป็น “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ก่อนหน้านี้ “สามเศียร” เคยผลิต “ขวานฟ้าหน้าดำ” เป็นละครโทรทัศน์สองครั้ง

ครั้งแรก ระหว่างเดือนธันวาคม 2526 – เมษายน 2527 ครั้งที่สอง ระหว่างเดือนธันวาคม 2540 – เมษายน 2541

ทั้งยังมีการนำเนื้อเรื่องเดียวกันไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์เรื่อง “อภินิหารขวานฟ้า”

ทั้งนี้ “ไพรัช สังวริบุตร” เคยกล่าวอธิบายไว้ในนิตยสารอะเดย์เมื่อปี 2547 ว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นเป็นบทประพันธ์ที่เขียนขึ้นใหม่ ไม่ใช่นิทานพื้นบ้านดั้งเดิม

ขวานฟ้าฯ นี่ เราซื้อเรื่องเขามา ซื้อขาด ผู้เขียนเคยอยู่เดลินิวส์ แต่ชื่ออะไรผมจำไม่ได้ ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ แต่คนทั้งหลายเขาก็ไม่รู้ ก็เอามาเล่น คิดว่าเป็นนิยายพื้นบ้าน

ไพรัชให้สัมภาษณ์ “สืบสกุล แสงสุวรรณ” ในรายงานพิเศษหัวข้อ “The King of Fantasia” (นิตยสารอะเดย์ ฉบับที่ 42 เดือนกุมภาพันธ์ 2547)

ขณะที่ในไตเติ้ลของละคร “ขวานฟ้าหน้าดำ 2540-41” และการ์ตูน “อภินิหารขวานฟ้า” ระบุตรงกันว่าเจ้าของบทประพันธ์เรื่องนี้ คือ “เสรี เปรมฤทัย” นักเขียนหนังสือนิทาน/หนังสือสรุปย่อเนื้อหาวรรณคดีชื่อดัง

อย่างไรก็ดี นอกจาก “สังข์ทอง” ทางช่อง 7 แล้ว “ขุนแผนแสนสะท้าน” ละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่องดาวเทียมจ๊ะทิงจาของบริษัทสามเศียร ก็กำลังจะอำลาจอพร้อมๆ กัน

จึงมีความเป็นไปได้ว่า ระหว่าง “นางสิบสอง” กับ “ขวานฟ้าหน้าดำ” อาจมีเรื่องหนึ่งที่จะฉายออกจอช่อง 7 หลัง “สังข์ทอง” อวสาน ส่วนอีกเรื่องจะต้องมาแทนที่ “ขุนแผนแสนสะท้าน” ในช่องดาวเทียม

“น้ำผึ้ง ธนภัทร” สำเร็จการศึกษาจากรามคำแหง ระหว่างเป็นนิสิตจุฬาฯ

นอกจากจะมีความสามารถด้านการแสดงและการขับร้องเพลง (เป็นเจ้าของเสียงร้องในเพลงนำละคร “สังข์ทอง” เวอร์ชั่นล่าสุด)

“น้ำผึ้ง ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” ผู้รับบทพระธิดา “ประคองยศ” ใน “สังข์ทอง 2561-62” ยังเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้ และมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

ปัจจุบัน นอกจากกำลังศึกษาอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้ำผึ้งซึ่งเริ่มลงทะเบียนเรียนในคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ก็ได้สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตใหม่ของ ม.รามฯ เรียบร้อย

โดยเธอจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรใบแรกของชีวิตในเดือนมีนาคมนี้

หลังปีใหม่ เรตติ้ง “สังข์ทอง” แตะ 7 อีกหน

มาว่ากันถึงตัวเลขเรตติ้งล่าสุดของ “สังข์ทอง 2561-62” กันบ้าง

โดยเรตติ้งของ “สังข์ทอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม วันส่งท้ายช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นั้น พุ่งไปสูงถึง 6.976 ซึ่งจะอนุโลมให้ปัดขึ้นเป็น 7.0 ก็ยังได้

