คนอ่านเพลง

อัลบั้ม My Grain โดย Double Head ผลงานดี (ที่ถูกลืม) ของคนทำดนตรีประกอบ “เลือดข้นคนจาง”

หลายคนอาจจะรู้จัก “เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน” จากผลงานการทำดนตรีประกอบซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง “เลือดข้นคนจาง” ที่เพิ่งอำลาจอไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เทิดศักดิ์เคยมีผลงานทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ให้แก่หนังไทยและหนังเทศมามากมาย

แต่บล็อกคนมองหนังจะไม่ขอกล่าวถึงงานส่วนดังกล่าวของเขา

สิ่งที่เราอยากทำคือการพาผู้อ่านนั่งไทม์แมชชีนไปทำความรู้จักกับอัลบั้มเพลงไทยสากลที่ไพเราะมากๆ ชุดหนึ่ง ซึ่งเทิดศักดิ์รับหน้าที่เป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2544 “อินดี้คาเฟ่” ค่ายเพลงเล็กๆ ที่ผลิตผลงานดีๆ หลายชุดในยุคนั้น (เช่น “ซีเปีย” ชุด “ไม่ต้องใส่ถุง” และ “Liberty” ชุด “Flying Free”) ได้ออกผลงานของศิลปินกลุ่มหนึ่งสู่ท้องตลาด

นั่นคือผลงานของกลุ่มคนดนตรีที่เรียกตัวเองว่า “Double Head” กับอัลบั้มชื่อ “My Grain”

บางคนที่ติดตามข่าวคราวในแวดวงเพลงอินดี้สมัยโน้น อาจพอทราบเรื่องราวเบื้องหลังของผลงานชุดนี้อยู่บ้าง

เดิมที ผลงานในนาม “Double Head” นั้นควรจะเป็นอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สองของศิลปินหญิงที่ชื่อ “เปียโน สุพัณณดา พลับทอง”

ย้อนกลับไปในปี 2542 “เปียโน สุพัณณดา” ขณะยังเป็นนักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ได้มีโอกาสออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตนเองชื่อ “Error” กับค่าย “ดรีม เรคคอร์ด”

LRG_DSC03638

ค่ายเพลงดังกล่าวก่อตั้งโดย “ธงชัย รักษ์รงค์” (ปัจจุบัน มีสถานะเป็นอดีตสมาชิกของ “มาลีฮวนน่า”)

ขณะที่โปรดิวเซอร์และผู้เรียบเรียงดนตรีในอัลบั้มชุดแรกของ “เปียโน สุพัณณดา” คือ “สุรพงศ์ เรืองณรงค์” ทีมงานเบื้องหลังอีกคนของ “มาลีฮวนน่า” ส่วนผลงานเพลงเกือบทั้งหมดนั้นเขียนเนื้อร้อง-ทำนองโดย “จเร เรืองณรงค์” ผู้รับหน้าที่โค-โปรดิวเซอร์

ผลงานชุด “Error” อาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนกรุงเทพฯ มากนัก แต่อัลบั้มดังกล่าวได้เข้าชิงรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ประจำปี 2542 หลายสาขา (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม, ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม และศิลปินหญิงร็อกยอดเยี่ยม)

แม้จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ ติดไม้ติดมือกลับไปหาดใหญ่ แต่ชื่อของ “เปียโน สุพัณณดา” ก็เริ่มติดอยู่ในการรับรู้ของนักวิจารณ์และคนฟังเพลงกลุ่มเล็กๆ

ฟังเพลงเพราะๆ บางส่วนจากอัลบั้มชุดดังกล่าวได้ที่นี่

พอถึงปี 2544 “เปียโน สุพัณณดา” ก็เป็นเจ้าของเสียงร้องในบทเพลงทั้ง 8 เพลง ของอัลบั้ม “My Grain” โดยวง “Double Head”

LRG_DSC03634

แม้จะย้ายสังกัดมาอยู่ค่าย “อินดี้ คาเฟ่” แต่เครดิตอัลบั้มยังระบุว่าผลงานชุดนี้บันทึกเสียงที่ “ดรีม เรคคอร์ด”

