จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

รู้จัก “ณพบ ประสบลาภ” ผู้สวมบท “ท้าวรถสิทธิ์ 2562” (พร้อมอัพเดตเรตติ้งละคร “นางสิบสอง”)

รู้จัก “ณพบ ประสบลาภ” ผู้รับบท “ท้าวรถสิทธิ์ 2562”

“ณพบ ประสบลาภ” เริ่มปรากฏตัวในละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร ณ ช่วงครึ่งหลังทศวรรษ 2550

ผลงานโดดเด่นในยุคแรกของเขา คือ การรับบทตัวร้ายชื่อ “สุทัศน์จักร” และ “หิรัญไกรสีห์” ใน “จันทร์ สุริยคาธ” (2556) และ “มนต์นาคราช” (2556-7) ตามลำดับ

ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ล้วนเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ ยุคหลังที่ผมชื่นชอบเอามากๆ

ผมเคยเขียนวิเคราะห์ตัวละคร “สุทัศน์จักร” ใน “จันทร์ สุริยคาธ” ไว้เล็กน้อย ในบทความ ชิ้นนี้

และเคยเขียนวิเคราะห์ตัวละคร “หิรัญไกรสีห์” ใน “มนต์นาคราช” ไว้ในบทความ อีกชิ้นหนึ่ง

ปัจจุบัน ณพบยังคงโลดแล่นอยู่ในจักรวาลสามเศียรโดยต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่งสวมบท “เขยแขก” ใน “สังข์ทอง 2561” และการรับบท “ขุนแผน” ใน “ขุนแผนแสนสะท้าน” ช่องดาวเทียมจ๊ะทิงจา

ที่สำคัญ ณพบกำลังจะได้ฤกษ์ออกจอในละคร “นางสิบสอง 2562” ในฐานะตัวละคร “ท้าวรถสิทธิ์”

อัพเดตเรตติ้ง “นางสิบสอง” แค่เกือบๆ แต่ยังไม่ถึง 5

เรตติ้งสี่ตอนหลังสุดของ “นางสิบสอง 2562” แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังพุ่งไม่ถึงหลัก 5

โดยในวันที่ 17-18 สิงหาคม ละครเรื่องนี้ได้เรตติ้งไป 4.292 และ 4.632

ส่วนในวันที่ 24-25 สิงหาคม เรตติ้งของ “นางสิบสอง” นั้นอยู่ที่ 4.374 และ 4.643

ต้องจับตาดูว่าเมื่อถึงช่วงไคลแมกซ์ฉาก “ควักลูกตาในตำนาน” ดัชนีความนิยมของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ จะทะยานขึ้นถึงหลัก 5-6 ได้หรือไม่?

ขอบคุณข้อมูลเรตติ้งจาก

https://www.tvdigitalwatch.com/tvrating-12-18aug-256/

https://www.tvdigitalwatch.com/tvrating-19-25aug-2562/

ขอบคุณภาพนำจาก ยูทูบสามเศียร

Advertisements
จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัวนักแสดงนำ “นางสิบสอง 2562” เตรียมประเดิมจอ 28 กรกฎาคม!

อัพเดตข่าวล่าสุด

เปิดตัว 12 นักแสดงหญิง ผู้สวมบทบาท “นางสิบสอง” 2562

รู้จัก “ณพบ ประสบลาภ” ผู้สวมบท “ท้าวรถสิทธิ์ 2562” (พร้อมอัพเดตเรตติ้งละคร “นางสิบสอง”)

“นางสิบสอง 2562” และผู้กำกับจักรๆ วงศ์ๆ หน้าใหม่คนแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ!

“หนำเลี้ยบ” กลับมากำกับ “นางสิบสอง” หลัง “ปลื้ม สังวริบุตร” คุมงานช่วง 5 ตอนแรก

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” อวสานที่ 37 ตอน

ได้ฤกษ์บวงสรวงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “นางสิบสอง” (2562) ซึ่งจะแพร่ภาพตอนแรกในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ถัดจาก “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

เท่ากับว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ” เวอร์ชั่นล่าสุด จะออกอากาศรวมทั้งสิ้น 37 ตอน ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติของละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (ก่อนหน้านี้ “อุทัยเทวี 2560” ที่กระแสไม่เปรี้ยงปร้างนัก ก็ยังออกอากาศถึง 40 ตอน)

ต้องจับตาดูว่า เรตติ้งตอนอวสานของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นจะเป็นอย่างไร? จะสามารถทำได้ดีกว่ามาตรฐานเฉลี่ย 4-5 ของตัวเองได้หรือไม่?

