ข่าวบันเทิง

8 หนังไทยในฟุกุโอกะ และโปรเจ็คท์ของ “นนทรีย์-นนทวัฒน์” ที่ถูกคัดเลือกเข้าตลาดใหญ่ปูซาน

8 หนังไทยที่ฟุกุโอกะ

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโฟกัส ออน เอเชีย ฟุกุโอกะ 2017 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 กันยายนนี้ ได้วางโปรแกรมพิเศษสำหรับภาพยนตร์ไทยโดยเฉพาะ

โปรแกรมดังกล่าวมีชื่อว่า “Thai Films-A Diversity in Charm” (ภาพยนตร์ไทย: ความหลากหลายภายในความมีเสน่ห์) โดยจะมีการจัดฉายหนังไทยถึง 8 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

ฟุกุ รวม

ฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ), ดาวคะนอง (อโนชา สุวิชากรพงศ์), เทริด (เอกชัย ศรีวิชัย และ ภาคภูมิ วงษ์จินดา), ปั๊มน้ำมัน (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์), Mary is Happy, Mary is Happy (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์), เดอะ มาสเตอร์ (นวพล), เปนชู้กับผี (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) และ สันติ-วีณา (ครูมารุต หรือ ทวี ณ บางช้าง)

ที่มา http://www.focus-on-asia.com/lineup_en/

2 โปรเจ็คท์หนังไทย ในตลาดเอพีเอ็ม เทศกาลปูซาน

เดอะ เอเชี่ยน โปรเจ็คท์ มาร์เก็ต (เอพีเอ็ม) คือ กิจกรรมส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

โดยทางผู้จัดงานจะคัดเลือกโปรเจ็คท์ภาพยนตร์เอเชียที่น่าสนใจให้เข้ามาร่วมในกิจกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นตลาดหรือแหล่งพบปะทางธุรกิจระหว่างคนทำหนังกับผู้ลงทุนหรือผู้สร้างภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

ปีนี้ กิจกรรมเอพีเอ็มครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม ในช่วงเทศกาลภาพยนตร์ปูซานครั้งที่ 22 โดยมีโครงการภาพยนตร์ทั่วเอเชียส่งใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 317 เรื่อง ปรากฏว่ามีโปรเจ็คท์ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน 28 เรื่อง

ในรายชื่อดังกล่าว มีโครงการของนักทำหนังชาวไทยอยู่สองเรื่อง ได้แก่ “ดอย บอย” โครงการภาพยนตร์ของนนทวัฒน์ นำเบญจพล และ “ฟรานซิส จิตร ออฟ สยาม” โดย นนทรีย์ นิมิบุตร

doiboy
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Nontawat Numbenchapol

วอยซ์ทีวี รายงานว่า “ดอย บอย” โปรเจ็คท์ภาพยนตร์ล่าสุดของนนทวัฒน์ ที่เพิ่งมีหนังเรื่อง “#BKKY” เข้าฉายในเมืองไทย จะเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มจากรัฐฉานซึ่งเดินทางเข้ามาทำงานในแวดวงธุรกิจสีเทาที่เชียงใหม่ และก่อนหน้านี้ โครงการดังกล่าวก็เคยได้รับรางวัล “ปูริน อวอร์ด” จากโครงการพัฒนาบทภาพยนตร์สำหรับนักทำหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFIC)

ฟรานซิส จิตร

ขณะที่โปรเจ็คท์หนังใหญ่เรื่องใหม่ของนนทรีย์จะนำเสนอประวัติชีวิตของ “ฟรานซิส จิตร” หรือหลวงอัคนีนฤมิตร (จิตร จิตราคนี) ช่างภาพชาวไทยคนแรกในสมัยรัชกาลที่ 4-5 โดยเรื่องราวเกี่ยวกับร้านถ่ายรูปของเขาเคยปรากฎเป็นฉากเล็กๆ ในภาพยนตร์ “ทวิภพ” ของสุรพงษ์ พินิจค้า มาแล้ว

ฟรานซิส จิตร 2

ที่มา https://asianfilmfestivals.com/2017/08/14/asian-project-market-official-projects-2017/

Advertisements
ข่าวบันเทิง

“อวสานซาวด์แมน” อีกหนึ่งหนังสั้นไทยในเวนิส

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ได้ประกาศรายชื่อหนัง 33 เรื่อง ที่ถูกคัดเลือกเข้าฉายในเซ็คชั่น Orizzonti ซึ่งพยายามนำเสนอผลงานอันเป็นตัวแทนของสุนทรียะรูปแบบใหม่ๆ และกระแสร่วมสมัยของโลกภาพยนตร์

น่ายินดีว่าหนึ่งในภาพยนตร์สั้นซึ่งถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเซ็คชั่นดังกล่าว คือหนังสั้นไทยชื่อ “อวสานซาวด์แมน” ผลงานของ “สรยศ ประภาพันธ์”

