ข่าวบันเทิง

“Where We Belong” โปรเจ็คท์ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ “คงเดช” ที่เพิ่งได้รับรางวัลจากปูซาน

โปรเจ็คท์ภาพยนตร์เรื่อง “Where We Belong” ของคงเดช จาตุรันต์รัศมี (มีโสฬส สุขุม  ทำหน้าที่โปรดิวเซอร์) ได้รับรางวัลซีเจ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อวอร์ด ซึ่งเป็นเงินสดมูลค่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ภายหลังเป็น 1 ใน 29 โครงการภาพยนตร์ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมงานเอเชียน โปรเจ็คท์ มาร์เก็ต ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน 2018

where we belong

“Where We Belong” จะเล่าเรื่องราวของ “ซู” (Sue) ที่กำลังจะจากจังหวัดจันทบุรี บ้านเกิด ไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังได้รับทุนการศึกษา

ซูไม่ได้บอกให้พ่อของเธอทราบเรื่องนี้ เพราะทั้งสองคนทะเลาะและไม่ยอมพูดคุยกัน

ซูที่ไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน ลงมือจัดกระเป๋าเดินทางโดยมีเพื่อนสนิทชื่อ “เบล” (Belle) มาเป็นผู้ช่วย นอกจากนั้น ซูยังทำเช็กลิสต์สิ่งที่เธอควรทำก่อนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งมีมากมายหลายข้อ อาทิ

คืนหนังสือการ์ตูนที่เธอยืมแล้วลืมส่งคืนมาเนิ่นนาน, เข้ากรุงเทพฯ เพื่อจัดการเรื่องการเงินร่วมกับแม่, คุยกับพ่อหลังไม่ได้สนทนากันมาพักใหญ่, ดูแลร้านบะหมี่ ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว, มอบเสื้อผ้าของตัวเองให้น้อง/พี่ชาย, เรียนแต่งหน้า, กลับไปแจมกับเพื่อนๆ ร่วมวงดนตรี, ขอโทษ “มิว” (Mew), ช่วยให้เบลได้ออกเดทกับครูสอนภาษาอังกฤษ, สารภาพความรู้สึกส่วนตัวกับ “เก่ง” (Keng) สักครั้ง

ซูและเบลยังเปรียบเทียบชีวิตของกันและกัน คนหนึ่งกำลังจากบ้านเกิดเพื่อออกเดินทางไกล อีกคนจะยังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เหมือนที่ผ่านมา

ซูตระหนักว่า ไม่ว่าเธอจะทำภารกิจในเช็กลิสต์ได้ครบถ้วนหรือไม่ อย่างไรเสีย ยังมีบางสิ่งบางอย่างในชีวิตที่เธอต้อง “ปล่อยผ่าน” ไป

สิ่งต่างๆ ในเมืองเล็กๆ ที่ซูคุ้นเคยจะต้องเปลี่ยนแปลง ยกเว้นความทรงจำที่เธอและเบลมีร่วมกัน

ซูจัดกระเป๋าเดินทางเสร็จเรียบร้อย มีสิ่งใดบ้างที่เธอทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง และมีสิ่งใดบ้างที่เธอนำติดตัวไปข้างหน้า?

ทั้งนี้ ซีเจ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เจ้าของเงินรางวัล ซึ่งเป็นบริษัทลงทุน-จัดจำหน่ายภาพยนตร์ชื่อดังของเกาหลีใต้ จะเป็นเอกชนรายแรกที่ได้สิทธิ์เลือกว่าจะเข้าไปเป็นผู้ร่วมผลิต, ผู้ร่วมลงทุน, ผู้ขาย หรือผู้จัดจำหน่ายให้แก่ “Where We Belong”

นอกจากโครงการของคงเดชแล้ว ยังมีหนังไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ได้เข้าร่วมเอเชียน โปรเจ็คท์ มาร์เก็ต 2018 นั่นคือ “Anatomy of Time” โดยจักรวาล นิลธำรงค์

โปรเจ็คท์ของจักรวาลจะเล่าเรื่องราวสองช่วงเวลา

anatomy

ย้อนไปในเมืองชนบทช่วงทศวรรษ 1960 ความตึงเครียดของยุคสงครามเย็นก่อตัวอยู่ภายนอก ส่วนภายในประเทศก็ถูกปกครองโดยผู้นำทหาร

“แหม่ม” (Mam) คือหญิงสาวที่เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตจากพ่อของเธอ ช่างซ่อมนาฬิกาผู้รอบรู้

