ข่าวบันเทิง

“A Dog’s Tale” เมื่อผู้กำกับ “October Sonata” ไปทำหนัง “สุนัข” ที่ประเทศจีน

ในที่สุด “สมเกียรติ วิทุรานิช” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย ที่ผลิตผลงานน้อยชิ้น แต่ล้วนน่าจดจำและมีความโดดเด่นทุกชิ้น ก็มีผลงานหนังยาวเรื่องใหม่ ถัดจาก “October Sonata รักที่รอคอย” เมื่อปี 2552

คราวนี้ สมเกียรติกลับมาทำหนังที่มีสุนัขเป็นตัวแสดงนำอีกหน หลังจากเขาเคยกำกับ “มะหมา 4 ขาครับ” ร่วมกับ “พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์” แต่ด้วยเงื่อนไข-บริบทที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องใหม่ของสมเกียรติเป็น “หนังจีน” ชื่อ “A Dog’s Tale” ซึ่งถ่ายทำในประเทศจีน (ด้วยทุนจีน) และใช้บริการนักแสดงท้องถิ่นทั้งหมด

เท่าที่พิจารณาจากคลิปตัวอย่างภาพยนตร์ซึ่งปล่อยออกมา นี่น่าจะเป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวว่าด้วยการพลัดพรากระหว่างสุนัขและเจ้าของ

5c25caf7b4ddc

“A Dog’s Tale” จะเข้าฉายในประเทศจีน วันที่ 13 กันยายนนี้

ทั้งนี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจ็คท์ดังกล่าว บล็อกคนมองหนังจะนำมารายงานเป็นระยะๆ

Advertisements
ข่าวบันเทิง

อัพเดตเทรลเลอร์-เอ็มวี-โปสเตอร์ “Where We Belong”

20 มิถุนายนนี้ ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า” ผลงานการกำกับของ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” นำแสดงโดย “เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ” (เจนนิษฐ์ BNK48) และ “แพรวา สุธรรมพงษ์” (มิวสิค BNK48) ก็จะได้ฤกษ์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ระหว่างนี้ ทางทีมงานผู้สร้างเลยค่อยๆ ทยอยปล่อยวัตถุดิบในการโปรโมทภาพยนตร์ออกมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นเทรลเลอร์หนัง, มิวสิควิดีโอเพลง “Let U Go” ซึ่งเป็นเพลงนำภาพยนตร์ และโปสเตอร์ ผลงานการถ่ายภาพนิ่งโดย “ธาดา วาริช”

บล็อกคนมองหนังจึงได้ทำการรวบรวมสิ่งต่างๆ เหล่านั้น มาเผยแพร่ซ้ำอีกหน ณ พื้นที่นี้

wwb poster 0wwb poster 1wwb poster 2wwb poster 3wwb poster 4wwb poster 5

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Where We Belong

ข่าวบันเทิง

มาแล้ว! ทีเซอร์ “Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า”

ในที่สุด ภาพยนตร์เรื่อง “Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า” ผลงานการกำกับของ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” ซึ่งนำแสดงโดย “เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ” (เจนนิษฐ์ BNK48) และ “แพรวา สุธรรมพงษ์” (มิวสิค BNK48) ก็ได้ฤกษ์ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาให้แฟนๆ ได้รับชม

โดยภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของสองสาวเพื่อนสนิท คือ “ซู” ที่กำลังจะจากจังหวัดจันทบุรี บ้านเกิด ไปเรียนต่อต่างประเทศ กับ “เบล” ที่จะยังไม่ไปไหน

ก่อนออกเดินทาง “ซู” ลงมือเขียนเช็กลิสต์ถึงสิ่งต่างๆ มากมาย ซึ่งควรทำก่อนขึ้นเครื่องบิน แม้จะตระหนักดีว่า สุดท้ายแล้วยังมีบางสิ่งบางอย่างในชีวิตที่เธอต้อง “ปล่อยผ่านไป”

หนังตั้งคำถามว่าหลังจัดกระเป๋าเดินทางเสร็จเรียบร้อย มีสิ่งใดบ้างที่ “ซู” ทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง และมีสิ่งใดบ้างที่เธอนำติดตัวไปข้างหน้า?

“Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า” จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 20 มิถุนายนนี้

ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเพิ่มเติมที่เพจ Where We Belong

ขอบคุณภาพนำจาก ช่องยูทูบ BNK48

ย้อนอ่านข่าว จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ “Where We Belong”

 

ข่าวบันเทิง

“เสีย(ง)บริสุทธิ์” วิดีโอที่อุทิศให้วัยรุ่นผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกเมื่อ 24 มี.ค.

