ข่าวบันเทิง

คนทำหนัง “อนธการ-ดาวคะนอง” ถูกจับตาจากสื่อต่างชาติ ในฐานะ “ผู้กำกับหญิง” ที่โดดเด่น

เว็บไซต์ feminisminindia.com ได้ตีพิมพ์บทความหัวข้อ “10 ผู้กำกับภาพยนตร์หญิงที่น่าสนใจมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้ยุคปัจจุบัน”

โดยนอกจากบทความชิ้นนี้จะกล่าวถึง “คนทำหนังสตรี” จากอินเดีย บังกลาเทศ และปากีสถานแล้ว ผู้เขียนคือ ” Sil Smit” ยังได้นับรวมคนทำหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้าไปอยู่ในลิสต์ของ “ผู้กำกับหญิงเอเชียใต้” ด้วย

สำหรับ “คนทำหนังหญิง” หนึ่งเดียวจากไทย ซึ่งติดอยู่ใน 10 อันดับผู้กำกับภาพยนตร์หญิงที่น่าสนใจมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียใต้ ก็คือ “อนุชา บุญยวรรธนะ”

อนุชา
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Anucha Boonyawatana

บทความชิ้นนี้ระบุว่า “อนธการ” หนังยาวเรื่องแรกของอนุชา คือ ภาพยนตร์ดราม่าสุดจับใจ ที่เล่าเรื่องราวของเกย์วัยรุ่นซึ่งถูกกลั่นแกล้ง เขาตกหลุมรักกับเด็กหนุ่มวัยเดียวกัน ณ สระว่ายน้ำที่มีบรรยากาศเหนือจริงเจือปนอยู่

“อนุชาสามารถสลับสับเปลี่ยนหนังของเธอ ให้เดินทางไปมาระหว่างความเป็นสัจนิยมมหัศจรรย์ กับความเป็นดราม่าที่มุ่งจุดสนใจไปยังเรื่องการเติบโต-เรียนรู้ ได้อย่างสบายมือ” Smit ระบุ

อนธการ โปสเตอร์

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ Little White Lies ยังได้เผยแพร่บทความ “25 หนังใหม่ของผู้กำกับหญิง ที่พวกคุณต้องดู” ซึ่งเขียนโดย “Eve Watling”

โดยหนึ่งในหนัง 25 เรื่อง ที่บทความยกขึ้นมา คือ หนังไทยเรื่อง “ดาวคะนอง” โดย “อโนชา สุวิชากรพงศ์”

อโนชา ดาวคะนอง

บทความระบุว่าอโนชา คือ แสงสว่างนำทางให้แก่วงการภาพยนตร์อินดี้ไทยร่วมสมัย ผลงานเรื่อง “เจ้านกกระจอก” เมื่อปี 2009 ของเธอ ได้รับรางวัลไทเกอร์ อวอร์ด จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติร็อตเตอร์ดัม 2010

สำหรับ “ดาวคะนอง” มีจุดกำเนิดเรื่องราวที่ตัวละครผู้กำกับภาพยนตร์หญิงรายหนึ่ง ซึ่งพยายามจะฉายภาพของการลุกขึ้นต่อสู้โดยกลุ่มนักศึกษาในอดีต

“ก่อนที่เรื่องราวจะพาเราไปสำรวจประเด็นทางชนชั้น ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณของสังคมไทยสมัยใหม่ อย่างไร้จุดสิ้นสุดและเต็มไปด้วยพลังแห่งจินตนาการ” Watling บรรยาย

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87

ที่มา https://feminisminindia.com/2017/04/13/ten-female-directors-south-asia/ และ http://lwlies.com/articles/25-new-films-by-female-directors-sofia-coppola-kathryn-bigelow/

ข่าวบันเทิง

“หนัง (เรื่องเมือง) ไทย” ในคานส์, หนังสั้น “เจ้ย” ที่ฮ่องกง และรางวัลล่าสุดของ “ดาวคะนอง”

มี “หนังเกี่ยวกับเมืองไทย” ในคานส์ 2017

prayer

ภาพยนตร์เรื่อง “A Prayer Before Dawn” โดย “Jean-Stéphane Sauvaire” ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในสาย “Midnight Screening” ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2017

โดยหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตจริงของ “บิลลี่ มัวร์” นักโทษชาวต่างชาติ ที่ต้องแสวงหาวิธีการ “อยู่รอด” ภายในคุกไทย ด้วยการฝึกมวยไทยจนกลายเป็นแชมเปี้ยน

“หนังสั้นอภิชาติพงศ์” ที่ฮ่องกง

ablaze

ในโปรแกรม “Short Film Competition Programme I” ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง 2017

มีหนังสั้นชื่อ “Ablaze” ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” รวมอยู่ด้วย

