ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ย้อนอ่าน A Day หน้าปกละครจักรๆ วงศ์ๆ สมัย “เทพสามฤดู 2546” กำลังพีค!

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 นิตยสาร A Day ฉบับที่ 42 เคยนำเสนอภาพหน้าปกในธีมละครจักรๆ วงศ์ๆ พร้อมคำโปรย “กาลครั้งนี้…สวรรค์มีเรื่องราว”

อันสอดรับกับภาวะ “ดังระเบิด” ของละคร “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นปี 2546-47

ในนิตยสารดังกล่าว มีสกู๊ปหลัก พ่วงด้วยบทสัมภาษณ์สองชิ้นใหญ่ๆ ว่าด้วยละครจักรๆ วงศ์ๆ

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตนำเสี้ยวเนื้อหาบางส่วนจากงานเหล่านั้นมานำเสนอเรียกน้ำย่อย ส่วนใครอยากอ่านฉบับเต็มๆ คงต้องไปตามหาแถวห้องสมุดหรือร้านหนังสือเก่ากันครับ

ส่วนแรกที่ขอคัดลอกมาให้อ่านกัน คือบทสัมภาษณ์ “คำอาจารย์บอกเล่า”

ซึ่ง “ทรงกลด บางยี่ขัน” ไปพูดคุยกับ “รองศาสตราจารย์สุกัญญา สุจฉายา” (ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์) ผอ.ศูนย์คติชนวิทยา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในขณะนั้น

คำถาม-คำตอบสองข้อนี้ น่าสนใจเลยครับ

การนำนิทานพื้นบ้านมาทำเป็นละครโทรทัศน์ก็ถือเป็นการช่วยต่อลมหายใจวิธีหนึ่ง?

ก็เป็นการช่วย อย่าง แก้วหน้าม้า ทำใหม่ตั้งกี่เวอร์ชั่น ตราบใดที่มันยังถูกเอามาทำเป็นละคร ตราบนั้นมันก็จะยังอยู่ เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้รู้จักนิทานพื้นบ้านผ่านการอ่าน การฟัง ไม่เคยดูลิเก นอกจากในหนังสือเรียนแล้วก็อาศัยดูโทรทัศน์ เด็กๆ ตื่นเช้ามาแล้วไม่มีอะไรทำก็มานั่งดูเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ มาดูเจ้าชาย เจ้าหญิง ยักษ์ มันอยู่ในความฝันของเขา พออายุได้สัก 9-10 ขวบ เขาก็หลุดจากความฝัน พอต้องการความจริงแล้วเขาก็เลิกดู

ตอนนี้คนกลุ่มไหนที่ยังอยู่ในความฝันของละครจักรๆ วงศ์ๆ บ้างครับ?

คนชนชั้นล่าง กลุ่มใหญ่ด้วย นั่นทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ อยู่มาได้ 30-40 ปี เพราะมันอยู่ในพื้นฐานชีวิต อยู่ในขนบของเขา พอมาเพิ่มฉาก เพิ่มแอนิเมชัน เพิ่มเทคนิคพิเศษ คนก็ยิ่งชอบ ทั้งๆ ที่เรื่องที่เอามาทำก็เป็นเรื่องเดิม แต่คนดูก็ไม่สนใจ เหมือนเมื่อก่อนเวลาที่คนไทยดูลิเก เราไม่ได้สนใจว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรเพราะรู้เรื่องอยู่แล้ว ลิเกนี่เห็นชัดมากเพราะในแต่ละวันที่เขาเล่น เขาไม่เคยเล่นตอนต่อกันเลย คนดูเขาอยากจะดูแค่พระเอกกับนางเอก ดูว่าคนนี้เล่นบทนี้เหมาะไหม เราดูแบบเน้นศิลปินเดี่ยว คนไทยไม่ชอบอะไรที่เป็นกลุ่มๆ

a day 42
ขอบคุณภาพจาก http://www.daypoets.com

ส่วนอีกชิ้นหนึ่ง คือ บทสัมภาษณ์กึ่งสกู๊ปหัวข้อ “THE KING OF FANTASIA”

ซึ่ง “สืบสกุล แสงสุวรรณ” (และ “วชิรา รุธิรกนก”) ไปพูดคุยกับ “ไพรัช สังวริบุตร” บิ๊กบอสใหญ่ของดาราวิดีโอ บุคคลสำคัญที่อยู่คู่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 มาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน

ในสกู๊ปดังกล่าว คุณไพรัชเปิดเผยเบื้องหลังของกระบวนการผลิตละครประเภทนี้ที่น่าสนใจหลายประเด็น ทั้งเรื่องการลงทุนที่ต้องใช้เงินเยอะ จนค่ายอื่นๆ จากช่องอื่นๆ ไม่สามารถยืนระยะในการผลิตละครจักรๆ วงศ์ๆ ได้ยาวนานเท่ากับค่ายสามเศียร ในเครือดาราวิดีโอ

แม้แต่หากเปรียบเทียบกับผลประกอบการของบริษัททั้งหมดในเครือดาราวิดีโอเอง ก็ดูเหมือนว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ จะถือเป็น (หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น) แหล่งรายได้ก้อนใหญ่สุด ดังคำบอกเล่าของไพรัชที่ว่า

“…แต่ตอนนั้นเนื่องจากว่าหนังจักรวงศ์เนี่ย เป็นตัวหาเงินมาเลี้ยงละคร (หลังข่าว) เพราะจักรวงศ์มันเป็นเวลาของเราเอง (สามเศียรซื้อเวลาช่อง 7 เพื่อนำมาผลิตละครจักรๆ วงศ์ๆ) พอได้ผลกำไรก็เอาไปเลี้ยงละคร ละครนี่เป็นงานรับจ้างนะ (สถานี คือ ช่อง 7 เป็นผู้ว่าจ้างให้ดาราวิดีโอและดีด้าผลิตละครหลังข่าวเรื่องต่างๆ) กำไรมันตายตัวอยู่ บางทีก็ขาดทุน แล้วอาศัยพวกดาราที่แพงๆ ขาดทุนก็อาศัยตรงนี้ (ละครจักรๆ วงศ์ๆ) ไปเลี้ยง…”

หมายเหตุ ข้อความในวงเล็บ เป็นการอธิบายขยายความเพิ่มเติมโดยบล็อกคนมองหนัง

Advertisements
ข่าวบันเทิง

อิทธิฤทธิ์แม่คางคก! เปิดเรตติ้ง 8 ตอนแรกของ “อุทัยเทวี 2560”

ออกอากาศมาได้ 8 ตอนแล้ว สำหรับละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “อุทัยเทวี” ของค่ายสามเศียร ที่ลงจอช่องเจ็ดสีต่อจาก “สี่ยอดกุมาร”

