คนมองหนัง

‘จิตร โพธิ์แก้ว’ และงานหนังสั้นมาราธอน

ปีนี้ เป็นปีแรก ที่เทศกาลหนังสั้น ซึ่งจัดโดยมูลนิธิหนังไทย ตัดสินใจงดกิจกรรมฉายหนังสั้นมาราธอนในช่วงก่อนเริ่มต้นเทศกาล (คงเพราะด้วยเหตุผล-ความจำเป็น-ข้อจำกัดบางประการของทางทีมงาน)

ทำให้นึกถึงบทความแปลชิ้นหนึ่งของตัวเองที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2553 ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยความพิเศษและจุดแข็งของงานหนังสั้นมาราธอนในมุมมองของ “คุณจิตร โพธิ์แก้ว” นักดูหนัง ผู้เป็นแฟนประจำของกิจกรรมฉายหนังดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ พยายามค้นหาไฟล์ของบทความชิ้นนี้อยู่นานมาก แต่ก็หาไม่พบ กระทั่งมาเจอเวอร์ชั่นกระดาษของมัน เลยลองสแกนผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ (ได้ผลลัพธ์ที่พออ่านออก แต่อาจจะไม่เนี้ยบนัก) แล้วนำมาเผยแพร่อีกครั้งผ่านบล็อกนี้ ในรูปแบบไฟล์พีดีเอฟครับ

มาร่วมรำลึกถึง “งานหนังสั้นมาราธอน” กันครับ

‘จิตร โพธิ์แก้ว’ และงานหนังสั้นมาราธอน (PDF)

จิตร มาราธอน

 

 

Advertisements
ในน้ำเน่ามีเงาจันทร์

จิตร โพธิ์แก้ว : “บริบท” และ “ปัจจัยสำคัญ 3 ประการ” ของ “วงการหนังสั้นไทย” ในรอบ 15-20 ปี

คำกล่าวแนะนำหนังสั้นในโปรแกรม “ความปรารถนาของคุณจิตร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 โดยจิตร โพธิ์แก้ว

โปรแกรมนี้ก็เป็นเพราะคุณชลิดา (เอื้อบำรุงจิต – รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ และผู้จัดเทศกาลหนังสั้น) ขอให้เลือกหนังที่ผมอยากดูอีกรอบ ก็เลยเลือกหนังที่หายากหน่อย

หนังทั้ง 7 เรื่องในโปรแกรมนี้เป็นหนังที่ผมเคยดูเมื่อประมาณ 15-20 ปีที่แล้ว แล้วก็ชอบมาก แล้วก็มันมีอะไรค้างคาใจ แล้วก็ส่วนใหญ่แล้ว ผู้กำกับหลายคนใน 7 เรื่องนี้ เป็นคนที่ผมไม่รู้จักเลย ผมก็เลยไม่สามารถขอหนังเขามาดูได้อีก

แล้วมันก็เป็นหนังที่ทำก่อนยุคยูทูบด้วย คือผมก็ได้ดูครั้งเดียวเมื่อ 15-20 ปีก่อน แล้วมันก็เหมือนหายสาบสูญไปเลย ผมก็เลยเลือกหนังชุดนี้มา เพราะสองคุณสมบัติสำคัญ

คือว่าเป็นหนังที่ผมชอบมาก แล้วก็มันหายาก แล้วส่วนใหญ่ เพื่อนๆ ซีเนไฟล์ของผมก็ไม่เคยดูหนังกลุ่มนี้เลย ก็เลยเลือกหนังกลุ่มนี้มาครับ

ขอพูดถึงรวมๆ แล้วกันว่าเวลาดูหนังกลุ่มนี้แล้ว ก็ให้คำนึงถึง “บริบทของเวลา” เป็นสำคัญ เพราะว่ามันทำขึ้นเมื่อ 15-20 ปีก่อน เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองจากมุมมองปัจจุบัน แล้วเอาไปตัดสินมัน มันก็อาจไม่ยุติธรรมกับตัวหนัง เพราะว่าช่วง 15-20 ปีก่อน อย่างน้อย มันจะส่งผลกระทบต่อ “ปัจจัยสำคัญ” 3 ประการ คือ

หนึ่ง “เทคโนโลยี” เพราะว่ายุคนั้นมันยังไม่มีกล้องมือถือ หนังบางเรื่องในกลุ่มนี้ เราดูแล้วอาจรู้สึกว่า โอ๊ย! เด็กมัธยมฯ เด็กประถมฯ ก็ทำหนังแบบนี้ได้ ใช้กล้องมือถือถ่ายก็ได้ แต่เราต้องไม่ลืมว่า 15-20 ปีก่อน มันยังไม่มีเทคโนโลยีกล้องมือถือ เพราะฉะนั้น หนังบางเรื่องในกลุ่มนี้ที่ผมดูแล้วประทับใจ ก็เป็นเพราะว่าสมัยนั้น มันยังไม่ค่อยทำหนังแบบนี้กัน เพราะปัจจัยด้านเทคโนโลยี

สอง คือ ปัจจัยด้าน “สังคม-การเมือง” คือผมก็จำเนื้อเรื่องในหนัง 7 เรื่องนี้ไม่ค่อยได้ แต่รู้สึกว่า ถ้าจำไม่ผิด มันจะมีบางเรื่องที่เป็นหนังที่อาจจะต่อต้านทุนนิยม แต่เราต้องอย่าลืมว่า 15-20 ปีก่อน เรายังไม่มีรัฐประหาร ไม่มีปัญหาประชาธิปไตย ไม่มีปัญหาเผด็จการอะไรพวกนี้

เพราะฉะนั้น การดูหนังต่อต้านทุนนิยมที่สร้างขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน กับการดูหนังไทยที่ต่อต้านทุนนิยมที่สร้างขึ้นในยุคปัจจุบัน เวลาเราจะตัดสินใจหนัง (สองกลุ่มนี้) เราต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสังคม-การเมืองเมื่อ 15-20 ปีก่อน ด้วยว่ามันแตกต่างจากเมืองไทยในยุคปัจจุบันแบบ “หน้ามือเป็นหลังเท้า” ขนาดไหน

ปัจจัยที่สาม ก็คือว่าการที่หนังสัก 4 ใน 7 เรื่องนี้ อาจจะมีลักษณะในแบบหนัง “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” ซึ่งจริงๆ แล้ว ในยุคปัจจุบัน มันมีหนังไทยที่ “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” เยอะมากๆ เลย แต่ว่าการที่ผมประทับใจหนังกลุ่มนี้มากเมื่อ 15-20 ปีก่อน เป็นเพราะว่ามันยังไม่ค่อยมีหนังไทย “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” ในยุคนั้นมากนะครับ

เพราะว่าหนังในกลุ่มนี้มันสร้างขึ้นในปี 1997-2003 ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคที่ผู้กำกับหลายคนยังไม่โด่งดัง มันจะมีผู้กำกับอย่างอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ศะศิธร อริยะวิชา, พิมพกา โตวิระ หรือว่าคุณอารยา ราษฎร์จำเริญสุข หรือว่าอุรุพงษ์ รักษาสัตย์ คือกลุ่มนี้จะทำหนังสั้น “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” ออกมาแล้วในยุคนั้น แต่ก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับประเทศ เพราะฉะนั้น หนัง “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” ของผู้กำกับโนเนมหลายๆ คนในยุคนั้น ก็เลยหายากอยู่

หนังกลุ่มนี้ เราดูแล้วเราต้องนึกว่ามันเป็นหนังที่มาก่อนหนัง “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” ของใครหลายๆ คนในยุคต่อๆ มา คือ หลังจากปี 2003 แล้ว เราค่อยเจอผู้กำกับอย่างไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ หรือว่าวิศรา วิจิตรวาทการ, อโนชา สุวิชากรพงศ์, วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์ หรือว่าศิวโรจณ์ คงสกุล หรือว่าพอปี 2010 เราก็เจอ วชร กัณหา กับธีรนิติ์ เสียงเสนาะ

ก็เลยอยากให้นึกว่าการที่ผมประทับใจหนังกลุ่มนี้มากๆ เป็นเพราะว่ามันเป็นหนังที่เหมือนกับว่ามาก่อนหนัง “อาร์ต-นิ่ง-ช้า” ของไทย ที่หลายๆ คนทำกันในยุคต่อมาน่ะครับ