อย่างไรก็ตาม เรตติ้งของละครในสัปดาห์ถัดมากลับดร็อปลง เป็น 5.220 ในวันเสาร์ที่ 12 และ 6.476 ในวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม

ขอบคุณภาพนำจาก https://www.instagram.com/lorddida/

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ความโด่งดังของ “สังข์ทอง” นอกจอ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ”

“นักแสดงสังข์ทอง” นอกจอ “จักรๆ วงศ์ๆ”

นอกจาก “สังข์ทอง 2561” กำลังไปได้สวยในจอทีวีแล้ว

นักแสดงหลายคนของละครพื้นบ้านเรื่องนี้ ก็กำลังมีงานแสดงอื่นๆ เพิ่มเสริมเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน

เริ่มจาก “ชะชะช่า ท้ารัก” ละครเย็นเรื่องปัจจุบันของช่อง 7 ซึ่งผลิตโดยค่าย “ดีด้า” ซึ่งเปรียบเสมือนพี่น้องของ “สามเศียร”

ด้วยเหตุนี้ จึงมีนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ พาเหรดไปเล่นละครเย็นเรื่องดังกล่าวกันมากมาย

เริ่มตั้งแต่ “พลพจน์ พูลนิล” (พระราหูในเทพสามฤดู และ พระวิษณุกรรมในสังข์ทอง) “กชกร ส่งแสงเติม” (พระธิดาสุวรรณอัมพรในเทพสามฤดู) “ชนารดี อุ่นทะศรี” (พระธิดาปัทมา) “อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์” (นางพันธุรัต) “คริสเตียน เอเกิล” (เจ้าชายจิโอวานนี/เขยฝรั่ง) “กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข” (พระธิดาผกากรอง) “ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” (พระธิดาประคองยศ) รวมถึง “ธนเดช ดีสีสุข” (พระพิรุณในเทพสามฤดู และ พระอินทร์ในสังข์ทอง)

นอกจากนั้น ใน “สายโลหิต” ละครหลังข่าววันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่อง 7 ที่ผลิตโดยค่าย “ดาราวิดีโอ” ซึ่งเป็นดัง “พี่ใหญ่” ของ “ดีด้า-สามเศียร” ก็ยังได้ “โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” ผู้กำลังโด่งดังกับบท “เจ้าเงาะ” ไปร่วมแสดง

แม้บทบาทของปอนด์ โอภาภูมิ จะปรากฏใน “สายโลหิต ฉบับใหม่” เพียงชั่วระยะสั้นๆ แต่ก็มีความสำคัญต่อตัวเรื่องไม่น้อย เพราะเขาต้องแสดงเป็น “ขุนรองปลัดชู”

เตรียมจับจอง โมเดล/ฟิกเกอร์ “เจ้าเงาะ” เร็วๆ นี้

View this post on Instagram

อะไรเอ่ยชื่ออยู่ในป่าพ่อตาเกลียดนัก มาแว้วววภาพหลุดของชุดสะสมเจ้าเงาะตัวเหมือนจริง ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่จร้าาา่.. #สังข์ทอง #ทุกวันเสาร์อาทิตย์ 08.00น. #ช่อง7HD #สามเศียร #หนังเจ้า #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #สังข์ทองลูกแม่ @surasak_suwannawong @pupe_kessarin @pond_ophaphoom @naphop_prasoplab @chanuchtra @bookpobsil @tanapat @christian.agle @pimaunya @genetix_james @galgam @rath_rathsil @khwan_pinthip @mansupasin @pleng_chanaradee

A post shared by บริษัท สามเศียร จำกัด (@samsearn) on

อินสตาแกรมสามเศียรเผยแพร่ภาพโมเดล/ฟิกเกอร์ตัวละคร “เจ้าเงาะ” ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการจัดทำ

ต้องถือว่ามีไม่บ่อยครั้งนัก (เผลอๆ อาจเป็นครั้งแรก) ที่ตัวละครจักรๆ วงศ์ๆ จะถูกแปรสภาพมาเป็น “สินค้าสะสม” ชนิดนี้

