ข่าวบันเทิง

นักวิชาการด้านหนังเอเชีย ชื่นชม “ฉลาดเกมส์โกง” และ “เพื่อนฉัน…ฝันสลาย”

chris berry

คริส เบอร์รี่ นักวิชาการภาพยนตร์ศึกษา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านหนังเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพยนตร์จีน แห่งคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน สหราชอาณาจักร เพิ่งเขียนบทความถึงหนังที่เขาได้รับชมในเทศกาล ฟาร์ อีสต์ ฟิล์ม เฟสติวัล อูดิเน่ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศอิตาลี เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Senses of Cinema

โดยในบทความดังกล่าว มีเนื้อหาส่วนหนึ่งซึ่งเบอร์รี่กล่าวถึง “ฉลาดเกมส์โกง” และ “เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” (Sad Beauty) หนังไทยสองเรื่องที่เขาได้ดูในเทศกาล

นักวิชาการอาวุโสผู้นี้ชี้ว่าหนังไทยทั้งคู่เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสาน “ตระกูลทางภาพยนตร์” (genre) ที่หลากหลายลงในหนังเรื่องเดียว

bg

โดย “ฉลาดเกมส์โกง” ของนัฐวุฒิ พูนพิริยะ พูดถึงความขัดแย้งทางชนชั้นผ่านปัญหาเรื่องระบบการศึกษา อย่างไรก็ตาม หนังพยายามแบ่งแยก “ความถูก” และ “ความผิด” ออกจากกันอย่างชัดเจน

สำหรับเบอร์รี่ จุดเด่นของหนังเรื่องไทยนี้ คือ การผสมผสานตัวละครและบรรยากาศแบบภาพยนตร์แนว “ไฮสกูล” เข้ากับโครงสร้างเรื่องราวของหนังในตระกูล “โจรกรรม”

ซึ่งนำไปสู่การเร้าอารมณ์ผู้ชมได้ในหลายช่วงตอน

เพื่อนฉัน

ขณะเดียวกัน นักวิชาการแห่งคิงส์ คอลเลจ เขียนถึง “เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” ของบงกช เบญจรงคกุล (คงมาลัย) เอาไว้อย่างน่าสนใจ

กล่าวคือ แม้หนังจะมีฉากหน้าเป็นเหตุการณ์ฆาตกรรมและเรื่องราวแนว “โร้ดมูฟวี่” แต่ระหว่างการดำเนินเรื่องกลับมีลักษณะของภาพยนตร์ตระกูลอื่นๆ สอดแทรกเข้ามาอย่างหลากหลาย

ทั้งแนวทางแบบ “เมดิคัล เมโลดราม่า” เมื่อตัวละครนำหญิงรายหนึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็ง พ่วงด้วยความเป็นหนัง “สยองขวัญ” ยิ่งกว่านั้น วิธีการเล่าเรื่องแบบ “สัจนิยม” ยังผลักดันผู้ชมให้ไปประสบพบเจอกับอารมณ์แตกตื่นชวนเหวอสุดขีด ซึ่งสถานการณ์ทำนองนี้มักไม่ค่อยปรากฏในหนังที่เลือกจะจำกัดตนเองเอาไว้ใน “ตระกูลภาพยนตร์” ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง

คริส เบอร์รี่ ตบท้ายถึงหนังไทยเรื่องหลังว่า ผู้กำกับคือบงกชนั้นเลือกวิธีการที่สุ่มเสี่ยง แต่ผลตอบแทนที่ได้ กลับคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

Advertisements
ข่าวบันเทิง

“ออกแบบ” ประกาศศักดา! คว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่แห่งเอเชีย

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม มีการประกาศผลรางวัลเอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า

ปรากฏว่า “ออกแบบ ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง” นักแสดงนำหญิงจากหนังไทยเรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” สามารถคว้ารางวัลสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ

ออกแบบ ออสการ์เอเชีย
ภาพจากเพจ Asian Film Awards 

และถือเป็นคนไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลประจำปีนี้

ขณะที่ทีมเขียนบทของหนัง “ฉลาดเกมส์โกง” ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, “เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารส” ที่ได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากบท “เชน” ใน “มะลิลา” และ “อนุชา บุญยวรรธนะ” ผู้กำกับหนังเรื่อง “มะลิลา” ที่ได้เข้าชิงรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ต่างพลาดรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย

youth

สำหรับ “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” ของงานประกาศรางวัล “ออสการ์แห่งเอเชีย” ประจำปีนี้ ได้แก่ “Youth” หนังแนวเปลี่ยนผ่านวันวัย (coming-of-age) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวว่าด้วยภาวะผันผวนส่วนบุคคลและในทางการเมืองของคณะระบำประจำกองทัพจีนในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งเป็นผลงานการกำกับชิ้นล่าสุดของเฝิงเสี่ยวกัง

yao-mao-zhuan_poster_goldposter_com_60

อย่างไรก็ดี หนังที่คว้ารางวัลไปมากที่สุดบนเวทีนี้กลับกลายเป็น “The Legend of the Demon Cat” หนังแนวพีเรียดแฟนตาซีของเฉินข่ายเกอ ที่ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องกายยอดเยี่ยม, เทคนิคพิเศษด้านภาพยอดเยี่ยม และออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม

โดยหนังเรื่องนี้กำลังลงโรงฉายในบ้านเราพอดี (แม้จะหาดูยากสักหน่อย)

ข่าวบันเทิง

น่ายินดี! หนังไทย “ฉลาดเกมส์โกง-มะลิลา” ได้เข้าชิงรางวัล “Oscars เอเชีย” เรื่องละสองสาขา

ประกาศออกมาแล้ว สำหรับรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลเอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ที่มีสถานะคล้ายๆ รางวัลออสการ์ของฝั่งเอเชีย

โดยปีนี้ มีหนังไทยสองเรื่องที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล

3-1

เริ่มจาก “ฉลาดเกมส์โกง” ที่ได้เข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ขณะที่ “ออกแบบ ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง” นักแสดงนำหญิงของเรื่อง ได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

ทางด้าน “มะลิลา” ซึ่งมีกำหนดจะเข้าฉายในเมืองไทยช่วงต้นปีนี้ หลังจากตระเวนไปคว้ารางวัลระดับนานาชาติมามากมาย ก็ได้เข้าชิงสองรางวัล โดย “เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ” ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ส่วน “อนุชา บุญยวรรธนะ” ได้เข้าชิงรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

23167824_151997715415127_262313721903501097_n

นอกจากนี้ มีหนังอีกสองเรื่องที่ทางบล็อกคนมองหนังชอบและเชียร์เป็นพิเศษ ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลสำคัญๆ

ได้แก่ภาพยนตร์อินโดนีเซีย “Marlina The Murderer in Four Acts” (ที่มีอโนชา สุวิชากรพงศ์ และวิศรา วิจิตรวาทการ แห่ง Purin Pictures ร่วมเป็นโปรดิวเซอร์) ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลสำคัญถึงสี่สาขา คือ “มาร์ช่า ทิโมธี” นักแสดงนำหญิงของเรื่อง ได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน หนังยังได้เข้าชิงรางวัลทางด้านโปรดักชั่นถึงสามสาขา ประกอบด้วยกำกับภาพยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม และออกแบบเสียงยอดเยี่ยม

MV5BZGJjZDljNDctNzZjNy00YTZhLTkwNmMtNmI4M2JiMzQyMjA4XkEyXkFqcGdeQXVyNjkyMTg1NDM@._V1_

