คนมองหนัง

บันทึกถึง “One Cut of the Dead”

เบื้องต้นเลย คือ หนังงดงามและสนุกมากๆ

ทีนี้มาว่ากันถึงประเด็นน่าสนใจในหนังเป็นข้อๆ ไป

หนึ่ง

เณรกระโดดกำแพง

ไม่แปลกใจถ้าจะมีการนำหนังญี่ปุ่นเรื่องนี้มาวางคู่กับ “เณรกระโดดกำแพง” ในฐานะ “หนังพี่น้อง” ที่บอกกล่าวเล่าระบายถึงภาวะดิ้นรนของคนทำหนังตัวเล็กๆ

One-Cut-of-the-Dead-poster

อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักที่หนังทั้งสองเรื่องแชร์ร่วมกัน กลับถูกถ่ายทอดออกมาด้วยมุมมองและกลวิธีที่คล้ายจะแตกต่างกัน

สอง

ขณะที่ “เณรกระโดดกำแพง” พูดถึงชีวิต ความฝัน ความทุกข์ของคนทำหนังอินดี้นอกระบบอุตสาหกรรม “One Cut of the Dead” กลับเล่าถึงความสุข ความปรารถนาของคนทำหนังในระบบอุตสาหกรรม ที่รับงานหลากหลายจิปาถะ และยอมเรียกร้องงบประมาณจากนายทุน/เจ้าของเงินในราคาไม่สูงนัก

หนังญี่ปุ่นเรื่องนี้จึงไม่ได้ถ่ายทอดความสุข-ความปรารถนาของศิลปิน/นักต่อสู้ที่หวังจะสร้างหนังให้กลายเป็นผลงานศิลปะอันสูงส่ง ตลอดจนเครื่องมือวิพากษ์สังคม/การเมืองอันซื่อสัตย์เถรตรง

onecut 5

ตรงกันข้าม ความสุข-ความปรารถนาแบบพอประมาณ พอถูๆ ไถๆ ที่ปรากฏในหนัง นั้นยึดโยงอยู่กับการได้โอกาสทำงานเชิงพาณิชย์ศิลป์ในวงการภาพยนตร์โทรทัศน์ หรือการได้เข้าไปร่วมเป็นฟันเฟืองระดับยิบย่อยในอุตสาหกรรมบันเทิงขนาดมหึมา

สาม

เสน่ห์ประการหนึ่งของ “เณรกระโดดกำแพง” คือ การส่องประกายฉายฉานของซับพล็อตย่อยๆ (โดยเฉพาะเกร็ดชีวิตของสามเณรตัวละครเอก) ที่มีศักยภาพสูงพอจะโน้มน้าวให้คนดูหันไปสนใจใคร่ครวญถึงประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากประเด็นชีวิตและการต่อสู้ของคนทำหนัง

ผิดกับ “One Cut of the Dead” ที่เล่าเรื่องราวว่าด้วยกระบวนการทำหนังเล็กๆ คล้ายคลึงกัน แต่แทบไม่วอกแวกออกไปหาประเด็นอื่นๆ

one-cut-of-the-dead_poster_goldposter_com_3

หนังอาจมีซับพล็อต เช่น ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ (ผู้กำกับ), แม่ (นักแสดงเก่า ผู้มีปัญหาเรื่องการอินบทจนแยกหนังกับความเป็นจริงไม่ออก) และลูกสาว (เด็กกองถ่ายมือใหม่ ที่อยากยืนบนลำแข้งของตนเอง และมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์)

one cut daughter

แต่สุดท้าย ปัญหาครอบครัวก็กลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตจิตใจของ “คนทำหนัง”

เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องธุรกิจ-อุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งแยกไม่ออกจากเรื่องกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์อยู่แล้ว

สี่

ผมชอบหน้าตาของตัวละคร “เจ๊/คุณป้า” ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ที่ทำให้นึกถึง “คุณจิ๊ อัจฉราพรรณ” และ “คุณเหี่ยวฟ้า”

อย่างไรก็ดี นอกจากหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ การดำรงอยู่ของเจ๊คนนี้และพวกทีมงานฝ่ายบริหารในออฟฟิศ กลับกระตุ้นให้ผู้ชมมองเห็น/ตระหนักถึงรอยแตกร้าวระหว่างชนชั้นในอุตสาหกรรมบันเทิง ที่แบ่งแยกนายทุน/ผู้บริหาร/เจ้าของเงิน ออกจากคนลงมือปฏิบัติงาน

onecut 3

แน่นอน “ความสุขความสมหวัง” ของเจ๊ระหว่างนั่งชมหนังซอมบี้ดิบๆ ทางโทรทัศน์ในสำนักงานใหญ่ (มีบางช่วงแกแอบละสายตาไปเล่นมือถือด้วยซ้ำ) และหลังจากปฏิบัติการถ่ายทอดสดหนังสั้นเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นลง (ดูเหมือนจะ) โดย “สมบูรณ์” กับ “ความสุขความโล่งใจ” ของบรรดาสมาชิกกองถ่าย ภายหลังการถ่ายทำหนังลองเทคออกอากาศสด ที่เต็มไปด้วยปมปัญหาต่างๆ นานาให้ต้องคอยแก้ไขชนิดเลือดตาแทบกระเด็นนั้น มัน “แตกต่างกัน” ลิบลับ

one cut crain

(เอาเข้าจริง จุดหนึ่งที่ผมอยากลอง “หาเรื่อง” ก็คือ แม้กระทั่งฉาก “เครนมนุษย์” อันซาบซึ้งและน่าประทับใจ ก็อาจมิได้นำไปสู่ “ภราดรภาพ” หรือความเท่าเทียมใดๆ ระหว่างคนในกองถ่ายภาพยนตร์ ตรงกันข้าม นั่นคือการเรียงลำดับช่วงชั้นแบบใหม่ ที่โปรดิวเซอร์/ตัวแทนนายทุน และนักแสดงใหญ่ ต้องทอดกายลงเป็นงัวงาน ขณะที่ผู้กำกับ/ทายาทผู้กำกับได้โอกาสสถาปนาอำนาจนำของตนเองสมตามความใฝ่ฝันและอุดมคติ)

สุดท้าย ทั้ง “One Cut of the Dead” และ “เณรกระโดดกำแพง” จึงหวนคืนมาบรรจบพบเจอกันอีกครั้ง

ในสมรภูมิของอุตสาหกรรมบันเทิงที่เต็มไปด้วยความไม่เสมอภาค การเอารัดเอาเปรียบ และการต้องยื้อแย่งสิทธิในการเข้าถึง/บริหารจัดการทรัพยากร

ซึ่งบางครั้งอาจถูกฉาบหน้าด้วยความทุกข์ ความตึงเครียด ทว่าบางคราวอาจถูกเคลือบเลี่ยมด้วยความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ

Advertisements
คนตัดหญ้าในสนามบอล

ชีวิต “คนทำหนัง” ของ “ยอดผู้รักษาประตู” ทีมชาติไอซ์แลนด์

View this post on Instagram

Getting ready for Saturday! 🇮🇸 #worldcup

A post shared by Hannes Halldórsson (@hanneshalldorsson) on

เมื่อคราวที่ทีมชาติไอซ์แลนด์สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการผ่านเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2016

บล็อกคนมองหนังเคยถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตสองด้านของ “ฮานเนส ธอร์ ฮัลดอร์สสัน” ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์ ซึ่งทำงานเป็นนักฟุตบอลอาชีพไปพร้อมๆ กับการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และความฝันเกี่ยวกับโปรเจ็คท์หนังยาวเรื่องแรกของเขา (ซึ่งยังมิได้ถูกสานต่อจนถึงปัจจุบัน)

คลิกอ่าน หนังเรื่องแรกของผู้กำกับภาพยนตร์-ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์

หลังจากไอซ์แลนด์โชว์ฟอร์มในฟุตบอลโลก 2018 นัดแรก ได้อย่างน่าประทับใจเกินคาดหมาย ด้วยการยันเสมออาร์เจนตินา 1-1

แถมฮัลดอร์สสันยังเซฟลูกโทษที่จุดโทษของลิโอเนล เมสซี่ ได้อีกต่างหาก

เราจึงไม่รีรอที่จะไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตการทำหนังของเขามานำเสนอเพิ่มเติม

หนึ่ง

ฮัลดอร์สสันเริ่มสร้างผลงานภาพเคลื่อนไหวตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม โดยเขาเคยผลิตมิวสิควิดีโอให้แก่วงเกิร์ลแบนด์ชื่อ “Nylon” ต่อมา เขาได้กำกับมิวสิควิดีโอให้ตัวแทนผู้เข้าแข่งขันจากไอซ์แลนด์ในการประกวดร้องเพลงยูโรวิชั่นปี 2012 แถมยังได้รับรางวัลในฐานะผู้กำกับหนังโฆษณาและรายการโทรทัศน์หลายต่อหลายหน แม้กระทั่งเมื่อถูกเรียกตัวมาเล่นทีมชาติแล้ว

สอง

View this post on Instagram

Back in film business! 🎬

A post shared by Hannes Halldórsson (@hanneshalldorsson) on

หนึ่งในซีรีส์โทรทัศน์ที่ฮัลดอร์สสันเคยทำ คือ รายการ “Our professional players” ซึ่งผู้รักษาประตูไอซ์แลนด์และผู้ดำเนินรายการร่วม ได้ออกเดินทางไปพบปะเยี่ยมเยือนบรรดาเพื่อนๆ นักฟุตบอลอาชีพทั่วประเทศ

รวมทั้ง “ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น” สุดยอดตำนานนักเตะรุ่นพี่ที่ฮัลดอร์สสันเคารพรักบูชา (ก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นรูมเมทกัน เมื่อต้องลงแข่งให้ทีมชาติ)

จริงๆ แล้ว เดิมที ฮัลดอร์สสันเคยวางแผนจะเชิญ “เอมิล ฮัลเฟรดส์สัน” (มิดฟิลด์เบอร์ 20 ของทีมชาติไอซ์แลนด์ ที่โชว์ฟอร์มเด่นมากๆ อีกหนึ่งคน ในนัดเจออาร์เจนตินา) มาร่วมรายการ แต่มีความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้เขาต้องตัดฮัลเฟรดส์สันออกไป ดังนั้น พอมาพบหน้ากันหนแรกในแคมป์ทีมชาติ ผู้รักษาประตูนักทำหนังจึงออกอาการประหม่าเล็กน้อย

สาม

มีประเพณี (ที่เพิ่งสร้าง) ชนิดหนึ่ง ซึ่งฮัลดอร์สสันริเริ่มขึ้นในแคมป์ทีมชาติ นั่นคือ การเสนอแนะให้ผู้เล่นทีมชาติไอซ์แลนด์มานั่งดูหนังใหม่ๆ ด้วยกัน ช่วง 2-3 วัน (คืน) ก่อนหน้าจะลงแข่งขัน

นอกจากนั้น เพราะมีคอนเน็คชั่นในอุตสาหกรรมบันเทิง ฮัลดอร์สสันจึงสามารถพาเพื่อนๆ นักเตะทีมชาติ ไปร่วมงานฉายหนังรอบปฐมทัศน์โลกของภาพยนตร์บางเรื่องได้

สี่

หนึ่งในผลงานวิดีโอชิ้นล่าสุดของฮัลดอร์สสัน คือ โฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญฟุตบอลโลกของ โคคา-โคล่า ไอซ์แลนด์ ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่มโค้กที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดในประเทศแห่งนี้

ฮัลดอร์สสัน ในฐานะผู้กำกับ บอกว่าเขาพยายามจะกระตุ้นให้ชาวไอซ์แลนด์ทุกคนต่างรู้สึกมีส่วนร่วมกับหนังโฆษณาดังกล่าว

“ตอนลงสนาม พวกเราอาจมีกันแค่ 11 คน แต่เรากลับไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยว เรารู้สึกได้ถึงเสียงเชียร์อันยอดเยี่ยม เรารู้สึกอย่างชัดเจนว่าชาวไอซ์แลนด์ทุกคนได้มายืนผนึกกำลังร่วมกัน อยู่ตรงด้านหลังพวกเรา”

โคคา-โคล่า ไอซ์แลนด์ ได้ติดต่อให้นายทวารทีมชาติผู้นี้มากำกับหนังโฆษณาทันที หลังจากที่ทีมชาติไอซ์แลนด์ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นหนแรกสุดในประวัติศาสตร์

ที่มาข้อมูล

https://www.theguardian.com/football/2018/jun/04/hannes-thor-halldorsson-keeper-and-film-director-ready-for-iceland-sequel

http://icelandreview.com/news/2018/06/13/icelands-goalie-films-world-cup-themed-ad

ที่มาภาพประกอบ

https://www.instagram.com/hanneshalldorsson/?hl=en

 

 

ข่าวบันเทิง

สำนักพิมพ์ Verso เผยแพร่รูปภาพที่ “อภิชาติพงศ์” ถ่ายขึ้นเพื่อรำลึกถึง “เบ็น แอนเดอร์สัน”

เป็นที่รับรู้กันในหมู่คอหนังและผู้สนใจงานวิชาการจำนวนหนึ่งว่า ศาสตราจารย์เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเปรียบเทียบและประวัติศาสตร์การเมืองอุษาคเนย์คนสำคัญ ซึ่งล่วงลับเมื่อปลายปีที่แล้ว นั้นกลับมาให้ความสนใจกับการชมและวิเคราะห์ศิลปะภาพยนตร์ในช่วงปัจฉิมวัย หลังได้ทำความรู้จักกับหนังของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ดังที่อาจารย์เบ็นได้เขียนบรรยายเอาไว้ใน A Life Beyond Boundaries หนังสือเล่มสุดท้ายของตนเอง

นอกจากนี้ ต่อมา นักวิชาการอาวุโสยังได้ทำความรู้จักและสานทอมิตรภาพกับอภิชาติพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบปกหนังสือ Imagined Communities ฉบับภาษาไทย

ชุมชนจินตกรรม

ล่าสุดเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์หนังสือวิชาการภาษาอังกฤษชื่อดังอย่าง Verso ได้เผยแพร่รูปภาพที่อภิชาติพงศ์ถ่ายขึ้นเพื่อรำลึกถึงอาจารย์เบ็น

ผู้กำกับเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำชาวไทยระบุว่า

รูปภาพนี้ถ่ายขึ้นที่บ้านของตนเองในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอาจารย์เบ็นเคยเดินทางมาเยี่ยมเยือน และตนมักจะคิดถึงการดำรงอยู่ของอาจารย์เบ็น ณ พื้นที่แห่งนี้เสมอ

คลิกชมรูปถ่ายดังกล่าวได้ ที่นี่

เนื้อหาจาก http://www.versobooks.com/blogs/2808-apichatpong-weerasethakul-a-photograph-for-benedict-anderson