9 พฤษภาคม “ณฐพล บุญประกอบ” และ “พวงสร้อย อักษรสว่าง” ได้เผยแพร่วิดีโอความยาวเกือบ 5 นาที ที่มีชื่อว่า “Like a Virgin : เสีย(ง)บริสุทธิ์” ออกสู่สาธารณะ

จุดเด่นของงานชิ้นนี้อยู่ที่เสียงให้สัมภาษณ์ของวัยรุ่นหลายราย ซึ่งได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อวันที่ 24 มีนาคม

คำบรรยายประกอบวิดีโอดังกล่าว ซึ่งเขียนโดยณฐพล ระบุว่า

“ครั้งแรก” แม่ง…ตื่นเต้นเสมอ

เนื่องในโอกาสที่ กกต. ประกาศผลรับรอง ส.ส. ผมกับ Puangsoi Rose จึงได้จัดทำวิดีโอชิ้นนี้ขึ้น เพื่ออุทิศแด่วัยรุ่นทุกคนที่ได้เสีย “ความบริสุทธิ์” ของตัวเองไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562

ไม่ว่าเราจะเสียบริสุทธิ์ให้ใคร เขาจะเห็นค่าเราหรือไม่ก็ตาม แต่ขอให้ความตื่นเต้น ลุกลี้ลุกลน กระตือรือร้น และกระหายใคร่รู้ต่อสังคมจงสถิตอยู่กับทุกคนต่อไป

เพราะสิ่งเหล่านี้คือความหวังเดียวที่พวกเรามี มิใช่หรือ 🙂

สำหรับ “ณฐพล บุญประกอบ” ผู้กำกับและผู้ตัดต่อวิดีโอชิ้นนี้ มีผลงานสร้างชื่อในวงกว้าง คือ ภาพยนตร์สารคดี “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” ซึ่งตามติดการวิ่งการกุศลระยะไกลของ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว

2215

นอกจากนี้ เมื่อสองปีที่แล้ว ณฐพลยังเคยผลิตวิดีโอสั้นชื่อ “17” เพื่อเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงกรณีวิสามัญฆาตกรรม “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมและนักทำหนังสั้นชาวลาหู่ ที่น่าเคลือบแคลงสงสัย (มาจนถึงปัจจุบัน)

ขณะที่ “พวงสร้อย อักษรสว่าง” ผู้กำกับและผู้รับผิดชอบงานกราฟิก กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของตัวเอง คือ “นคร-สวรรค์” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมืองไทย ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้

ข่าวบันเทิง

“Hope Frozen” หนังสารคดีไทยประเด็นเข้มข้น คว้ารางวัลที่แคนาดา

วาไรตี้ รายงานว่า “Hope Frozen” ภาพยนตร์สารคดีว่าด้วยความโศกเศร้าเสียใจที่ครอบครัวคนไทยครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญหลังการสูญเสียลูกสาว และการตัดสินใจของพวกเขาที่จะแช่แข็งร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยเอาไว้ เพื่อรอคอยความหวังบางอย่าง ได้รับรางวัลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังสารคดี Hot Docs ที่โตรอนโต ประเทศแคนาดา

ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของหนังสารคดีเรื่องนี้คือ “ไพลิน วีเด็ล”

การได้รับรางวัลดังกล่าวจาก Hot Docs ส่งผลให้ “Hope Frozen” มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวยอดเยี่ยมในออสการ์ครั้งหน้า โดยไม่ต้องเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา

hopefrozen

เว็บไซต์ทางการของ “Hope Frozen” ระบุถึงเรื่องย่อของหนังเอาไว้ว่า “น้องไอนส์” เด็กหญิงวัยสองขวบจากกรุงเทพฯ กลายเป็นมนุษย์ที่อายุน้อยที่สุดในโลก ซึ่งถูกนำร่างเข้าเก็บรักษาในกระบวนการแช่แข็ง

ภายหลังจากที่เด็กน้อยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมอง ครอบครัวของเธอก็ส่งร่างน้องไอนส์ไปยังแล็บในสหรัฐ ปัจจุบัน ศีรษะและสมองของเธอถูกเก็บรักษาเอาไว้ในห้องแล็บที่แอริโซนา

“Hope Frozen” จะติดตามสมาชิกครอบครัวของน้องไอนส์ โดยเฉพาะคุณพ่อ นักวิทยาศาสตร์เลเซอร์ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอก และนับถือพุทธศาสนา ที่ให้ความเชื่อมั่นแก่ครอบครัวว่าทุกคนควรทุ่มเทความหวังในการฟื้นคืนชีวิตลูกสาวไว้กับเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งยังเผชิญหน้ากับข้อโต้แย้งถกเถียงมากมาย

