ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

อุ่นเครื่องคอนเสิร์ตใหญ่ “ดึกดำบรรพ์ #201” ด้วย 20 คลิปซ้อม-แสดงสดสุดประทับใจ

ได้ฤกษ์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่เป็นรอบที่สอง สำหรับวงดนตรีรุ่นเก๋า “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสองศิลปินและหนึ่งคนเบื้องหลัง อย่าง “ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” “แต๋ม ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ตุ่น พนเทพ สุวรรณะบุณย์”

โดยคอนเสิร์ตหนนี้ซึ่งใช้ชื่อว่า “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์ ดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี (ซื้อบัตรได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/concert/duk-drum-ban-201-2018-th.html)

หลังคลิปการเล่นดนตรีที่ถูกปล่อยผ่านโซเชียลมีเดียของน้าๆ ทั้งสามคน ยังคงได้เสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลับอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ทางบล็อกคนมองหนังจึงรวบรวมคลิปเด็ดๆ สองชุดมานำเสนอ ชุดแรก คือ คลิปซ้อมเพลงดังสุดไพเราะที่น้าปั่น น้าแต๋ม น้าตุ่น จัดทำเผยแพร่ผ่านเพจ ดึกดำบรรพ์ Boy Band ชุดที่สอง คือ คลิปการแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ที่ทางแอดมินไปตามถ่ายเก็บไว้ตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา (ในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่งของวง)

ติดตามรับชมและรับฟังกันได้เลย

รวมคลิปซ้อมร้อง-เล่นจากเพจ ดึกดำบรรพ์ Boy Band

คนขี้เหงา

บอกรัก

ปาฏิหาริย์

ส่องกระจก

คนไม่มีวาสนา

รักเธอมากกว่าใคร

ทะเล

เพราะเธอ

เฝ้าคอย

รักเองช้ำเอง

รวมคลิปแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” (บันทึกภาพโดย “คนมองหนัง”)

รักยืนยง

รักล้นใจ

ทั้งรู้ก็รัก

เพียงแค่ใจเรารักกัน

รักเองช้ำเอง

บอกรัก

A Tu Corazon (สู่กลางใจเธอ)

คนขี้เหงา

ปาฏิหาริย์

ขีดเส้นใต้

Advertisements
คนอ่านเพลง

สถานีวิทยุบีบีซีเชฟฟิลด์ฉลอง 50 ปี ด้วย MV เพลง “Common People” เวอร์ชั่นท้องถิ่น

สถานีวิทยุบีบีซีเชฟฟิลด์ได้เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้ง ด้วยการจัดทำมิวสิควิดีโอเวอร์ชั่นท้องถิ่นให้แก่เพลง “Common People” ผลงานฮิตตลอดกาลของคณะ Pulp ซึ่งถูกยกย่องเปรียบเปรยให้เป็นเพลงชาติของแคว้นเซาธ์ยอร์คเชียร์

โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มนักร้องประสานเสียงท้องถิ่น รวมถึงผู้คนในแถบนั้นอีกร่วม 300 ชีวิต

แคทรินา บังเกอร์ บรรณาธิการบริหารของสถานีวิทยุบีบีซีเชฟฟิลด์บอกว่าเอ็มวีชิ้นนี้คือความพยายามที่จะประสานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้คน และนำเสนอความรู้สึกภาคภูมิใจในท้องถิ่นออกมา

“Pulp เป็นวงดนตรีจากเชฟฟิลด์ ส่วนเพลง Common People คือหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนย่านนี้มีความรู้สึกยึดโยงด้วย และข้อเท็จจริงที่ว่ามีคนหลายร้อยชีวิตได้ร่วมกันสร้างสรรค์มิวสิควิดีโอชิ้นนี้ขึ้นมา ก็แสดงให้เห็นถึงความคิดมวลรวมอันตกตะกอนจากจินตนาการร่วมของพวกเขาเหล่านั้นอย่างแท้จริง” บังเกอร์ แสดงความเห็น