ขณะเดียวกัน นี่ก็บ่งชี้ถึงความฮอตฮิตของ “เจ้าเงาะ” และละคร “สังข์ทอง 2561” ได้เป็นอย่างดี

ถ้าทางเรารับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องการวางขาย รวมทั้งราคาสินค้า จะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ

“สังข์ทอง” ประคองเรตติ้ง 8 ได้อีกหนึ่งสัปดาห์

หลายคนคงทราบกันแล้วว่า “สังข์ทอง” ยังคงครองตำแหน่งโปรแกรมโทรทัศน์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน 2561 ได้อีกสัปดาห์

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน ละครตอนที่ 61 คว้าเรตติ้งไปได้ 8.105 แม้ไม่ใช่ตัวเลขความนิยมสูงสุด ซึ่งเคยไต่ไปถึงระดับ 8.4 แต่ก็นับเป็นหนที่สามในรอบสองสัปดาห์ ที่ “สังข์ทอง” สามารถทำเรตติ้งได้ถึงหลัก 8

ต้องจับดูว่าละครตอนที่ 62-63 ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน จะโกยเรตติ้งไปได้ถึงตัวเลขไหน?

ข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week17-23-sept-2561/

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

หยุดยาวอย่างนี้ มาชมภาพสวยๆ ในจอ-นอกจอของ “เจ็ดธิดา” จาก “สังข์ทอง” กันดีกว่า

คราวนี้ ไม่สามารถหาข้อมูลเรตติ้ง “สังข์ทอง 2561” จากสัปดาห์ก่อน มาเผยแพร่ได้ครับ

เลยขออนุญาตแก้ขัดด้วยการประมวลภาพสวยๆ ของ “เจ็ดธิดา” ลูกสาวท้าวสามนต์ มาฝากกัน

เชิญรับชม

รจนา

View this post on Instagram

🌸

A post shared by Kessarin Noiphueng (@pupe_kessarin) on

วิลาวัณย์

พรรณผกา

พนารัตน์

ปัทมา

ผกากรอง

View this post on Instagram

☔️ #GGxxjapan 📷 @plugsweden

A post shared by Kanamon (@galgam) on

ประคองยศ

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

ข่าวล่าสุด – “สังข์ทอง 2561” ปิดกล้อง เตรียมลาจอ 16 มี.ค. 62 พร้อมสร้างสถิติ 110 ตอน!

สุดสัปดาห์นี้ (หรือสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน) “พระสังข์” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง 2561” ก็จะเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว

อย่างที่หลายคนทราบกันว่า “พระสังข์ (หนุ่ม)” ในละครฉบับนี้ จะรับบทโดย “ม่อน สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์” (พระเอกจากสี่ยอดกุมารและอุทัยเทวี) ส่วนผู้รับบท “นางรจนา” คือ “ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง” (โด่งดังจากบทบาทเพชรราชกุมารีในสี่ยอดกุมาร) ทางด้าน “เจ้าเงาะ” จะสวมบทโดย “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” นักแสดงสารพัดประโยชน์แห่งค่ายสามเศียร

ขณะเดียวกัน ทางเราก็อยากนำเสนอตัวละครเด่นอีกกลุ่มหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้ นั่นคือ พี่สาวทั้งหกคนของนางรจนา

ในละครเวอร์ชั่นล่าสุด หกพระพี่นางของนางรจนาจะมีรายนามดังต่อไปนี้ วิลาวัณย์ (ชนุชตรา สุขสันต์), พรรณผกา (ปิ่นทิพย์ อรชร), พนารัตน์ (อัญรส ปุณณโกศล), ปัทมา (ชนารดี อุ่นทะศรี), ผกากรอง (กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข) และประคองยศ (ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์)

ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าหกพระพี่นาง (และหกเขย) ฉบับนี้จะสร้างความสนุกสนานให้แก่ “สังข์ทอง 2561” ได้มากขนาดไหน?

