ข่าวบันเทิง

รู้ไหม? “ผู้ออกแบบงานสร้างบุพเพสันนิวาส” เคยร่วม “ออกแบบงานสร้าง” ให้หนัง “ทวิภพ” มาก่อน!

เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา สำนักข่าวออนไลน์ “เดอะ สแตนดาร์ด” เป็นผู้จุดกระแสรำลึกวาระครบรอบ 14 ปี ของภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ทวิภพ” ฉบับ “สุรพงษ์ พินิจค้า” ในบริบทที่ละครโทรทัศน์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ของช่อง 3 กำลังฮิตระเบิดทั่วบ้านทั่วเมือง

หลายคนเห็นว่าภาพยนตร์และละคร (นิยาย) คู่นี้ มีความสอดคล้องคล้ายคลึงกันหลายประการ อาทิ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่พลัดหลงเข้าไปในอดีต อันเป็นยุคที่อยุธยา/กรุงเทพฯ ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงทางภูมิปัญญา-การเมืองระหว่างประเทศ และต้องพยายามปรับประสานต่อรองกับ “ตะวันตก” เหมือนกัน

นอกจากนี้ มณีจันทร์และเกศสุรางค์ แห่งทวิภพและบุพเพสันนิวาส ยังโชคดีได้ไปใช้ชีวิตท่ามกลางขุนนางชนชั้นนำรายสำคัญๆ แห่งยุคสมัยเหล่านั้นคล้ายกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์ “ทวิภพ” เวอร์ชั่นสุรพงษ์ และละครโทรทัศน์ “บุพเพสันนิวาส” พยายามเชื่อมโยงหนัง-ละครสองเรื่องนี้เข้าหากัน ก็คือ การออกแบบงานสร้างที่อยู่ในมาตรฐาน “ดี”

เข้าเฝ้า บุพเพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อละคร “บุพเพสันนิวาส” ตอนที่แพร่ภาพในคืนวันที่ 28 มีนาคม 2561 นำเสนอฉากสมเด็จพระนารายณ์ทรงโน้มกายรับพระราชสาสน์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จากเชอวาเลีย เดอ โชมองต์ ราชทูตฝรั่งเศส

ซึ่งคงทำให้คนดูจำนวนไม่น้อย ย้อนนึกถึงงานเนี้ยบๆ ในทวิภพ เช่น ฉากที่เซอร์จอห์น เบาว์ริง เข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 4

เข้าเฝ้า ทวิภพ

ล่าสุด บล็อกคนมองหนังตรวจสอบพบข้อมูลที่ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า “การออกแบบงานสร้าง” ของ “ทวิภพ” (2547) กับ “บุพเพสันนิวาส” (2561) นั้นมี “จุดร่วมกัน” เกินกว่าที่หลายคนคาดคิด?

ศักดิ์ศิริ จันทรังสี

กล่าวคือ แม้เมื่อแรกตรวจสอบดูเครดิตทีมงานผู้สร้างหลักๆ ของหนัง “ทวิภพ” เราจะพบเพียงชื่อของ “ศักดิ์ศิริ จันทรังสี” เป็นผู้ “ออกแบบงานสร้าง” (Production Designer) ทว่าหลังจากนั้น จะมีการระบุตามมาว่าหนังมีผู้ “ออกแบบงานสร้างฝ่ายไทย” (Thai Production Designer) เพิ่มอีกหนึ่งราย คือ “ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน์”

เครดิต ประเสริฐ ทวิภพ

น่าสนใจว่า หากใครได้ดู “บุพเพสันนิวาส” และนั่งพิจารณารายชื่อทีมงานผู้สร้างโดยละเอียด เราก็จะพบว่าผู้ควบคุมงาน “โปรดักชั่น ดีไซน์” (ผู้ออกแบบงานสร้าง) ของละครเรื่องนี้ คือ “ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน์” เช่นเดียวกัน

เครดิต ประเสริฐ บุพเพสันนิวาส

ประเสริฐจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เคยมีผลงานด้านศิลปกรรม-ออกแบบงานสร้างให้แก่หนังละครย้อนยุคหลายเรื่องมาต่อเนื่องยาวนาน เช่น สุริโยไท ตำนานสมเด็จพระนเรศวร บางระจัน และกำไลมาศ (ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Kwankhaow Gtk)

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่งานสร้างของ “บุพเพสันนิวาส” จะมีรายละเอียดน่าสนใจ และชวนให้นึกถึง “ทวิภพ” ฉบับสุรพงษ์ แม้จะมีสเกลเล็กกว่าพอสมควร

เนื่องเพราะ “ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน์” คือผู้มีส่วนรับผิดชอบสำคัญในกระบวนการออกแบบงานสร้างของหนัง-ละครคู่นี้นั่นเอง