ด้านจาร์วิส ค็อคเกอร์ นักร้องนำของ Pulp กล่าวว่าตนเองรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นที่มีการนำเพลงของ Pulp ไปใช้ในมิวสิควิดีโอแห่งการเฉลิมฉลองดังกล่าว

ส่วนนิก แบงค์ส มือกลองของ Pulp ระบุว่าสถานีวิทยุ, เสียงเพลง และชุมชนล้วนมีความผูกพันเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก ที่เขาได้เห็นเพลง Common People ถูกนำไปใช้ในการเฉลิมฉลองครั้งนี้

ทั้งนี้ มิวสิควิดีโอดังกล่าวถูกถ่ายทำในหลายสถานที่ของแคว้นเซาธ์ยอร์คเชียร์และนอร์ธดาร์บีเชียร์ โดยฉากสุดท้ายของวิดีโอถ่ายทำกันในลีดมิลล์ ไนท์คลับ ณ ใจกลางเมืองเชฟฟิลด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ Pulp ขึ้นแสดงสดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1980

ที่มา http://www.bbc.co.uk/programmes/articles/mfgQ6cXFlv3ymcCcFdN9Wh/remaking-pulps-common-people และ http://www.nme.com/news/music/pulp-common-people-bbc-radio-sheffield-2161472

ภาพประกอบจาก http://www.bbc.co.uk/programmes/p05n16xs/p05n17y5

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง, จักรๆ วงศ์ๆ วิทยาลัย, เด็กฝึกงานในร้านถ่ายเอกสาร

เรตติ้งล่าสุด “เทพสามฤดู”-ตีความใหม่ “พระอภัยมณี”-รวม “มือระนาด” ช่วย “ป๋อม บอยไทย”

เรตติ้ง “เทพสามฤดู” ทรงๆ แต่ไม่ย่ำแย่

เรตติ้งละคร “เทพสามฤดู” ประจำวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 ยังทรงตัวอยู่ในระดับ “เกือบจะ” 6

โดยทั้งวันเสาร์ที่ 18 และอาทิตย์ที่ 19 ละครเรื่องนี้ต่างได้เรตติ้งไป 5.8 เท่ากัน

ขออนุโมทนาสาธุ กับคุณพ่อไพรัช สังวริบุตร และทีมงานนักแสดงสามเศียร ที่ทำบุญถวายภัตตาหาร เพล พระครูบาน้อย เขมปัญโญ เจ้าอาวาสวัดสันปูเลยสะหลีเวียงแก้ว อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พาสามเณร จำนวน 40รูป มาทัศนะศึกษาเยี่ยมชมที่โรงถ่ายลาดหลุมแก้ว ขอสิริมงคล มีแด่ทุกๆคนด้วยเทอญ สาธุ #สามเศียร #ละครจักรๆวงศ์ๆ #ละครพื้นบ้าน #หนังเจ้า

A post shared by บริษัท สามเศียร จำกัด (@samsearn) on

แม้จะไม่ถึงจุดพีกเกิน 7 ดังที่เคยทำได้ แต่ก็ไม่ขี้เหร่มากมาย เพราะคู่แข่งซึ่งออกอากาศในวันเดียวกันที่ชนะ “เทพสามฤดู” ขาดลอยจริงๆ ก็มีแค่ “สุดรักสุดดวงใจ” ละครเย็นที่โกยเรตติ้งถึงระดับ 9-10 ส่วน “ทิวลิปทอง” ละครหลังข่าวศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ผลงานของ “อาหลอง-ฉลอง ภักดีวิจิตร” ก็มีเรตติ้งความนิยม 6 กว่าๆ ถึง 7 นิดๆ เท่านั้น

(ที่มา กระทู้ เรตติ้งละคร-ภาพยนตร์วันศุกร์ที่17/11/2560-วันอาทิตย์ที่ 19/11/2560 โดย แม่น้องซ่า)