คุณพ่อมีความหวังว่า สักวัน น้องไอนส์จะมีโอกาสฟื้นคืนชีพในร่างใหม่ แม้ตัวเขาเองอาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันนั้น

ขณะเดียวกัน “แมทริกซ์” พี่ชายคนโตวัย 15 ปี ผู้เฉลียวฉลาดของน้องไอนส์ ก็ได้เข้ามาเติมเต็มความฝันของครอบครัว

หนุ่มน้อยผู้นี้เดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือกับคณะนักวิทยาศาสตร์ที่มีแนวโน้มจะค้นพบวิทยาการใหม่เกี่ยวกับการเก็บรักษาความทรงจำของมนุษย์

ความศรัทธาที่มีต่อวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นของครอบครัวน้องไอนส์กำลังจะถูกทดสอบใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยสิ่งที่แมทริกซ์เพิ่งค้นพบ

หนังสารคดีเรื่องนี้จะถักทอฟุตเทจที่ทางพ่อแม่เคยบันทึกภาพวิถีชีวิตของน้องไอนส์ เข้ากับการเฝ้าติดตามสังเกตวิถีชีวิตของสมาชิกครอบครัวรายอื่นๆ ภายหลังการถึงแก่กรรมของน้อง

นี่คือภาพยนตร์สารคดีที่พยายามจะสำรวจตรวจสอบเทคโนโลยีซึ่งให้ความหวังว่าสมอง/ความทรงจำของมนุษย์อาจถูกเก็บรักษาเอาไว้ได้ และการต่อสู้ทางอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งพร้อมจะอุทิศทุกอย่าง เพื่อชุบชีวิตเด็กน้อยวัย 2 ปี ขึ้นมาใหม่

Pailin_Wedel_Director

สำหรับ “ไพลิน วีเด็ล” นั้นเคยเป็นช่างภาพนิ่งให้แก่หนังสือพิมพ์ในสหรัฐ ก่อนจะตกหลุมรักการเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยวิดีโอ และตัดสินใจเรียนรู้ศาสตร์แขนงนี้ด้วยตนเอง

เธอเคยทำงานผลิตสื่อภาพเคลื่อนไหวให้สำนักข่าวต่างชาติหลายแห่ง เช่น อัลจาซีรา, เอบีซี ออสเตรเลีย, นิวยอร์กไทมส์, เนชั่นแนล จีโอกราฟิก, โมโนเคิล, เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล และเอพี

ภาพยนตร์สารคดีของไพลินมักมุ่งความสนใจไปยังประเด็นว่าด้วยความศรัทธา, บาดแผลในจิตใจ และการปรับตัวเข้ากับภาวะสมัยใหม่ของมนุษย์

หนังสารคดีเรื่องนี้ยังจะมีทีมงานหลักเป็นชาวไทยอีกสองราย คือ “อัคริศเฉลิม กัลยาณมิตร” นักออกแบบเสียง ซึ่งเคยทำงานร่วมกับอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และ “ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล” นักทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ ซึ่งเคยมีผลงานน่าจดจำใน “อนธการ” และ “มะลิลา”

ที่มาเนื้อหา ภาพประกอบ และตัวอย่างภาพยนตร์

https://www.hopefrozen.com/

https://variety.com/2019/film/festivals/we-will-stand-up-hope-frozen-take-top-prizes-hot-docs-1203205112/

ข่าวบันเทิง

“The Young Karl Marx” เข้าฉายในไทย ระหว่างวันที่ 3-19 พ.ค.

 

ราว 2-3 ปีก่อน บล็อกคนมองหนังได้เคยนำเสนอข่าวคราวและตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่อง “The Young Karl Marx” ผลงานการกำกับโดย “ราอูล เพ็ค” คนทำหนังชาวเฮติ

ในที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะได้ฤกษ์เข้าฉายเชิงพาณิชย์แบบจำกัดโรงที่ประเทศไทย ภายใต้การนำเสนอของสถาบันเกอเธ่

โดยระหว่างวันที่ 3-19 พฤษภาคม 2562 “The Young Karl Marx” จะเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ Bangkok Screening Room

tykm 3

“The Young Karl Marx” ย้อนเล่าเรื่องราวใน ค.ศ.1844 เมื่อ “คาร์ล มาร์กซ์” ในวัย 26 ปี ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ที่ปารีส พร้อมกับ “เจนนี่” ผู้เป็นภรรยา