และก็เช่นเคย เรตติ้งโดยเฉลี่ยของละครเช้าเสาร์-อาทิตย์แนวนี้นั้น ไว้ใจได้มากๆ ทีเดียว

ดังจะเห็นได้จากซีรีส์กระทู้รายงานเรตติ้งของ “เจ๊ใหญ่แห่งวงการ รายงานเรตติ้ง!!!” ในเว็บไซต์พันทิป

เรตติ้ง “อุทัยเทวี 2560” จะพุ่งไปถึงระดับไหน? ดูได้จากข้อมูลเหล่านี้

11 กุมภาพันธ์ (ออกฉายตอนแรก) เรตติ้ง 5.5

 

12 กุมภาพันธ์ เรตติ้ง 6.5

 

18 กุมภาพันธ์ เรตติ้ง 5.8

 

19 กุมภาพันธ์ เรตติ้ง 6.4

 

25 กุมภาพันธ์ เรตติ้ง 6.1

 

26 กุมภาพันธ์ เรตติ้ง 3.9 (หมายเหตุ ไม่แน่ใจว่าข้อมูลของวันนี้ “เจ๊ใหญ่ฯ” แกพิมพ์ผิดหรือไม่? เพราะตัวเลข “ต่ำกว่า” เรตติ้งโดยเฉลี่ยค่อนข้างมาก)

 

4 มีนาคม เรตติ้ง 5.4

 

5 มีนาคม เรตติ้ง 5.9

ก็เป็นอันว่า เรตติ้งเฉลี่ยของ “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นล่าสุดนั้น อยู่ระหว่าง 5 กลางๆ ถึง 6 กลางๆ

นับว่าไม่ขี้เหร่เลย สำหรับละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ออกอากาศมาได้ไม่ถึงสิบตอน

ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

จาก “พรหมจารี” ถึง “มัลลิกานารี” ชะตากรรมอาภัพ (รัก) ของสตรีเพศในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“น้องน้ำผึ้ง” หรือ “ธนภัทร ดิษฐไชยวงศ์” ถือเป็นนักแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นปัจจุบัน ที่โดดเด่นคนหนึ่ง

โดยเฉพาะเมื่อเธอมารับบทบาท “มัลลิกานารี” ใน “สี่ยอดกุมาร” ฉบับล่าสุด

%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5

ซึ่งในช่วงแรกๆ ของละคร ดูเหมือนจะมีสิ่งใหม่ๆ ที่แหวกจารีตดั้งเดิมเกิดขึ้น เพราะ “มัลลิกานารี” มีบทกุ๊กกิ๊กหวานแหววกับ “เพชรราชกุมาร” ซึ่งเป็นหญิงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พอละครดำเนินไปเรื่อยๆ เส้นเรื่อง “หญิงรักหญิง” ระหว่างมัลลิกานารีและเพชรราชกุมารก็ค่อยๆ ถูกกร่อนเซาะทำลายลง และแปรเปลี่ยนเป็นซับพล็อตว่าด้วยการที่หญิงสองคนหลงรักผู้ชายรายเดียวกัน

เมื่อตัวละครใหม่อย่าง “เจ้าชายชัยชยนต์” ถูกสร้างและใส่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อ “กั้นกลาง” ความสัมพันธ์ระหว่างมัลลิกานารีและเพชรราชกุมาร

ไปๆ มาๆ ตัวละคร “มัลลิกานารี” จึงกลายเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งใน “สี่ยอดกุมาร” และอาจไม่ได้พบรักกับใครเลย

%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-2

ชะตากรรมของ “มัลลิกานารี” ทำให้ย้อนนึกถึงอีกหนึ่งตัวละครที่ “น้องน้ำผึ้ง” เคยสวมบทบาทเอาไว้

นั่นคือ “พรหมจารี” ในละครเรื่อง “จันทร์ สุริยคาธ”

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-2

ในฐานะนักประพันธ์นวนิยาย “นันทนา วีระชน” ผู้เขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคหลัง ถือเป็นนักเขียนหญิง ซึ่งเคยสร้างสรรค์ชะตาชีวิตตลอดจนบุคลิกลักษณะของตัวละครสตรีเพศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันเอาไว้มากมาย

เช่นเดียวกันกับชะตาชีวิตและบุคลิกลักษณะของบรรดาตัวละครหญิงใน “จันทร์ สุริยคาธ”

อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมของตัวละครสตรีเพศที่น่าสนใจในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนั้น อาจมิได้ฉายแสดงจุดยืนซึ่ง “อยู่ข้างผู้หญิง” เสียทีเดียว

อาทิ ชะตาชีวิตของสองนางเอกอย่าง “สังคเทวี” และ “ลีลาวดี”

ทั้งคู่เป็นเทพธิดาซึ่งต้องโทษและถูกส่งลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีสองเทวดาหนุ่มแอบชอบพวกนาง สองเทวดาจึงพยายามดึงดูดใจสองนางฟ้า ด้วยการไปขโมย “แก้ววิเศษ” ของพระอินทร์มาขว้างเล่น

แต่พอสองเทพบุตรพลั้งพลาดทำของวิเศษพลัดตกจากสวรรค์ สองเทพธิดากลับพลอยโดนหางเลขถูกลงทัณฑ์ตามไปด้วย

ในฐานะมนุษย์โลก ชะตาชีวิตของทั้งคู่ก็ยังน่าสนใจ

สังคเทวีลงมาเกิดเป็นธิดากษัตริย์เมืองอินทปัถบุรี ขณะที่ลีลาวดีเป็นธิดากษัตริย์เมืองกาสิกนคร

กษัตริย์ทั้งสองเมืองไม่มีโอรสสืบทอดราชสมบัติ อย่างไรก็ดี สังคเทวีและลีลาวดี กลับไม่ได้ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงผู้อ่อนแออ่อนโยน ซึ่งรอคอยโอรสกษัตริย์เมืองอื่นมาสู่ขอ

ตรงกันข้าม ธิดาสองเมืองถูกเลี้ยงดูให้มีความพร้อมที่จะขึ้นครองราชย์ เมื่อออกเดินทางไปเรียนสรรพวิชาจากพระอาจารย์ในป่าเขาไม่ได้ พระบิดาก็เชิญพระฤาษีมาสอนวิชาอาคมให้ถึงในเมือง

ถ้าพิจารณาจากความถี่ในการ “ปล่อยแสง” แล้ว ดูเหมือนว่าสังคเทวีและลีลาวดีจะมีความเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์คาถาต่างๆ มากกว่าตัวละครเพศชายรายอื่นๆ รวมถึง “สุริยคาธ-จันทคาธ” เสียด้วยซ้ำไป