สำหรับสรยศ เคยมีผลงานหนังสั้นเด่นๆ ที่ได้รับรางวัลและได้เข้าร่วมเทศกาลทั้งในไทยและต่างประเทศมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ บุญเริ่ม, ดาวอินดี้ และ รักษาดินแดน

นอกจากนี้ เขายังทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกเสียง (ซาวด์แมน) ประจำกองถ่ายหนังอินดี้ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัยจำนวนมาก

ส่งผลให้ปีนี้ จะมีหนังไทยเข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสสองเรื่อง คือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ของเป็นเอก รัตนเรือง และ “อวสานซาวด์แมน” ของสรยศ

ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “ห้าแสนปี” ของชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ก็ถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายประกวดของเซ็คชั่น Orizzonti เช่นกัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก Sorayos Minimal Prapapan

ข่าวบันเทิง

“พิมพกา โตวิระ” ได้รับแต่งตั้งเป็นโปรแกรม ไดเร็กเตอร์ เทศกาลหนังสิงคโปร์

นับเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทย-อาเซียน เมื่อ “พิมพกา โตวิระ” นักทำหนังชาวไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “โปรแกรม ไดเร็กเตอร์” (ผู้อำนวยการฝ่ายคัดเลือกภาพยนตร์) ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์

นอกจากจะเคยมีผลงานกำกับภาพยนตร์ (เรื่องล่าสุด คือ “มหาสมุทรและสุสาน”) พิมพกายังเคยทำงานบริหารเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติมาก่อน โดยเธอเคยดำรงตำแหน่งโปรแกรม ไดเร็กเตอร์ ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เมื่อปี 2001, 2008 และ 2009 และดำรงตำแหน่งเดียวกันของเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพฯ ระหว่างปี 2015-17

งานแรกของพิมพกาที่สิงคโปร์ก็คือ การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน-3 ธันวาคมนี้

“บทบาทหน้าที่ของฉัน คือ การเข้าไปพัฒนาแนวทางการเลือกฉายภาพยนตร์ในเทศกาล และแสดงให้เห็นถึงพันธกิจที่ทางเทศกาลนี้มีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

พิมพกาให้สัมภาษณ์กับวาไรตี้ และว่า “ฉันต้องการที่จะทำงานทั้งในฐานะคนทำภาพยนตร์และผู้จัดเทศกาลภาพยนตร์อยู่เสมอมา”

“ภูมิภาคแห่งนี้มีจารีตของการเล่าเรื่องที่รุ่มรวย เรามีผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญๆ อย่าง บริลลันเต้ เมนโดซ่า, ลาฟ ดิแอซ และอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล รวมถึงคนทำหนังรุ่นใหม่ผู้มีความสามารถอีกหลายราย เราจะสามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ชัดกว่านี้ ถ้าเรามาร่วมมือทำงานกัน ฉันต้องการที่จะนำเสนอให้คนทำหนังจากเมียนมา, เวียดนาม และลาว เป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม และช่วยเหลือให้พวกเขาเชื่อมต่อกับประชาคมภาพยนตร์นานาชาติมากยิ่งขึ้น”

ด้านทูเดย์ออนไลน์ระบุด้วยว่า พิมพกาได้ตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับให้เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์กลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำระดับทวีป เช่นเดียวกับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ของเกาหลีใต้

ขอบคุณภาพประกอบจาก มติชน

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

“เทพสามฤดู” เรตติ้งแซง “หน้ากากนักร้อง” แล้ว พร้อมเกร็ดข้อมูลละครพื้นบ้านอีกมากมาย

“เทพสามฤดู” เรตติ้งแซง “หน้ากากนักร้อง” แล้ว

6.5 เทพสามฤดู
ที่มา อินสตาแกรม “สามเศียร”

ถือว่าปิดท้ายเดือนกรกฎาคมได้อย่างสวยงามทีเดียว สำหรับ “เทพสามฤดู 2560”

เมื่อละครตอนที่แพร่ภาพในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 29 และวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค. สามารถโกยเรตติ้งไปได้ 6.5

ถึงแม้ว่าเรตติ้งดังกล่าวจะทำให้ละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ อยู่เพียงลำดับที่ห้าของอันดับโปรแกรมยอดนิยมประจำช่องเจ็ดสี ระหว่างวันที่ 24-30 ก.ค. 2560 รองจากละครเย็น “มือปืนพ่อลูกติด” ละครค่ำ “มือเหนือเมฆ” ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 2 และเส้นทางบันเทิง

แต่ตัวเลขเรตติ้ง 6.5 ก็เพียงพอจะทำให้ “เทพสามฤดู” ได้รับความนิยมแซงหน้า “The Mask Singer 2” รายการยอดนิยมอันดับหนึ่งของช่องเวิร์คพอยท์ไปแล้วเรียบร้อย เพราะในสัปดาห์ล่าสุด รายการประกวดร้องเพลงดังกล่าวได้เรตติ้งไปเพียง 6.1 (ที่มา เอจีบีนีลเซ่น)

คงต้องจับตาดูว่า “เทพสามฤดู 2560” จะมีเรตติ้งขึ้นต้นด้วยเลข 7 ภายในระยะเวลาเร็วๆ นี้หรือไม่?