อีกเรื่องคือหนังตลกร้ายไต้หวันอย่าง “The Great Buddha +” ซึ่งนอกจาก “หวง ซินเหยา” ผู้กำกับจะได้เข้าชิงรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแล้ว หนังยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม และออกแบบเสียงยอดเยี่ยม

the-great-buddha

คลิกอ่านบทวิจารณ์ Marlina The Murderer in Four Acts

คลิกอ่านบทวิจารณ์ The Great Buddha +

ข่าวบันเทิง

8 หนังไทยในฟุกุโอกะ และโปรเจ็คท์ของ “นนทรีย์-นนทวัฒน์” ที่ถูกคัดเลือกเข้าตลาดใหญ่ปูซาน

8 หนังไทยที่ฟุกุโอกะ

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโฟกัส ออน เอเชีย ฟุกุโอกะ 2017 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 กันยายนนี้ ได้วางโปรแกรมพิเศษสำหรับภาพยนตร์ไทยโดยเฉพาะ

โปรแกรมดังกล่าวมีชื่อว่า “Thai Films-A Diversity in Charm” (ภาพยนตร์ไทย: ความหลากหลายภายในความมีเสน่ห์) โดยจะมีการจัดฉายหนังไทยถึง 8 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

ฟุกุ รวม

ฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ), ดาวคะนอง (อโนชา สุวิชากรพงศ์), เทริด (เอกชัย ศรีวิชัย และ ภาคภูมิ วงษ์จินดา), ปั๊มน้ำมัน (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์), Mary is Happy, Mary is Happy (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์), เดอะ มาสเตอร์ (นวพล), เปนชู้กับผี (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) และ สันติ-วีณา (ครูมารุต หรือ ทวี ณ บางช้าง)

ที่มา http://www.focus-on-asia.com/lineup_en/

2 โปรเจ็คท์หนังไทย ในตลาดเอพีเอ็ม เทศกาลปูซาน

เดอะ เอเชี่ยน โปรเจ็คท์ มาร์เก็ต (เอพีเอ็ม) คือ กิจกรรมส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

โดยทางผู้จัดงานจะคัดเลือกโปรเจ็คท์ภาพยนตร์เอเชียที่น่าสนใจให้เข้ามาร่วมในกิจกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นตลาดหรือแหล่งพบปะทางธุรกิจระหว่างคนทำหนังกับผู้ลงทุนหรือผู้สร้างภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

ปีนี้ กิจกรรมเอพีเอ็มครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม ในช่วงเทศกาลภาพยนตร์ปูซานครั้งที่ 22 โดยมีโครงการภาพยนตร์ทั่วเอเชียส่งใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 317 เรื่อง ปรากฏว่ามีโปรเจ็คท์ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน 28 เรื่อง

ในรายชื่อดังกล่าว มีโครงการของนักทำหนังชาวไทยอยู่สองเรื่อง ได้แก่ “ดอย บอย” โครงการภาพยนตร์ของนนทวัฒน์ นำเบญจพล และ “ฟรานซิส จิตร ออฟ สยาม” โดย นนทรีย์ นิมิบุตร

doiboy
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Nontawat Numbenchapol

วอยซ์ทีวี รายงานว่า “ดอย บอย” โปรเจ็คท์ภาพยนตร์ล่าสุดของนนทวัฒน์ ที่เพิ่งมีหนังเรื่อง “#BKKY” เข้าฉายในเมืองไทย จะเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มจากรัฐฉานซึ่งเดินทางเข้ามาทำงานในแวดวงธุรกิจสีเทาที่เชียงใหม่ และก่อนหน้านี้ โครงการดังกล่าวก็เคยได้รับรางวัล “ปูริน อวอร์ด” จากโครงการพัฒนาบทภาพยนตร์สำหรับนักทำหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFIC)