เว็บไซต์ของเทศกาลไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากนัก นอกจากการระบุสั้นๆ ว่า หนังจะนำเสนอภาวะที่เงาของแมกไม้กลายเป็นบทกวี และสภาวะที่อารมณ์ความรู้สึกของคนคู่หนึ่งถูกแชร์ร่วมกัน

อีกหนึ่งรางวัลของ “ดาวคะนอง”

ดาวคะนองอิตาลี

นอกจากโกยรางวัลสำคัญๆ ในประเทศไทยไปได้แล้ว “ดาวคะนอง” ภาพยนตร์ของ “อโนชา สุวิชากรพงศ์” ยังเดินหน้าคว้ารางวัลระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด หนังเพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ลุคคา ประเทศอิตาลี

ยินดีด้วยจ้า

ข่าวบันเทิง

ย้อนดู “Mobile Men” หนังสั้นอภิชาติพงศ์ ในยุคที่ผู้โดยสาร “ห้ามนั่งกระบะหลัง”

“Mobile Men” เป็นผลงานภาพยนตร์สั้นความยาวประมาณ 3 นาที ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ที่ได้รับการผลิตออกมาเมื่อปี 2551

หนังเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานภาพยนตร์, ศิลปะ และวรรณกรรม ที่สร้างขึ้นในโครงการเฉลิมฉลองวาระ 60 ปี ของ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน”

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่บนท้ายกระบะของรถปิ๊กอัพ และพวกเขาต่างกำลังบันทึกภาพของอีกฝ่ายเอาไว้

แม้ชายหนุ่มทั้งคู่คล้ายจะมาจากคนละพื้นที่ของโลก แต่กล้องถ่ายภาพยนตร์ก็เป็นเครื่องมือ ที่ช่วยให้ทั้งคู่ได้พบเจอซึ่งกันและกัน

พวกเขาต่างฝ่ายต่างค่อยๆ เริ่มบันทึกภาพของกันและกัน จากการโคลสอัพไปยังบางเสี้ยวส่วนของร่างกาย ไปสู่การจับภาพให้เห็นร่างกายทั้งเรือนร่าง

อภิชาติพงศ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาสร้างหนังเรื่องนี้ในช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด 5 แห่ง ได้ออกคำสั่งห้าม “แรงงานต่างชาติ” (จากเมียนมา, ลาว และกัมพูชา) ออกจากที่พักในยามค่ำคืน ห้ามพวกเขาใช้โทรศัพท์มือถือ และห้ามออกมาชุมนุมกันในจำนวนเกินห้าคน

ใน “Mobile Men” เขาจึงตัดสินใจใช้นักแสดงนำเป็น “แรงงานต่างชาติ” หนึ่งในนั้น คือ “ใจ” (Jaai) แรงงานจากรัฐฉาน ซึ่งได้งานและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในเมืองไทย แต่ยังมีคนแบบ “ใจ” อีกหลายราย ที่ต้องพบเจอกับสภาพชีวิตอันแตกต่างตรงกันข้าม

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ผมหาหนังเรื่อง “Mobile Men” มาชมอีกครั้ง หลังจากมีการออกคำสั่งตาม ม.44 ห้ามผู้โดยสารนั่งบนกระบะหลังของรถปิ๊กอัพ

ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก http://www.kickthemachine.com

ขอบคุณข้อมูลจาก http://art-for-the-world.blogspot.com

ข่าวบันเทิง

มาแล้ว! ตัวอย่าง “Baahubali 2 – The Conclusion”

หลายคนคงเคยชมและประทับใจในภาพยนตร์ (จักรๆ วงศ์ๆ) สุดอลังการงานสร้างจากประเทศอินเดียเรื่อง “Baahubali – The Beginning” ที่ออกฉายเมื่อปี 2015

สองปีผ่านไป ก็ได้ฤกษ์ที่หนังตัวอย่างของ “Baahubali 2 – The Conclusion” จะถูกปล่อยออกมา โดยหนังตัวอย่างนี้ถูกเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2017