“พระอภัยมณี”: การตีความใหม่ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

หากนางผีเสื้อสมุทรคือ “อดีต” เราทุกคนต่างหนีนางผีเสื้อสมุทรของเรา เพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกันทั้งสิ้น

นางผีเสื้อฯ ในพระอภัยมณีนั้นเป็นตัวละครประหลาดนะครับ คือไม่มีที่มาที่ไป นางเงือกยังมีพ่อแม่เป็นตัวเป็นตน ซึ่งได้ช่วยให้พระอภัยและสินสมุทรหนีนางผีเสื้อในระยะแรก แต่นางผีเสื้อไม่มีพ่อมีแม่ หลังจากสิ้นชีวิตแล้ว ก็ไม่มีผีเสื้อตัวอื่นโผล่เข้ามาในท้องเรื่องอีกเลย นางเป็นตัวเดียวหรือคนเดียวในสปีชีส์ของนาง เกิดขึ้นหรือมีขึ้นเพื่อพระอภัย และเป็นของพระอภัยคนเดียวโดยแท้

นางผีเสื้อจึงเป็นอดีตของพระอภัยเพียงคนเดียว และไม่มีใครขจัดเธอออกไปได้นอกจากตัวพระอภัยเอง วิธีขจัดนางผีเสื้อของพระอภัยก็น่าสนใจ เพราะใช้การเป่าปี่จนเธอสิ้นชีวิตลง วิธีที่เราขจัดอดีตอันบาดใจของเรา ก็ใช้วิธีเดียวกันคือเป่าปี่ หรือฟังคนอื่นเป่าปี่ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หันไปหาสิ่งสวยงามที่จรุงใจให้ลืมอดีตลงได้ อย่างน้อยก็ชั่วคราว

ปี่ของบางคนอาจเป็นศิลปะ บางคนอาจเป็นการทำงานหามรุ่งหามค่ำ บางคนอาจเป็นการสร้างชื่อเสียง บางคนอาจเป็นนางเงือกสาว นางสุวรรณมาลีและนางละเวง

และด้วยเหตุดังนั้น จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ปี่ของพระอภัยทำให้นางผีเสื้อตายลงจริงหรือ หากตายจริงเหตุใดพระอภัยจึงยังต้องหนีนางผีเสื้อต่อไปเกือบตลอดชีวิต ถึงไม่ได้หนีด้วยการว่ายน้ำ แต่ก็หนีด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งน่ากลัวพอๆ กัน คือเข้าทำสงครามนองเลือดกับรัฐโน้นรัฐนี้อย่างไม่หยุดหย่อน หรือต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อไปให้ถึง “เกาะแก้วพิสดาร” อันเป็นดินแดนที่พระอภัยเข้าใจว่าปลอดภัยจากนางผีเสื้อ อย่างจะหาความสงบในชีวิตสักชั่วขณะก็ไม่ได้เลย

“เกาะแก้วพิสดาร” ที่ไปได้ถึง อาจเป็นสถานที่ซึ่งนางผีเสื้อไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปทำอันตรายได้ แต่นางก็ยืนสกัดอยู่ไม่ไกลในทะเล มองเห็นเงาทะมึนเบื้องหน้า แม้เสียงถอนใจคร่ำครวญยังได้ยิน และความคั่งแค้นน้อยใจก็สัมผัสได้จากสายลม

มหากาพย์การวิ่งหนีอดีตหรือนางผีเสื้อของพระอภัยมาสิ้นสุดลงในตอนจบ ไม่ใช่โดยการฆ่านางผีเสื้อใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่โดยการหยุดหนี และใช้ชีวิตร่วมกันไประหว่างอดีตและปัจจุบัน ประนีประนอมยอมรับให้นางผีเสื้อเข้ามาอยู่ร่วมกับนางสุวรรณมาลีและนางละเวง ด้วยเหตุดังนั้น จึงพากันเดินทางไปพบกับนางเงือกซึ่งพระอินทร์ได้ตัดหางให้แล้วที่เมืองลังกา อย่าลืมว่า หากไม่นับสินสมุทรแล้ว นางเงือกเป็นตัวละครตัวเดียวที่มีชีวิตและบทบาทร่วมกับนางผีเสื้อ หรือ “อดีต” ของพระอภัย