มิหนำซ้ำ ในยามที่สังคเทวีและลีลาวดีพบเจอกับสุริยคาธและจันทคาธเมื่อครั้งเป็นเด็กขอทาน กลับเป็นตัวละครฝ่ายหญิงที่แนะนำฝ่ายชายให้หมั่นศึกษาหาวิชาความรู้ติดตัวเอาไว้

ทว่า สุดท้าย สังคเทวี-ลีลาวดี ก็เป็นได้แค่มเหสีของกษัตริย์ แม้ราชาผู้เป็นพระสวามีของพวกนางจะเกิดในตระกูลขอทานยากเข็ญ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่กลายเป็นเงื่อนไขติดขัด เพราะแท้จริงแล้วทั้งคู่เป็นเทพบุตรที่จุติลงมายังโลกมนุษย์

สังคเทวี, ลีลาวดี, สุริยคาธ และจันทคาธ จึงใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ เอ็นดิ้ง เนื่องจากอดีตเทพบุตร-เทพธิดา ได้หวนกลับมาพบรักกันอีกครั้ง ตามโครงเรื่องหรือชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตมาแต่ชาติปางก่อน

ไปๆ มาๆ ตัวละครหญิงที่ชะตาชีวิตถูกผลักไปสุดทางจริงๆ กลับกลายเป็น “พรหมจารี”

พรหมจารีเป็นธิดากษัตริย์เมืองไชยะบุรี ซึ่งอภิเษกสมรสกับ “สุทัศน์จักร” เจ้าชายแห่งเมืองอนุราชบุรี

เมื่อครั้งที่สังคเทวีต้องพลัดพรากจากสุริยคาธเพราะเหตุการณ์เรือสำเภาล่ม (ตามคำอธิบายของละคร เรือล่มเพราะฤทธิ์ของสองเทวดาคู่หูอย่าง “พระรำพัด-พระรำเพย” ที่สวรรค์ส่งลงมากลั่นแกล้งสุริยคาธและจันทคาธ) นางได้พบกับสุทัศน์จักร ซึ่งเพิ่งพ่ายศึกจากการยกทัพไปตีกาสิกนคร (เมืองของลีลาวดี ชายาจันทคาธ)

สุทัศน์จักรพาตัวสังคเทวีกลับไปอนุราชบุรี และหวังจะอภิเษกสมรสกับนาง พร้อมกันนั้น ก็ตัดสินใจลงโทษพรหมจารี ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการอภิเษกสมรสดังกล่าว โดยสั่งลอยแพชายาคนแรกของตนเองออกจากเมือง

พรหมจารีต้องลอยเคว้งคว้างกลางมหาสมุทรอยู่หลายวันหลายคืน จนได้รับการช่วยเหลือจากสุริยคาธ จากนั้น นางก็เริ่มรู้สึกหลงรักชายผู้ช่วยชีวิต

ต่อมา พรหมจารีถูกแยกออกจากสุริยคาธโดยผู้ทรงศีลสตรีรายหนึ่ง นางได้เรียนวิชากับผู้ทรงศีลรายนั้น กระทั่งมีฤทธิ์เดชแกร่งกล้า (ทัดเทียมสังคเทวี-ลีลาวดี) แต่ขณะเดียวกัน ความแค้นที่คุกรุ่นในจิตใจอันเกิดจากการเป็นฝ่ายถูกกระทำกลับยังไม่มีวี่แววจะลดน้อยถอยลง

เมื่อพรหมจารีเดินทางกลับเมืองไชยะบุรี นางจึงยุพระบิดาให้ยกทัพไปเผาเมืองอนุราชบุรี พร้อมกับฆ่าพ่ออดีตสามีทิ้ง

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5-1

แล้วในที่สุด พรหมจารีก็ได้สมรสกับสุริยคาธ ผู้มาช่วยชีวิตนางเป็นหนที่สอง ระหว่างการต่อสู้ของพรหมจารีกับสุทัศน์จักร อดีตพระสวามี

การอภิเษกสมรสครั้งนี้นำไปสู่ศึกระหว่างไชยะบุรีกับอินทปัถบุรี เมื่อพรหมจารีต้องการแย่งชิงสามีจากสังคเทวี

รวมทั้งต้องการแก้แค้นฝ่ายหลัง ผู้เคยเป็นต้นเหตุให้ตนเองต้องตกระกำลำบากจากการถูกลอยแพ

ศึกระหว่างสองเมือง ส่งผลให้มีคนล้มตายมหาศาล รวมถึงท้าวพรหมจักร (พ่อของสังคเทวี) แต่ทั้งหมดก็ได้รับการชุบชีวิตด้วย “ต้นยาวิเศษ” ของสุริยคาธ-จันทคาธ

หลังเสร็จสงคราม พรหมจารีดูคล้ายจะมีความรู้สึกผิดบาป และมีท่าทีที่จะพยายามคืนดีกับสังคเทวี

แต่เมื่ออดีตพญายักษ์ผู้เฝ้าประตูสวรรค์อย่าง “วิโยคพสุธา” บุกมาชิงตัวสังคเทวีและลีลาวดี พรหมจารีกลับพลอยโดนลูกหลงถูกจับตัวไปด้วย ทั้งที่นางไม่ได้เป็นอดีตสองเทพธิดาที่ทวารบาลสวรรค์เคยแอบหมายปอง

ตัวละคร “พรหมจารี” ไม่มีปัญหาในเชิงสถานะหรือตำแหน่งแห่งที่ใน “ชาดก-นิทานวัดเกาะ” ซึ่งเรื่องราวว่าด้วยเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์มิได้เป็นเส้นเรื่องสำคัญของเรื่องเล่าฉบับดังกล่าว

พรหมจารีในเรื่องเล่าสองแบบแรก มีศักยภาพถึงขนาดที่จะบรรลุอรหันต์ เมื่อไปเกิดเป็น “พระเขมาเถรี” ในอนาคตชาติ

ทว่า การไม่ได้เป็นอดีตเทพธิดาที่จุติลงมาบนโลกมนุษย์ กลับกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ค่อยๆ ผลักไสตัวละครสตรีรายนี้ออกจากโครงสร้างของเรื่องเล่าในฉบับ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ”

ในละคร “จันทร์ สุริยคาธ” การดำรงอยู่ของพรหมจารี ดูจะมีสถานะเป็น “ตัวขัดขวาง” มิให้อดีตเทพบุตร-เทพธิดาอย่างสุริยคาธและสังคเทวีได้ครองรักครองเมืองกันโดยสมบูรณ์แบบ ตามแรงลิขิตของอดีตชาติ (ตลอดจนแนวคิดสมัยใหม่เรื่อง “ผัวเดียวเมียเดียว”)