อีกหนึ่ง “ภารตะสไตล์” ใน “เทพสามฤดู 2560”

ดังที่ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนว่า “เทพสามฤดู” เวอร์ชั่นล่าสุด คล้ายจะรับอิทธิพลจากซีรีส์มหากาพย์อินเดียมามากเป็นพิเศษ (อ่านรายละเอียดที่นี่)

นอกจากฉาก “ศิวนาฏราช” ขององค์อิศรา และบทพูด “อาร้าย อาราย” ของมาตุลีเทพบุตรแล้ว

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ละครพื้นบ้านเรื่องนี้ ยังมีฉากที่วานร “วิปริตนันทเสน” เข้าไปเจรจากับท้าวตรีภพในท้องพระโรง ก่อนจะเนรมิตหางของตนเองให้กลายเป็นที่นั่งสูงเทียมบัลลังก์ของคู่เจรจา

(คลิกดูคลิปนาทีที่ 22.44-24.20)

ซึ่งถ้าใครคุ้นเคยกับ “รามายณะ-รามเกียรติ์” ก็คงพอจะจำได้ว่าฉากทำนองนี้มีความสอดคล้องกับตอนที่ “องคต” รับบททูตเข้าไปเจรจากับ “ทศกัณฐ์” ถึงในกรุงลงกาเป็นอย่างยิ่ง

ของแถม

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีโอกาสไปดูนิทรรศการศิลปะ “Sacrifice” ของคุณนักรบ มูลมานัส ที่หอศิลป์ กทม. สี่แยกปทุมวันมาครับ (น่าเสียดายที่นิทรรศการนี้ปิดฉากลงไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ค.)

คุณนักรบเป็นศิลปินภาพปะติดที่มีชื่อเสียง แต่จริงๆ แล้ว เขาจบการศึกษามาจากภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นี่ส่งผลให้คุณนักรบมีความผูกพันกับวรรณคดีไทยมากเป็นพิเศษ

และงานศิลปะจำนวนมากในนิทรรศการก็บ่งชี้ถึงความผูกพันดังกล่าวเป็นอย่างดี

เท่าที่เดินดูนิทรรศการ ผมชอบผลงานศิลปะของคุณนักรบในระดับ “มากๆ” อยู่สองชิ้น ซึ่งล้วนเกี่ยวพันกับละครพื้นบ้าน/จักรๆ วงศ์ๆ ทั้งคู่

นั่นคือ ผลงานที่นำเสนอตัวละคร “สังข์ทอง” และ “แก้วหน้าม้า” ได้อย่างมีเสน่ห์

เพราะด้านหนึ่ง คุณนักรบก็นำตัวละครเหล่านี้มาเล่นกับประเด็นการผสมผสานข้ามสายพันธุ์ทางวัฒนธรรมระหว่าง “ความเป็นฝรั่ง” กับวรรณคดีไทย

แต่อีกด้าน คุณนักรบก็พยายามเล่นกับ “มุมมอง” ของผู้เข้าชมงาน

โดยถ้าเรามองงานทั้งสองชิ้นนี้จากมุมหนึ่ง เราก็จะเห็นพระสังข์เป็นคนดำ และเห็นแก้วเป็นสตรีหน้าม้า แต่หากมองจากอีกมุม พระสังข์ก็จะกลายเป็นชายผิวขาว ส่วนแก้วก็จะกลายเป็นหญิงสาวรูปงาม

สังข์ทอง

แก้วหน้าม้า

ถือเป็นผลงานศิลปะที่น่าประทับใจทีเดียวครับ

ข่าวบันเทิง

อัพเดตรายละเอียด-ใบปิดหนัง “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ภาพยนตร์ไทยในเวนิสของ “เป็นเอก”

หลังจากหนัง “Samui Song” โดยเป็นเอก รัตนเรือง ได้รับการประกาศรายชื่อให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่จะเข้าฉาย (รอบปฐมทัศน์โลก) ในสายการประกวดของเซ็คชั่น “เวนิส เดย์ส” กิจกรรมอิสระคู่ขนานของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส 2017

ก็เริ่มมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้เผยแพร่ออกมา

เริ่มตั้งแต่ใบปิดของหนัง ดังที่เห็นในภาพประกอบ

samui song poster
ที่มาเพจเฟซบุ๊ก augenschein Filmproduktion

นอกจากนี้ เว็บไซต์ทางการของกิจกรรมเวนิส เดย์ส ยังระบุถึงชื่อภาษาไทยของหนัง นั่นคือ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ”