ก่อนที่ Baahubali 2 จะเริ่มออกฉายในวันที่ 28 เมษายน

คงต้องตามข่าวกันต่อไป ว่าหนังภาคนี้จะเข้าฉายในเมืองไทยเมื่อไหร่

คลิกอ่านบทวิจารณ์ “Baahubali – The Beginning” ที่นี่

ข่าวบันเทิง

เปิดโปรเจ็คท์ “Ten Years Thailand” โดยเจ้ย-วิศิษฏ์-มะเดี่ยว-อาทิตย์-จุฬญาณนนท์

หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 บล็อกคนมองหนังเผยแพร่ข่าวคราวเกี่ยวกับโปรเจ็คท์ “Films For Free” โครงการระดมทุนเพื่อสร้างภาพยนตร์บนความเชื่อที่ว่างานศิลปะที่สร้างจากอิสรภาพและเสรีภาพทางความคิด สามารถส่งเสริมให้สังคมเคารพความหลากหลายและสามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างได้อย่างสันติ ซึ่งจะกำกับและเขียนบทโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล, เป็นเอก รัตนเรือง และ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Films For Free ของโปรเจ็คท์ภาพยนตร์ดังกล่าวได้อัพเดตข้อมูลล่าสุด โดยอธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการเอาไว้ว่า

จะดีไหมหากเราจะมีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องง้อค่าย ไม่ต้องรอเสี่ย

“Films For Free” คือกองทุนผลิตและพัฒนาภาพยนตร์อิสระ โดยมีโปรเจ็คท์ Ten Years Thailand เป็นโปรเจ็คท์แรก ประเดิมระดมทุนในหมู่คนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นสังคมที่สามารถถกเถียงอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์ และเชื่อในพลังของการเปลี่ยนแปลงที่สื่อสารผ่านศิลปะและภาพยนตร์

โดยสามารถสนับสนุนการระดมทุนและติดตามโปรเจ็คท์ Ten Years Thailand เพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ indiegogo หวังว่าโปรเจ็คท์แรกจะเป็นหมุดหมายที่มั่นคงในการต่อยอดการผลิตภาพยนตร์อิสระเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในอนาคต เพราะคุณก็สามารถกำหนดทิศทางอนาคตวงการภาพยนตร์ไทยได้

จากนั้น เพจดังกล่าวได้เผยแพร่ข้อความเพิ่มเติม มีเนื้อหาว่า

“Ten Years Thailand โครงการภาพยนตร์สั้นห้าเรื่องโดยผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เพื่อจินตนาการถึงประเทศไทยจากวันนี้สู่อนาคตภายในสิบปี”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน Ten Years Thailand ได้ที่

https://www.indiegogo.com/projects/ten-years-thailand-film#/

แล้วพบกันปลายปี 2560

พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพผู้กำกับภาพยนตร์ห้าคนที่จะมาร่วมสร้างโปรเจ็คท์นี้ โดยนอกจากอภิชาติพงศ์, วิศิษฏ์ และชูเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกโครงการยุคแรกเริ่มแล้ว ยังมีคนทำหนังเข้ามาเสริมทีมอีกสองราย ได้แก่ อาทิตย์ อัสสรัตน์ และ จุฬญาณนนท์ ศิริผล

เมื่อเข้าไปดูข้อมูลจากเว็บไซต์ indiegogo มีการระบุว่า “Ten Years Thailand” คือ หนังสั้นห้าเรื่องโดยผู้กำกับชาวไทย ที่จะมาจินตนาการถึงประเทศของพวกเขาภายในช่วงเวลาอีกสิบปีข้างหน้า คนทำหนังเหล่านี้หวังว่าผลงานของพวกตนจะช่วยสร้างสรรค์บทสนทนาและภาพสะท้อนว่าด้วยสังคมไทยยุคปัจจุบัน ซึ่งดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงใหญ่และความไม่แน่นอน

โดย “Ten Years Thailand” เป็นผลงานต่อเนื่องมาจากหนังเรื่อง “Ten Years” ฉบับฮ่องกง ที่พยายามตั้งคำถามถึงอนาคตของเขตปกครองพิเศษแห่งนั้น โดยทางผู้สร้างชาวฮ่องกงได้หวังที่จะส่งมอบภารกิจในการสร้างบทสนทนาและตั้งคำถามทำนองนี้ไปยังคนทำหนังในประเทศอื่นๆ ของทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

ข่าวบันเทิง

เมื่อ “ณฐพล บุญประกอบ” มือเขียนบท “เมย์ไหน-SuckSeed” ถ่ายทำวิดีโอสั้นถึง “ชัยภูมิ ป่าแส”

ชื่อของ “ณฐพล บุญประกอบ” เคยปรากฏอยู่ในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่องของจีทีเอช

ทั้งการเป็นนักแสดงในหนังเรื่อง “ฟรีแลนซ์ฯ” และ “สี่แพร่ง” (รวมถึงเป็นนักแสดงใน “36” หนังยาวเรื่องแรกของ “เต๋อ นวพล”)

นอกจากนั้น ณฐพล ยังมีเครดิตในการเป็นผู้เขียนบทของภาพยนตร์เรื่อง “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” และ “SuckSeed ห่วยขั้นเทพ” ที่กำกับโดย ชยนพ บุญประกอบ