ทางออกจึงกลายเป็นว่า ในตอนท้ายของละคร พรหมจารีที่คล้ายจะยอมคืนดีกับสังคเทวีแล้ว กลับถูกกำหนดบทบาทให้เป็นตัวละครที่ยังไม่สามารถสลัดความรู้สึกแค้นเคืองออกจากจิตใจได้อย่างหมดสิ้น

พรหมจารีกลายเป็นมนุษย์เปี่ยมกิเลสตัณหา ผู้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทะเยอทะยาน หวังจะยื้อแย่งแก้วทิพยเนตรมาครอบครอง

สำหรับพรหมจารี แก้ววิเศษจากสวรรค์คือสัญลักษณ์ของการถือครองอำนาจ (ทางการเมือง)

เมื่อพระสวามีคนปัจจุบันรักหญิงอื่นมากกว่านาง นางจึงหันไปแสวงหาอำนาจ (ทางการเมือง) แทนที่คนรัก/ความรัก

แต่แก้ววิเศษจากเบื้องบนก็แผลงฤทธิ์ ด้วยการเปล่งแสงพิฆาตพรหมจารีจนถึงแก่ชีวิต ชนิดที่ร่างต้องแหลกระเบิดจนไร้ซาก

ส่วนสุริยคาธผู้เป็นสวามี กลับไม่ได้แสดงบทบาทอาลัยรักหนึ่งในภรรยาของตนเองมากนัก เพราะหลังจากพรหมจารีถูกปลิดชีวิตลงอย่างช็อกอารมณ์คนดู สุริยคาธก็แสดงสีหน้าตกใจอยู่ประมาณ 2 วินาที ก่อนละครจะตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณา

เมื่อโฆษณาเบรกนั้นจบลง สุริยคาธ, จันทคาธ, สังคเทวี และลีลาวดี พร้อมมิตรสหาย ก็ปรากฏกายบนจอโทรทัศน์ ท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่นบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งพวกเขาและเธอกำลังนำแก้วทิพยเนตรไปถวายคืนองค์อินทร์

พรหมจารีจึงมีสถานะเป็นเพียงหนึ่งในตัวละครมนุษย์ผู้ปรารถนาอำนาจอันน่ารังเกียจและสกปรกโสโครก ที่ต้องถูกขจัดชำระล้างลงให้หมดจดสิ้นซาก

เพื่อทุกอย่างจะได้กลับคืนสู่ระบอบระเบียบดั้งเดิม ตามครรลองที่ถูกกำหนดมาแล้ว

ก็ได้แต่หวังว่าชะตาชีวิตเศร้าๆ ที่ “พรหมจารี” ต้องเผชิญ จะไม่เกิดซ้ำกับ “มัลลิกานารี” อีกหน

%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a

ข่าวบันเทิง

เผยเรตติ้ง “สี่ยอดกุมาร” ช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม 2559

เว็บไซต์เอจีบี นีลเซ่น เผยแพร่ข้อมูลเรตติ้งของช่องฟรีทีวีเดิม ในครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม 2559 ออกมาแล้ว

โดยระหว่างวันที่ 1-7 สิงหาคม ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สี่ยอดกุมาร” ที่ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม สามารถยึดตำแหน่งอันดับ 2 ของท็อปเท็นรายการยอดนิยมประจำช่อง 7 เอาไว้ได้อีกหนึ่งสัปดาห์ ด้วยตัวเลขเรตติ้ง 6.566 เป็นรองเพียงละครหลังข่าว “ลูกไม้ไกลต้น”

นอกจากนี้ รายการอันดับ 1 ของคู่แข่งสำคัญอย่างช่อง 3 คือ ละครหลังข่าว “สายลับรักป่วน” ก็ทำเรตติ้งไปได้เพียง 5.500

ส่วนข้อมูลของวันที่ 8-14 สิงหาคม “สี่ยอดกุมาร” ตอนที่ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม สามารถโกยเรตติ้งได้มากกว่าเดิมเป็น 6.742 แม้ว่าจะต้องตกไปเป็นที่ 3 ในอันดับโปรแกรมยอดนิยมประจำสัปดาห์ของช่อง 7 ก็ตาม

โดยเบอร์ 1 และ 2 ของสัปดาห์ดังกล่าว คือ สองละครหลังข่าว “ลูกไม้ไกลต้น” และ “ขมิ้นกับปูน”

สำหรับหมายเลข 1 ของช่อง 3 ในสัปดาห์เดียวกัน คือ ละครหลังข่าว “เพลิงนรี” ซึ่งได้เรตติ้งไป 6.104

เท่ากับว่าในช่วงครึ่งแรกของเดือนสิงหาคม “สี่ยอดกุมาร” ยังเป็นท็อปทรีของช่อง 7 และได้เรตติ้งเหนือกว่ารายการอันดับ 1 ของช่องคู่แข่งเช่นเคย

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เมื่อผู้เข้าประกวด “นางสาวไทย” บุก “โลกจักรๆ วงศ์ๆ”

การประกวดนางสาวไทย 2559 หวนคืนมาออกอากาศทางช่อง 7 อีกครั้ง

แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการแข่งขัน โดยเพิ่มสีสันของเรียลลิตี้โชว์แบบต่อเนื่องเข้ามา และจะมีภารกิจท้าทายกลุ่มผู้เข้าประกวดในแต่ละสัปดาห์

ปลาบู่ทอง นางสาวไทย

ล่าสุด ในภารกิจที่หก “งามอย่างไทย” ก็มีการจัดแจงให้บรรดาผู้เข้าประกวดไปทดลองแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ

ซึ่งผมไม่แน่ใจนักว่าจะถือเป็นตัวแทนของ “ความงามอย่างไทย” ได้มากน้อยแค่ไหน? แต่ถ้าบอกว่าเป็น “เอกลักษณ์สำคัญของช่อง 7” ล่ะ อันนี้ ใช่เลย แน่นอน!

ไกรทอง นางสาวไทย

ในภารกิจดังกล่าว ทางกองประกวดได้จัดแบ่งผู้เข้าประกวดให้ไปเล่นละครดังเรื่องต่างๆ ครับ

ตั้งแต่ “ปลาบู่ทอง” “ไกรทอง” “สังข์ทอง” “โสนน้อยเรือนงาม” “แก้วหน้าม้า” และ “สี่ยอดกุมาร” ซึ่งดูเพลินดี

แต่โดยส่วนตัว ผมชอบตอน “สังข์ทอง” มากที่สุด เพราะมีลักษณะออกแนวกอสซิป เกิร์ล นิดๆ

สังข์ทอง นางสาวไทย

ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันเบาๆ เกี่ยวกับแวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ ประจำสัปดาห์นี้ครับ และถือว่าละครประเภทนี้ได้รับโอกาสในการขับเคลื่อนหรือขยับขยายตนเองไปสู่พื้นที่หรือช่องทางการรับชมรูปแบบใหม่ๆ

หลังจากเป็น “พี่เบิ้ม” ของสงครามแย่งชิงเรตติ้งในจอโทรทัศน์ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

แก้วหน้าม้า สี่ยอดกุมาร นางสาวไทย

สามารถรับชมการแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ แบบสนุกๆ ของเหล่าผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2559 ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้ครับ

นางสาวไทย2559 เดอะเรียลลิตี้ | Challenge 6 [1/2] (งามอย่างไทย)

นางสาวไทย2559 เดอะเรียลลิตี้ | Challenge 6 [2/2] (งามอย่างไทย)

ข่าวบันเทิง

เผยเรตติ้ง “สี่ยอดกุมาร” เดือนกรกฎาคม 59 ขึ้นถึงอันดับ 2 ของช่อง 7!!