“นางสิบสอง 2562” ละครฟอร์มยักษ์ตัวจริงประจำปีนี้ของค่ายสามเศียร

ถ้าพิจารณาจากจำนวนตัวละครอันมากมายและกองทัพนักแสดงที่ยกมาเกือบหมดค่าย ก็ต้องยอมรับว่า “นางสิบสอง” นั้นมีสเกลใหญ่กว่า “ละครขัดตาทัพ” เช่น “ขวานฟ้าหน้าดำ” ชัดเจน

ขณะเดียวกัน “นางสิบสอง” ก็มีโอกาสจะโกยเรตติ้งหรือดึงดูดใจมหาชน (ชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน) ได้สูงกว่า “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ทั้งเพราะรสชาติเรื่องราว ที่มีทั้งความโหดเหี้ยม (ควักลูกตา-กินเด็กทารก) ผนวกด้วยบทลงเอยในแบบโศกนาฏกรรมระหว่าง “พระรถเสน” กับ “นางเมรี”

และการเป็นนิทานสำคัญหรือวัฒนธรรมร่วมของหลายๆ ดินแดนในแถบอุษาคเนย์ มาแต่เดิม

นี่จึงเป็นละครฟอร์มยักษ์ตัวจริงประจำปี 2562 ของค่ายสามเศียร

เปิดตัวนักแสดง “นางสิบสอง 2562”

สำหรับผู้รับบท “ท้าวรถสิทธิ์” ใน “นางสิบสอง” เวอร์ชั่นใหม่ คือ “ณพบ ประสบลาภ” ซึ่งถือเป็นการหวนกลับมาสวมบทเด่นในละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่อง 7 อีกครั้งหนึ่งของเขา หลังจากต้องถอยไปรับบทรองๆ มาพักใหญ่ (ทั้งนี้ ไม่นับบท “ขุนแผน” ในช่องจ๊ะทิงจา)

ส่วนเหล่า “นางสิบสอง” นั้น มีทั้งนักแสดงหน้าใหม่ และนักแสดงหน้าเดิม ที่หลายคนเคยผ่านบทพระธิดาใน “สังข์ทอง 2561” หรือบทบาทอื่นๆ ในละครพื้นบ้านมาแล้ว อาทิ

“นาย ชนุชตรา สุขสันต์” “พิมพ์ อัญรส ปุณณโกศล” “เพลง ชนารดี อุ่นทะศรี” “แก้ม กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข” “มีน วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย”

รวมถึง “ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง” ที่ผันตนเองจากบท “รจนา” พระธิดาองค์เล็กของท้าวสามนต์ มาสู่ “เภา” น้องคนสุดท้องในบรรดา “นางสิบสอง”

คลิกอ่าน เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

คลิกอ่าน “ปิ๊ง จิดาภา” นักแสดง “นางสิบสอง” ผู้คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะบัญชีฯ จุฬาฯ

ด้าน “นางยักษ์สันธมาลา” จะรับบทโดย “แคนดี้ ชุติมา เอเวอรี่” ซึ่งปัจจุบัน กลายเป็นนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ มากประสบการณ์ไปแล้ว

คลิกอ่าน ท่องนคร “ทานตะวัน” เมืองยักษ์ใน “นางสิบสอง 2562”

ข้ามไปยังตัวเอกรุ่นลูกกันบ้าง

คลิกอ่าน “เมรี” แก่กว่า “รถเสน”?

ผู้รับบท “พระรถเสน” ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก “ข้าวตู พลพจน์ พูลนิล” (หรือ “ขวาน/สุธาเทพ” แห่ง “ขวานฟ้าหน้าดำ”)

View this post on Instagram

ถึงน้องจะเป็นยักษ์ พี่ก็รักน้องเมรีของพี่นะครับ😍😍😍😍😍 มาเปนกลอนจ้า พระรถเสน-เมรี (พระรถเมรี) ติดตามชม นางสิบสอง (ตอนแรก) วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.นี้ 08.00 น. ช่อง 7hd ——————————————– รถเสน รับบทโดย พลพจน์ พูลนิล เมรี รับบทโดย พิงค์ กมลวรรณ #นางสิบสอง #พระรถเสน #นางเมรี #พระรถเมรี #นางสิบสอง2562 #สามเศียร #ดีด้าวิดีโอ #ช่อง7hd #ละครพื้นบ้าน #ละครจักรๆวงศ์ๆ #หนังเจ้า @khawtuasnl @pinkkamonwan_missteen11 Credit @khawtu_ppfans 🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰 ฝากติดตามผลงานของพี่ข้าวตูและพี่พิงค์ด้วยนะครับ พระนางคู่ใหม่ นางสิบสอง 2562