มาร์กซ์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจากภาระหนี้สินพร้อมด้วยภาวะซึมเศร้าที่รุมเร้า เมื่อเขาได้พบกับบุตรชายนายทุนเจ้าของโรงงานอย่าง “ฟรีดริช เองเกลส์” เป็นครั้งแรก มาร์กซ์ปรามาสว่าเองเกลส์คงเป็นเพียงหนุ่มเจ้าสำรวยคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เองเกลส์นั้นมีความแปลกแยกจากชนชั้นนายทุนของตัวเองและครอบครัวมาเนิ่นนานแล้ว อีกทั้งเขายังเพิ่งตีพิมพ์งานศึกษาว่าด้วยชนชั้นกรรมาชีพที่ทุกข์ยากแร้นแค้นในสังคมอังกฤษออกเผยแพร่

ชายหนุ่มผู้มีจิตใจตรงกันคู่นี้จึงกลายเป็นมิตรสหายซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กันและกัน ในการเขียนงานที่พยายามวางรากฐานทางทฤษฎีสำหรับการปฏิวัติสังคม ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะต้องบังเกิดขึ้น

เป้าหมายของมาร์กซ์และเองเกลส์ไม่ได้หยุดลงตรงแค่การอธิบายโลก แต่ทั้งคู่ต้องการเปลี่ยนแปลงโลก พวกเขาเห็นว่าการต่อต้านเสี้ยวส่วนต่างๆ ของพลังอนุรักษนิยม รวมถึงการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจภายในกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย คือรากฐานที่จะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

tykm 2

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ “ราอูล เพ็ค” ได้พยายามถ่ายทอดบอกเล่าจุดกำเนิดของขบวนการสังคมนิยมสากล, พรรคคอมมิวนิสต์ และแถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์

ขณะเดียวกัน หนังก็วาดภาพของชายหนุ่มไฟแรงสองคน ผู้เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าถึงความเป็นไปได้ในการมีสังคมซึ่งคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและพลังการปฏิวัติของมวลชนผู้ถูกกดขี่ข่มเหง

ตรวจสอบรอบฉายและวิธีการเดินทางไปยัง Bangkok Screening Room ได้ที่นี่

ข่าวบันเทิง

2 นักออกแบบเสียงไทยสุดยอด! ผนึกกำลังคว้ารางวัลฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์

เมื่อวันที่ 14 เมษายน มีการประกาศผลรางวัลฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 38 โดยดาวเด่นประจำงาน คือ ผู้กำกับ-นักแสดง-ทีมงานของภาพยนตร์ทริลเลอร์แนวตำรวจจับผู้ร้ายเรื่อง “Project Gutenberg”

ซึ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และ ออกแบบเครื่องแต่งกายและแต่งหน้ายอดเยี่ยม ไปครอง รวมทั้งสิ้น 7 สาขา

อย่างไรก็ตาม มีข่าวน่ายินดีเกิดขึ้น เมื่อปรากฏชื่อชาวไทยสองคนได้รับรางวัลในคราวนี้ด้วย คือ “ณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์” และ “ศรัณยู เนินทราย” ซึ่งร่วมกันคว้ารางวัลสาขาออกแบบเสียงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “Operation Red Sea” (กำกับโดย “ดังเต้ แลม”)

ณพวัฒน์ ศรัณยู

ณพวัฒน์เป็นผู้ออกแบบเสียงและวิศวกรเสียงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนังไทยและเทศจำนวนมาก อาทิ พี่มาก…พระโขนง, คิดถึงวิทยา, อนธการ, ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง มาจนถึง Operation Mekong (ผลงานการกำกับของ “ดังเต้ แลม” เช่นกัน)

ส่วนศรัณยู นอกจากจะเป็นมือกีต้าร์ของวง The Ginkz แล้ว เขายังเคยทำงานด้านการออกแบบเสียงประกอบภาพยนตร์ร่วมกับณพวัฒน์มาก่อน ผ่านผลงานเช่น อนธการ และ Operation Mekong

ทั้งนี้ ณพวัฒน์และศรัณยูจะรับผิดชอบดูแลเสียงประกอบให้แก่ภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ในฐานะทีมงานโพสต์โปรดักชั่นของบริษัท One Cool Sound Studio

ซึ่งในฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ ประจำปีนี้ ก็ยังมีทีมงานอีกหนึ่งชุดของ One Cool Sound Studio ที่รับออกแบบเสียงให้แก่ภาพยนตร์เรื่อง “Project Gutenberg” จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออกแบบเสียงยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน

โดยทีมงานดังกล่าวประกอบด้วย ธนรัตน์ ธิติโรจนา, ไกลกังวล รุ่งสาคร และศรัณยู เนินทราย