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก Kwankhaow Gtk ที่ทำให้ข้อมูลเรื่องคุณประเสริฐเป็น “ผู้ออกแบบงานสร้าง” ของ “บุพเพสันนิวาส” ถูกเผยแพร่ในวงกว้างผ่านโซเชียลมีเดีย และ ดร.ไกรวุฒิ จุลพงศธร ที่ชี้แนะให้เห็นว่าคุณประเสริฐเคยทำงานด้านเดียวกัน ในกองถ่ายภาพยนตร์ “ทวิภพ” มาก่อน

Advertisements
คนมองหนัง

“บุพเพสันนิวาส-ศรีอโยธยา” ละคร 2 เรื่อง ที่มีปฏิสัมพันธ์กับ “อดีต” คนละแบบ

หมายเหตุ ทีแรกเมื่อ 1-2 สัปดาห์ก่อน กะจะเขียนถึงภาพรวมของ “ศรีอโยธยา” ซีซั่นแรก หลังละครเพิ่งปิดฉากลง แต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา กระทั่ง “บุพเพสันนิวาส” จากทางฝั่งช่อง 3 เริ่มสร้างกระแสโด่งดังสนั่นจอไปทั่วประเทศพอดี จึงตัดสินใจเขียนถึงละครสองเรื่องนี้พร้อมๆ กันเสียเลยในคราวเดียว

อดีตที่สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน กับ ปัจจุบันที่ตัดตอนย้อนกลับไปยังอดีต

ข้อแรกสุด คือ เมื่อมองเผินๆ “ศรีอโยธยา” ของ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือหม่อมน้อย และ “บุพเพสันนิวาส” ของภวัต พนังคศิริ (เคยกำกับภาพยนตร์ที่มีมาตรฐานใช้ได้เลยอย่าง “นาคปรก”) เหมือนจะมีเนื้อเรื่องคล้ายๆ กัน โดยต่างพูดถึงตัวละครยุคปัจจุบันที่ย้อนอดีตกลับไปยังเหตุการณ์ (อิง) ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา

ทว่า หากดูละครละเอียดๆ แล้ว เราจะพบว่าทั้งสองเรื่องมีปฏิสัมพันธ์กับ “อดีต” ต่างกันอย่างสำคัญ

“ศรีอโยธยา” นั้นพูดถึงความเชื่อมโยงสืบเนื่องทางอารยธรรม-ภูมิปัญญา-คุณค่า ที่ตกทอดจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน โดยไม่ขาดตอน

ขณะที่ “บุพเพสันนิวาส” พูดถึงการเดินทางย้อนกลับไปยังอดีตอย่างฉับพลัน ทันที และตัดตอน จนนำไปสู่สายสัมพันธ์อันแปลกแยกระหว่างยุคสมัย (แต่แน่นอน ย่อมเข้าใจและปรับประสานเข้าหากันได้ในท้ายสุด)

ความต่อเนื่องเชื่อมโยงจาก “อดีต” สู่ “ปัจจุบัน” ใน “ศรีอโยธยา”

ท่ามกลางความยืดเยื้อ การสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์อดีตกับปัจจุบันที่มีความคืบหน้าน้อยมาก และองค์ประกอบที่แลดูแปลกๆ ตลกๆ (ในทางที่ค่อนข้างแย่) และความไม่สนุก-ไม่น่าติดตามนานัปการ

จุดน่าสนใจ ซึ่งอาจเป็นประเด็นหลักที่หม่อมน้อยต้องการนำเสนอใน “ศรีอโยธยา” ก็คือ “ความต่อเนื่องเชื่อมโยง” หรือการสืบทอดส่งมอบคุณค่า-อารยธรรม-วัฒนธรรม-ศิลปกรรม (อันสูงส่ง) ฯลฯ (ลองฟังเพลงประกอบละครดู) โดยไม่ขาดสาย ไม่ขาดตอน จากอดีตมาสู่ปัจจุบัน

ผ่านพล็อตหลักๆ ว่าด้วยการมีชีวิตคงอยู่ข้ามกาลเวลา (ภายในพื้นที่เฉพาะอันศักดิ์สิทธิ์) ของลูกหลานเจ้าพระยาพิชัยฯ อย่าง “บุษบาบรรณ” “คุณทองหยิบ” และเหล่าบริวาร (ได้รับอิทธิพลจากนิยาย “เรือนมยุรา” มาอย่างเด่นชัด) และการกลับชาติมาเกิดของเจ้าฟ้า-เจ้านายทรงกรมหลายพระองค์ (ตลอดจนขุนนางใกล้ชิด) ในยุคปัจจุบัน