เช่นเดียวกับ “สุรพงศ์ เรืองณรงค์” ที่ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์และซาวด์เอนจิเนียร์ของงานชุดนี้ โดยเขารับหน้าที่แต่งเนื้อร้อง-ทำนองเพลงในอัลบั้มชุด “My Grain” เป็นจำนวน 5 จาก 8 เพลง

ทว่าบุคคลหน้าใหม่ที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสำคัญกับผลงานของ “เปียโน สุพัณณดา” และ “สุรพงศ์ เรืองณรงค์” ก็คือ “เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน”

เครดิตอัลบั้มระบุว่าเทิดศักดิ์คือโปรดิวเซอร์และซาวด์เอนจิเนียร์ของอัลบั้มชุด “My Grain” ร่วมกับสุรพงศ์

ที่สำคัญ “เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน” ยังรับหน้าที่เรียบเรียงดนตรีในงานชุดนี้ ถึง 7 จาก 8 เพลง

จุดน่าสนใจและปริศนาค้างคาใจของอัลบั้มชุด “My Grain” ก็คือ นอกจากระบุชื่อโปรดิวเซอร์และมือกีต้าร์รับเชิญ (กบ ชิดพงศ์) แล้ว กลับไม่มีการระบุว่าสมาชิกของ “Double Head” คือใครกันแน่?

แต่คนฟังอาจพออนุมานได้ว่าสมาชิกของคณะดนตรี “สองหัว” น่าจะได้แก่ สองโปรดิวเซอร์อย่างสุรพงศ์และเทิดศักดิ์

ที่น่าแปลกและชวนขบคิดก็คือ เครดิตของอัลบั้มได้ระบุว่า “เปียโน สุพัณณดา” คือ “เสียงร้องอันทรงพลัง (เจ้าของอัลบั้มตัวจริง)”

LRG_DSC03637

จากปี 2542-2544 “เปียโน สุพัณณดา” ดูจะเติบโตขึ้นไม่น้อย เธอย้ายจากการเป็นนักเรียนมัธยมที่หาดใหญ่ มาเป็นนักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

จากการรับบทเป็น “นักร้อง” อย่างเดียวในอัลบั้มชุด “Error” เธอเริ่มรับหน้าที่แต่งเนื้อร้อง-ทำนองของบทเพลงสองเพลงในผลงานชุด “My Grain”

เพลงแรกคือเพลงที่ดังที่สุดในอัลบั้มอย่าง “เบื่อแล้ว…เซ็งแล้ว” (ต่อมามีหลายคนเข้าใจผิดว่านี่เป็นเพลงของ “มาลีฮวนน่า”) อีกเพลงคือเพลงช้าที่เพราะมากๆ อย่าง “รอ”

ฟังเพลงเพราะๆ บางส่วนจากอัลบั้มชุดดังกล่าวได้ที่นี่

แล้วทำไม “My Grain” จึงมิได้มีสถานะเป็นผลงานเดี่ยวชุดที่สองของ “เปียโน สุพัณณดา”?

ทำไม “เปียโน สุพัณณดา” จึงกลายเป็น “(เจ้าของอัลบั้มตัวจริง)” ที่ถูกกล่าวถึงอย่างลับๆ เพียงในเครดิต (ไม่ใช่หน้าปก) อัลบั้ม

คำตอบอาจอยู่ที่การรวมตัวของสามสาวพี่น้องตระกูล “พลับทอง” ได้แก่ “เปียโน สุพัณณดา” “เบส ภัทรณินทร์” และ “ซอ มนต์มนัส” ในนามวง “เดอะ ซิส” ซึ่งมีโอกาสออกอัลบั้มกับ “อาร์เอส โปรโมชั่น” รวมทั้งสิ้นสี่ชุด

โดยอัลบั้มชุดแรกสุดนั้นวางจำหน่ายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 คล้อยหลังงานของ “Double Head” ไม่นาน