ก่อนหน้านี้ ณพวัฒน์และศรัณยูยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “ออกแบบเสียงยอดเยี่ยม” บนเวทีเอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 13 จากภาพยนตร์เรื่องเดิม คือ “Operation Red Sea”

สำหรับณพวัฒน์ เขาเคยมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบเสียงให้แก่ภาพยนตร์เรื่อง “The Grand Master” ของ “หว่องกาไว” ซึ่งได้รับรางวัลออกแบบเสียงยอดเยี่ยมบนเวทีฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 33

โดยเครดิตของผู้ได้รับรางวัลในคราวนั้น คือ โรเบิร์ต แมคเคนซี และ ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์ (กรรมการผู้จัดการบริษัท กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ และสมาชิกวง Kidnappers)

นอกจากนั้น ณพวัฒน์และไตรเทพยังเคยได้รับรางวัลออกแบบเสียงยอดเยี่ยมร่วมกันในงานเอเชีย-แปซิฟิก ฟิล์ม เฟสติวัล 2012 จากการทำงานให้แก่ภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง “The Silent War”

ภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/hongkongfilmawards/photos/a.202787299744339/2308430539179994/?type=3&theater

ข้อมูลจาก https://www.scmp.com/news/hong-kong/society/article/3006124/project-gutenberg-big-early-winner-felix-chong-takes-best

http://www.hkfaa.com/winnerlist38norm.html?fbclid=IwAR2OgzLDMhURyI3Fi9c7YdtDvxCqvGH1GtT6b3vrnb_ZYwrRF65_djjSdQg

https://www.afa-academy.com/page?mid=22

https://en.wikipedia.org/wiki/33rd_Hong_Kong_Film_Awards

https://www.imdb.com/title/tt2078768/awards?ref_=tt_awd

 

 

ข่าวบันเทิง

“ธัญญ์วาริน” ให้สัมภาษณ์ The Guardian ประกาศไม่ได้เข้าสภาเพื่อไปสร้างความบันเทิง!

“ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” นักทำหนังและว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับ “ฮันนาห์ เอลลิส-ปีเตอร์เซน” แห่ง “เดอะ การ์เดียน”

โดยมีประเด็นน่าสนใจ ซึ่งบล็อกคนมองหนังขออนุญาตนำมาแปล-สรุปความ-เรียบเรียงใหม่ และแบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

ส.ส.ข้ามเพศคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

กอล์ฟ อนาคตใหม่ 2
ภาพจาก พรรคอนาคตใหม่

ฮันนาห์-ปีเตอร์เซน ระบุว่าแม้การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 24 มีนาคม จะเต็มไปด้วยความไร้เสถียรภาพ และยังไม่แน่ชัดว่าพรรคการเมืองฝ่ายไหนจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้มีจุดเล็กๆ ทว่าสำคัญ ที่บางคนอาจมองข้ามไป นั่นคือรัฐสภาไทยจะได้ต้อนรับธัญญ์วาริน ในฐานะ ส.ส.คนข้ามเพศรายแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ

บรรดานักการเมืองหน้าใหม่ที่มีธัญญ์วารินเป็นหนึ่งในนั้น กำลังบ่งชี้ว่าการเมืองไทยไม่ใช่พื้นที่เฉพาะสำหรับเหล่ามหาเศรษฐีหรือนายพลอีกต่อไป

“ฉันต้องการลงมือเขียนประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าใหม่ ฉันใช้เวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในการทำหนังที่พูดถึงประสบการณ์ของกลุ่มคนข้ามเพศและ LGBT ในประเทศไทย แต่ต่อมา ก็รู้สึกว่าการเล่าเรื่องราวเหล่านั้นมันไม่เพียงพออีกแล้ว ฉันต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่แบ่งแยกผู้คน สังคมไทยมีลักษณะเป็นระบบปิตาธิปไตยที่ไม่เสมอภาค และไม่ได้ให้คุณค่ามนุษย์ทุกคนอย่างทัดเทียมกัน ตลอดชีวิตของฉัน ฉันถูกปฏิบัติเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง สิ่งแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป”

ฉันไม่ได้เข้าสภาเพื่อไปสร้างความบันเทิง!