โดยส่วนตัว ฉากหนึ่งของช่วงปลายซีซั่นแรก ซึ่งอธิบายแนวคิดข้างต้นได้น่าสนใจมากๆ (แม้หลายคนจะเห็นว่ามันมีรายละเอียดหลายประการที่ตลกและผิดพลาด) คือ ฉากที่เจ้าฟ้าสุทัศ/วายุ เจอดวงพระวิญญาณพระเจ้าเสือ แล้วพระเจ้าเสือก็พาเจ้าฟ้าสุทัศ (วายุ) ไปล่องเรือตามลำน้ำ เพื่อผ่านพบกับพระมหากษัตริย์รัชกาลต่างๆ ในราชวงศ์บ้านพลูหลวง

ต่อมา เมื่อเจ้าฟ้าสุทัศไปเข้าเฝ้าฯ พระภิกษุพระเจ้าอุทุมพร ขุนหลวงหาวัดก็ตรัสว่าพระเจ้าเสือเคยเสด็จฯ มาพบพระองค์ ในลักษณะนี้เช่นกัน

การย้อนอดีต/การแทนที่โดยฉับพลันแบบ “บุพเพสันนิวาส”

ต่างจาก “ศรีอโยธยา” ละครทีวีเรื่องดังแห่งปีอย่าง “บุพเพสันนิวาส” กลับดำเนินเรื่องโดยการนำตัวละครจากยุคปัจจุบัน เดินทางย้อนเวลากลับไปยังอดีต เพื่อฉายภาพให้เห็นกระบวนการปะทะกันระหว่างความแปลกแยกแตกต่างของยุคสมัย โดยมีศูนย์กลางการปะทะสังสรรค์อยู่ที่ตัวละคร “การะเกด/เกศสุรางค์” (ตัวอย่างมีให้เห็นเต็มไปหมด ผ่านคลิปสั้นๆ หรือมีมต่างๆ ที่แชร์กันในโซเชียลมีเดีย)

นอกจากนี้ การย้อนเวลากลับไปยังอดีตของตัวละครนำในละครเรื่องนี้ ยังเป็นการ “แทนที่โดยฉับพลัน” ของตัวละครต่างยุคต่างอุปนิสัยสองราย คือ ตัวละครคนหนึ่งตายลงในโลกปัจจุบัน แล้ววิญญาณก็ล่องลอยเข้าไปสิงร่างตัวละครอีกคนที่เสียชีวิตลงในอดีต

ดังที่บอกไป (และดังที่ได้รับชมกันอยู่ในละคร) “การแทนที่โดยฉับพลัน” เช่นนี้ ย่อมนำไปสู่การปะทะ/เทียบเคียง/วางชน (ในลักษณะ “ตัดตอน” ช่วงเวลา) ระหว่างคุณค่า-รสนิยม-วัฒนธรรมต่างชุดต่างประเภท (อย่างน้อย ก็ “ณ เบื้องต้น”) จนก่อให้เกิดอาการประหลาดใจแก่ตัวละครนำและคนดูหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มิใช่ความสืบเนื่องเชื่อมโยงที่ส่งต่อกันมาอย่างราบรื่นเรื่อยเรียงเป็นวิถีปกติ ซึ่งปรากฏใน “ศรีอโยธยา”

ความแตกต่างนำไปสู่อะไร?

จากการประเมินส่วนตัว ผมรู้สึกว่า “การย้อนอดีตแบบแทนที่โดยฉับพลัน” ใน “บุพเพสันนิวาส” นั้นแสดงให้เห็นถึง “ความไม่ต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์” เมื่อไม่ต่อเนื่อง ก็นำไปสู่ “ช่องว่าง” ของความไม่รู้และความผิดแผกแตกต่าง ก่อนจะลงเอยด้วย “การเล่นสนุก” กับ “ช่องว่าง” แห่งความไม่รู้ หรือ “ช่องว่าง” ระหว่างค่านิยมที่ต่างกันเหล่านั้น

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขอื่นๆ เข้ามาหนุนส่ง “การเล่นสนุก” ข้างต้นด้วยเช่นกัน

เพราะต้องยอมรับว่า “การเล่นสนุก” ทำนองนี้ สามารถเกิดขึ้นมาได้ด้วยสถานภาพ/ตำแหน่งแห่งที่บางประเภทของตัวละครนำ ถ้าตัวละครเอกของ “บุพเพสันนิวาส” ถูกกำหนดให้มีสถานภาพเป็นเจ้านายชั้นสูงหรือขุนนางที่รับใช้เจ้านายอย่างใกล้ชิด (เหมือนบรรดาตัวละครนำของ “ศรีอโยธยา”) เธอก็คงไม่สามารถ “เล่นสนุก” หรือ “สร้างอารมณ์ขัน” ได้อย่างที่เป็นอยู่

หรือจะว่าไปแล้ว การนำเสนอภาพของการปะทะกันระหว่างยุคสมัย ก็ไม่ได้เกิดใน “บุพเพสันนิวาส” เป็นเรื่องแรก แต่พอละครเรื่องนี้เลือกจะแนะนำตัวหรือทำความรู้จักมักคุ้นกับผู้ชม ด้วยเหตุการณ์ปะทะสังสรรค์/ความแปลกแยกในวิถีชีวิตประจำวัน (ตั้งแต่เรื่องส้วม, อาหารการกิน, ไปจนถึงผายปอด ฯลฯ) ไม่ใช่เรื่องหนักๆ ในประเด็นประวัติศาสตร์การเมือง

“การเล่นสนุก” กับยุคสมัย จึงถูกนำเสนอออกมาได้อย่าง “สนุกสนาน” จริงๆ

ตรงข้ามกับกรณีของ “ศรีอโยธยา”

การขับเน้นไปที่ภาวะสืบเนื่องเชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันในทางประวัติศาสตร์ กลับยิ่งส่งผลให้ประวัติศาสตร์กลายสภาพเป็นภูมิปัญญา-ความศักดิ์สิทธิ์ ที่ยิ่งใหญ่ ไพศาล ตระการตา ซับซ้อน ยากเข้าถึง หรือ “เล่นสนุก” ด้วยไม่ง่ายนัก

ขณะเดียวกัน ผู้สร้างก็ดูเหมือนจะตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่าภูมิปัญญาหรือมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดสืบสานกันมาอย่างยาวนาน นั้นไม่มีความแปลกแยกใดๆ เลยกับปัจจุบัน เห็นได้จากการที่ “พิมาน/พระพิมานสถานมงคล” ไม่มีอาการแปลกประหลาดใจหรือทำตัวผิดที่ผิดทางสักเท่าไหร่นัก เมื่อระลึกอดีตชาติของตนเองได้ เช่นเดียวกับตัวละครที่กลับชาติมาเกิดรายอื่นๆ (แต่พวกเขาอาจจะมีอาการซาบซึ้ง ปีติใจ ให้เห็น)

(ฉากที่อาจารย์พวงแก้ว คุณน้าของพิมาน -ชาติที่แล้ว คือ กรมขุนวิมลภักดี- แซววายุ -เจ้าฟ้าสุทัศ ในอดีตชาติ- ว่า “โถ่! น่าสงสาร องค์เจ้าฟ้าสุทัศ” นั้นก็แสดงให้เห็นถึงภาวะปะปนกันของอดีตกับปัจจุบัน อาจารย์จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงเจรจากับเพื่อนรุ่นน้องของหลานชาย ประหนึ่งพระมารดากำลังสนทนากับพระราชโอรสในอดีตชาติ)

(คลิกชมนาทีที่ 13.51-13.55 ของคลิปนี้)

ด้วยเหตุนี้ ตัวละครนำในยุคปัจจุบันของ “ศรีอโยธยา” จึงล้วนเผชิญหน้ากับ “อดีต” โดยตระหนักรู้ถึงภาวะเหลื่อมซ้อนของมิติเวลา ตระหนักรู้ถึงพันธะความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ และต่างใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับภาวะดังกล่าวในฐานะ “สัจจะ” ประการหนึ่ง อย่างมิผิดแผกแปลกแยก

ปัญหา คือ พอเรายิ่งรู้สึกว่าตัวเองรู้อะไรมากเท่าไหร่ พร้อมทั้งรู้สึกว่าสิ่งที่เราหยั่งรู้นั้นยิ่งใหญ่เที่ยงแท้เพียงไร เราก็ยิ่งไม่มีแนวโน้มที่จะเปิด “ช่องว่าง” เพื่อผ่อนคลายตนเองและ “เล่นสนุก” กับองค์ความรู้ที่เราเชื่อว่าเราเข้าถึงโดยสมบูรณ์แล้ว

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าหม่อมน้อยจะไม่พยายาม “เล่นสนุก” เอาเลย

อย่างน้อยการดำรงอยู่ของ “พระกำนัลนารี (สังข์)” ก็น่าจะสื่อถึงอารมณ์อยาก “สนุก” ของผู้กำกับท่านนี้มากพอสมควร เพียงแต่คนดูจะรู้สึกสนุกสนานขำขันกับตัวละครรายนี้หรือไม่? ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

พระกำนัลนารี

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัว “อุทัยเทวี ช่อง 3” อย่างเป็นทางการ!