A post shared by lakornthaipeunban_official (@lakornthaipeunban_official) on

แต่ที่เซอร์ไพรส์คือผู้สวมบท “เมรี” ในฉบับนี้ ซึ่งพลิกโผเป็น “พิงค์ กมลวรรณ ศตรัตพะยูน” อดีตรองอันดับหนึ่ง มิสทีนไทยแลนด์ 2011 และผู้เข้าประกวดนางสาวไทย พ.ศ.2559

ที่เลื่อนชั้นมาจากบท “โหงพราย/หงส์ฟ้า” อันกึ่งร้ายกึ่งตลก ใน “สังข์ทอง 2561”

คลิกอ่าน รู้จักผู้รับบท “หงส์ฟ้า/โหงพราย” นางร้าย “สังข์ทอง” เธอคืออีกหนึ่งคนที่มาจากเวทีนางงาม

นอกจากนี้ ตัวละครสมทบจำนวนมากใน “นางสิบสอง 2562” ยังเต็มไปด้วยนักแสดงดาวเด่นของสามเศียร

ไม่ว่าจะเป็น “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” “ม่อน สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์” “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” “บุ๊ค พบศิลป์ โตสกุล” “รัฐ รัฐศิลป์ นลินธนาพัฒน์” “ปลั๊ก สวีเดน ทะสานนท์” “แมน สุพศิน แสงรัตนทองคำ” “บีท สุกฤษฏิ์ สงแก้ว”

คลิกอ่าน เปิดตัว “หกเขย” ที่หลากหลายทั้ง “ชาติพันธุ์” และ “เพศสภาพ” ใน “สังข์ทอง 2561”

ไล่ไปถึงรุ่นใหญ่อย่าง “ลูกศร อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์” และ “ไพโรจน์ สังวริบุตร”

ที่สำคัญ ยังมีนักแสดงอาวุโสท่านหนึ่งมาร่วมแสดงใน “นางสิบสอง 2562” ด้วย นั่นคือ “อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา” ซึ่งจะสวมบท “ยายค่อม” (ที่ตนเองเคยแสดงเอาไว้หนหนึ่งแล้ว ใน “นางสิบสอง 2543”)

ถือว่าคุณป้าอรสาเลือกรับงานได้เด็ดขาดทีเดียว หลังจากเมื่อช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ.2562 แกก็ร่วมแสดงในละคร “กรงกรรม” โปรแกรมเรตติ้งสูงของฝั่งช่อง 3

ขอบคุณ ภาพนำจากเพจ Ch7HD Entertainment

เกร็ดความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “นางสิบสอง”

“นางสิบสอง 2562” เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่อง “ลูกมากยากจน”

ย้อนรอยที่มา “นิทานนางสิบสอง-พระรถเมรี”

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

“ศรีสมิง” ตัวละครลับรายสุดท้ายของ “ขวานฟ้าหน้าดำ”

ศรีสมิง 2

แม้จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนอวสาน แต่ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก็ยังมีตัวละครหน้าใหม่ๆ ปรากฏออกมา

ตัวละครรายล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว คือ นางเสือสมิง หรือ “ศรีสมิง” ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ช่วยสำคัญของขวาน-พระธิดาบุษยา เช่นเดียวกับ “พี่หุ่นฟาง” และสองกุมาร “รัก-ยม”

นี่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายขวานหรือสุธาเทพ ก็มีพันธมิตรพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นอมนุษย์ผู้ทรงฤทธิ์เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรจากพระเจ้า/อำมาตย์แสงเพชร และท่านหญิง/แม่มดนาถสุดา

ศรีสมิง 1

สำหรับผู้รับบท “ศรีสมิง” นั้นเป็นนักแสดงหน้าใหม่ของค่ายสามเศียร (แต่เคยมีผลงานในแวดวงบันเทิงมาบ้างก่อนหน้านี้) ชื่อ “อเล็กซองดร้า เลอมีร์”

ผู้สนใจสามารถทำความรู้จักอเล็กซองดร้าให้มากขึ้น ได้จากคลิปของคุณ “พชรปพน” ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ละครจักรๆ วงศ์ๆ ท่านหนึ่ง และมีข้อมูลเกี่ยวกับดารานักแสดงละครประเภทนี้ที่แน่นปึ้กทีเดียว

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

แนะนำนักแสดงรุ่นหนุ่ม-สาว “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” เปลี่ยนโหมดเข้าสู่ช่วงวัยที่เติบโตเป็นหนุ่มสาวของเหล่าตัวละครหลักเรียบร้อยแล้ว

และผลตอบรับก็ดูเหมือนจะ “ดี” ทีเดียว หากพิจารณาจากเรตติ้งของละครในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 8-9 มิถุนายน ซึ่งได้ไป 5.029 และ 5.632