รวมทั้งเปิดเผยเรื่องย่อฉบับละเอียดขึ้นว่า หนังความยาว 108 นาทีของเป็นเอก จะบอกเล่าเรื่องราวของ “วิยะดา” ดาราสาววัยกลาง 30 ที่ต้องแบกรับความกดดันภายในใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ “เจอโรม” สามีมหาเศรษฐีชาวต่างชาติของเธอ ได้ทุ่มเทอุทิศตนให้แก่เจ้าลัทธิความเชื่อ ผู้ถูกเรียกขานว่า “เดอะ โฮลี่ วัน”

วิยะดาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะตอบโต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวด้วยวิธีการที่รุนแรงสุดขั้วถึงขีดสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความหลุดพ้นจากอิทธิพลของลัทธิประหลาดอย่างถาวร

ข่าวบันเทิง, ตัวตลกในละครจักรๆ วงศ์ๆ

เผยเรตติ้ง “เทพสามฤดู” ประจำวันที่ 22-23 ก.ค.

อินสตาแกรม “สามเศียร” เปิดเผยเรตติ้งของละครพื้นบ้าน “เทพสามฤดู” ระหว่างวันเสาร์ที่ 22 และอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม

เรตติ้ง 22-23

ปรากฏว่าในวันที่ 22 ละครเรื่องนี้ทำเรตติ้งทะลุหลัก 6 อีกครั้งที่ 6.2 ก่อนจะตกลงมาเล็กน้อยเหลือ 5.9 ในวันที่ 23

ต้องจับตาดูว่าในวันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม เรตติ้งของ “เทพสามฤดู” จะพุ่งกลับมาเกิน 6 ได้ทั้งสองตอนอีกครั้งหรือไม่?

ส่วนของแถมท้ายประจำสัปดาห์นี้ คือ รูปน่ารักๆ จากอินสตาแกรมสามเศียรเช่นเดิมครับ

เมื่อพระโอรส-พระธิดา “เทพสามฤดู” กำลังจะพาเสด็จแม่ที่ต้องตกยากออกเร่ร่อนกลางป่าเพราะถูกใส่ร้ายกลับคืนบ้านเมือง บรรดาผู้ช่วยอย่าง “วิปริตนันทเสน” “สุรผัด” และ “เจ้างั่ง กระหังป่า” ก็ต้องเข้าวังตามไปด้วย

เด็จพ่อเทพสามฤดู

ภาพนิ่งนี้น่าจะเป็นตอนที่ “เทพสามฤดู” และคณะกลับถึงเมือง แล้วต้องมาเคลียร์ใจเคลียร์ปัญหาทั้งหมดกับ “ท้าวตรีภพ” พระบิดา ผู้เคยหลงเชื่อคำยุยงผิดๆ

สีหน้าแววตาของนักแสดง (โดยเฉพาะคุณไพโรจน์ สังวริบุตร) และองค์ประกอบต่างๆ ในฉากนี้ นับว่าน่าสนใจทีเดียวครับ อย่างน้อย นี่อาจเป็นตัวอย่างซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาวะที่ “อำนาจ” และ “อารมณ์ขัน” มาเผชิญหน้ากัน

ข่าวบันเทิง

“ดาวคะนอง” ได้รางวัลที่จีน มี “เบลา ทาร์” เป็นประธานกรรมการตัดสิน

หลังกวาดรางวัลในเมืองไทยไปอย่างเป็นกอบเป็นกำ “ดาวคะนอง” ผลงานภาพยนตร์ของอโนชา สุวิชากรพงศ์ ยังได้โอกาสเดินสายตระเวนฉายและรับรางวัลจากเทศกาลหนังต่างประเทศโดยต่อเนื่อง

ล่าสุด หนังไทยเรื่องนี้เพิ่งได้รับรางวัลเดอะ แกรนด์ จูรี่ ไพรซ์ จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเฟิร์สท์ ที่เมืองซีหนิง ประเทศจีน

ดาวคะนอง ทาร์

แม้อโนชา ผู้กำกับ จะไม่ได้เดินทางไปร่วมเทศกาลนี้ด้วยตนเอง แต่ก็มีหนึ่งในทีมงาน คือ หมิง ไค เหลียง ผู้กำกับภาพของหนังขึ้นไปรับรางวัลแทน

ที่สำคัญ ผู้มอบรางวัลนี้ให้แก่หมิง ก็คือ เบลา ทาร์ คนทำหนังชาวฮังกาเรียน ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินภาพยนตร์สายประกวดของเทศกาลดังกล่าวประจำปีนี้

ขอบคุณภาพและข่าวจากเพจ ดาวคะนอง By the Time It Gets Dark