หลังจากมีข่าวเรื่องการจัดสร้าง-ถ่ายทำมานานพอสมควร “อุทัยเทวี” ฉบับช่อง 3 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวและเข้าพิธีบวงสรวงอย่างเป็นทางการ

ละครเรื่องนี้อำนวยการผลิตโดย “สุรางค์ เปรมปรีดิ์” และทีมงานจันทร์ 25 มี “อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร” เป็นผู้กำกับ

นอกจากนี้ ยังได้นักแสดงฝีมือดีที่เคยผ่านงานกับค่ายสามเศียรทางช่อง 7 มาร่วมงาน ทั้ง “มาฬิศร์ เชยโสภณ” และ “น้ำทิพย์ เสียมทอง” (ที่เพิ่งรับบทเป็นเสด็จแม่ใน “เทพสามฤดู 2560”)

ทางผู้สร้างระบุว่าละครเรื่องนี้ ไม่ใช่ละครจักรๆ วงศ์ๆ หรือละครพื้นบ้าน แต่เป็น “ละครแฟนตาซีแบบไทยๆ” ซึ่งก็คงต้องจับตาดูกันเมื่อละครแพร่ภาพว่า แฟนตาซีแบบไทยๆ นั้นจะแตกต่างจากจักรๆ วงศ์ๆ อย่างไร? แค่ไหน?

อย่างไรก็ดี เท่าที่ชมทีเซอร์ซึ่งปล่อยออกมาแล้ว “อุทัยเทวี 2561” ของช่อง 3 นับเป็นผลงานที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

เปิดตัว “พระสังข์-นางรจนา-เจ้าเงาะป่า” ใน “สังข์ทอง 2561”

แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์แล้วว่า หลังจาก “เทพสามฤดู 2560” อวสานลงในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561

ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่จากค่ายสามเศียรที่จะลงจอช่อง 7 ต่อทันที ในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 ก็คือ “สังข์ทอง”

ผู้ที่จะมารับบท “พระสังข์” ในฉบับนี้ คือ “ม่อน สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์” (ผลงานล่าสุด อุทัยเทวี) ส่วน “นางรจนา” เวอร์ชั่นนี้ คือ “ปูเป้ เกศรินทร์ น้อยผึ้ง” (ผลงานล่าสุด ได้แก่ การรับบทเป็นเพชรราชกุมาร ในสี่ยอดกุมาร) ขณะที่ “เจ้าเงาะ” จะสวมบทโดย “ปอนด์ โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์” นักแสดงสารพัดประโยชน์เจ้าประจำในช่วงหลายปีหลังของค่ายสามเศียร (ผลงานล่าสุด คือ การรับบทเป็นท้าวคันธมาศ พ่อของสุวรรณอัมพร-อัปษรสวรรค์ ในเทพสามฤดู)

คลิกอ่าน เปิดตัว “หกพระพี่นาง” แห่ง “สังข์ทอง 2561”

คลิกอ่าน เปิดตัว “หกเขย” ที่หลากหลายทั้ง “ชาติพันธุ์” และ “เพศสภาพ” ใน “สังข์ทอง 2561”

คลิกอ่าน ดาราจักรๆ วงศ์ๆ มาจากไหน?: วิเคราะห์นักแสดง “3 กลุ่มหลัก” ของค่ายสามเศียร

“สังข์ทอง” ฉบับล่าสุด ยังคงกำกับโดย “ภิพัชพนธ์ อภิวรสิทธิ์” (หนำเลี้ยบ) และเขียนบทโดย “ภาวิต” (รัมภา ภิรมย์ภักดี)

ก่อนหน้านี้ ดาราวิดีโอ/ดีด้า/สามเศียร เคยสร้าง “สังข์ทอง” มาแล้วสองหน

หนแรกใน พ.ศ.2524 (สมัยยังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มม.) หนต่อมาใน พ.ศ.2550-51 ซึ่งออกอากาศยาวนานหนึ่งปีเต็ม นับจากวันที่ 29 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2551

สังข์ทอง 43

ขณะที่ค่ายเมืองละครของช่อง 3 ก็เคยผลิต “สังข์ทอง” ออกมาเหมือนกัน เมื่อ พ.ศ.2543

เท่ากับว่าจาก พ.ศ.2524 ถึงปัจจุบัน “สังข์ทอง” ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์จักรๆ วงศ์ๆ สี่ครั้งในรอบ 37 ปี (โดยมีระยะห่างระหว่างเวอร์ชั่น คือ 19 ปี, 7 ปี และ 10 ปีตามลำดับ)

คลิกอ่าน “เจ้าเงาะกล้ามสวย 2561”: เมื่อ “ตัวตลกบ้าใบ้” ขอแสดงบทบาท “พระเอกรูป (ร่าง) งาม”

คลิกอ่าน พ่อ “รจนา” ชื่อ “ท้าวสามนต์” ไม่ใช่ “ท้าวสามล”!

คลิกอ่าน “สังข์ทอง” พิชิตเรตติ้ง 7.0-MV ฮิต “รจนาร่ำไห้”-เส้นทางสายบันเทิงของ “พระธิดาปัทมา”

หมายเหตุ ติดตามอ่านเกร็ด-ข้อมูล-ความรู้เกี่ยวกับละครพื้นบ้าน จักรๆ วงศ์ๆ เพิ่มเติม ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” 2ตอนแรก, รู้ไหม? ใครคือ “เจ้างั่ง” ปี30, ภาพใหม่ๆ ของ “อุทัยเทวี” ช่อง3

“เทพสามฤดู” ประเดิมไม่เลว คว้าเรตติ้งสองตอนแรก 5.7

เปิดเผยออกมาแล้ว สำหรับตัวเลขเรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ “เทพสามฤดู” 2560 ที่เริ่มประเดิมออกอากาศในวันที่ 1-2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่าทั้งสองตอนได้เรตติ้งเท่ากันที่ 5.7

เทพสามฤดู เรตติ้งสองตอนแรก

นับว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับละครที่เพิ่งออนแอร์สองตอนแรก

ต้องจับดูกันว่าเมื่อละครตอนต่อๆ ไป ค่อยๆ ขยายเรื่องราวให้เข้มข้นขึ้น พร้อมกับการเพิ่มเติมตัวละครสมทบอีกมากหน้าหลายตา เรตติ้งของละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้จะพุ่งทะยานไปถึงระดับไหน?

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม samsearn

เปิดภาพใหม่ๆ ของ “อุทัยเทวี” ช่อง 3

อินสตาแกรม penputtv ยังคงปล่อยภาพ-คลิปเรียกน้ำย่อยของ “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นช่อง 3 ออกมาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ

อุทัยเทวี พระเอกนางเอก ช่อง3

ซึ่งโทนภาพโดยรวมก็สอดคล้องกับกระแสข่าวที่ระบุว่าละครเวอร์ชั่นนี้จะเป็น “ละครแนวแฟนตาซี” มากกว่า “ละครจักรๆ วงศ์ๆ แบบดั้งเดิม”

ต้องมาพิสูจน์กันว่า “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นนี้จะถูกตีความ-นำเสนอออกมาอย่างไร? และจะโดนใจผู้ชมขนาดไหน?

แต่เบื้องต้นคงต้องรอวันแพร่ภาพที่แน่นอนก่อนเป็นลำดับแรกสุด

รู้ไหม? ใครรับบท “เจ้างั่ง กระหังป่า” เมื่อปี 2530

หนึ่งในตัวละครสมทบที่โดดเด่นของ “เทพสามฤดู” ทุกเวอร์ชั่น ก็คือ “เจ้างั่ง กระหังป่า”

โดยในเวอร์ชั่นล่าสุด ตัวละครรายนี้ถูกสวมบทบาทโดย “ทับ ท่ากระดาน”

ขณะที่ย้อนไปในเวอร์ชั่นปี 2546 “ภิภัชพนธ์ อภิวรสิทธิ์” หรือ “หนำเลี้ยบ” (ขณะนั้น น่าจะใช้ชื่อว่า “คูณฉกาจ วรสิทธิ์”) ก็โด่งดังแบบสุดๆ จากการควบบทบาทผีกระหังจอมกวนและผู้กำกับละครฉบับดังกล่าว

น่าสนใจว่าเมื่อย้อนไปในปี 2530 ผู้ที่มารับบทเจ้างั่ง ก็คือ “ถั่วแระ เชิญยิ้ม” ดาวตลกดัง ซึ่งตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ตอนนั้น “ถั่วแระ” น่าจะยังใช้ชื่อในวงการว่า “ปาน บิ๊กโจ๊ก”

งั่ง 30

 

ข่าวบันเทิง

ช่อง 7 กำลังเปิดตัว “เทพสามฤดู” ส่วนช่อง 3 เตรียมลงแข่งด้วย “อุทัยเทวี” อีกหนึ่งเวอร์ชั่น!