การกลับไปพบกับนางเงือกอีกครั้งหนึ่ง จึงเท่ากับกลับไปเผชิญหน้ากับนางผีเสื้อหรืออดีตได้อย่างสงบเป็นครั้งแรก และเรื่องก็ควรจบลงได้อย่างบริบูรณ์

พระอภัยโชคดีที่ในที่สุดก็สามารถอยู่ร่วมกับนางผีเสื้อได้ ในขณะที่คนอีกมากต้องหนีการไล่ล่าของนางผีเสื้อของตนเอง จนถึงวันสิ้นลม

การบำเพ็ญสมณธรรมของพระอภัยอาจเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ได้กับการมีชีวิตร่วมกับอดีต แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวเท่านั้น มีวิธีอื่นๆ อีกมากซึ่งเหมาะแก่แต่ละคน หากต้องเริ่มต้นที่อ่านแล้วทำให้สำนึกได้ว่า หยุดวิ่งหนีนางผีเสื้อของตนเสียที และจะอยู่ร่วมกับนางผีเสื้อของตนอย่างไร

ตัวใครตัวมัน อย่างที่พูดๆ กันแหละครับ

ใครอ่านถึงตรงนี้ คงมีความเห็นตรงกันว่า เฮ้ย ผมนโนเอาเองนี่หว่า สุนทรภู่ไม่ได้คิดอย่างนี้แน่ ผมก็เห็นด้วยเลยว่าสุนทรภู่ไม่น่าจะคิดอย่างนี้ แม้ผมจะเห็นว่าสุนทรภู่มีสำนึกปัจเจกสูงกว่ากวีร่วมสมัยและก่อนสมัยอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม แต่คงไม่ถึงกับวางท้องเรื่องเพื่อเผยชีวิตส่วนในของพระเอกดังที่ผมกล่าวมาแต่ต้น แม้แต่ที่ผมเรียกว่า “ชีวิตส่วนใน” ก็คงเป็นความหมายที่คนรุ่นสุนทรภู่ไม่รู้จัก

แต่เราจะอ่านสุนทรภู่เพื่อรู้ว่าสุนทรภู่คิดอะไรไปทำไมครับ เราอ่านวรรณคดีอะไรก็ตาม เพื่อจะรู้ว่าเราคิดอะไรต่างหาก และนี่คือจุดอ่อนของการเรียนการสอนวรรณคดี (ทั้งไทยและต่างชาติ) ในประเทศไทย คือไม่สนใจว่าอ่านแล้วเราคิดอะไร และทำไม

หยุดเผาวรรณคดี
ภาพจาก https://www.matichonweekly.com

นี่คือจุดตั้งต้นของบทความที่อ่านสนุกมากๆ เรื่อง “หยุดเผาวรรณคดีไทยเสียที” โดยท่านอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ครับ

ในส่วนที่เหลือของบทความ อ.นิธิ จะพยายามอธิบายว่า ทำไมเราจึงควรดึงวรรณคดี/วรรณกรรมลงมาจากหิ้ง หรือควรพรากงานเขียนเหล่านั้นออกมาจากอำนาจการตีความแบบเดิมๆ ที่ถูกผูกขาดโดยครูและผู้รู้

เพื่อนำไปสู่การตีความผ่านแง่มุมใหม่ๆ โดยผู้อ่านร่วมสมัยในโลกยุคปัจจุบัน

อ่านบทความฉบับเต็มที่นี่ครับ https://www.matichonweekly.com/column/article_66090

“สุดยอดมือระนาด” รวมตัว ร่วมใจช่วย “ป๋อม บอยไทย”