22853356_1493101690745406_349948089735554640_n

ฮันนาห์-ปีเตอร์เซน ให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์แรกที่ผลักดันธัญญ์วารินเข้าสู่วิถีการเมือง ก็คือ การต้องต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้หนังเรื่อง “Insects in the Backyard” ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์

จากนั้น เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2561 โดยมีจุดยืนที่เป็นเสรีประชาธิปไตย หัวก้าวหน้า และกล้าวิพากษ์เผด็จการทหารอย่างหนักหน่วง รวมทั้งขับเน้นประเด็นเรื่องความเสมอภาคเป็นวาระหลักของพรรค

ธัญญ์วารินจึงสมัครเข้าไปร่วมงานกับพรรคการเมืองนี้ และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

แม้จะประสบความสำเร็จขั้นแรก ด้วยการได้รับเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 24 มีนาคม แต่ธัญญ์วารินยังมีเรื่องต้องพิสูจน์อีกมากมายบนเส้นทางสายการเมือง

“ฉันมีเรื่องต้องพิสูจน์อีกมากมาย ว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะช่วยบริหารประเทศ และนั่นคือสิ่งท้าทาย แม้เมื่อฉันได้เป็นว่าที่ ส.ส. แล้ว บางคนก็ยังคงพูดจาว่าฉันจะเข้าไปเป็นแค่ผู้สร้างความบันเทิงในรัฐสภา แต่ฉันไม่ได้จะเข้าไปที่นั่นเพื่อสร้างความบันเทิงนะ ฉันจะเดินเข้าสภาในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ได้รับเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าฉันมีเกียรติยศศักดิ์ศรีเทียบเท่าและมีความเสมอภาคกับ ส.ส. คนอื่นๆ”

เพศสภาพอันซับซ้อนในสังคมไทยและตัวตนของ “ธัญญ์วาริน”

กอล์ฟ มติชน
ภาพจาก มติชนสุดสัปดาห์

ฮันนาห์-ปีเตอร์เซน บรรยายว่าประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนกับกลุ่มคนข้ามเพศ ตัวอย่างชัดเจน คือ กรณีของ “กะเทย” ในสังคมไทย ที่สามารถแสดงตัวตนได้อย่างเปิดเผยกว่าในอีกหลายๆ สังคม ทว่าขณะเดียวกัน “กะเทยไทย” ส่วนใหญ่ก็ได้รับการปฏิบัติด้วยในฐานะพลเมืองชั้นสอง คนเหล่านี้มีทางเลือกจำกัดในการประกอบอาชีพ และเผชิญหน้าการแบ่งแยกกีดกันอยู่เสมอ

ที่สำคัญ กลุ่มคนข้ามเพศในสังคมไทยไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงข้อมูลเพศสภาพในบัตรประชาชน นั่นหมายความว่าผู้ที่ถือกำเนิดมาเป็นเพศชายจะต้องเข้าร่วมการเกณฑ์ทหาร ส่งผลให้บรรดาผู้หญิงข้ามเพศที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศแล้วต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอันดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ปลอมตัวเป็นสตรีเพราะอยากหลีกเลี่ยงการ “รับใช้ชาติ” หรือต้องได้หนังสือรับรองจากแพทย์ว่าตนเองเป็นบุคคล “ผิดปกติ”

นอกจากนี้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงข้ามเพศยังไม่สามารถจดทะเบียนสมรสและรับเด็กมาเลี้ยงดูเป็นลูกได้

ธัญญ์วารินเปิดเผยว่าตนเองเริ่มแต่งกายและใช้ชีวิตเป็น “ผู้หญิง” เมื่ออายุ 17 ปี แต่ต่อมา ว่าที่ ส.ส. ผู้นี้ ก็ตระหนักว่าตนไม่ได้ปรารถนาจะเป็นทั้ง “ชาย” และ “หญิง” พร้อมกับมีความเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ควรถูกกำหนดนิยามด้วยเรื่องเพศสภาพอันแข็งทื่อตายตัว

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ธัญญ์วารินเลือกระบุให้ฮันนาห์-ปีเตอร์เซนใช้สรรพนาม “they” (ไม่ใช่ทั้ง เขา/he และเธอ/she) เมื่อจะกล่าวอ้างถึงตนเองในรายงานชิ้นนี้

ก้าวแรกในฐานะ ส.ส.

กอล์ฟ อนาคตใหม่ 1
ภาพจาก พรรคอนาคตใหม่

ภารกิจแรกที่ธัญญ์วารินต้องการลงมือทำในฐานะตัวแทนประชาชน คือ การผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายเกี่ยวกับการสมรสและระบบการศึกษาเรื่องเพศในโรงเรียน

“คุณลองจินตนาการดูสิ ว่าถ้าคุณเป็นคนข้ามเพศที่นั่งอยู่ในห้องเรียน แล้วตำราก็ระบุว่าคุณมีความผิดปกติทางจิต คุณจะกล้าบอกคนอื่นๆ ไหมว่าตัวเองเป็นใคร?”