กำลังจะได้ฤกษ์ลาจอช่อง 7 สำหรับ “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ผลิตโดยสามเศียร

ทั้งนี้ ดีด้า-สามเศียรได้เริ่มยิงภาพโปรโมทละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใหม่ ที่จะเข้าคิวฉายเป็นลำดับถัดไปออกมาอย่างต่อเนื่อง

เทพสามฤดูผู้ใหญ่

ละครดังกล่าวก็คือ “เทพสามฤดู 2560”

สำหรับคอละครจักรๆ วงศ์ๆ นอกจาก “เทพสามฤดู” ฉบับนี้ จะมีการเปิดตัวดารานำหน้าใหม่ผสานกับดาราระดับครีมๆ ของละครพื้นบ้านยุคปัจจุบันแล้ว

“เทพสามฤดู 2560” ยังเป็นการรีเทิร์นกลับมาเขียนบทละครพื้นบ้านอีกหนของ “รัมภา ภิรมย์ภักดี” นักเขียนบทมือวางอันดับต้นๆ ของดาราวิดีโอ-ดีด้า-สามเศียร ภายใต้นามปากกา “พิกุลแก้ว”

หลังจากที่ภารกิจดังกล่าวถูกส่งมอบไปให้ “นันทนา วีระชน” มายาวนานเกือบหนึ่งทศวรรษ

น่าสนใจว่า “เทพสามฤดู 2546” ที่ได้รับความนิยมมากๆ นั้น ก็เป็นผลงานการเขียนบทของ “พิกุลแก้ว” เช่นเดียวกัน

เทพสามฤดู เด็ก

ไม่เพียงแต่สามเศียรของทางฝั่งช่อง 7 จะเปิดตัว “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุดอย่างคึกคัก

แต่ข่าวน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน คือ ทางช่อง 3 ก็กำลังจะกลับมาท้าแข่งในสนามละครประเภทนี้อีกหน

หลังจากความพยายามระลอกล่าสุดโดยค่าย “เมืองละคร” ของ “เศรษฐา ศิระฉายา” เมื่อหลายปีก่อน ไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้ในเกมการแข่งขันระยะยาวได้

ล่าสุด อินสตาแกรม penputtv ได้เผยแพร่ภาพนิ่งโปรโมทละคร “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นช่อง 3

อุทัยเทวีช่อง 3

พร้อมทั้งระบุว่าละครเรื่องนี้เปิดกล้องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 และได้ปิดกล้องเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนการทำซีจี และต้องรอบทสรุปจากทางช่องว่าจะให้ออกอากาศช่วงเวลาไหน

ทั้งนี้ ในภาพนิ่งดังกล่าวได้ประชาสัมพันธ์ว่า “อุทัยเทวี 2560 เวอร์ชั่นช่อง 3” จะเผยแพร่ทางช่อง 3 HD

เมื่อตรวจสอบข้อมูลของ “เพ็ญพุธ ทีวี” พบว่าค่ายนี้กำลังมีผลงานการสร้างละครเรื่อง “ข้ามสีทันดร” ให้กับช่อง 3 เช่นกัน

โดยเป็นค่ายละครของ “คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์” อดีตผู้บริหารคนหนึ่งของช่อง 7

สำหรับความนิยมที่มีต่อ “อุทัยเทวี” เวอร์ชั่นช่อง 7 นั้น อินสตาแกรมของสามเศียร เพิ่งเปิดเผยข้อมูลว่า เรตติ้งของละครประจำวันที่ 3 และ 4 มิถุนายน 2560 อยู่ที่ 6.2 และ 6.5 ตามลำดับ

เรตติ้งอุทัยเทวีช่อง 7

ข่าวบันเทิง

เปิดเรตติ้งทีวี ปลายสิงหาฯ-ต้นกันยาฯ “สี่ยอดกุมาร” ยังทะลุหลัก 7

เอจีบี นีลเซ่น เปิดข้อมูลเรตติ้งของช่องฟรีทีวีเดิมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน ออกมาแล้ว ผ่านทางเว็บไซต์

โดยระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคม รายการที่ได้เรตติ้งมากสุด คือ “ลูกไม้ไกลต้น” ละครหลังข่าวของช่อง 7 ซึ่งในวันอังคารที่ 23 ส.ค. ได้เรตติ้งไป 9.627

ถัดมา คือละครหลังข่าวเสาร์-อาทิตย์ จากวิกเจ็ดสีเช่นกัน อย่าง “ข้ามาคนเดียว” ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค. คว้าเรตติ้ง 8.024 ไปครอง

อันดับสามของช่อง 7 และประเทศ ก็คือ ละครจักรๆ วงศ์ๆ “สี่ยอดกุมาร” โดยในวันอาทิตย์ที่ 28 ละครเรื่องนี้ได้เรตติ้งไป 7.739

หันไปดูเบอร์หนึ่งของช่อง 3 อย่าง “เพลิงนรี” ปรากฏว่าตอนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของสัปดาห์ดังกล่าว คว้าเรตติ้งไป 6.237

ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 4 กันยายน “ลูกไม้ไกลต้น” ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งประเทศ ด้วยเรตติ้งสูงลิ่ว 11.095 ในวันจันทร์ที่ 29 ส.ค.