ฟรานซิส จิตร

ขณะที่โปรเจ็คท์หนังใหญ่เรื่องใหม่ของนนทรีย์จะนำเสนอประวัติชีวิตของ “ฟรานซิส จิตร” หรือหลวงอัคนีนฤมิตร (จิตร จิตราคนี) ช่างภาพชาวไทยคนแรกในสมัยรัชกาลที่ 4-5 โดยเรื่องราวเกี่ยวกับร้านถ่ายรูปของเขาเคยปรากฎเป็นฉากเล็กๆ ในภาพยนตร์ “ทวิภพ” ของสุรพงษ์ พินิจค้า มาแล้ว

ฟรานซิส จิตร 2

ที่มา https://asianfilmfestivals.com/2017/08/14/asian-project-market-official-projects-2017/

คนมองหนัง

“ฉลาดเกมส์โกง”: เครื่องรางในห้องสอบ, ข้อสอบชอยส์ในมหา’ลัย และ โหยวตั้นจือ

คงไม่เขียนวิจารณ์เจาะลึกอะไรมากมาย เพราะหลายคนเขียนกันไปหมดแล้ว พร้อมๆ กับการที่รายได้ของหนังทะลุหลักร้อยล้าน

แต่อยากจะเขียนถึง 3 ประเด็นในหนังเรื่องนี้ ที่สัมผัสกับประสบการณ์ส่วนตัวของตนเอง

ข้อแรก

ฉลาดเกมส์โกง ลิน

จะมีฉากเล็กๆ ฉากหนึ่งที่ผมชอบมากๆ คือ ฉากที่ “ลิน” เข้าห้องน้ำก่อนเข้าห้องสอบที่ออสเตรเลีย แล้วทำท่ายกมือไหว้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรบางอย่าง

ซึ่งมันสวนทางกับบุคลิก “เด็กเนิร์ด เด็กเรียน หัวสมัยใหม่” ที่ผ่านมาของเธอพอสมควร

ตรงนี้ ทำให้ผมคิดถึงตัวเองตอนเด็กๆ เหมือนกัน

จำได้ว่าก่อนขึ้นประถมศึกษา ตัวเองเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว แล้วที่บ้านก็ซื้อ “เครื่องราง” ที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จด้านการศึกษา ให้ผม

ผมพกเครื่องรางนั้นเข้าห้องสอบเสมอมา ตั้งแต่ช่วง ป.1-ปี 2 (ไม่นับรวมพระที่ห้อยคออยู่เป็นประจำ)

พร้อมๆ กับเครื่องรางญี่ปุ่น ประมาณ ป.4-5 มีเพื่อนคนหนึ่งนำ “แผ่นผูกดวง” ที่ทำจากทองเหลืองแข็งๆ คมๆ มาให้ผม

จากนั้น ผมเลยพกเครื่องรางญี่ปุ่น+แผ่นผูกดวงเข้าห้องสอบทุกครั้งไป

ผมเคยสอบตกวิชาวิทยาศาสตร์ตอนมิดเทอม ม.3 เทอมหนึ่ง ครั้งหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผม “เชื่อ” ในเครื่องราง-แผ่นผูกดวงที่พกติดตัวเข้าห้องสอบน้อยลง

ผมมาเลิกพกเครื่องราง-ของขลังเข้าห้องสอบเอาเมื่อตอนปี 2 เทอมหนึ่ง

ตอนนั้น ผมลงเรียนกับ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เป็นวิชาแรก และเพราะนักศึกษาในชั้นมีเยอะ แกจึงจัดสอบมิดเทอม โดยนักศึกษาปี 2 (ที่ภาษาอังกฤษพื้นฐานยังไปไม่ค่อยรอดเลยอย่างผม) ต้องอ่านงานของ Thomas Hobbes และ Quentin Skinner ไปสอบ

เล่นเอาบ้าไปเลยครับ แถมในห้องสอบ อ.ธเนศ ยังมาร้องเพลง American Pie กวนนักศึกษาซะอีก 555

การเข้าห้องสอบครั้งนั้น ทำให้ผมตระหนักว่า เฮ้ย! เจออย่างนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ช่วยไม่ไหวว่ะ