“ขวานฟ้าหน้าดำ” นั้นมีตัวละครหลักไม่มาก ส่งผลให้ไม่ต้องใช้บริการนักแสดงเยอะแยะเท่าละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหลายเรื่อง

โดยใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” นักแสดงผู้รับบทบาทสำคัญช่วงหนุ่มสาว จะประกอบไปด้วย

“ข้าวตู พลพจน์ พูลนิล” ผู้รับบท “ขวาน” หรือ “สุธาเทพ” อีกหนึ่งเด็กปั้นแห่งค่ายสามเศียร-ดีด้า-ดาราวิดีโอ ซึ่งเส้นทางนักแสดงจักรๆ วงศ์ๆ ของเขา ดูจะเคยก้าวไปสู่จุดพีกหนหนึ่ง เมื่อครั้งแสดงเป็น “พระราหู” ใน “เทพสามฤดู 2560”

ถัดมา คือ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” รองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2559 ผู้จะมารับบทเป็น “พระธิดาบุษยา” นางเอกของเรื่อง หลังจากเคยชิมลางลงจอด้วยฐานะหนึ่งในพระพี่นางของ “รจนา” ใน “สังข์ทอง 2561” มาก่อน

สำหรับ “หนูฟาง” อีกหนึ่งผู้ช่วยคน/ร่างใหม่ของ “ขวาน” ในตอนโตนั้น จะสวมบทโดย “เพลง ชนารดี อุ่นทะศรี” ดีกรีเข้ารอบห้าคนสุดท้าย นางสาวไทย 2559 (รุ่นเดียวกับ “ขวัญ ปิ่นทิพย์”) ทั้งนี้ “เพลง ชนารดี” เคยแสดงละครเรื่อง “ยอพระกลิ่น 2557” ก่อนจะมุ่งมั่นไปเอาดีบนเส้นทางการประกวดนางงาม แล้วย้อนคืนสู่แวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหนใน “สังข์ทอง 2561”

เพื่อน กวี แสงเดช
ภาพจาก ยูทูบสามเศียร

ตัวร้ายรุ่นหนุ่มแน่นอย่าง “แสงเดช” ทายาท “อำมาตย์แสงเพชร” จะรับบทโดย “เพื่อน กวี วงศ์จันทรา” ซึ่งเคยร่วมแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ มาแล้วไม่น้อย รวมถึงการสวมบท “บุญหลาย” พระพี่เลี้ยงเขยลาวใน “สังข์ทอง 2561”

ปิดท้ายด้วย “มิตรแท้/พี่ชายที่แสนดี” ของ “ขวาน” อย่าง “จ้อย” ซึ่งเวอร์ชั่นนี้รับบทโดย “โจ้ จักรกฤษณ์ คชรัตน์” อดีตนักแสดงเด็กผู้เคยโด่งดังจากละคร “สี่ยอดกุมาร” และ “เทพสังวาลย์” ช่วงปลายทศวรรษ 2520 ณ ปัจจุบัน ในวัย 44 ปีเต็ม “โจ้ จักรกฤษณ์” ได้หวนคืนสู่หน้าจอละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกครั้ง และเขาก็ถือเป็น “พี่ใหญ่” ของบรรดานักแสดงรุ่นหนุ่มสาวใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week-3-9june62/

คนมองหนัง

“รอยแหว่งวิ่น” ใน “นคร-สวรรค์”

หนึ่ง

 

ในแง่กระบวนการ-วิธีการ ความเป็นภาพยนตร์ “สารคดีผสมเรื่องแต่ง” ของ “นคร-สวรรค์” มิได้แปลกใหม่กว่าหนังอินดี้ไทยร่วมสมัยจำนวนหนึ่งแน่ๆ

เช่น เมื่อ 5 ปีก่อน ภาพยนตร์เรื่อง “Mother” ของ “วรกร ฤทัยวาณิชกุล” (ปัจจุบัน เป็นสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่) ก็บอกเล่าปัญหาชีวิตครอบครัวของผู้กำกับด้วยกระบวนท่า “กึ่งสารคดีกึ่งเรื่องแต่ง” คล้ายคลึงกัน

ทว่า “นคร-สวรรค์” นั้นมีเสน่ห์เฉพาะในแบบฉบับของตัวเอง

หนังเล่าเรื่องราวคู่ขนาน ระหว่างเนื้อหาส่วนสารคดีที่ “โรส” (พวงสร้อย) บันทึกปฏิสัมพันธ์ของตัวเธอเองกับพ่อและแม่ (ซึ่งกำลังป่วยหนัก) กับเนื้อหาส่วนเรื่องแต่ง ว่าด้วยการเดินทางไปลอยอังคารแม่ที่จังหวัดนครสวรรค์ของตัวละครหญิงอีกรายชื่อ “เอย”