เป็นไปได้ว่าช่วงเวลาในการทำเพลงอินดี้กับค่ายอิสระ และการเซ็นสัญญากับค่ายยักษ์ใหญ่พร้อมพี่น้องร่วมสายเลือดอีกสองคน ของ “เปียโน สุพัณณดา” นั้น เกิดขึ้นเหลื่อมซ้อนกันพอดี

โดยเธอจำเป็นต้องเลือกเปิดเผยตัวกับงานชนิดหลัง และเลือกพรางตัวอยู่ด้านหลังงานประเภทแรก

แม้ว่าผลงานชุด “My Grain” ของ “Double Head” จะเต็มไปด้วยปริศนาอันคลุมเครือ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงในอัลบั้มชุดดังกล่าวนั้นไพเราะเกือบทั้งหมด

และโดยส่วนตัว นั่นเป็นครั้งแรกสุด ที่ผมเริ่มรู้จักและจดจำชื่อของ “เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน” ในฐานะคนดนตรีผู้น่าจับตามอง

ติดตามบทความวิเคราะห์วิจารณ์ซีรีส์ “เลือดข้นคนจาง” โดยบล็อกคนมองหนัง เร็วๆ นี้

Advertisements
ข่าวบันเทิง

“มหาสมุทรและสุสาน” ณ MoMA และแหล่งดาวน์โหลดดนตรีประกอบ “ดาวคะนอง”

“มหาสมุทรและสุสาน” @ นิวยอร์ค

มหาสมุทรและสุสาน โร้ด มูฟวี่

“มหาสมุทรและสุสาน” หนึ่งในหนังไทยเรื่องเยี่ยมประจำปีที่ผ่านมา ผลงานของ “พิมพกา โตวิระ” จะถูกจัดฉายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ที่นครนิวยอร์ค หรือ MoMA ในระหว่างวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์นี้

โดยในรอบวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พิมพกาจะเดินทางไปพูดคุยกับผู้ชมหลังหนังฉายจบด้วย

ทั้งนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่หนังไทยเรื่องนี้ได้ออกฉายในฝั่งตะวันออก ของสหรัฐอเมริกา

ดนตรีประกอบของ “ดาวคะนอง”

ดาวคะนอง 3

เพจเฟซบุ๊กของภาพยนตร์เรื่อง “ดาวคะนอง” ได้ปล่อยไฟล์ดนตรีประกอบหนังเรื่องนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้โหลดไปฟังกัน

ดนตรีประกอบดังกล่าวเป็นผลงานของ “วุฒิพงศ์ ลี้ตระกูล” หรือ อ๊อฟ Desktop Error ที่เคยทำดนตรีประกอบให้ภาพยนตร์อินดี้ไทยอย่าง “36” และ “เพลงของข้าว” มาแล้ว

สำหรับผู้ที่ประทับใจในดนตรีประกอบของ “ดาวคะนอง” สามารถดาวน์โหลดเพลงมาฟังได้ตามลิงก์ด้านล่าง

WALK

DREAM

ข่าวบันเทิง

ชัยชนะหนแรกของคุณปู่ “มอร์ริโคเน่” บนเวทีออสการ์

ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 “เอนนิโอ มอร์ริโคเน่” นักประพันธ์ดนตรีอาวุโส วัย 87 ปี จากอิตาลี เพิ่งคว้ารางวัลออสการ์ (ประเภทที่มีการแข่งขันชิงรางวัล) ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต จากรางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ของหนังเรื่อง “The Hateful Eight” โดยผู้กำกับ “เควนติน แทแรนติโน่”

หลังจากคุณปู่มอร์ริโคเน่ทำงานในสายอาชีพดังกล่าวมาเกือบ 60 ปี ประพันธ์ดนตรีประกอบให้ภาพยนตร์และงานโทรทัศน์มากว่า 500 เรื่อง เคยเข้าชิงออสการ์ 5 หน แต่พลาดรางวัลหมด