ป๋อม บอยไทย
ภาพจากเฟซบุ๊ก ป๋อมบอยไทย อาร์สยาม

คุณป๋อม บอยไทย หรือ “ชัยยุทธ โตสง่า” มือระนาดเอกเจ้าของรางวัลศิลปาธร และเป็นผู้บุกเบิกวง “บอยไทย” รวมทั้ง “บางกอกไซโลโฟน” เพิ่งล้มป่วยลงจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก และร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บรรดาพี่เพื่อนน้องสุดยอด “มือระนาด” หลายสิบชีวิต จึงได้มารวมตัวกันโชว์ฝีมือลือลั่น ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในงาน “คนรักดนตรีไทย ร่วมใจช่วย ‘ป๋อม บอยไทย’ ชัยยุทธ โตสง่า” เพื่อระดมเงินบริจาคไปช่วยเหลือป๋อมที่กำลังฟื้นฟูร่างกาย

โชว์เดี่ยวระนาดในวันนั้นกินเวลานานหลายชั่วโมง แต่ “มันส์” และ “แพรวพราว” มากๆ ครับ คิดว่าคนที่ชอบดูละครจักรๆ วงศ์ๆ ชอบฟังดนตรีไทยเดิม หรือเคยประทับใจหนัง “โหมโรง” น่าจะมีความสุขกับการแสดง

ชมคลิปการแสดงได้ตามนี้ครับ

 

 

ส่วนนี่ คือ ผลงานเด่นเพลงหนึ่งที่คุณป๋อมเคยสร้างสรรค์เอาไว้ในอดีต

คนอ่านเพลง

เสียง “แว่ว” อันไพเราะหลากหลายมิรู้จบ…

ภายหลังวันที่ 13 ตุลาคมปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ได้สัมภาษณ์นักร้อง-นักดนตรี-นักแต่งเพลงของวงการเพลงไทยสากลหลายคน ถึง “เพลงพระราชนิพนธ์” ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พวกเขาประทับใจ

หนึ่งในบุคคลผู้ถูกสัมภาษณ์ คือ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” นักแต่งเพลง-นักร้องนำของวงสี่เต่าเธอ และผู้กำกับ-นักเขียนบทภาพยนตร์ฝีมือดี

เพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่คงเดชประทับใจ คือ “แว่ว” (Echo)

คงเดชระบุว่านอกจากเขาจะชื่นชอบเพลง “แว่ว” หรือ “Echo” ด้วยเหตุผลทางด้านดนตรีแล้ว เวลาฟังเพลงนี้ เขายังสามารถจินตนาการถึงภาพบางอย่างขึ้นมาในหัว นั่นคือภาพหญิงสาว ชายหาด และเรื่องราวความรัก

ในมุมมองของคนดนตรี-นักทำหนังชื่อดัง คุณลักษณะดังกล่าวของเพลงที่สวยงามเพลงนี้ สามารถบ่งชี้ให้เห็นว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นบุคคลที่โรแมนติกเพียงใด

ปลายเดือนตุลาคม 2560 ในวาระที่จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บล็อกคนมองหนังได้ทำการคัดเลือกเพลง “แว่ว” (Echo) ที่โดดเด่นจำนวน 10 เวอร์ชั่น มานำเสนอ ณ ที่นี้

“Echo” โดย My Life As Ali Thomas และ Roof

“Echo” โดย อิมเมจ สุธิตา และ ปณต Getsunova

“Echo” โดย พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (ปุ้ม ตาวัน)

“Echo” บรรเลงกีต้าร์โดย แจ๊ค ธรรมรัตน์ ดวงศิริ

“Echo” โดย บีม จารุวรรณ บุญญารักษ์

“Echo” โดย อุ้ย รวิวรรณ จินดา

“แว่ว” โดย ครูอ้วน มณีนุช เสมรสุต

“แว่ว” โดย Mellow Motif

“แว่ว” โดย ชาติ สุชาติ

“Echo” (เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น) โดย Qyoto

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.youtube.com/watch?v=kzZYo2Vlfzk

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

ฟังเพลงเพราะๆ สบายๆ จากการแสดงสดเมื่อเดือน ก.ย. ของ “ดึกดำบรรพ์ Boy Band”

เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา มีโอกาสไปดูการแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” วงดนตรีอันเกิดจากการรวมตัวของคนเบื้องหลัง-ศิลปินรุ่นเก๋า อย่าง “พนเทพ สุวรรณะบุณย์” “ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” ในงาน “SHINE FLEA MARKET ตอน PICNIC” ที่ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์

ถือเป็นโชว์ที่น่าประทับใจสมกับมาตรฐานสูงๆ ของน้าๆ กลุ่มนี้

ที่สำคัญ คือ หากวัดจากจำนวนเพลงที่เล่น โชว์นี้อาจนับเป็นคอนเสิร์ตได้เลย เพียงแต่เปิดให้ผู้ชมในห้างได้ดู-ฟังกันฟรีๆ (และมีที่ยืนมากกว่าที่นั่ง 555)

IMG_2175

นี่เป็นเซ็ทลิสต์ของโชว์ที่เล่นกันยาวราวชั่วโมงครึ่งครับ โดยตอนเล่นจริง จะมีการสลับลำดับเพลงอยู่บ้าง ไม่ได้เล่นเพลงสำรองสองเพลง และแทนที่ “เฝ้าคอย” ด้วย “คนขี้เหงา”

บล็อกคนมองหนังขอคัดสรรคลิปวิดีโอบันทึกภาพการแสดงสดบางส่วนในวันนั้นมาแสดง ณ ที่นี้ (ภาพค่อนข้างคมชัด เสียงพอฟังได้ และมีจุดติดขัดตามรายทางอยู่นิดๆ หน่อยๆ ครับ)

คนอ่านเพลง

รำลึก “พี่แหวน” ผ่านเสียงของ “นักร้องชายรุ่นหลัง”

บล็อกคนมองหนังขออนุญาตรำลึกถึง “พี่แหวน ฐิติมา สุตสุนทร” ในแง่มุมที่แตกต่างจากสื่อทั่วไปเล็กน้อย

กล่าวคือ เราอยากจะเชิญชวนให้แฟนเพลงมาร่วมฟังเพลงของ “พี่แหวน” ผ่านการขับร้องโดยศิลปินรุ่นหลังๆ

อันแสดงให้เห็นว่าผลงานเพลงจำนวนมากของ “พี่แหวน” นั้นมีคุณค่ายั่งยืนข้ามกาลเวลาและยุคสมัย

อีกด้านหนึ่ง เราจงใจเลือกเฉพาะผลงานคัฟเวอร์ “เพลงพี่แหวน” ที่ถ่ายทอดใหม่โดยนักร้องชายหรือวงดนตรีชายล้วน

เพราะหลายคนคงมิอาจปฏิเสธว่า “พี่แหวน” คือหนึ่งในศิลปินหญิง ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์หรือภาพแทนของ “ความเป็นหญิง” แบบใหม่ๆ ในสังคมไทยยุคปลายทศวรรษ 2520-2530

“ความเป็นหญิงแบบใหม่” ที่ผสมผสานเข้ากับ “บุคลิกแข็งแกร่ง” และ “ดนตรีร็อก” ซึ่งสำหรับสังคมไทยยุคนั้น มักถูกผูกติดอยู่กับเพศชาย

จึงเป็นการดีไม่น้อย ถ้าเราจะรำลึกถึง “พี่แหวน ฐิติมา” ผ่านการตีความหรือการสนทนากับ “ความเป็นหญิง” ที่ (เคย) แปลกและแตกต่าง โดยเหล่านักร้องชาย

ไดอารี่สีแดง โดย ปราโมทย์ วิเลปะนะ

อาจจะเป็นคนนี้ โดย จิมมี่ – สุรชัย มาลัยยะ (ผู้เข้าประกวด The Voice Thailand 2014)

เรามีเรา โดย RRR&B

ฟ้ายังมีฝน โดย เครสเชนโด

อยากให้คิดอีกครั้ง โดย วิศรุตเทพ สุพรรณเภสัช (ปิงปอง โซลอาฟเตอร์ซิกส์)