ก็คือว่าปัจจัยสำคัญ เราต้องคำนึงถึงเรื่อง “เวลา” ว่ามันส่งผลกระทบต่อเทคโนโลยี ส่งผลกระทบต่อสังคม-การเมืองของคนไทย แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสไตล์ของหนังสั้นไทยในยุค 20 ปีก่อน ที่มันแตกต่างกับสไตล์ของหนังสั้นไทยในยุคปัจจุบันด้วยครับ

หมายเหตุ ถอดความจากคลิปเสียงที่บันทึกโดยคุณวรงค์ หลูไพบูลย์

ข่าวบันเทิง

รวมโปรแกรมพิเศษน่าสนใจ จากเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20

จะเริ่มต้นขึ้นพรุ่งนี้แล้ว สำหรับเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20

นอกจากโปรแกรมหลัก ที่รับประกันคุณภาพอยู่แล้ว อย่างสายการประกวด “รัตน์ เปสตันยี” สำหรับบุคคลทั่วไป สาย “ช้างเผือก” สำหรับนักศึกษา สาย “ช้างเผือกพิเศษ” สำหรับน้องๆ เยาวชน สายรางวัล “ดุ๊ก” สำหรับหนังสารคดี สายรางวัล “ปยุต เงากระจ่าง” สำหรับหนังแอนิเมชั่น และสายการประกวดของหนังสั้นต่างประเทศ

รวมถึงโปรแกรมหนังสั้นเควียร์, หนังสั้นน่าสนใจจากเทศกาล Clermont-Ferrand ประเทศฝรั่งเศส, โปรแกรม S-Express รวมหนังสั้นจากประเทศเพื่อนบ้าน และ หนังยาวเกิน 30 นาที ในสายดิจิตอล ฟอรัม

เทศกาลปีนี้ ยังมีโปรแกรมพิเศษน่าสนใจอื่นๆ อีก

river

เริ่มตั้งแต่การฉายภาพยนตร์เรื่อง “River of Exploding Durians” ผลงานการกำกับของ Edmund Yeo

ซึ่งเล่าเรื่องราวของโครงการโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่จะถูกสร้างไว้ริมชายฝั่งทะเล จนชาวบ้านบริเวณนั้นต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม พร้อมความหวาดกลัวต่อกัมมันตภาพรังสี

Ming นักเรียนมัธยมไม่ได้รู้สึกอะไรต่อการเปลี่ยนแปลง เขาแค่สนใจแต่การใช้เวลาช่วงบ่ายกับไปเพื่อนวัยเด็ก Hui Ling ที่ตนหลงรัก

ในขณะเดียวกัน Lim ครูสอนประวัติศาสตร์ของ Ming เริ่มตั้งกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการต่อสร้างโรงงาน เธอรับนักเรียนคนโปรด Hui Ling เข้าร่วมขบวนการ อุดมการณ์ของพวกเธอกำลังถูกทดสอบ

การก่อสร้างดำเนินต่อไป ตัวละครทั้งหมดถูกดึงเข้าสู่เหตุการณ์ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาจนไม่อาจหวนกลับ

และแน่นอนว่าหนึ่งในไฮไลท์สำคัญสำหรับคอหนังชาวไทยโดยเฉพาะ ก็คือ การดำรงอยู่ของภาพจำลองเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในภาพยนตร์มาเลเซียเรื่องนี้

หนังจะฉายในเวลา 18.30 น. ของวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

ตามมาด้วย “ความเศร้าของภูตผี”

ความเศร้าของภูตผี

โปรเจ็คท์หนังครั้งแรกในประเทศไทย ที่นักเขียนระดับแนวหน้ารวมใจลงแขกกับนักทำหนังสั้นแบบไม่เกรงใจสูตรคร่ำครึ ปฏิวัติการดัดแปลงวรรณกรรมรูปแบบใหม่ ให้เป็นการด้นเกมแห่งเสียงอักษรไหลสุดขอบจินตนาการภาพ ด้วยโจทย์ต้นเรื่องของนักเขียนที่จุดประกายให้คนทำหนังสั้น 4 คน ต่อ-แต่งเรื่องเล่าตามใจชอบ จนเกิดเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวภายใต้โครงการ Domino Film Experiment

สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกในโครงการนี้ จะเป็นการนำบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของ แดนอรัญ แสงทอง เรื่อง “ความเศร้าของภูตผี” มาตีความและแต่งเติมใหม่ จนได้เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวในชื่อเดียวกัน

เจ้าของโปรเจ็คท์นี้ คือ สนธยา ทรัพย์เย็น แห่งฟิล์มไวรัส ส่วนทีมผู้กำกับ ได้แก่ วชร กัณหา, จุฬญาณนนท์ ศิริผล, รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค และเฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง

หนังจะฉายที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา ในเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม

อีกหนึ่งโปรแกรมน่าสนใจ ที่จะจัดฉายต่อเนื่องกับ “ความเศร้าของภูตผี” ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายาในวันอาทิตย์นี้ ก็คือ หนังสั้นโปรแกรม “ความปรารถนาของคุณจิตร”

จิตร โพธิ์แก้ว
ภาพจากนิตยสาร ART4D ปีที่ 18 ฉบับที่ 208 ตุลาคม 2013 บันทึกไว้โดย http://www.magazinedee.com/

คุณจิตร คือ จิตร โพธิ์แก้ว นักดูหนังขาประจำของงานหนังสั้นมาราธอน และเทศกาลหนังสั้น

คุณจิตรอาจไม่ได้เป็นแค่ซีเนไฟล์ แต่เป็นเอนไซโคลพีเดียเคลื่อนที่ของวงการภาพเคลื่อนไหวไทย

เมื่อมูลนิธิหนังไทย ผู้จัดเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 สอบถามคุณจิตร ว่าอยากดูหนังสั้นที่เคยฉายในเทศกาลเรื่องใดบ้าง? ในวาระที่เทศกาลเดินทางมาถึงปีที่ 20

คุณจิตรก็ระบุรายชื่อหนังมาจำนวนหนึ่ง อันนำมาสู่การเกิดขึ้นของโปรแกรมพิเศษนี้

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ThaiShortFilmVideoFestival/photos/?tab=album&album_id=850914975039164

ข้ามฟากไปที่หนังที่จะฉาย ณ หอศิลป์ กทม. สี่แยกปทุมวัน

João Tempera The Robbery
ภาพจากหนังสั้นเรื่อง The Robbery โดย João Tempera

หนึ่งในโปรแกรมพิเศษน่าสนใจ ก็คือ “NY Portuguese” รวมหนังสั้นคัดสรรจากเทศกาล NY Portuguese Short Film Festival ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมภาพยนตร์โปรตุเกสร่วมสมัย จัดโดย Arte Institute

ในเทศกาลครั้งนี้ หนังสั้นชุดดังกล่าวจะถูกซอยแบ่งออกเป็นสองโปรแกรม คลิกอ่านรายละเอียดได้ในสองลิงก์ต่อไปนี้

https://www.facebook.com/ThaiShortFilmVideoFestival/photos/?tab=album&album_id=850901005040561

https://www.facebook.com/ThaiShortFilmVideoFestival/photos/?tab=album&album_id=850908251706503

โดย NY Portuguese 1 จะฉายในวันอังคารที่ 23 เวลา 17.00-19.00 น. และวันพฤหัสบดีที่ 25 เวลาเดียวกัน ส่วน NY Portuguese 2 จะฉายในวันอังคารที่ 23 เวลา 19.00-20.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 28 เวลา 13.00-15.00 น.

ขอปิดท้ายด้วย “Bangkok Stories” ภาพยนตร์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวความรัก 6 เรื่อง ที่เกิดขึ้นในต่างย่านและต่างเวลาทั่วกรุงเทพฯ ผ่านสายตาผู้กำกับ 6 คน

bangkok stories สุขุมวิท
ภาพจากหนังสั้นเรื่อง “สุขุมวิท” โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์

ประกอบด้วย “ข้าวสาร” โดย อโนชา สุวิชากรพงศ์, “พาหุรัด” โดย โสรยา นาคะสุวรรณ, “หมอชิต” โดย วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์, “สีลม” โดย วรกร ฤทัยวาณิชกุล, “สุขุมวิท” โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์ และ “เยาวราช” โดย อภิญญา สกุลเจริญสุข

หนังจะจัดฉายในวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เวลา 19.00-20.30 น.

โปรแกรมหนังสั้น 20

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่เพจ Thai Short Film & Video Festival