ตลอดจนการเป็นทีมงานเบื้องหลังหนังเรื่อง “ฟรีแลนซ์ฯ” และซีรีส์ “ฮอร์โมน”

เช่นเดียวกับที่เขามีสถานะเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอดังๆ หลายเพลง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ณฐพล ได้เผยแพร่ผลงานชื่อ “17” วิดีโอความยาว 2 นาที ที่มีเนื้อหาข้องเกี่ยวกับกรณีวิสามัญฆาตกรรม “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมชาวลาหู่ (เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560) ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งค่าเข้าถึงเป็นสาธารณะ และพิมพ์ข้อความว่า

ยิ่งโตยิ่งรู้สึกว่าเป็นเรื่องจำเป็น ที่ต้องตั้งคำถามต่อสังคมที่เราอยู่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อบทบาทของเราเองในฐานะคนทำงานสร้างสรรค์

ไม่ใช่แค่ ‘บทบาท’ แต่ผมคิดว่าเป็น ‘หน้าที่’

การได้มีโอกาสประกอบอาชีพทำงานสร้างสรรค์ ผมถือว่าเป็นอภิสิทธิ์ที่ยืนอยู่บนความเสียสละของชนชั้นอื่นๆ เพราะต้นทุนชีวิตของเราไม่เท่ากัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องบาปบุญจากชาติก่อน แต่เป็นเพราะโครงสร้างและทัศนคติของคนในสังคมที่ไม่เอื้อให้เกิดความเท่าเทียม

จึงเกิดคำถามว่า

แล้วเราซึ่งมีสิทธิพิเศษนั้น ควรทำหน้าที่อย่างไร

เพื่อไม่ให้เรื่องของชัยภูมิจางหายไปกับกระแสข่าวร้ายอื่นๆ

เพื่อไว้เตือนตัวเอง ว่าเราเป็นพยานที่เย็นชาต่อความชิบหายทางสามัญสำนึกที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ที่มา Nottapon Boonprakob

ข่าวบันเทิง

“Bangkok Joyride” หนังสารคดีบันทึกเหตุการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของ “อิ๋ง เค” เริ่มเปิดตัวที่ปารีส

เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติ “Cinéma du Réel 2017″ ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 2 เมษายนนี้ ได้จัดโปรแกรมเรโทรสเปคทีฟให้แก่ “อิ๋ง เค” หรือ “สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์” ผู้กำกับหนังชาวไทย ภายใต้ชื่อโปรแกรมว่า “Ing K: At work”

โดยจะมีการจัดฉายผลงานภาพยนตร์ของอิ๋ง ตั้งแต่ “คนกราบหมา” (2541 – ถูกแบนในไทย) “พลเมืองจูหลิง” (2551) “เช็คสเปียร์ต้องตาย” (2555 – ถูกแบนในไทย) “เซ็นเซอร์ต้องตาย” (2556)

รวมถึงหนังสองเรื่องล่าสุดของอิ๋ง ได้แก่ Bangkok Joyride. Part 1. “How We Became Superheroes” และ Bangkok Joyride. Part 2. “Shutdown Bangkok”

bkkjoyride1

โดยภาคแรกของ Bangkok Joyride จะเป็นสารคดีที่บันทึกภาพการชุมนุม “ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ” ระหว่างปี 2556-2557 ซึ่งอิ๋งเห็นว่าเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกหลงลืมไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ในหนังภาคสอง จะเป็นการจับจ้องลงลึกไปยังคาแรคเตอร์พิเศษเฉพาะส่วนบุคคลของผู้ชุมนุมบางราย ซึ่งเข้ามาร่วมเคลื่อนไหว “ปิดกรุงเทพฯ”

bkkjoyride2

นอกจากนี้ ทางเทศกาลยังได้จัดกิจกรรม Masterclass Ing K ซึ่งอิ๋งจะร่วมสนทนากับ Jean-Michel Beurdeley ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย “ใหม่เอี่ยม” ที่จังหวัดเชียงใหม่ และ Nicole Brenez ภัณฑารักษ์ผู้จัดโปรแกรมเรโทรสเปคทีฟครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Brenez ซึ่งมีอีกสถานะหนึ่งเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ผู้ทรงอิทธิพลอย่างสูงของฝรั่งเศส ได้เลือกให้หนังเรื่อง “Bangkok Joyride” ติดอันดับ 1 ใน 5 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ตามทัศนะของเขา

เทศกาลภาพยนตร์สารคดี Cinéma du Réel มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดยปัจจุบัน องค์กรผู้ดำเนินการจัดเทศกาล คือ หอสมุดข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และกลุ่มเพื่อนภาพยนตร์สารคดี

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cinemadureel.org/en/programme-2017/ing-k-at-work