“นคร-สวรรค์” อาจมีความใกล้เคียงกับ “Mother” ของวรกร แต่ขณะที่ผลงานชิ้นหลังมีรอยแบ่งแยกชัดเจนระหว่าง “สารคดี” กับ “เรื่องแต่ง” ผ่านกลวิธีการนำเสนอ องค์ประกอบทั้งสองขั้วในผลงานของพวงสร้อยกลับดำรงอยู่อย่างคลุมเครือ-พร่าเลือน และต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

แม้องค์ประกอบที่เป็น “สารคดี” (จริงๆ สามารถเรียกว่า “หนังบ้าน” หรือ “home movie” ได้ด้วยซ้ำ) กับ “เรื่องแต่ง” ใน “นคร-สวรรค์” จะไม่ได้ประกบเข้าหากันชนิดลงล็อกเป๊ะๆ หรือนวลเนียนไร้ตะเข็บรอยต่อเสียทีเดียว

ขณะเดียวกัน ภาวะที่ทั้งยั่วล้อ, แปลกแยก และผสมกลมกลืนกันระหว่างสององค์ประกอบดังกล่าวก็มิได้แปรสภาพกลายเป็นอาการชวนเหวอ-ดูไม่รู้เรื่อง ที่อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าคนทำหนังมีความ “หนักมือ” จนเกินไป

สอง

นคร สวรรค์ 1

“นคร-สวรรค์” ให้ความสำคัญแก่ “บันทึกความทรงจำ” หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพเคลื่อนไหว (หนังและวิดีโอ), การจดบันทึกข้อความลงสมุด, ภาพนิ่ง (ฟิล์มและดิจิตอล) ตลอดจนไฟล์เสียงสนทนาระหว่างบุคคล

แต่ “บันทึกความทรงจำ” ที่ถูกนำมาเรียงร้อยกันเหล่านั้น ก็เต็มไปด้วย “รอยแหว่งวิ่น” และ “ช่องว่าง” (หรือ “-” ) นานัปการ

นี่เป็น “รอยแหว่งวิ่น-ช่องว่าง” ที่จำเป็นต้องมีอยู่ เมื่อผู้กำกับฯ เลือกนำเรื่องราวชีวิต (หรือบาดแผล) ส่วนตัว/ครอบครัว มาถ่ายทอดให้สาธารณชนได้รับชม

ไม่รวมถึงข้อจำกัดอื่นๆ เช่น การต้องเดินทางไปมา/ความห่างไกลระหว่างประเทศไทยกับเยอรมนีในช่วงถ่ายทำสารคดี

ด้านหนึ่ง “รูโหว่” ที่ปรากฏตามรายทาง ก็สร้างความคาใจให้แก่คนดู ซึ่งไม่อาจรับรู้ได้หรอกว่าบรรดาอารมณ์อ้างว้างเคว้งคว้างที่ล่องลอยภายในหนังเรื่องนี้ จะกลายเป็น “ความเศร้า” ชั่วครั้งคราว หรือ “ความเสียใจ” ที่ดำรงอยู่ไปตลอดกาล

อีกด้านหนึ่ง นั่นก็ถือเป็น “ภาวะเปิดกว้าง” ต่อการตีความ ที่คนทำหนังคล้ายจะจงใจละเอาไว้ให้ผู้ชมได้ลองค้นคว้าคิดหาคำตอบอันหลากหลาย และพยายามแทนที่ชีวิตจริง/ชีวิตสมมุติของบุคคลต่างๆ ในภาพยนตร์ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง

โดยส่วนตัว ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ ผมแอบตั้งคำถามว่าสายสัมพันธ์ลึกๆ ระหว่าง “พ่อ” กับ “แม่” ไม่ว่าจะในเนื้อหาส่วนสารคดีหรือเรื่องแต่งนั้น เป็นอย่างไรกันแน่? (แตกร้าว?, ลงรอย? หรือให้อภัยกัน?)

ผมชอบอารมณ์ครึ่งกลางค้างคาที่ปกคลุมตัวละครอย่าง “เอย” กับเพื่อนชายของเธอ ในฉากห้องพักโรงแรม ซึ่งค่อยๆ ระเหยหายคลี่คลายไปโดยปราศจากคำเฉลยชัดเจนใดๆ

เช่นเดียวกับรายละเอียดเล็กๆ บางประการที่ไม่สำคัญนัก แต่มีอารมณ์ขันดี อาทิ เมื่อ “ป้าของเอย” ระบายความโศกเศร้าในใจให้หมอนวดชายคนสนิทรับฟัง พร้อมทั้งฝากปลาเผาจากสิงห์บุรีไปให้ลูกชายของเขา ฉากต่อมา หนังก็พาคนดูไปติดตามชมพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ซึ่งเรามิอาจรู้ชัดว่าเขาคือใคร? (และไม่แน่ใจว่าตำแหน่งแห่งที่ของเขาอยู่ในสารคดีหรือเรื่องแต่ง?)

ชายคนนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ไปตกปลาริมคลอง ก่อนจะหมดบทบาทลงอย่างสงบเงียบ

สาม

นคร สวรรค์ 2

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์” ผู้รับบท “เอย” นั้นฝากฝีมือที่น่าประทับใจเป็นพิเศษไว้ใน “นคร-สวรรค์”

จากที่มีแววดีเมื่อครั้งแสดงหนังยาวเรื่องแรก คือ “โรงแรมต่างดาว” ของ “ปราบดา หยุ่น” มาถึง “นคร-สวรรค์” เอิงเอยมีซีนน่าจดจำจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะซีนบีบคั้น-ปลดปล่อยอารมณ์ในห้องพักโรงแรม

ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมปัจจัยอื่นๆ เช่น “รอยสักอันเรียบง่ายแต่โดดเด่นบนแผ่นหลัง” ซึ่งขับเน้นให้เรือนร่างของเอิงเอยมีเสน่ห์/เอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากนางเอกไทยส่วนใหญ่ และอาจบอกเป็นนัยว่าตัวละคร “เอย” นั้นมีริ้วรอย/รอยแยกบางประการในชีวิต

ด้วยทักษะการแสดงและออร่าส่วนบุคคล คงไม่ใช่เรื่องยากที่ “ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์” จะค่อยๆ ขยับขับเคลื่อนตนเอง จากสถานะ “นางเอกของวงการหนังอินดี้ไทยยุคใหม่” ไปสู่การเป็น “ดาราคนสำคัญ” ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในทศวรรษ 2560

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัวแล้ว “นางเอกขวานฟ้าหน้าดำ” ผู้มีความสวยระดับรองนางสาวไทย!

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม มีการเผยแพร่เทปพิเศษ “เบื้องหลังขวานฟ้าหน้าดำ” ซึ่งรายการดังกล่าวได้เปิดตัวผู้จะมารับบท “พระธิดาบุษยา” ใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

โดยผู้มาสวมบทบาทเป็นนางเอกของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ฉบับใหม่ ก็คือ “ขวัญ ปิ่นทิพย์ อรชร” ซึ่งเคยรับบท “พระพี่นางพรรณผกา” ในละคร “สังข์ทอง 2561” นั่นเอง

นี่ถือเป็นการได้รับบทบาทนางเอกครั้งแรกสุดของ “ขวัญ ปิ่นทิพย์”

อย่างไรก็ตาม ดีกรีของ “ขวัญ ปิ่นทิพย์” นั้นไม่ธรรมดา โดยสาววัย 24 ปีผู้นี้ เคยคว้าตำแหน่งรองนางสาวไทยอันดับหนึ่งประจำปี 2559 (ส่วนสูง 168.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 54.2 กิโลกรัม สัดส่วน 33-25-36)

ก่อนจะเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดนางสาวไทยครั้งนั้นที่ถูกดึงตัวเข้ามาร่วมงานกับค่ายสามเศียร

ช่วงต้นของ “ขวานฟ้าหน้าดำ” นักแสดงสาวผู้นี้เคยปรากฏตัวครั้งหนึ่งในบท “นางฟ้า” บนสรวงสวรรค์ ผู้คอยกลั่นแกล้ง “สุทธาเทพ”

ต้องจับตาดูว่า “ขวัญ ปิ่นทิพย์” จะสวมบท “พระธิดาบุษยา” ได้ดีเพียงใด? ในฐานะนางเอกคนล่าสุดของวงการละครจักรๆ วงศ์ๆ

ขอบคุณภาพนำจาก ยูทูบสามเศียร

คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครคือนักแสดงจาก “สังข์ทอง” (เพียงรายเดียว?) ที่ปรากฏกายในงานเปิดตัว ICONSIAM

เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

รู้จัก “มเหสีบุษบง-นางยักษ์กาขาว” ใน “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562”

รู้จัก 2 นักแสดงหญิงผู้รับบท “มเหสีบุษบง-นางยักษ์กาขาว”

เมื่อดำเนินเรื่องไปถึงตอนที่เป็นหลักสิบ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก็มีตัวละครน่าสนใจเพิ่มเติมขึ้นมาตามลำดับ