เช่นเดียวกับเบอร์สองที่ยังคงเป็น “ข้ามาคนเดียว” ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย. ได้เรตติ้งไป 8.145 ส่วนวันศุกร์ที่ 2 ก.ย. คว้าเรตติ้งไป 7.335

ส่วน “สี่ยอดกุมาร” ยังครอบตำแหน่งที่สามเหมือนเดิม แม้เรตติ้งในวันเสาร์ที่ 3 ก.ย. จะหล่นไปที่ 6.988 ต่ำกว่าหลัก 7 เล็กน้อย

แต่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ช่วงเช้าเสาร์อาทิตย์เรื่องนี้ ก็ยังมีระดับเรตติ้งเหนือกว่าแชมป์ของช่อง 3 คือ “เพลงนรี” ซึ่งในสัปดาห์เดียวกัน ได้เรตติ้งสูงสุดที่ตัวเลข 6.058

ระหว่างวันที่ 5-11 กันยายน เป็นสัปดาห์ที่เรตติ้งเฉลี่ยของช่อง 7 มีมาตรฐานสูงมาก

โดยแชมป์ประจำสัปดาห์ตกเป็นของรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ที่ได้เรตติ้งไป 13.209

หลัง “ลูกไม้ไกลต้น” ลาจอไป “ข้ามาคนเดียว” ก็กลายเป็นละครเรตติ้งสูงสุดของประเทศ โดยในวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ย. ละครเรื่องนี้คว้าเรตติ้งไป 8.366 ขณะที่ตอนซึ่งออกอากาศในวันศุกร์ก็ได้เรตติ้งระดับ 7 กว่าๆ

นอกจากนี้ ละครหลังข่าวอย่าง “กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ” และ “บัลลังก์หงส์” ก็คว้าเรตติ้งไปน่าดูชม โดยเรื่องแรกได้ไป 7.663 ในวันพุธที่ 7 ก.ย. ส่วนเรื่องหลังได้ไป 7.379 ในวันจันทร์ที่ 5 ก.ย.

ส่งผลให้ “สี่ยอดกุมาร” ที่กลับมาคว้าเรตติ้งเกินหลัก 7 ที่ 7.031 ต้องตกลงไปเป็นอันดับ 7 ของช่องเลยทีเดียว

ส่วนทางด้านช่อง 3 เบอร์หนึ่งของสถานียังได้แก่ “เพลงนรี” ซึ่งมีเรตติ้ง 6.108

ข่าวบันเทิง

รู้ไหม “แก้วหน้าม้า ตอนอวสาน” ได้เรตติ้งเท่าไหร่???

เว็บไซต์เอจีบีนีลเซ่นเผยแพร่ผลการสำรวจเรตติ้งผู้ชมโทรทัศน์ของกลุ่มช่องฟรีทีวีเดิม ประจำวันที่ 14-20 มีนาคม 2559

ตัวเลขน่าสนใจ คือ ละครจักรๆ วงศ์ๆ “แก้วหน้าม้า” ตอนอวสาน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ได้เรตติ้งไป 8.816

ถือว่าสูงกว่าเรตติ้งตอนอวสานของละครหลังข่าว “กำไลมาศ” ทางช่อง 3 ที่ออกอากาศในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งมีตัวเลขความนิยมอยู่ที่ 8.409

อย่างไรก็ตาม “แก้วหน้าม้า” ตอนจบ ยังมีเรตติ้งน้อยกว่าละครหลังข่าว “สารวัตรเถื่อน” ทางช่อง 7 ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา โกยเรตติ้งไปถึง 9.840

นอกจากนี้ เรตติ้งในตอนจบของ “แก้วหน้าม้า” ยังไปไม่ถึง “จุดพีก” หลัก 10 ที่ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้เคยทำได้ในช่วงกลางเรื่อง (สมัยที่ท้าวภูวดลฯ ยังเป็นคนตลก, พี่อีโต้วิเศษยังไม่ได้เป็นอำมาตย์ และบรรดายักษ์ยุค pre-ท้าวกาฬราช ยังมิใช่ตัวเลวร้ายอย่างสุดขั้ว)

ติดตามอ่านบทความที่เขียนถึงตอนอวสานของ “แก้วหน้าม้า” โดยคนมองหนัง ได้ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวางแผงวันที่ 25 มีนาคมนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก เอจีบีนีลเซ่น