View this post on Instagram

หกพระราชธิดาของท้าวสามลคนซื่อ เรียงจากด้านขวามือ – วิลาวัณย์ – พรรณผกา – นารีรัตน์ – ปัทมา – ผกากรอง – ประครองยศ #สังข์ทอง Credit : mauieab ( ขออนุญาติปรับสีเพิ่มนะคะ ) (ชื่อ account ไม่มั่นใจว่าถูกรึเปล่าถ้าผิดแจ้งในเม้นเลยคะ แอดเอามาจากใน ทวิต )

A post shared by ℒ𝒶𝓀𝑜𝓇𝓃𝓉𝒽𝒶𝒾𝒿𝓊𝓀𝓌𝑜𝓃𝑔 👁💠 (@lakornthaijukwong) on

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้อง

เปิดตัว “หกเขย” ที่หลากหลายทั้ง “ชาติพันธุ์” และ “เพศสภาพ” ใน “สังข์ทอง 2561”

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

“เจ้าเงาะกล้ามสวย 2561”: เมื่อ “ตัวตลกบ้าใบ้” ขอแสดงบทบาท “พระเอกรูป (ร่าง) งาม”

“สังข์ทอง” พิชิตเรตติ้ง 7.0-MV ฮิต “รจนาร่ำไห้”-เส้นทางสายบันเทิงของ “พระธิดาปัทมา”

สองนคราเรตติ้งทีวีไทย “พระสังข์ถอดรูป” ชนะ “เปิดตัวฆาตกรฆ่าประเสริฐ” มากน้อยแค่ไหน?

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.instagram.com/samsearn และ https://www.instagram.com/lakornthaijukwong/

ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

จาก “พรหมจารี” ถึง “มัลลิกานารี” ชะตากรรมอาภัพ (รัก) ของสตรีเพศในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“น้องน้ำผึ้ง” หรือ “ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” ถือเป็นนักแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นปัจจุบัน ที่โดดเด่นคนหนึ่ง

โดยเฉพาะเมื่อเธอมารับบทบาท “มัลลิกานารี” ใน “สี่ยอดกุมาร” ฉบับล่าสุด

%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5

ซึ่งในช่วงแรกๆ ของละคร ดูเหมือนจะมีสิ่งใหม่ๆ ที่แหวกจารีตดั้งเดิมเกิดขึ้น เพราะ “มัลลิกานารี” มีบทกุ๊กกิ๊กหวานแหววกับ “เพชรราชกุมาร” ซึ่งเป็นหญิงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พอละครดำเนินไปเรื่อยๆ เส้นเรื่อง “หญิงรักหญิง” ระหว่างมัลลิกานารีและเพชรราชกุมารก็ค่อยๆ ถูกกร่อนเซาะทำลายลง และแปรเปลี่ยนเป็นซับพล็อตว่าด้วยการที่หญิงสองคนหลงรักผู้ชายรายเดียวกัน

เมื่อตัวละครใหม่อย่าง “เจ้าชายชัยชยนต์” ถูกสร้างและใส่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อ “กั้นกลาง” ความสัมพันธ์ระหว่างมัลลิกานารีและเพชรราชกุมาร

ไปๆ มาๆ ตัวละคร “มัลลิกานารี” จึงกลายเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งใน “สี่ยอดกุมาร” และอาจไม่ได้พบรักกับใครเลย

%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-2

ชะตากรรมของ “มัลลิกานารี” ทำให้ย้อนนึกถึงอีกหนึ่งตัวละครที่ “น้องน้ำผึ้ง” เคยสวมบทบาทเอาไว้

นั่นคือ “พรหมจารี” ในละครเรื่อง “จันทร์ สุริยคาธ”

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-2

ในฐานะนักประพันธ์นวนิยาย “นันทนา วีระชน” ผู้เขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคหลัง ถือเป็นนักเขียนหญิง ซึ่งเคยสร้างสรรค์ชะตาชีวิตตลอดจนบุคลิกลักษณะของตัวละครสตรีเพศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันเอาไว้มากมาย