เอจีบี นีลเซ่น เผยแพร่สถิติเรตติ้งของช่องฟรีทีวีเดิม ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท http://goo.gl/6cggcU

มีตัวเลขเรตติ้งน่าสนใจของละครจักรๆ วงศ์ๆ “สี่ยอดกุมาร” ดังนี้

(อย่างไรก็ตาม ทางนีลเซ่นได้เปลี่ยนรูปแบบชาร์ตนำเสนออันดับเรตติ้งใหม่ ส่งผลให้เราไม่สามารถทราบได้ว่า สำหรับโปรแกรมที่ออกอากาศสองวัน โปรแกรมที่ติดอันดับท็อปเท็นออกอากาศในวันไหน?)

27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2559

สัปดาห์นี้ “สี่ยอดกุมาร” เป็นรายการยอดนิยมอันดับ 4 ของช่อง 7 โดยได้เรตติ้งมากถึง 7.303

น่าสนใจว่า รายการอันดับ 1 ของช่อง 3 คือ “นางทาส” ได้เรตติ้งไป 4.851

4-10 กรกฎาคม 2559

“สี่ยอดกุมาร” ตกลงไปเป็นรายการยอดนิยมอันดับ 6 ของช่อง 7 แต่ยังได้เรตติ้งทะลุหลัก 7 คือ 7.131

ขณะที่รายการอันดับ 1 ของช่อง 3 คือ การถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลหญิงเวิลด์กรังด์ปรีซ์ (ไม่มีการระบุแมทช์ ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างทีมอะไรกับทีมอะไร แต่น่าจะเป็นแมทช์ของทีมชาติไทย) ซึ่งได้เรตติ้งไป 6.816

11-17 กรกฎาคม 2559

“สี่ยอดกุมาร” เป็นอันดับ 5 ของช่อง 7 เรตติ้งตกลงไปเป็น 6.943

ส่วนอันดับ 1 ของฝั่งช่อง 3 ได้แก่ละคร “สายลับรักป่วน” ซึ่งคว้าเรตติ้งไป 5.237

18-24 กรกฎาคม 2559

“สี่ยอดกุมาร” ผงาดขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของช่อง 7 ได้สำเร็จ โดยมีเรตติ้ง 7.270 (เป็นรองละครหลังข่าว “ลิขิตริษยา” ที่ได้เรตติ้ง 9.698)

ส่วนอันดับ 1 ช่อง 3 ยังเป็น “สายลับรักป่วน” ที่ได้เรตติ้ง 5.087

25-31 กรกฎาคม 2559

“สี่ยอดกุมาร” เป็นอันดับ 3 ของช่อง 7 ได้เรตติ้งไป 6.939

ด้านเบอร์ 1 ของวิก 3 คือละครใหม่ “คงกระพันนารี” ได้เรตติ้งไป 4.957

ภาพประกอบจาก เพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย

ข่าวบันเทิง

รวมมิตรข่าวฮ็อตของวงการละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่วงปลาย มิ.ย. 59

นักแสดงแทนในสี่ยอดกุมาร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา แฟนๆ ละครสี่ยอดกุมาร ถึงกับ “ตาตื่น” ในฉากที่บรรดาพระธิดาของท้าวกกหนาด แอบสะกดรอยตามพระบิดาไปยังถ้ำพญาเหยี่ยวรุ้งไฟ

ที่ว่า “ตาตื่น” ก็เพราะอยู่ดีๆ “พระธิดาดารณีนุชบา” สุดสวยนั้น ก็หน้าตา “เปลี่ยนไป”

จนทำให้หลายคนสงสัยว่าดาราสาวหน้าหวาน ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส จะยังรับบทพระธิดาองค์ดังกล่าวต่อไปหรือไม่?

ดารณีนุชตัวจริง
ชิงชิง คริษฐา ผู้รับบทพระธิดาดารณีนุชบา ตัวจริง

อย่างไรก็ตาม เพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลเชิงลึกว่า ชิงชิงจะยังรับบทนี้ตามปกติ เพียงแต่ในวันถ่ายทำฉาก “ปัญหา” ที่ว่า เธออาจติดธุระสำคัญ ขณะที่กองถ่ายก็เลื่อนกองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหา “นักแสดงแทน” มาเข้าฉาก

ทว่า ความผิดพลาดในขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่น ก็ทำให้มีใบหน้าของ “นักแสดงแทน” โผล่ออกมาในจอโทรทัศน์อย่างชัดเจน จนถูก “จับผิด”

ดารณีนุช ตัวปลอม
“ตัวแทน” ของดารณีนุชบา (ในวงรีสีเขียว) ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย

ทั้งนี้ มีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ชิงชิงพลาดการเข้าฉากในวันนั้น เป็นเพราะเธอติดถ่ายละครอีกเรื่อง คือ “อกธรณี” อยู่

“หญิงรักหญิง?” ในสี่ยอดกุมาร

ยังคงสร้างเสียงกรี๊ดกร๊าดและความค้างคาใจอยู่เป็นระยะๆ ว่าตกลงบท “พ่อแง่แม่งอน” ระหว่าง “เพชรราชกุมาร” และ “มัลลิกานารี” หนึ่งในธิดาเมืองยักษ์ ในสี่ยอดกุมารนั้น จะลงเอยเช่นไร?

คู่จิ้น
ภาพจากช่อง 7 และเพจเฟซบุ๊ก Lakornthaiboran ละครพื้นบ้านไทย

เพราะทั้งคู่ล้วนเป็น “หญิง” ในทางกายภาพเหมือนกัน ทว่า ฝ่ายแรกกลับแต่งตัว/ปลอมกายเป็นชาย

ที่น่าสนใจ คือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน มีกลอนเสภาประกอบละคร ซึ่งสามารถอธิบายความในใจของเพชรราชกุมารได้อย่างชวนฉุกคิด ดังเนื้อหาว่า

เจ้าถอยหน้าถอยหลังดังหมากรุก
ใจเจียนสุกไหม้เกรียมเจียมสังขาร
ด้วยรู้อยู่แก่ใจเจ้าเยาวมาลย์
ว่านงคราญอำพรางในร่างชาย
จึงกลัวกลัวกล้ากล้าน่าสังเวช
เกรงมีเหตุลวงลับถูกจับได้
แต่จำเป็นเห็นอยู่ต้องสู้ตาย
เพราะจุดหมายเพื่อตนล้างมนต์ดำ

ถ้าคิดตามกลอนเสภาด้านบน เพชรราชกุมารก็จำใจต้องปลอมเป็นชาย ทั้งที่ใจยังเป็นหญิง เพื่อจุดหมายในการล้างมนต์ดำคำสาปให้แก่นครของพระมารดา

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ตกลงแล้ว ในท้ายสุด ความสัมพันธ์ของเพชรราชกุมารและมัลลิกานารี ซึ่งกลายเป็นสองตัวละครผู้โดดเด่นและเป็นที่รักมากที่สุดใน “สี่ยอดกุมาร 2559” จะคลี่คลายไปสู่จุดใด?

จากพระ-นางจักรๆ วงศ์ๆ สู่คู่รักหวานนอกจอ

ขอแสดงความยินดีกับ อ้อม-ประถมาภรณ์ รัตนภักดี และ ต้าร์-พศิน ศรีธรรม สองนักแสดงนำละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่วงครึ่งหลังทศวรรษ 2540 ถึงต้น 2550 ที่จะจูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์ในโลกแห่งความจริง ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2559

อ้อมต้าร์
จากอินสตาแกรม aompratamaporn

โดยทั้งคู่เคยรับบทเป็นพระ-นางร่วมกัน ในละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “บัวแก้วจักรกรด” ที่ออกฉายต่อจาก “เกราะกายสิทธิ์” ในช่วงปลายปี 2549

ขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ ด้วยจ้า

ข่าวบันเทิง

“ดินน้ำลมไฟ-สี่ยอดกุมาร” ได้เรตติ้งเท่าไหร่? ชนะละครหลังข่าวเรื่องไหนบ้าง?

ละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดินน้ำลมไฟ-สี่ยอดกุมาร” ได้เรตติ้งเท่าไหร่? ชนะละครหลังข่าวเรื่องไหนบ้าง?

(มติชนสุดสัปดาห์ 10-16 มิถุนายน 2559)

ภายหลังการอวสานของ “แก้วหน้าม้า” เมื่อกลางเดือนมีนาคม ความเคลื่อนไหวของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ ที่ออกอากาศทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ ช่อง 7 มีลักษณะน่าสนใจมิใช่น้อย

เพราะละครเรื่องใหม่ซึ่งออกอากาศนับแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น มีชื่อ ณ เบื้องต้น ว่า “ดินน้ำลมไฟ”

ทว่า “ดินน้ำลมไฟ” กลับแพร่ภาพไปได้เพียง 10 ตอน ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อละครเป็น “สี่ยอดกุมาร” ด้วยโครงเรื่องแบบเดิม ตัวละครและนักแสดงชุดเดิม

มีเพียงชื่อละครเท่านั้นที่ผันแปรไป

“ดินน้ำลมไฟ” และ “สี่ยอดกุมาร” ล้วนดัดแปลงมาจากนิทานลาวเรื่อง “จำปาสี่ต้น” เหมือนกัน โดยจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับเพศของตัวละครนำที่แตกต่างกันเล็กน้อย

สำหรับเหตุผลที่ทางค่าย “สามเศียร” เลือกเปลี่ยนชื่อละครกลางคันนั้น ยังไม่มีคนภายนอกรับทราบแน่ชัดนัก

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าละครออกฉาย “สยม สังวริบุตร” บิ๊กบอสของค่ายดีด้า-สามเศียร ได้เคยออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมเป็นนัยว่า “ดินน้ำลมไฟ” คือ “ภาคแรก” ของ “สี่ยอดกุมาร” เท่านั้น

ถ้าพิจารณาจากข้อมูลชุดนี้ การออกอากาศ “ดินน้ำลมไฟ” ไปเพียง 10 ตอน แล้วแปลงร่างละครเป็น “สี่ยอดกุมาร” จึงอาจเป็นกระบวนการทำงานที่ผ่านการคิดใคร่ครวญและวางแผนมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนพอสมควร

แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรตติ้งที่วัดโดย “เอจีบี นีลเซ่น” การเร่งเปลี่ยนชื่อละครภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน ก็อาจถือเป็นกลยุทธ์เพิ่มจำนวนผู้ชมด้วยเช่นกัน

จากข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์เอจีบี นีลเซ่น ละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดินน้ำลมไฟ” เกือบทุกตอน แทบจะไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นรายการทีวี ซึ่งมีเรตติ้งสูงสุดสิบอันดับแรกประจำสัปดาห์ ของช่อง 7 ได้เลย

สวนทางกับ “แก้วหน้าม้า” ที่เรตติ้งเคยทะลุไปเกินหลักสิบ และแม้กระแสจะเริ่มแผ่วลงในช่วงปลาย แต่ “แก้วหน้าม้า ตอน อวสาน” เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ก็ยังโกยเรตติ้งไปถึง 8.816

เรตติ้งของ “ดินน้ำลมไฟ” เพิ่งมาขยับขึ้นตอนช่วงปลาย โดยละครเมื่อวันที่ 10 เมษายน ได้เรตติ้ง 6.467 เป็นรายการยอดนิยมอันดับสิบของช่อง 7 ระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน

ต่อมา ละครที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 17 เมษายน ก็ได้รับเรตติ้งไป 6.561 พุ่งมาอยู่อันดับหกของรายการยอดนิยมในช่อง 7 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน

ก่อนที่ “ดินน้ำลมไฟ ตอน อวสาน” เมื่อวันเสาร์ที่ 23 เมษายน จะประคองเรตติ้งไว้ได้ที่ 6.480 เป็นอันดับแปดของช่อง 7 ระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน

น่าสนใจว่า ในวันรุ่งขึ้น หรือวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน “สี่ยอดกุมาร” ก็ได้ฤกษ์ประเดิมจอ และสามารถทำเรตติ้งทะลุไปถึง 7.065 เป็นรายการยอดนิยมอันดับเจ็ดของช่อง อยู่เหนือ “ดินน้ำลมไฟ” หนึ่งอันดับ

จากสถิติเรตติ้งทีวีช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ทางนีลเซ่นเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ ทำให้ประเมินได้ว่า หลังจากออกอากาศในตอนแรกไปแล้ว “สี่ยอดกุมาร” ก็ยังไม่สามารถทำเรตติ้งได้เกินหลัก 7 อีกเลย

ทว่า เมื่อพิจารณาจากอันดับความนิยม “อันดับ” ของ “สี่ยอดกุมาร” กลับพุ่งทะยานไปได้ดีกว่า “ดินน้ำลมไฟ”

โดย “สี่ยอดกุมาร” ในวันที่ 1 พฤษภาคม สามารถคว้าเรตติ้งไป 6.362 เป็นรายการยอดนิยมอันดับเจ็ดของช่อง 7 ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม

ระหว่างวันที่ 2-8 พฤษภาคม เรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ ในวันที่ 8 พฤษภาคม ก็ขยับขึ้นเป็น 6.499 แต่อันดับกลับตกลงไปเป็นลำดับเก้าของช่อง 7

เรตติ้งของละครประจำวันที่ 14 พฤษภาคม ยังดิ่งลงไปเป็น 5.875 ทว่า เมื่อมองที่อันดับความนิยม “สี่ยอดกุมาร” กลับผงาดขึ้นเป็นลำดับห้าของช่อง ในระหว่างวันที่ 9-15 พฤษภาคม

ปิดท้ายที่สถิติระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม ซึ่ง “สี่ยอดกุมาร” สามารถกลับมาทำเรตติ้งสวยๆ ได้อีกครั้ง ในวันที่ 22 พฤษภาคม โดยตัวเลขความนิยมออกมาที่ 6.878 แม้ยังไม่ถึงหลัก 7 แต่ก็นับว่า “ใกล้เคียง”

นอกจากนี้ ละครยังมีสถานะเป็นรายการยอดนิยมอันดับสี่ประจำสัปดาห์ดังกล่าวของช่อง 7 ซึ่งน่าจะเป็นอันดับที่สูงที่สุดของละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุค “หลังแก้วหน้าม้า”

สรุปแล้ว เรตติ้ง “ดินน้ำลมไฟ-สี่ยอดกุมาร” อาจฮ็อตฮิตสู้ “แก้วหน้าม้า” ไม่ได้ แต่ก็สามารถประคองตัวเองอยู่ในอันดับท็อปเท็นของช่อง 7 ได้บ่อยครั้งสม่ำเสมอ

ยิ่งกว่านั้น การเปลี่ยนชื่อละครมาเป็น “สี่ยอดกุมาร” ยังส่งผลให้เรตติ้งที่ได้รับมีความเสถียรขึ้นอย่างชัดเจน

หากถามว่า ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ของช่อง 7 ดำรงอยู่ ณ จุดไหน? ในจักรวาลละครโทรทัศน์ไทยยุคปัจจุบัน

ตัวเลขเรตติ้งของนีลเซ่นก็บ่งชี้ให้เห็นว่า ช่วงท้ายๆ ของ “ดินน้ำลมไฟ” นั้น ได้รับความนิยมโดยเฉลี่ยสูงกว่า “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” และ “ชาติพยัคฆ์” ละครหลังข่าวระดับ “ท็อปทู” ของช่อง 3 ในห้วงเวลาเดียวกัน

ส่วน “สี่ยอดกุมาร” ช่วงออกสตาร์ต ก็มีเรตติ้งโดยเฉลี่ยเหนือกว่า “ชาติพยัคฆ์” และ “เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ” ละครหลังข่าวระดับ “แชมป์” ของช่อง 3

แต่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ซึ่งมาแทนที่ “แก้วหน้าม้า” ยังแพ้ “ไฟรักเกมร้อน” “โนห์รา” และ “ทะเลไฟ” ละครค่ำ “หัวแถว” ของช่อง 7

ข่าวบันเทิง

เปิดเรตติ้ง “ดิน น้ำ ลม ไฟ-สี่ยอดกุมาร” ไม่ตูมเท่า “แก้วหน้าม้า” แต่ไม่แพ้ละครฮิตช่อง3

เอจีบี นีลเซ่น เผยแพร่ข้อมูลเรตติ้งของสถานีโทรทัศน์ช่องฟรีทีวีเดิม ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา น่าสนใจว่า เรตติ้งละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” และ “สี่ยอดกุมาร” เริ่มติดอยู่ในอันดับท็อปเท็นของช่อง 7 เรียบร้อยแล้ว แม้จะยังไม่ฮ็อตเท่า “แก้วหน้าม้า” ก็ตาม

โดยระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน

“ดิน น้ำ ลม ไฟ” ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ได้เรตติ้งไป 6.467 อยู่ในอันดับ 10 ของช่อง 7 ซึ่งถ้าเทียบกับละครหลังข่าวช่อง 3 แล้ว “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ยังมีเรตติ้งน้อยกว่า “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” ที่ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ซึ่งได้เรตติ้ง 7.059 และ “ชาติพยัคฆ์” ที่ออกอากาศเมื่อวันอังคารที่ 5 ซึ่งได้เรตติ้ง 6.481

ข้ามมาที่วันที่ 11-17 เมษายน

“ดิน น้ำ ลม ไฟ” ที่ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 17 ได้เรตติ้งไป 6.561 พุ่งมาอยู่อันดับที่ 6 ของช่อง 7 แถมยังเอาชนะ “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” ที่ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ซึ่งได้เรตติ้ง 6.453 และ “เจ้าพยัคฆ์” ที่ออกอากาศเมื่อวันอังคารที่ 12 ซึ่งได้เรตติ้ง 5.628 แม้ว่าละครสองเรื่องนี้จะมีสถานะเป็น “ท็อปทู” ของช่อง 3 ในสัปดาห์ดังกล่าวก็ตาม

ปิดท้ายด้วยข้อมูลระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน

ที่ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ตอน “อวสาน” ในวันเสาร์ที่ 23 ได้เรตติ้งไป 6.480 เป็นอันดับ 8 ของช่อง 7 ขณะที่ “สี่ยอดกุมาร” ตอนแรก ในวันอาทิตย์ที่ 24 ได้เรตติ้ง 7.065 เป็นอันดับ 7 ของช่อง โดยเรตติ้งของ “สี่ยอดกุมาร” อยู่เหนือกว่า “เจ้าบ้าน เจ้าเรือน” ที่ออกอากาศในวันพุธที่ 20 ซึ่งได้เรตติ้งไป 6.684 และ “ชาติพยัคฆ์” ที่ออกอากาศในวันจันทร์ที่ 18 ซึ่งได้เรตติ้ง 6.456

จากข้อมูลชุดนี้ แสดงว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ไม่ได้มีเรตติ้งที่ขี้เหร่สักเท่าใดนัก การเปลี่ยนชื่อละครกลางคันมาเป็น “สี่ยอดกุมาร” จึงอาจมิได้เกิดขึ้นจากวิกฤตเรตติ้ง มากเท่ากับเป็นความตั้งใจดั้งเดิมของผู้สร้าง ที่จะตัดแบ่งละครออกเป็น “สองภาค”

อย่างไรก็ดี น่าสังเกตว่า หลังจากเปลี่ยนชื่อเป็น “สี่ยอดกุมาร” เรตติ้งของละครซึ่งประคองตัวอยู่ที่ 6 กว่าๆ ก็สามารถทะยานผ่านหลัก 7 ได้อย่างสวยงาม

คลิกอ่านข้อมูลเรตติ้งของนีลเซ่นได้ที่นี่

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

ทำไมละครจักรๆ วงศ์ๆ “ดินน้ำลมไฟ” ออกอากาศแค่10ตอน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “สี่ยอดกุมาร”?

เซอร์ไพรส์แฟนละครจักรๆ วงศ์ๆ ไม่น้อย เมื่อ “ดินน้ำลมไฟ” ที่ออกอากาศต่อจากละครเรตติ้งสูงอย่าง “แก้วหน้าม้า” นั้น ออกอากาศได้เพียงแค่ 10 ตอน ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อละครเป็น “สี่ยอดกุมาร”

โดย “สี่ยอดกุมาร” ตอนแรกนั้นได้ฤกษ์ประเดิมออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ “ดินน้ำลมไฟ” และ “สี่ยอดกุมาร” ล้วนดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้าน “จำปาสี่ต้น” เหมือนกัน จะแตกต่างกันตรงที่ใน “ดินน้ำลมไฟ” ตัวละครเอก ซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องจะเป็นผู้หญิง ผิดกับใน “สี่ยอดกุมาร” ที่ตัวละครเอกสี่ราย ล้วนเป็นชายทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ใน “สี่ยอดกุมาร 2559” ตัวละครน้องสุดท้องจะยังเป็นผู้หญิงตามโครงเรื่องของ “ดินน้ำลมไฟ”

มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ค่ายสามเศียรตัดสินใจเปลี่ยนชื่อละครกลางคันว่า เพราะชื่อ “ดินน้ำลมไฟ” ไม่ขลังและไม่ดึงดูดคนดูเท่ากับ “สี่ยอดกุมาร”

ซึ่งจากการตรวจสอบผลการวัดเรตติ้งของเอจีบีนีลเซ่น การวิเคราะห์แนวนี้ก็น่าจะมีส่วนถูกต้องไม่น้อย เนื่องจาก “ดินน้ำลมไฟ” สิบตอนแรก ไม่สามารถทำเรตติ้งขึ้นสู่อันดับท็อปเท็นของช่อง 7 ได้ ผิดกับ “แก้วหน้าม้า” ที่ประคองตัวอยู่ในสิบอันดับแรกแบบสบายๆ ได้เกือบตลอดเวลาที่ออกอากาศ

อย่างไรก็ดี มีการวิเคราะห์อีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งเสนอว่า การที่ค่ายสามเศียรตัดสินใจออกอากาศละครในชื่อ “ดินน้ำลมไฟ” ในช่วงสิบตอนแรกนั้น อาจเป็นเพราะเขียนบทไม่ทัน เนื่องจากทางค่ายได้ปรับเปลี่ยนแผนการสร้างละครที่จะออนแอร์ต่อจาก “แก้วหน้าม้า” อยู่หลายรอบ กว่าจะลงตัวที่ “ดินน้ำลมไฟ-สี่ยอดกุมาร”

ดังนั้น ในช่วงแรกที่เขียนบทให้ “สี่ยอดกุมาร 2559” ไม่ทัน ทางสามเศียรเลยไปนำเอาบทละคร “สี่ยอดกุมาร 2544” มาใช้ชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาระยะต้น และใช้ชื่อละครว่า “ดินน้ำลมไฟ” ขัดตาทัพไปก่อน

เมื่อเขียนบทเวอร์ชั่นใหม่ลงตัวแล้ว จึงมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น “สี่ยอดกุมาร”

การวิเคราะห์แนวทางที่สอง ดูเหมือนจะสอดคล้องกับคำประกาศของ “สยม สังวรบุตร” บิ๊กบอสส์แห่งค่ายดีด้า-สามเศียร ซึ่งก่อนที่ “แก้วหน้าม้า” จะอวสาน คุณลอร์ด สยม ได้ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า

อดใจรออีกนิดคุณจะได้มันหยดกับละครที่นำมาทำทีไรเป็นถูกอกถูกใจแฟน และคราวนี้ก็เช่นกัน พระ-นาง หล่อ-สวย-เก่ง แถมเข้ากัน เนื้อเรื่องก็มันหยดไม่แพ้เวอร์ชั่นไหนๆ ฝากเชียร์ บุ๊ค-ลูกตาล พระนางที่ทุ่มเททำการแสดงแบบไม่ห่วงเหนื่อยห่วงร้อนกันเลย วันนี้เรามาเก็บฉากป่าอาถรรพ์กันถึงจ. สระบุรี เหนื่อยร้อนแต่คุ้มครับ ได้ภาพสวยๆ กลับไปฝากเพียบเลย รอชมนะครับ “ดินน้ำลมไฟ ภาคแรกของ ๔ ยอดกุมาร” เร็วๆ นี้ทางช่อง 7 สีและช่อง 7 HD

และก่อนหน้า “ดินน้ำลมไฟ 2559” จะลาจอ เพื่อหลีกทางให้ “สี่ยอดกุมาร 2559” ได้ลงจอนั้น คุณลอร์ดก็ได้โพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมอีกเช่นกัน โดยระบุว่า

กระจองงอง กระจองงองเจ้าข้าเอ้ยยย รู้รึยัง “ดินน้ำลมไฟ” จะอวสานวันเสาร์นี้ พอวันอาทิตย์เราก็จะได้สนุกตื่นเต้นกับสี่จอมยุ่งน่ารักน่าหยิกแถมมีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์กับปฐพีคงคาวายุแสงสุรีย์ และน้าผีจมูกบี้กรุ้งกริ้งๆ ใน “สี่ยอดกุมาร”

จากข้อมูลที่บิ๊กบอสส์ดีด้า-สามเศียร เปิดเผยออกมาในสองช่วงเวลา ดูคล้ายว่า การแบ่งแยก “ดินน้ำลมไฟ” และ “สี่ยอดกุมาร” ออกเป็นสองภาค จะถูกคิดวางแผนมาพอสมควร

อาจจะเพื่อสร้างจุดขายใหม่ๆ หรือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็เป็นไปได้ทั้งสองทาง

ขอบคุณข้อมูลจากอินสตาแกรม @lorddida, http://pantip.com/topic/35070223http://pantip.com/topic/35072682