แหม่มพัฒนาความสัมพันธ์กับชายสองคน คนแรก คือผู้หมวดทหารหนุ่ม ผู้ชอบครุ่นคิดวางแผนและเปี่ยมความทะเยอทะยาน อีกคน คือ เพื่อนเก่าที่เคยผ่านอดีตอันยากลำบากมาด้วยกันกับเธอ

หลังอำนาจทางการเมืองในมือกองทัพเปลี่ยนผัน นายร้อยหนุ่มชักชวนแหม่มให้ออกเดินทางไกลไปด้วยกัน หลังเขาถูกโยกย้ายตำแหน่ง

ตัดกลับมาที่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบัน อดีตผู้หมวดหนุ่มไฟแรงกลายเป็นนายพลซึ่งกำลังป่วยหนักในสภาพน่าเวทนา

แหม่มในวัยชราใช้ชีวิตอยู่กับสามีผู้มีพฤติกรรมเลวร้ายและรุมเร้าด้วยปัญหา ทั้งคู่ผ่านช่วงเวลาอันหนักหนาสาหัส ซึ่งเต็มไปด้วยความสูญเสีย, ความผิดหวัง และการทรยศหักหลัง

ในภาวะปัจฉิมวัย แหม่มมองย้อนกลับไปยังอดีตด้วยความโศกเศร้าเสียใจ เธอตั้งใจจะอุทิศตนในการดูแลสามีตราบจนวันสุดท้าย

ที่มาเนื้อหา

https://variety.com/2018/film/asia/busan-project-market-awards-1202973683/

http://apm.asianfilmmarket.org/Template/Builder/00000001/page.asp?page_num=3986

http://apm.asianfilmmarket.org/eng/database/view_ppp_history.asp?order_year=2018&idx=85&no=2

http://apm.asianfilmmarket.org/eng/database/view_ppp_history.asp?order_year=2018&idx=92&no=25

ขอบคุณภาพประกอบจาก

เฟซบุ๊ก Thongdee Sukhum

เพจเฟซบุ๊ก ASIAN PROJECT MARKET (APM)

Advertisements
ข่าวบันเทิง

ส่ง “ดาวคะนอง” เป็นตัวแทนไทยชิงรางวัลออสการ์ – ชมหนังปะหัวเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 21

สมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ ส่ง “ดาวคะนอง” ชิงออสการ์ ครั้งที่ 90

ดาวคะนอง ออสการ์

สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 7 คน โดยมี นายนคร วีระประวัติ เป็นประธาน ในการพิจารณาหนังไทยเพื่อไปชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 90 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film Award) ผลการพิจารณาเป็นมติเอกฉันท์เลือก “ดาวคะนอง” เป็นตัวแทนหนังไทย

“ในที่ประชุมมีรูปแบบการพิจารณาโดยให้กรรมการเสนอหนังไทยเพื่อพิจารณาและออกความเห็นเป็นรายคนจนครบทุกคน มีภาพยนตร์ที่เข้ารอบสุดท้าย 4 เรื่องได้แก่ ฉลาดเกมส์โกง, มหา’ลัยวัวชน, ดาวคะนอง และป๊อปอายมายเฟรนด์ คณะกรรมการมีการถกเถียง อธิบายเหตุผล วิเคราะห์กันจนในที่สุด ดาวคะนอง ก็เป็นผู้ชนะด้วยคะแนนเสียงข้างมากไป” นายนคร กล่าว

ที่มา เพจ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

เทศกาลหนังสั้น 21 เริ่มต้นแล้ว

หนังสั้น 21

เริ่มต้นขึ้นแล้ว สำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 21 ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 10 กันยายนนี้ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน

สำหรับผู้สนใจรายละเอียดของโปรแกรม และวันเวลาการฉายหนัง สามารถติดตามได้ที่เพจ Thai Short Film & Video Festival ของทางเทศกาล

 

ขอปิดท้ายรายงานข่าวด้วย “Lighting for Funeral” หนังปะหัวเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 21 ผลงานของ “จักรวาล นิลธำรงค์”

ซึ่งเจ้าตัวได้ระบุถึงแนวคิดเบื้องหลังของงานชิ้นนี้เอาไว้ว่า

“ทุกปี filmmaker รุ่นใหม่และเทศกาลหนังสั้นไทยทำหน้าที่เหมือนเตาเผาช่วยเติมเชื้อไฟให้วงการหนังที่กำลังจะมอดไหม้ให้ลุกโชติช่วง

“ขอเชิญร่วมค้นหาและเฉลิมฉลองอนาคตของหนังไทยและขอเชิญร่วมฌาปนกิจปัจจุบันที่ล่มสลาย และต้อนรับการเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง”