จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

แผนการของ “สามศรี” – “ทางเลือกที่สาม” นอกเหนือจาก “องค์อิศรา vs ขันธมาร”

ชอบบทสนทนาช่วงหนึ่งจาก “เทพสามฤดู” ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนครับ

เรื่องของเรื่องคือขันธมาร (ตัวร้ายระดับบิ๊กบอส) มาเร่งรัดสามศรี (ตัวร้ายรุ่นใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกชายของลูกน้องขันธมารอีกที) ให้ไปรีบจัดการพระอิศวรและมาตุลีเทพบุตร ที่ลงมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ธรรมดาปราศจากฤทธิ์เดชใดๆ บนโลก

แต่เมื่อสามศรีตกปากรับคำกับขันธมารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวกลับมาปรับแผนการเสียใหม่ ดังนี้

สามศรี: ภูตดำ เรามีแผนใหม่แล้ว พระอิศวรหรืออิศราอาจจะมีประโยชน์กับเราในภายหลังก็ได้

ภูตดำ: นี่พระโอรสจะขัดคำสั่งองค์ขันธมารหรือพระเจ้าค่ะ?

สามศรี: เราจะเก็บองค์อิศราไว้ต่อรองกับขันธมาร เสด็จพ่อคงพอพระทัยด้วย

ภูตดำ: แต่ข้าพระพุทธเจ้าเกรงว่า…

สามศรี: ริจะเป็นใหญ่ ต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่ว่าองค์ขันธมารหรืออิศราจะขึ้นครองโลก เราก็จะอยู่กึ่งกลางตรงนี้ แต่ถ้าเราได้ขึ้นเป็นใหญ่ซะเอง เจ้าว่ามันไม่ดีกว่าเหรอ?

ภูตดำ: ซึ่งถ้าไม่สำเร็จ เราก็ต้องตาย

สามศรี: (หัวเราะ) แต่ถ้าสำเร็จ เราก็จะเป็นใหญ่เหนือโลกทั้งสาม มันน่าเสี่ยงน้อยอยู่เมื่อไหร่ (หัวเราะ)

เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมดูแล้ว พบว่าละคร “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นปี 2546 และ 2560 ต่างมีบทสนทนาทำนองนี้ด้วยกันทั้งคู่

ส่งผลให้ “สามศรี” แลดูเป็นตัวร้ายที่มีชีวิตชีวา ไม่ได้เป็นตัวร้ายเชื่องๆ ที่ถูกบงการชีวิตโดยพ่อแม่และขันธมาร จนกระทั่งไม่มีโอกาสกำหนดชะตากรรมของตนเองเลย ดังที่มักชอบอธิบายกัน

คลิกดูคลิปละครตอนดังกล่าวได้ที่นี่

Advertisements
ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เมื่อ “ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล” หวนคืนละครจักรๆ วงศ์ๆ ในบท “ขันธมาร” แห่ง “เทพสามฤดู”

“ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล” เคยได้รับรางวัลรองอันดับ 1 จากการประกวดนายแบบ “โดม่อน แมน” ปี 2533

10 ปีต่อมา เขาประเดิมแสดงภาพยนตร์ ด้วยการรับบทบาท “พันเรือง” ใน “บางระจัน” หนังรายได้ทะลุร้อยล้านของ “ธนิตย์ จิตนุกูล”

หลังจากนั้น ภูธฤทธิ์จึงมีงานแสดงหนัง-ละครโทรทัศน์อีกมากมายหลายเรื่อง ไปพร้อมๆ กับการมีอีกหนึ่งสถานะเป็นบุคคลในข่าวของแวดวงสังคมไฮโซ เนื่องจากเขา (เคย) เป็นคนรักของ “หทัยเทพ ธีระธาดา” เศรษฐินีผู้มีอายุมากกว่าภูธฤทธิ์เกือบ 30 ปี

อย่างไรก็ตาม หทัยเทพเพิ่งออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า ตนเองกับภูธฤทธิ์ได้แยกทางกันแล้ว หลังคบหากันมาหลายปี

ล่าสุด ในปี 2560 นักแสดงที่มีบุคลิก หน้าตา รวมถึงจังหวะการพูดจาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างภูธฤทธิ์ ก็ได้ฤกษ์หวนคืนกลับมารับงานแสดงในละครพื้นบ้านจักรๆ วงศ์ๆ อีกครั้ง

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 ภูธฤทธิ์จะได้ประเดิมออกจอโทรทัศน์/จอภาพเคลื่อนไหวชนิดอื่นๆ ในละคร “เทพสามฤดู 2560” ด้วยการรับบทเป็น “ขันธมาร” ตัวร้ายระดับสูงสุดของเรื่อง

ขันธมาร

“เทพสามฤดู 2560” นับเป็นละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องที่สามในชีวิตการแสดงของภูธฤทธิ์

ถัดจากละครพื้นบ้านเรื่องแรก คือ “เกราะกายสิทธิ์” เมื่อปี 2549 ที่เจ้าตัวรับบทเป็น “เทพวิษุวัติ” ตัวร้ายผู้เต็มไปด้วยมิติเหลี่ยมมุมอันสลับซับซ้อน และอาจถือเป็นตัวละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่น่าจดจำมากที่สุดรายหนึ่งในช่วงสองทศวรรษหลัง

และเรื่องที่สอง คือ “เทพสังวาลย์” ฉบับปี 2552 ซึ่งเขาสวมบทบาท “เทพศาสตรา” พ่อของ “มณีแดง” ตัวร้ายประจำเรื่อง

ขอปิดท้ายโพสต์นี้ด้วยการพาไปรับชมบทบาทเด็ดๆ เมื่อครั้งภูธฤทธิ์แสดงเป็น “เทพวิษุวัติ” ใน “เกราะกายสิทธิ์” ดังตัวอย่างคลิปด้านล่าง

ในเหตุการณ์ตามท้องเรื่อง “เทพวิษุวัติ” พยายามอย่างหนักหน่วงที่จะหาหนทางทำลายล้างบรรดาตัวละครพระ-นาง “เกราะกายสิทธิ์” รวมถึง “ไอ้โม่งดำ” ร่างอีกภาคหนึ่งของ “ศรุตเทพ” อดีตศัตรูของตนเอง

ในที่สุด “เทพวิษุวัติ” ก็เลือกจะติดสินบน “เทพพยากรณ์” ซึ่งก่อนหน้านั้นต้องดำรงตนเป็นผนังหินศักดิ์สิทธิ์อยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง และปฏิบัติหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่ตัวละครทุกฝ่ายสามารถเข้ามาพึ่งพาสอบถามคำถามหรือปริศนาต่างๆ

ขณะเดียวกัน “ผู้เป็นกลาง” อย่าง “เทพพยากรณ์” ก็จำต้องธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ด้วยการไม่เปิดเผย “ข้อมูลลับ” ที่จะส่งผลให้ตัวละครฝ่ายหนึ่งสามารถล้างผลาญ/เอาเปรียบตัวละครอีกฝ่ายได้

อย่างไรก็ดี ช่วงนาทีที่ 47.27-52.23 ของคลิปนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงการ “ดีล” กันระหว่าง “เทพวิษุวัติ” กับ “เทพพยากรณ์” ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และนั่นส่งผลให้ “เทพพยากรณ์” ต้องสูญเสียสถานภาพเฉพาะของตนไปตลอดกาล

เชิญรับชม