เอ๋ อัจฉรา บุษบง

คนแรก คือ “มเหสีบุษบง” แห่งนครคันธมาทน์ ซึ่งเป็นการหวนคืนสู่แวดวงละครจักรๆ วงศ์ๆ อีกหนของ “เอ๋ อัจฉรา ทองเทพ”

“เอ๋ อัจฉรา” เคยเป็นนักแสดงละครพื้นบ้านคนสำคัญในช่วงกลางทศวรรษ 2530 ถึงต้น 2540

นอกจากผลงานโด่งดังสุดใน “ปลาบู่ทอง” (2537) แล้ว เธอยังฝากฝีมือไว้ใน “จันทโครพ 2536” “เกราะเพชรเจ็ดสี 2538” “มณีนพเก้า 2539” และ “ดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง 2541”

ถ้าผู้มารับบท “มเหสีบุษบง” คือ ดาราเก่าที่ห่างหายจากค่ายสามเศียรไปเนิ่นนาน ผู้รับบท “นางยักษ์กาขาว” ก็เป็นดารารุ่นปัจจุบัน ที่กำลังมีงานแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ อย่างต่อเนื่อง

“นางยักษ์กาขาว” ใน “ขวานฟ้าหน้าดำ” ฉบับนี้ สวมบทบาทโดย “โบว์ บุญญาณี สังข์ภิรมย์” ที่เลื่อนระดับมาจากการแสดงเป็น “นางยักษ์พรรณี” นางกำนัลของพระแม่เจ้าพันธุรัตใน “สังข์ทอง 2561”

“โบว์ บุญญาณี” มีดีกรีเป็นอดีตนางงามผู้เคยคว้าตำแหน่งมิสอินเตอร์คอนติเนนตัลไทยแลนด์ จากเวทีการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2558 ทั้งยังเคยผ่านเวทีการประกวดระดับอินเตอร์ อย่างเวทีมิสอินเตอร์คอนติเนนตัล (ได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพ-สื่อมวลชน), เวทีมิสยูไนเต็ดคอนติเนนท์ และเวทีท็อปโมเดลออฟเดอะเวิลด์ มาแล้ว

โบว์ บุญญาณี นางยักษ์กาขาว

จาก “สังข์ทอง” ถึง “ขวานฟ้าหน้าดำ” เท่ากับว่าเธอมีงานแสดงกับค่ายสามเศียรสองเรื่องติดต่อกัน ทั้งยังได้บทบาทที่ทวีความสำคัญยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

เรตติ้ง “ขวานฟ้าหน้าดำ” แผ่วลงเล็กน้อยช่วงสงกรานต์

หลังจากทำเรตติ้งทะลุ 5 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก็กลับมาประคองตัวที่เรตติ้งหลัก 4 ในช่วงต้นเดือนเมษายน

โดยได้ความนิยมระดับ 4.384 และ 4.899 ในวันที่ 6 และ 7 เมษายนตามลำดับ

เมื่อเข้าสู่ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ แม้เรตติ้งของ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” จะตกไปอยู่ที่ 3.203 และ 3.431 ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 13 และ 14 เมษายน

แต่ในความเป็นจริง ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ก็ยังมีสถานะเป็นโปรแกรมยอดนิยมอันดับ 2 ของประเทศ ในทั้งสองวันดังกล่าว

ข้อมูลจาก

https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week-1-7april-62/

https://www.tvdigitalwatch.com/top10-rating-songkarnday-62/

ขอบคุณภาพประกอบจาก

ยูทูบสามเศียร

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เรตติ้ง “ขวานฟ้าหน้าดำ” ทะลุ 5 แล้ว – ใครคือผู้รับบท “เจ้าพ่อเขาเขียว”?

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” เรตติ้งทะลุ 5

ในที่สุด เรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ก็ทะลุหลัก 5 ได้สำเร็จ ณ สุดสัปดาห์ส่งท้ายเดือนมีนาคม

โดยในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม “ขวานฟ้าหน้าดำ” ตอนที่ 4 ทำผลงานค่อนข้างแผ่ว ได้เรตติ้งไป 4.096 แต่พอวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม ละครตอนที่ 5 กลับมีตัวเลขความนิยมพุ่งกระฉูดไปถึง 5.063 กลายเป็นโปรแกรมโทรทัศน์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดของวันดังกล่าว และเป็นหนแรกสุดที่ “ขวานฟ้าหน้าดำ” ฉบับใหม่ ได้เรตติ้งเกินหลัก 5

ขวาน จ้อย

ต้องจับตาดูว่า เมื่อเข้าเดือนเมษายน ซึ่งคุณธรรมน้ำมิตรระหว่าง “ขวาน” กับ “จ้อย” จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ตัวละครมากหน้าหลายตาก็จะเริ่มทยอยออกมาแสดงบทบาท-สร้างสีสันในจอโทรทัศน์-แพลตฟอร์มออนไลน์

“ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” จะสามารถทำเรตติ้งไปถึงหลัก 6 ได้หรือไม่?

ข้อมูลจาก https://www.tvdigitalwatch.com/25rating-week-25-31mar-62/

นักแสดงรุ่นเก๋าผู้รับบท “เจ้าพ่อเขาเขียว”

“สุริยัน ปฏิพัทธ์” คือ นักแสดง-อดีตผู้กำกับรุ่นเก๋า ที่เคยฝากฝีมือไว้ในละครโทรทัศน์หลายเรื่องช่วงทศวรรษ 2530

หลายปีที่ผ่านมา เขาค่อนข้างห่างหายไปจากจอทีวี

อย่างไรก็ดี เมื่อ พ.ศ.2561 สุริยันได้หวนกลับมารับบทเล็กๆ สั้นๆ เป็น “อำมาตย์เมืองยักษ์” ใน “สังข์ทอง” ซึ่งหากเข้าใจไม่ผิด นั่นคือการแสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรครั้งแรกสุดของเขา

เจ้าพ่อเขาเขียว

พอมาถึง “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” สุริยันก็ได้งานแสดงละครต่อทันที โดยคราวนี้ เขารับบทเป็น “เจ้าพ่อเขาเขียว” หนึ่งในตัวละครหลักคาแรคเตอร์โดดเด่น ซึ่งจะมีความสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นไปจนถึงช่วงท้ายเรื่อง

จึงนับได้ว่านักแสดงอาวุโสเช่นสุริยันนั้นแจ้งเกิดในฐานะ “ดาราจักรๆ วงศ์ๆ” อย่างเต็มตัว จาก “ขวานฟ้าหน้าดำ” เวอร์ชั่นล่าสุดนี่เอง

ขอบคุณภาพประกอบจาก ยูทูบสามเศียร

คลิกอ่าน จำได้มั้ย “อำมาตย์เมืองยักษ์” ในสังข์ทอง 2561 คือนักแสดงรุ่นเก๋าคนไหน?

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“แม่เฒ่าสุเมธา” แห่ง “สังข์ทอง” เธอเป็นอีกคนที่มีดีกรีไม่ธรรมดา!

หลังจากวนเวียนหรือ “ด้น” กับบรรดาตัวละครอย่างเจ้าเงาะ หกเขย หกพระพี่นาง และท้าวสามนต์ มาพอหอมปากหอมคอ

ดูเหมือน “สังข์ทอง 2561” จะได้ฤกษ์ขยับขับเคลื่อนเรื่องราวไปสู่จุดอื่นๆ

ตั้งแต่การที่พระอินทร์จะแปลงกายลงมาท้าตีคลี เพื่อบีบให้พระสังข์ยอมเผยร่างทองของตนเอง

ไปจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดในนครยศวิมล ที่อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของแม่เฒ่าสุเมธา

มาพูดถึง “แม่เฒ่าสุเมธา” กันบ้าง

ตัวละครรายนี้รับบทโดย “กรองทอง รัชตะวรรณ” อดีตรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2530 ซึ่งปัจจุบันมีอายุย่าง 52 ปี

กรองทอง หรือ “คุณปู” ถือเป็นนางงามที่มีรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งในยุคดังกล่าว เพราะมีส่วนสูงถึง 170 เซนติเมตร (เธอเคยสัมภาษณ์สื่อว่าตัวสูงขนาดนั้นมาตั้งแต่อายุ 13 ปี)

กรองทองไม่ได้เล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ บ่อยครั้งนัก แต่ดูเหมือนเธอจะถูกโฉลกกับสื่อบันเทิงประเภทนี้อยู่ไม่น้อย

เพราะก่อนจะมารับบท “แม่เฒ่าสุเมธา” ใน “สังข์ทอง 2561” ที่โกยเรตติ้งทะลุหลัก 7 ไปเรียบร้อยแล้ว เธอก็เคยสวมบท “คุณท้าวแข่งจันทร์” ตัวร้ายใน “แก้วหน้าม้า 2558” ซึ่งสร้างประวัติการณ์ทำเรตติ้งทะลุหลัก 10 ในช่วงพีกสุดของละคร

เร็วๆ นี้ เราคงจะได้เห็นพระสังข์กลับไปขับเคี่ยวฟาดฟันกับ “แม่เฒ่าสุเมธา” อีกหนึ่งรอบ

ข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93

https://sootinclaimon.wordpress.com/2017/06/01/star-retro-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9A/

ภาพประกอบจาก

https://www.youtube.com/channel/UC25QRZSv1OIjJRYLepOeZog

https://www.instagram.com/krongthong_r