อย่างไรก็ดี เมื่อผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการยังไม่ถูกประกาศออกมา ธัญญ์วารินจึงยังไม่ได้เป็น ส.ส. เต็มตัว เช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังไม่แน่ว่าจะได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือต้องไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ท่ามกลางความเชื่อที่ว่าพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนกองทัพและ คสช. จะได้สืบทอดอำนาจต่อ ตามระบบกติกาที่ออกแบบเอาไว้

“นี่ไม่ใช่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ยังจะไม่บังเกิดขึ้นหรอก แต่นี่คือการขยับก้าวไปข้างหน้าที่มีความสำคัญมาก”

ธัญญ์วารินพูดถึงความท้าทายทางการเมืองที่รอเธอและเพื่อนๆ ร่วมพรรค อยู่ตรงเบื้องหน้า

ที่มาเนื้อหา https://www.theguardian.com/world/2019/apr/06/i-am-not-here-to-entertain-meet-thailands-first-transgender-mp

ข่าวบันเทิง

เปิดตัว “LET U GO” เพลงประกอบหนัง “Where We Belong” ขับร้องโดย “เจนนิษฐ์-มิวสิค BNK48”

ฟังเพลง LET U GO ได้แล้ว ที่นี่

where we belong เบื้องหลัง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บล็อกคนมองหนังได้เคยนำเสนอข่าวคราวการออกสตาร์ทโปรเจ็กท์หนังไทยเรื่อง “Where We Belong” ของ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” ไปบ้างแล้ว (คลิกอ่าน ที่นี่)

คราวนี้ เราจะมาอัพเดตความคืบหน้าของเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า “LET U GO”

let u go คอร์ด

เพลงเพลงนี้เป็นผลงานการแต่งของคงเดช ผู้สวมหมวกอีกใบหนึ่งเป็นนักร้องนำวง “สี่เต่าเธอ” ทั้งยังเคยแต่งเพลงให้ศิลปินดังหลายราย รวมถึงแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของตนเอง

ผู้ขับร้อง คือ สองสาว “เจนนิษฐ์” และ “มิวสิค” แห่ง BNK48 ซึ่งรับหน้าที่เป็นสองนักแสดงนำในหนังด้วย

ยิ่งกว่านั้น เพลงเพลงนี้ยังจะมีสถานะเป็น Original Song ลำดับแรกสุดของ BNK48

“LET U GO” คือผลงานที่มีกลิ่นอายแบบคงเดชปรากฏอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เมื่อฟังซ้ำๆ หลายรอบ ก็ทำให้นึกถึง “ฝันกลางวัน” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “สยิว” และ “จับมือฉัน” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “กอด” ซึ่งเป็นหนังในยุคแรกๆ ของผู้กำกับ-นักแต่งเพลงรายนี้

ขอบคุณภาพประกอบและคอร์ดเพลงจากเพจเฟซบุ๊ก Kongdejworkboard

ข่าวบันเทิง, คนอ่านเพลง

ฟัง 11 เพลงเด่นของ “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ปลายเดือน พ.ค.

สำหรับคนฟังเพลงวัย 30-50 ปี หากให้เอ่ยชื่อวงดนตรีไทยสากลที่ดียิ่งวงหนึ่งในเจนเนอเรชั่นของพวกเรา ย่อมต้องมี “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” รวมอยู่ด้วย

ปิงปอง

วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ศิลปินเจ้าของ 6 รางวัลสีสัน อวอร์ดส์ จากสองสตูดิโออัลบั้มที่วางแผงเมื่อปี 2539 และ 2545 จะกลับมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ (น่าจะเป็นครั้งที่สามของพวกเขา) ชื่อ “ความทรงจำของก้อนหิน” ณ รอยัลพารากอนฮอลล์

ปึ่น

โดยเริ่มจำหน่ายบัตรเข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaiticketmajor.com/concert/soul-after-six-2019-th.html)

บิ๊ก

ในโอกาสนี้ บล็อกคนมองหนัง (ที่แอดมินชอบฟังเพลง 555) อยากขออนุญาตพาแฟนเพลงของ “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” ซึ่งประกอบด้วย 3 สมาชิกตลอดกาล ได้แก่ ณรงค์ฤทธิ์-วิศรุตเทพ สุพรรณเภสัช และศรุต (วิทย์) วิจิตรานนท์ ย้อนไปฟังผลงานโดดเด่นของพวกเขา (ตามรสนิยมของแอดมิน) เป็นการอุ่นเครื่อง

รู้

เพลงสองหน้าเอจากอัลบั้มชุดแรก ถ้าต้องให้เลือกระหว่าง “รักแล้ว” (เพลงหนึ่งหน้าเอ) กับ “รู้” แอดมินจะเลือกเพลงหลัง เพราะชอบท่วงทำนองและเนื้อหาที่รื่นหูกว่านิดๆ

เคียงเธอ

ไม่บ่อยนัก ที่โซลอาฟเตอร์ซิกส์จะทำเพลงที่วางฐานอยู่บนกีต้าร์อะคูสติก ซึ่งพวกเขาก็นำเสนอมันออกมาได้ดีและงดงามมากๆ

รอ..คงเพียงพอ

เพลงที่ไพเราะและมีโครงสร้างทางดนตรีอลังการมากที่สุดเพลงหนึ่งของพวกเขา

ก้อนหินละเมอ

บางวงดนตรีมักมีปมและพยายามหลีกเลี่ยงที่จะแสดงสดเพลง (ซึ่งแทบจะเป็น) “วัน ฮิต วันเดอร์” ของตัวเอง

แต่ “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” ไม่เคย (และไม่จำเป็น) ต้องเลี่ยงเล่นเพลง “ก้อนหินละเมอ” เพราะนี่คือเพลงที่มีเนื้อหาคมคาย มีท่วงทำนองสวยงาม มีการเรียบเรียงดนตรีที่สลับซับซ้อน จนเจ้าของเพลงสามารถถ่ายทอดมันออกมาด้วยความภาคภูมิใจในทุกโอกาส ไม่ใช่ด้วยความอับอายหรือความรู้สึกผิดบาปใดๆ

เห็นฉันไหม

เพลงจังหวะกลางๆ เปิดอัลบั้มชุดสอง ที่แสนติดหู แถมมิวสิควิดีโอซึ่งเปิดกว้างต่อการตีความ ยังเป็นงานภาพเคลื่อนไหวที่ดูสนุกและเพลิดเพลิน

เจ้าพายุ

ภาคต่อในเชิงเนื้อหาของ “ก้อนหินละเมอ” แต่มีท่วงทำนองที่คึกคักกระฉับกระเฉงกว่ามาก พ่วงด้วยคำร้องท่อนฮุกที่ (โคตร) ติดปาก

วันของเรา

เพลงเพราะๆ ซึ้งๆ ที่อาจไม่ได้โด่งดังในวงกว้างชนิดฉับพลัน แต่นี่คือเพลงรักที่มีมนต์ขลังยาวนานเป็นอมตะสำหรับคนฟังบางกลุ่ม

รักเก่าๆ

เพลงคัฟเวอร์ (ต้นฉบับโดย “สามหน่อ”) ที่ผู้ฟังส่วนใหญ่แทบจะหลงคิดว่าเป็นผลงานออริจินัลของ “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” ระยะหลังๆ ทางวงและนักดนตรีสนับสนุนรุ่นปัจจุบัน สามารถแสดงสดเพลงเพลงนี้ได้อย่างมีสีสันและทรงเสน่ห์

หากคิดจะรัก…ก็รัก

อีกหนึ่งเพลงคัฟเวอร์ (ต้นฉบับโดย “อิทธิ พลางกูร”) ในอัลบั้ม “เมลโล่ว์ มู้ดส์” ที่ฟังได้เพราะๆ เพลินๆ สนุก และติดหู

เวลา

หลายปีหลัง “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” พยายามผลิตซิงเกิ้ลใหม่ออกมาจำนวนหนึ่ง ในฐานะแฟนเพลงของพวกเขา แอดมินรู้สึกว่าเพลงยุคหลังนี้ “ไม่คม” เท่าผลงานในสตูดิโออัลบั้มสองชุดแรก

อย่างไรก็ดี “เวลา” เพลงเปิดตัวของซิงเกิ้ลกลุ่มดังกล่าว นั้นมีลายเซ็นทางดนตรีอันชัดเจน จนจัดเป็น “รัก (เก่าๆ) แรกพบ (รอบใหม่)” ที่น่าจดจำไม่น้อย

ในฝัน

ซิงเกิ้ลล่าสุดของ “โซลอาฟเตอร์ซิกส์” ที่คล้ายจะแอบอิงอาศัยกระแสความโด่งดังของมือเบสผู้เป็นนักแสดงนำจากละคร “บุพเพสันนิวาส” แต่จริงๆ แล้ว ท่วงทำนองและการเรียบเรียงดนตรี (อันปราศจากแผงเครื่องเป่า) รวมถึงเสียงร้องของศรุตในเพลงนี้ ถือเป็นการทดลองทำงานรูปแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจของทางวง