จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“แม่เฒ่าสุเมธา” แห่ง “สังข์ทอง” เธอเป็นอีกคนที่มีดีกรีไม่ธรรมดา!

หลังจากวนเวียนหรือ “ด้น” กับบรรดาตัวละครอย่างเจ้าเงาะ หกเขย หกพระพี่นาง และท้าวสามนต์ มาพอหอมปากหอมคอ

ดูเหมือน “สังข์ทอง 2561” จะได้ฤกษ์ขยับขับเคลื่อนเรื่องราวไปสู่จุดอื่นๆ

ตั้งแต่การที่พระอินทร์จะแปลงกายลงมาท้าตีคลี เพื่อบีบให้พระสังข์ยอมเผยร่างทองของตนเอง

ไปจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดในนครยศวิมล ที่อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของแม่เฒ่าสุเมธา

มาพูดถึง “แม่เฒ่าสุเมธา” กันบ้าง

ตัวละครรายนี้รับบทโดย “กรองทอง รัชตะวรรณ” อดีตรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2530 ซึ่งปัจจุบันมีอายุย่าง 52 ปี

กรองทอง หรือ “คุณปู” ถือเป็นนางงามที่มีรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งในยุคดังกล่าว เพราะมีส่วนสูงถึง 170 เซนติเมตร (เธอเคยสัมภาษณ์สื่อว่าตัวสูงขนาดนั้นมาตั้งแต่อายุ 13 ปี)

กรองทองไม่ได้เล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ บ่อยครั้งนัก แต่ดูเหมือนเธอจะถูกโฉลกกับสื่อบันเทิงประเภทนี้อยู่ไม่น้อย

เพราะก่อนจะมารับบท “แม่เฒ่าสุเมธา” ใน “สังข์ทอง 2561” ที่โกยเรตติ้งทะลุหลัก 7 ไปเรียบร้อยแล้ว เธอก็เคยสวมบท “คุณท้าวแข่งจันทร์” ตัวร้ายใน “แก้วหน้าม้า 2558” ซึ่งสร้างประวัติการณ์ทำเรตติ้งทะลุหลัก 10 ในช่วงพีกสุดของละคร

เร็วๆ นี้ เราคงจะได้เห็นพระสังข์กลับไปขับเคี่ยวฟาดฟันกับ “แม่เฒ่าสุเมธา” อีกหนึ่งรอบ

ข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93

https://sootinclaimon.wordpress.com/2017/06/01/star-retro-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9A/

ภาพประกอบจาก

https://www.youtube.com/channel/UC25QRZSv1OIjJRYLepOeZog

https://www.instagram.com/krongthong_r

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

แผนการของ “สามศรี” – “ทางเลือกที่สาม” นอกเหนือจาก “องค์อิศรา vs ขันธมาร”

ชอบบทสนทนาช่วงหนึ่งจาก “เทพสามฤดู” ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนครับ

เรื่องของเรื่องคือขันธมาร (ตัวร้ายระดับบิ๊กบอส) มาเร่งรัดสามศรี (ตัวร้ายรุ่นใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกชายของลูกน้องขันธมารอีกที) ให้ไปรีบจัดการพระอิศวรและมาตุลีเทพบุตร ที่ลงมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ธรรมดาปราศจากฤทธิ์เดชใดๆ บนโลก

แต่เมื่อสามศรีตกปากรับคำกับขันธมารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวกลับมาปรับแผนการเสียใหม่ ดังนี้

สามศรี: ภูตดำ เรามีแผนใหม่แล้ว พระอิศวรหรืออิศราอาจจะมีประโยชน์กับเราในภายหลังก็ได้

ภูตดำ: นี่พระโอรสจะขัดคำสั่งองค์ขันธมารหรือพระเจ้าค่ะ?

สามศรี: เราจะเก็บองค์อิศราไว้ต่อรองกับขันธมาร เสด็จพ่อคงพอพระทัยด้วย

ภูตดำ: แต่ข้าพระพุทธเจ้าเกรงว่า…

สามศรี: ริจะเป็นใหญ่ ต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่ว่าองค์ขันธมารหรืออิศราจะขึ้นครองโลก เราก็จะอยู่กึ่งกลางตรงนี้ แต่ถ้าเราได้ขึ้นเป็นใหญ่ซะเอง เจ้าว่ามันไม่ดีกว่าเหรอ?

ภูตดำ: ซึ่งถ้าไม่สำเร็จ เราก็ต้องตาย

สามศรี: (หัวเราะ) แต่ถ้าสำเร็จ เราก็จะเป็นใหญ่เหนือโลกทั้งสาม มันน่าเสี่ยงน้อยอยู่เมื่อไหร่ (หัวเราะ)

เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมดูแล้ว พบว่าละคร “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นปี 2546 และ 2560 ต่างมีบทสนทนาทำนองนี้ด้วยกันทั้งคู่

ส่งผลให้ “สามศรี” แลดูเป็นตัวร้ายที่มีชีวิตชีวา ไม่ได้เป็นตัวร้ายเชื่องๆ ที่ถูกบงการชีวิตโดยพ่อแม่และขันธมาร จนกระทั่งไม่มีโอกาสกำหนดชะตากรรมของตนเองเลย ดังที่มักชอบอธิบายกัน

คลิกดูคลิปละครตอนดังกล่าวได้ที่นี่