แถมยังเคย “ข้ามขั้น” ไปได้รับรางวัลเกียรติยศบนเวทีออสการ์มาแล้วด้วย เมื่อปี 2007

มอร์ริโคเน่ มีผลงานการประพันธ์ดนตรีประกอบภาพยนตร์อันโด่งดังเป็นจำนวนมาก อาทิ งานเข้าชิงออสการ์ อันได้แก่ “Days of Heaven,” “The Mission,” “The Untouchables,” “Bugsy” และ “Malena” ตลอดจนผลงานดนตรีประกอบในหนังสุดซาบซึ้งเรื่อง “Cinema Paradiso” และ “The Legend of 1900”

ยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างสรรค์เสียงดนตรีประกอบภาพยนตร์แนว “สปาเก็ตตี้ เวสเทิร์น” (หนังคาวบอยรสชาติอิตาเลียน) ของผู้กำกับ “เซอร์จิโอ เลโอเน่”

The-Hateful-Eight-Banner

“The Hateful Eight” คือการร่วมงานกันอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกระหว่างแทแรนติโน่กับมอร์ริโคเน่ หลังจากฝ่ายแรกเคยนำบางเพลงของฝ่ายหลังไปใช้ประกอบในหนังบางเรื่องของตน

และก็นับเป็นการร่วมงานที่พิเศษยิ่ง เพราะคุณปู่มอร์ริโคเน่ปฏิเสธที่จะทำงานด้วยการมานั่งดูหนังเป็นซีนๆ หลังการถ่ายทำเสร็จสิ้น แล้วจึงค่อยแต่งดนตรีประกอบใส่ลงไปในแต่ละซีน แต่คุณปู่กลับขอสิทธิ์ที่จะได้อ่านบทภาพยนตร์ซึ่งเขียนโดยแทแรนติโน่ แล้วแต่งดนตรีขึ้นจากตัวบทเลย

นี่เป็นเทคนิคเดียวกันกับที่มอร์ริโคเน่เคยใช้ ในการแต่งดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง “Once Upon a Time in the West” ของเลโอเน่

นอกจากนี้ วัย 87 ปี ยังอาจส่งผลให้มอร์ริโคเน่กลายเป็นผู้ได้รับรางวัลออสการ์ (สายแข่งขัน) ที่มีอายุมากที่สุด

เบื้องต้น สถาบันศิลปวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ผู้จัดให้มีการมอบรางวัลออสการ์ ได้จัดเก็บข้อมูลอายุของผู้ได้รับรางวัลไว้เพียงแค่ในสาขาด้านการแสดงและการกำกับภาพยนตร์ สถิติที่มีอยู่จึงไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมด

ถ้าพิจารณาเฉพาะข้อมูลที่บันทึกไว้ในส่วนนี้ “คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์” ที่ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม เมื่อวัย 82 ปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขอายุที่เหนือกว่านักแสดงและผู้กำกับที่ได้รางวัลรายอื่นๆ ก็ยังมีอายุน้อยกว่ามอร์ริโคเน่ ขณะขึ้นไปคว้ารางวัล อยู่ถึง 5 ปี

ต่อมา ทางสถาบันฯ ออกแถลงการณ์ว่า เท่าที่มีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม คุณปู่มอร์ริโคเน่นับเป็นผู้ได้รับรางวัลออสการ์ (สายแข่งขัน) ซึ่งมีอายุสูงที่สุด

เพราะนอกจากพลัมเมอร์แล้ว มีการค้นสถิติพบว่า “ชาร์ลี แชปลิน” เคยได้รับรางวัลออสการ์จากการทำดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง “Limelight” ในวัย 83 ปี

ซึ่งก็ยังน้อยกว่าอายุของคุณปู่มอร์ริโคเน่บนเวทีออสการ์ครั้งล่าสุดอยู่ดี

จึงไม่ได้มีแค่ “ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ” เท่านั้น ที่เพิ่งประสบความสำเร็จบนเวทีออสการ์ หลังอดทนรอคอยมานานแสนนาน

เพราะคุณปู่มอร์ริโคเน่ ก็เพิ่งได้รับชัยชนะหนแรกบนเวทีนี้เช่นกัน

แถมยังใช้เวลารอคอยยาวนานกว่าดิคาปริโอหลายเท่า