ขอบคุณภาพประกอบจากยูทูบ GMM GRAMMY ครับ

คนอ่านเพลง

ชมคลิปการแสดงสดสุดไพเราะ (บางส่วน) ของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 60

ก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ มีโอกาสไปชมมินิคอนเสิร์ตของวง “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” อันประกอบไปด้วยสามสมาชิกหลัก “พนเทพ สุวรรณะบุณย์” “ชรัส เฟื่องอารมย์” และ “ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” ที่ร้านปาร์คกิ้ง ทอยส์ ถนนเกษตร-นวมินทร์

โดยรวมแล้ว โชว์ถือว่า “ดีงามตามท้องเรื่อง” และตามมาตรฐานระดับสูงของพวกลุงๆ น้าๆ ครับ

ทุกๆ เพลงที่เล่นยังไพเราะเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน บรรยากาศของคนฟังก็ยอดเยี่ยมและสนุกมากๆ มีการร้องคลอตามศิลปินเกือบทุกเพลง

โดยส่วนตัว เพลงในเพลย์ลิสต์ของการแสดงครั้งนี้ที่ผมชอบมากสุด คือ “เพียงแค่ใจเรารักกัน” เพราะส่วนใหญ่ เวลา “ดึกดำบรรพ์ฯ” ขึ้นโชว์ เพลงนี้มักถูกร้องท่อนแรกๆ โดยพี่ตุ่น พนเทพ ก่อนจะมีศิลปินรับเชิญขึ้นมาร้องต่อ (คุณตุ๊ก วิยะดา และคุณโรส ศิรินทิพย์)

แต่เมื่อค่ำวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา เพิ่งมีโอกาสได้ฟังพี่ตุ่น (ซึ่งเป็นคนแต่งทำนอง) ร้องเพลงนี้เต็มๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

นอกจากนี้ หลังการแสดงเสร็จสิ้นลง ผมออกไปยืนรับลมตรงหลังร้านปาร์คกิ้ง ทอยส์ แล้วก็ได้พบเห็นบรรยากาศดีๆ เมื่อมีผู้แนะนำให้พี่ตุ่น พนเทพ ทำความรู้จักกับ “คุณอิด อาวินน์ ระวียัน” ฟรอนท์แมนของวง “ลิเบอร์ตี้” โดยในคำแนะนำมีการระบุด้วยว่าลิเบอร์ตี้เคยได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์

(“ลิเบอร์ตี้” มีอัลบั้มเต็มสองชุด ซึ่งได้รับสีสัน อะวอร์ดส์ รวมทั้งสิ้นสามรางวัล ในอัลบั้มชุดแรก “Flying Free” พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2546 ก่อนที่อัลบั้มชุดที่สอง “Liberalization” จะทำให้พวกเขาได้รับรางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2556-57 – แต่ถ้าวัดจากรสนิยมส่วนตัวแล้ว ผมยังชอบงานชุดแรกมากกว่าครับ แหะๆ)

หลังจากนั้น ก็เห็นพี่ตุ่นและคุณอิดยืนคุยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแชะรูปคู่เป็นที่ระลึก ถือเป็นการพบปะสังสรรค์ระหว่างศิลปินสองรุ่นที่อบอุ่นดีครับ

คราวนี้ ผมบันทึกคลิปการแสดงสดของ “ดึกดำบรรพ์ บอย แบนด์” มาเยอะพอสมควร แต่ก็ด้วยคุณภาพที่หลากหลายครับ คือ มีทั้งคลิปที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ จนเบลอร์นิดหน่อย คลิปที่ถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิทัล คุณภาพค่อนข้างชัด มีทั้งคลิปที่เสียงค่อนข้างโอเค พอฟังได้ และคลิปที่มีเสียงรบกวนค่อนข้างเยอะ

ถือว่ารับชมเอาบรรยากาศก็แล้วกันครับ