นับแต่นั้นมา ผมเลยเลิกนำเครื่องรางและแผ่นผูกดวงเข้าห้องสอบไปโดยปริยาย

ข้อสอง

ฉลาดเกมส์โกง ชอยส์

ข้อนี้ก็เป็นบทสนทนาเล็กๆ ในหนังเช่นกัน นั่นคือประโยคที่ “ลิน” บอกกับ “พัฒน์” และ “เกรซ” ว่า ในมหาวิทยาลัยไม่มีข้อสอบชอยส์แล้วนะ

อันนี้คงจะจริงสำหรับมหาวิทยาลัยเมืองนอก แต่สำหรับมหาวิทยาลัยเมืองไทย (กรณีของผมคือ ธรรมศาสตร์) ผมยังเจอข้อสอบชอยส์จนเกือบเรียนจบเลยนะ

ตอนปี 1 มันจะมีวิชาเรียนรวมของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งใช้ข้อสอบชอยส์ วิชาภาษาอังกฤษตั้งแต่ปี 1 ถึง 3 ก็ใช้ข้อสอบชอยส์แทรกอยู่ตลอด

ขึ้นปี 2 ผมข้ามไปเรียนวิชาหนึ่งที่คณะศิลปศาสตร์ (ซึ่งอีกหลายปีต่อมา -แต่ไม่ใช่ปัจจุบันนี้- กลายเป็นวิชาที่ “ดัง” ทั้งตัวอาจารย์และเนื้อหา) วิชานั้นก็ใช้ข้อสอบชอยส์ และเป็นข้อสอบชอยส์ที่ “โคตรยาก” ที่สุดในชีวิตหนหนึ่งเลย

ข้อสาม

ฉลาดเกมส์โกง แบงค์

ข้อนี้เป็นประเด็นใหญ่ในหนังหน่อยนึง

คือชะตากรรมของ “แบงค์” นี่ทำให้ผมนึกถึง “โหยวตั้นจือ” ใน “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า”

โหยวตั้นจือในแปดเทพฯ คือ ตัวละครที่ “ถูกกระทำ” มาตลอดเรื่อง ทั้งสูญเสียครอบครัว ทั้งโดนครอบหัวเหล็ก (ถูกปฏิบัติด้วยยังกะสัตว์เลี้ยง)

แต่พอมันฟลุ้กจะได้เป็นจอมยุทธชั้นนำ จะได้รักใครอย่างแอคทีฟ มันกลับโดนก่นด่าประณามในฐานะตัวร้ายโง่งม แล้วก็ต้องปิดฉากตัวเองด้วยเหตุโศกนาฏกรรมในท้ายที่สุด

พอเอา “แบงค์” ไปเทียบกับ “โหยวตั้นจือ”

โดยส่วนตัว ผมจึงไม่ค่อยแอนตี้ช่วงท้ายๆ ของ “ฉลาดเกมส์โกง” มากนัก

เพราะการที่ “ลิน” ถีบหัวส่ง “แบงค์” แบบเนียนๆ ดีๆ มีคุณธรรม เพื่อ “ฟอกขาว” ตัวเอง มันยิ่งทำให้ชะตากรรมของ “แบงค์” ทาบทับกับ “โหยวตั้นจือ” ได้แนบสนิทขึ้น

และ “แบงค์” มันคงบ่นว่า ไอ้ห่า! ก็พวกมึงนั่นแหละ ที่รวมหัวกันค่อยๆ เปลี่ยนกูให้กลายมาเป็นคนแบบนี้ แล้วพอกูจะเจริญรุ่งเรืองในระบบเหี้ยๆ ที่พวกมึงเคยประสบความสำเร็จ พวกมึงดันมาถีบหัวส่งกูซะงั้น

กูต้องทำไง ต้องโดดหน้าผาตายเหรอ?