เช่นเดียวกันกับชะตาชีวิตและบุคลิกลักษณะของบรรดาตัวละครหญิงใน “จันทร์ สุริยคาธ”

อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมของตัวละครสตรีเพศที่น่าสนใจในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนั้น อาจมิได้ฉายแสดงจุดยืนซึ่ง “อยู่ข้างผู้หญิง” เสียทีเดียว

อาทิ ชะตาชีวิตของสองนางเอกอย่าง “สังคเทวี” และ “ลีลาวดี”

ทั้งคู่เป็นเทพธิดาซึ่งต้องโทษและถูกส่งลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีสองเทวดาหนุ่มแอบชอบพวกนาง สองเทวดาจึงพยายามดึงดูดใจสองนางฟ้า ด้วยการไปขโมย “แก้ววิเศษ” ของพระอินทร์มาขว้างเล่น

แต่พอสองเทพบุตรพลั้งพลาดทำของวิเศษพลัดตกจากสวรรค์ สองเทพธิดากลับพลอยโดนหางเลขถูกลงทัณฑ์ตามไปด้วย

ในฐานะมนุษย์โลก ชะตาชีวิตของทั้งคู่ก็ยังน่าสนใจ

สังคเทวีลงมาเกิดเป็นธิดากษัตริย์เมืองอินทปัถบุรี ขณะที่ลีลาวดีเป็นธิดากษัตริย์เมืองกาสิกนคร

กษัตริย์ทั้งสองเมืองไม่มีโอรสสืบทอดราชสมบัติ อย่างไรก็ดี สังคเทวีและลีลาวดี กลับไม่ได้ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงผู้อ่อนแออ่อนโยน ซึ่งรอคอยโอรสกษัตริย์เมืองอื่นมาสู่ขอ

ตรงกันข้าม ธิดาสองเมืองถูกเลี้ยงดูให้มีความพร้อมที่จะขึ้นครองราชย์ เมื่อออกเดินทางไปเรียนสรรพวิชาจากพระอาจารย์ในป่าเขาไม่ได้ พระบิดาก็เชิญพระฤาษีมาสอนวิชาอาคมให้ถึงในเมือง

ถ้าพิจารณาจากความถี่ในการ “ปล่อยแสง” แล้ว ดูเหมือนว่าสังคเทวีและลีลาวดีจะมีความเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์คาถาต่างๆ มากกว่าตัวละครเพศชายรายอื่นๆ รวมถึง “สุริยคาธ-จันทคาธ” เสียด้วยซ้ำไป

มิหนำซ้ำ ในยามที่สังคเทวีและลีลาวดีพบเจอกับสุริยคาธและจันทคาธเมื่อครั้งเป็นเด็กขอทาน กลับเป็นตัวละครฝ่ายหญิงที่แนะนำฝ่ายชายให้หมั่นศึกษาหาวิชาความรู้ติดตัวเอาไว้

ทว่า สุดท้าย สังคเทวี-ลีลาวดี ก็เป็นได้แค่มเหสีของกษัตริย์ แม้ราชาผู้เป็นพระสวามีของพวกนางจะเกิดในตระกูลขอทานยากเข็ญ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่กลายเป็นเงื่อนไขติดขัด เพราะแท้จริงแล้วทั้งคู่เป็นเทพบุตรที่จุติลงมายังโลกมนุษย์

สังคเทวี, ลีลาวดี, สุริยคาธ และจันทคาธ จึงใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ เอ็นดิ้ง เนื่องจากอดีตเทพบุตร-เทพธิดา ได้หวนกลับมาพบรักกันอีกครั้ง ตามโครงเรื่องหรือชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตมาแต่ชาติปางก่อน

ไปๆ มาๆ ตัวละครหญิงที่ชะตาชีวิตถูกผลักไปสุดทางจริงๆ กลับกลายเป็น “พรหมจารี”

พรหมจารีเป็นธิดากษัตริย์เมืองไชยะบุรี ซึ่งอภิเษกสมรสกับ “สุทัศน์จักร” เจ้าชายแห่งเมืองอนุราชบุรี

เมื่อครั้งที่สังคเทวีต้องพลัดพรากจากสุริยคาธเพราะเหตุการณ์เรือสำเภาล่ม (ตามคำอธิบายของละคร เรือล่มเพราะฤทธิ์ของสองเทวดาคู่หูอย่าง “พระรำพัด-พระรำเพย” ที่สวรรค์ส่งลงมากลั่นแกล้งสุริยคาธและจันทคาธ) นางได้พบกับสุทัศน์จักร ซึ่งเพิ่งพ่ายศึกจากการยกทัพไปตีกาสิกนคร (เมืองของลีลาวดี ชายาจันทคาธ)

สุทัศน์จักรพาตัวสังคเทวีกลับไปอนุราชบุรี และหวังจะอภิเษกสมรสกับนาง พร้อมกันนั้น ก็ตัดสินใจลงโทษพรหมจารี ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการอภิเษกสมรสดังกล่าว โดยสั่งลอยแพชายาคนแรกของตนเองออกจากเมือง

พรหมจารีต้องลอยเคว้งคว้างกลางมหาสมุทรอยู่หลายวันหลายคืน จนได้รับการช่วยเหลือจากสุริยคาธ จากนั้น นางก็เริ่มรู้สึกหลงรักชายผู้ช่วยชีวิต

ต่อมา พรหมจารีถูกแยกออกจากสุริยคาธโดยผู้ทรงศีลสตรีรายหนึ่ง นางได้เรียนวิชากับผู้ทรงศีลรายนั้น กระทั่งมีฤทธิ์เดชแกร่งกล้า (ทัดเทียมสังคเทวี-ลีลาวดี) แต่ขณะเดียวกัน ความแค้นที่คุกรุ่นในจิตใจอันเกิดจากการเป็นฝ่ายถูกกระทำกลับยังไม่มีวี่แววจะลดน้อยถอยลง

เมื่อพรหมจารีเดินทางกลับเมืองไชยะบุรี นางจึงยุพระบิดาให้ยกทัพไปเผาเมืองอนุราชบุรี พร้อมกับฆ่าพ่ออดีตสามีทิ้ง

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-1

แล้วในที่สุด พรหมจารีก็ได้สมรสกับสุริยคาธ ผู้มาช่วยชีวิตนางเป็นหนที่สอง ระหว่างการต่อสู้ของพรหมจารีกับสุทัศน์จักร อดีตพระสวามี

การอภิเษกสมรสครั้งนี้นำไปสู่ศึกระหว่างไชยะบุรีกับอินทปัถบุรี เมื่อพรหมจารีต้องการแย่งชิงสามีจากสังคเทวี

รวมทั้งต้องการแก้แค้นฝ่ายหลัง ผู้เคยเป็นต้นเหตุให้ตนเองต้องตกระกำลำบากจากการถูกลอยแพ

ศึกระหว่างสองเมือง ส่งผลให้มีคนล้มตายมหาศาล รวมถึงท้าวพรหมจักร (พ่อของสังคเทวี) แต่ทั้งหมดก็ได้รับการชุบชีวิตด้วย “ต้นยาวิเศษ” ของสุริยคาธ-จันทคาธ

หลังเสร็จสงคราม พรหมจารีดูคล้ายจะมีความรู้สึกผิดบาป และมีท่าทีที่จะพยายามคืนดีกับสังคเทวี

แต่เมื่ออดีตพญายักษ์ผู้เฝ้าประตูสวรรค์อย่าง “วิโยคพสุธา” บุกมาชิงตัวสังคเทวีและลีลาวดี พรหมจารีกลับพลอยโดนลูกหลงถูกจับตัวไปด้วย ทั้งที่นางไม่ได้เป็นอดีตสองเทพธิดาที่ทวารบาลสวรรค์เคยแอบหมายปอง

ตัวละคร “พรหมจารี” ไม่มีปัญหาในเชิงสถานะหรือตำแหน่งแห่งที่ใน “ชาดก-นิทานวัดเกาะ” ซึ่งเรื่องราวว่าด้วยเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์มิได้เป็นเส้นเรื่องสำคัญของเรื่องเล่าฉบับดังกล่าว

พรหมจารีในเรื่องเล่าสองแบบแรก มีศักยภาพถึงขนาดที่จะบรรลุอรหันต์ เมื่อไปเกิดเป็น “พระเขมาเถรี” ในอนาคตชาติ

ทว่า การไม่ได้เป็นอดีตเทพธิดาที่จุติลงมาบนโลกมนุษย์ กลับกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ค่อยๆ ผลักไสตัวละครสตรีรายนี้ออกจากโครงสร้างของเรื่องเล่าในฉบับ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ”

ในละคร “จันทร์ สุริยคาธ” การดำรงอยู่ของพรหมจารี ดูจะมีสถานะเป็น “ตัวขัดขวาง” มิให้อดีตเทพบุตร-เทพธิดาอย่างสุริยคาธและสังคเทวีได้ครองรักครองเมืองกันโดยสมบูรณ์แบบ ตามแรงลิขิตของอดีตชาติ (ตลอดจนแนวคิดสมัยใหม่เรื่อง “ผัวเดียวเมียเดียว”)

ทางออกจึงกลายเป็นว่า ในตอนท้ายของละคร พรหมจารีที่คล้ายจะยอมคืนดีกับสังคเทวีแล้ว กลับถูกกำหนดบทบาทให้เป็นตัวละครที่ยังไม่สามารถสลัดความรู้สึกแค้นเคืองออกจากจิตใจได้อย่างหมดสิ้น

พรหมจารีกลายเป็นมนุษย์เปี่ยมกิเลสตัณหา ผู้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทะเยอทะยาน หวังจะยื้อแย่งแก้วทิพยเนตรมาครอบครอง

สำหรับพรหมจารี แก้ววิเศษจากสวรรค์คือสัญลักษณ์ของการถือครองอำนาจ (ทางการเมือง)

เมื่อพระสวามีคนปัจจุบันรักหญิงอื่นมากกว่านาง นางจึงหันไปแสวงหาอำนาจ (ทางการเมือง) แทนที่คนรัก/ความรัก

แต่แก้ววิเศษจากเบื้องบนก็แผลงฤทธิ์ ด้วยการเปล่งแสงพิฆาตพรหมจารีจนถึงแก่ชีวิต ชนิดที่ร่างต้องแหลกระเบิดจนไร้ซาก

ส่วนสุริยคาธผู้เป็นสวามี กลับไม่ได้แสดงบทบาทอาลัยรักหนึ่งในภรรยาของตนเองมากนัก เพราะหลังจากพรหมจารีถูกปลิดชีวิตลงอย่างช็อกอารมณ์คนดู สุริยคาธก็แสดงสีหน้าตกใจอยู่ประมาณ 2 วินาที ก่อนละครจะตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณา

เมื่อโฆษณาเบรกนั้นจบลง สุริยคาธ, จันทคาธ, สังคเทวี และลีลาวดี พร้อมมิตรสหาย ก็ปรากฏกายบนจอโทรทัศน์ ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่นบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งพวกเขาและเธอกำลังนำแก้วทิพยเนตรไปถวายคืนองค์อินทร์

พรหมจารีจึงมีสถานะเป็นเพียงหนึ่งในตัวละครมนุษย์ผู้ปรารถนาอำนาจอันน่ารังเกียจและสกปรกโสโครก ที่ต้องถูกขจัดชำระล้างลงให้หมดจดสิ้นซาก

เพื่อทุกอย่างจะได้กลับคืนสู่ระบอบระเบียบดั้งเดิม ตามครรลองที่ถูกกำหนดมาแล้ว

ก็ได้แต่หวังว่าชะตาชีวิตเศร้าๆ ที่ “พรหมจารี” ต้องเผชิญ จะไม่เกิดซ้ำกับ “มัลลิกานารี” อีกหน

%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a